ไลฟ์สไตล์
100 year

“พิชัย” คาดการณ์เศรษฐกิจปี 64 ลำบาก-เสื่อมถอยหนัก ห่วงรัฐบาลก้าวไม่ทันโลก

ไทยรัฐออนไลน์
3 ม.ค. 2564 15:49 น.
SHARE

“พิชัย” คาดการณ์เศรษฐกิจปี 2564 ยากลำบากและเสื่อมถอยหนัก ชี้ ไทยต้องการผู้นำที่ทันโลก แนะ พัฒนากรอบคิด ก่อนไทยตกยุคไปไกล มอง ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลจะเพิ่มขึ้น และอาจนำไปสู่ความรุนแรง

วันที่ 3 ม.ค. 2564 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ คาดการณ์เศรษฐกิจในปี 2564 น่าเป็นห่วงว่าเศรษฐกิจไทยจะยิ่งย่ำแย่เสื่อมถอยกว่าปีที่แล้วที่ว่าแย่แล้ว เพราะสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วมาถึงปีนี้ได้เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น รัฐบาลประกาศล็อกดาวน์ในพื้นที่กรุงเทพฯ และอีก 8 จังหวัด และอาจจะต้องล็อกดาวน์เพิ่มขึ้นอีกมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง และไม่แน่ใจว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด ถ้ายาวนานและหากไวรัสเกิดกลายพันธ์ุก็จะย่ิงสร้างความลำบากให้กับประชาชนมากขึ้น อาจส่งผลกระทบที่คาดกันว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นได้บ้างในปีนี้ก็อาจจะไม่ฟื้นเลยก็เป็นได้

ข่าวแนะนำ

ทั้งนี้ ก่อนหน้าคาดกันว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้อาจจะฟื้นตัวเป็นบวกได้บ้างประมาณ 3-3.5% ซึ่งก็ยังไม่ดีนัก เพราะยังฟื้นได้ประมาณครึ่งหนึ่งของที่เศรษฐกิจติดลบไปในปีที่แล้ว แต่ความรู้สึกของประชาชนจะไม่รู้สึกว่าฟื้นเลย เพราะเศรษฐกิจได้ย่ำแย่มาเป็นเวลานานแล้ว พอมาเจอการระบาดระลอกใหม่ทำท่าจะร้ายแรงและแพร่กระจายไปมากกว่าครั้งแรกผลกระทบจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจยิ่งย่ำแย่ ประชาชนที่แบกภาระทางเศรษฐกิจหนักอยู่แล้วทั้งภาระหนี้สินที่พอกพูนจนหนี้ครัวเรือนจะทะลุ 90% ของจีดีพีตามที่ได้เตือนไว้แล้ว รายได้ที่ลดลง เงินเก็บที่ร่อยหรอและกำลังจะหมด จะยิ่งส่งผลกระทบทำให้ไม่สามารถทนต่อภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ต่อไปได้

ปีนี้จึงคาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวในระดับที่ต่ำมากหรืออาจจะเรียกได้ว่าเกือบไม่ฟื้นเลยก็ว่าได้ แต่สำหรับคนส่วนใหญ่อาจจะรู้สึกว่าติดลบก็เป็นได้ อีกทั้งยังไม่เห็นหนทางที่เศรษฐกิจไทยจะฟื้นได้เลยจากการบริหารของรัฐบาลในปัจจุบันที่ยังจมอยู่ในกรอบคิดเก่าๆ แบบเดิมๆ ดังนั้น ปีนี้จะเป็นปีที่ยากลำบากและเสื่อมถอยหนัก สาเหตุของการระบาดรอบใหม่ก็เกิดมาจากความผิดพลาดของรัฐบาล ทั้งเรื่องการปล่อยให้มีการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาในไทยอย่างผิดกฎหมายทำให้ควบคุมการแพร่เชื้อไวรัสไม่ได้ และยังปล่อยให้มีการเล่นการพนันในบ่อนเถื่อนจำนวนมากจนทำให้เกิดการแพร่ระบาดโดยเฉพาะใน จ.ระยอง พร้อมอ้างข้อมูลว่าเจ้าของบ่อนมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับคนในรัฐบาล ถึงขนาดส่งลูกชายไปเป็นอนุกรรมาธิการในสภาได้ ประชาชนจึงสงสัยว่าน่าจะเป็นระบบอุปถัมภ์ของคนในรัฐบาลใช่หรือไม่ ซึ่งหากไม่ใช่ก็จะต้องหาคนผิดมาลงโทษไม่ใช่ปล่อยให้เงียบหายไปแบบนี้

ดังนั้น การบริโภคของประชาชนและรายได้ของประชาชนในปีนี้ก็จะยังคงย่ำแย่ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อจีดีพี ในขณะที่การลงทุนภาคเอกชนก็ยังคงลดลงอย่างมาก และการส่งออกที่คาดว่าจะดีขึ้นกว่าปีที่แล้วก็อาจจะดีขึ้นบ้างแต่อาจจะขยายได้อย่างเก่งก็ประมาณครึ่งหนึ่งของปีที่แล้วที่ติดลบไป และการลงทุนที่หดหายตลอดหลายปีจะยิ่งทำให้การส่งออกไม่สามารถเพิ่มแบบก้าวกระโดดได้เลยในอนาคต ประกอบกับสินค้าส่งออกเดิมที่ไทยผลิตได้ เริ่มจะล้าสมัยหมดความนิยม เช่น รถยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไม่ได้เป็นที่ต้องการของตลาดโลกมากนักแล้ว อีกทั้งปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าจะเป็นปัญหาอย่างมากในการส่งออกของไทย การใช้จ่ายภาครัฐยังคงยึดรูปแบบเก่า งบประมาณยังคงเป็นแบบเดิมไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสภาวะการณ์ของโลกที่เปลี่ยนไป การใช้จ่ายทางการทหารยังคงมีปริมาณที่มากและไม่เกิดผลทางเศรษฐกิจ อีกทั้งการทุ่มงบประมาณจำนวนมากเข้าพัฒนาเขตอุตสาหกรรมภาคตะวันออก (อีอีซี) แต่ผลตอบแทนที่ได้รับกลับไม่คุ้มค่าการลงทุน เนื่องจากรูปแบบการลงทุนจากต่างประเทศในโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว

การท่องเที่ยวที่เป็นพระเอกมาตลอดหลายปีจนมาโดนวิกฤติไวรัสโควิด-19 ทำให้การท่องเที่ยวทรุดหนักในปีที่แล้ว ปีนี้ปริมาณนักท่องเที่ยวก็น่าจะยังไม่เพิ่มขึ้น แถมอาจจะลดลงด้วยซ้ำ ไม่รู้เมื่อไรปริมาณนักท่องเที่ยวจะกลับมาเหมือนเดิม ธุรกิจท่องเที่ยวจะเสียหายและขาดทุนกันมากโดยเฉพาะโรงแรม นอกจากนี้พฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจะเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ซึ่งประเทศไทยจะต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการท่องเที่ยวให้เข้ากับลักษณะการท่องเที่ยวในอนาคต

“สิ่งที่น่าห่วงมากที่สุดคือกรอบคิดของรัฐบาล โดยเฉพาะกรอบคิดของนายกรัฐมนตรีที่ยังไม่สามารถก้าวทันโลกได้ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยตกยุคและเสื่อมถอยเร็วมาก เพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมาความสามารถในการแข่งขันและตำแหน่งของไทยในสายตาต่างประเทศเสื่อมถอยอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เป็นเรื่องที่ผมเคยเตือนมาตลอดแต่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เข้าใจ เพราะยังมีแนวคิดยึดติดในกรอบคิดเดิมที่ไม่สามารถพัฒนาให้ทันโลกได้ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับอายุ เพราะถ้าหากใครได้ฟังอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร พูดถึงการเปลี่ยนแปลงของโลก การที่ไทยต้องปรับเปลี่ยนแพลตฟอร์มเพื่อแข่งขันกับต่างประเทศได้ และการต้องควบคุมแพลตฟอร์มของต่างประเทศไม่ให้มีอิทธิพลกับประเทศไทยมากนัก เป็นเรื่องที่จำเป็น ขนาดในประเทศจีนยังต้องควบคุมแพลตฟอร์มของเอกชนจีนเองไม่ให้มีอิทธิพลมากเกินไปเลย และในสหรัฐเองก็เช่นกัน อีกทั้งการใช้แพลตฟอร์มในระบบราชการเพื่อลดขนาดของราชการเพื่อให้การบริหารราชการคล่องตัว หรือ ที่เรียกว่า Digitalization ระบบราชการ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เข้าใจ จะทำให้ประเทศไทยเสื่อมถอยอย่างหนัก”

นอกจากนี้ ในขณะที่ประเทศกำลังอยู่ในภาวะวิกฤติทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของไวรัส รัฐบาลกลับคิดถึงการส่งยานอวกาศไปโคจรรอบดวงจันทร์ การเรี่ยไรประชาชนคนละ 500 บาทเพื่อการวิจัยผลิตวัคซีน แทนที่รัฐบาลจะทุ่มงบประมาณเอง การจับนักศึกษาที่ช่วยขายกุ้งให้กับผู้เลี้ยงกุ้งที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสที่รัฐบาลเองละเลยไม่ช่วยเหลือแต่กลับไปจับคนช่วยเป็นต้น นับเป็นการกระทำที่ย้อนแย้งและขาดสติ

นายพิชัย กล่าวต่อไปอีก ส่วนตัวแล้วเชื่อว่ากรอบคิดที่ล้าหลังและเสื่อมถอยหนักนี้เป็นสาเหตุหลักที่นักศึกษา นักเรียน และประชาชนออกมาประท้วงขับไล่รัฐบาล เพราะพวกเขาทราบดีว่าหากปล่อยให้ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลที่ขาดหลักคิดที่ทันโลกได้บริหารประเทศต่อไป ประเทศไทยจะยิ่งยากลำบากและเสื่อมถอยหนัก ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือนักเรียน นักศึกษา และคนรุ่นใหม่ ที่จะต้องรับมรดกการบริหารประเทศนี้ต่อจากคนรุ่นเก่าที่บริหารประเทศได้อย่างย่ำแย่นี้ จะไม่สามารถแข่งขันกับโลกได้ และอาจจะต้องใช้เวลานานมากในการปรับปรุงประเทศเพื่อจะให้ก้าวทัน หรืออาจจะก้าวไม่ทันเลยก็เป็นได้ เพราะโลกจะยิ่งเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วหลังวิกฤตการณ์ไวรัสโควิด-19 ประเทศที่ได้เปรียบและได้รับผลกระทบน้อยจะก้าวไปได้เร็วมาก ประเทศที่เสียหายและเสียเปรียบจะล้าหลังเร็วมาก โดยล่าสุด มีการสำรวจพบว่าประเทศเวียดนามจะแซงประเทศไทยภายใน 15 ปีหรืออาจจะเร็วกว่านั้น ในขณะที่จีนจะแซงสหรัฐได้ภายใน 8 ปีนี้ ซึ่งหากประเทศไทยยังเป็นแบบนี้จะหมดอนาคตแน่ ดังนั้น การชุมนุมต่อต้านรัฐบาลของประชาชนในปีนี้จะเพิ่มมากขึ้นและอาจจะนำไปสู่ความรุนแรงได้

“โดยสรุปต้องขอเตือนตรงๆ ว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2564 นี้จะยากลำบากและเสื่อมถอยหนัก ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง หากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแนวคิด หรือเปลี่ยนแปลงการบริหาร ประเทศไทยก็ได้แต่รอวันที่จะเสียหายหนัก หรือเหมือนกับรอวันเจ๊งเท่านั้น”.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19พิชัย นริพทะพันธุ์ประยุทธ์ จันทร์โอชารัฐบาลบิ๊กตู่คาดการณ์เศรษฐกิจปี 64เศรษฐกิจไทยพรรคเพื่อไทยข่าวการเมือง

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 6 มีนาคม 2564 เวลา 06:39 น.