“อนุสรณ์” สวนกลับ ถาม “ปารีณา” สร้างผลงานหวังช่วยคดีหรือไม่ หลังตอบโต้ความปรารถนาดีของ “ทักษิณ” เหน็บ ไม่ใช่แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่รัฐบาลต้องทำอย่างเคร่งครัด

วันที่ 2 ม.ค. 2564 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตอบโต้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ให้สัมภาษณ์แนะนำรัฐบาลในการแก้ปัญหาโควิด-19 และการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ว่า สังคมไม่ได้ประโยชน์จากทัศนคติอันเป็นลบของ ส.ส.พรรครัฐบาล ต่อคำแนะนำที่เป็นความห่วงใยความปรารถนาดีของอดีตนายกรัฐมนตรี ไม่เห็นประโยชน์ที่จะมีใครไปนั่งทะเลาะกับเทปธรรมะ ถ้าไม่เห็นด้วยกับแนวทางออกจากปัญหาก็แค่นิ่งเฉย แม้การออกมาโวยวายจะเป็นผลงานเพื่อใช้ช่วยเหลือในคดีใดหรือไม่ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ นายทักษิณไม่ได้หวังผลประโยชน์อะไร

ทั้งนี้ ถ้ารัฐบาลมั่นใจว่าทุกอย่างดีอยู่แล้ว รัฐมนตรีที่กำกับดูแลบอกว่าโควิดกระจอก ก็ไม่ต้องปรับปรุงแก้ไขอะไร แม้ว่าจะมีประชาชนจำนวนมากเห็นตรงข้ามก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเป็นคนเก่งเป็นที่ชื่นชอบในมุมมองคนกลุ่มใดก็ตาม แต่ควรลืมตาดูข้อมูลข่าวสาร ฉายารัฐบาลที่สื่อมวลชนตั้งให้บ้าง อย่าเข้าใจผิดว่าม็อบพักแล้วรัฐบาลจะได้พัก เพราะม็อบทางความคิดก่อตัวขึ้นทุกวันและไม่เคยหยุดพัก จนเกิดการต่อต้านรัฐบาลขึ้นมากมาย ถ้าไม่มีโควิด-19 พล.อ.ประยุทธ์ อาจถูกขับไล่จนอยู่ต่อไม่ได้แล้ว

“ทัศนคติของ น.ส.ปารีณา ที่คนไทยรับไม่ได้คือการปรารถนาให้เพื่อนมนุษย์ติดโควิด และเห็นว่าการรักษาหายคือข่าวร้าย สังคมไทยเดินมาถึงจุดที่คนเป็น ส.ส. มีทัศนคติอันเลวร้ายขนาดนี้ได้อย่างไร ข้อห่วงใยและความปรารถนาดีของนายทักษิณ ไม่ใช่แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่จะไปมีผลบังคับให้รัฐบาลทำตามอย่างเคร่งครัด ถ้ามองไม่เห็นประโยชน์หรือไม่เข้าใจก็ไม่ต้องด่าทอ ประชาชนหรือภาคส่วนที่เห็นประโยชน์สามารถวินิจฉัยและนำไปปรับใช้ในส่วนที่เป็นประโยชน์ได้ ถ้าเปรียบความปรารถนาดีของนายทักษิณ ต่อแนวทางปัญหาการแก้ไขปัญหาประเทศ เป็นการสวดภาณยักษ์ ปกป้องคุ้มครองผู้สวดและผู้สดับให้อยู่สุขสวัสดี แต่คนที่เสียอาการ โวยวาย ด่าทอ ขาดสติ เป็นคนประเภทใด สังคมตัดสินได้”.