ทักษิณส่องเศรษฐกิจไทย ต้องรู้ทันทุนนิยม ปัดท่อน้ำเลี้ยงเด็ก อยากมาเลี้ยงหลาน

ข่าว

    ทักษิณส่องเศรษฐกิจไทย ต้องรู้ทันทุนนิยม ปัดท่อน้ำเลี้ยงเด็ก อยากมาเลี้ยงหลาน

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    2 ม.ค. 2564 05:20 น.

    “ทักษิณ” พาส่องสถานการณ์ปี 64 ชูทางรอด ศก.ไทย ต้องรู้เท่าทันทุนนิยม แนะทำแพลตฟอร์มขึ้นมาใช้เอง ขอพวกผู้เฒ่าอย่ามัวแต่หลงอดีต โอดไม่ได้เป็นท่อน้ำเลี้ยงม็อบเด็ก บอกถ้า รธน.เข้มแข็ง บ้านเมืองดีแน่ ครวญอยากกลับบ้านไปเลี้ยงหลานเต็มแก่ “สุทิน” รับมี กก.บห.พท.คิดสวนทางนายใหญ่จริง “ชวน” ลุยเดินหน้า สมานฉันท์ต่อ “บัญญัติ” ชี้ปี 64 ยังวุ่นวายไม่จบ ศึกซักฟอกทำการเมืองเปลี่ยน ภท.เมินฝ่ายค้านล็อกเป้า “เสี่ยหนู” มือมืดปาไปป์บอมบ์ใส่กลุ่ม wevo คุ้นหน้าคนร้ายเป็นกลุ่มอาชีวะหลังเก็บตัวนิ่งไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมานานหลายปี ล่าสุดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาวิเคราะห์สถานการณ์ประเทศไทยในปี 2564 ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม พร้อมข้อเสนอแนะกับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่รวดเร็ว ที่ไทยต้องรู้เท่าทันเทคโนโลยีที่เป็นตัวนำทุนนิยม

    “ทักษิณ” ส่องทางรอด ศก.ไทย

    เมื่อวันที่ 1 ม.ค. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผ่านช่องทางออนไลน์แอปซูม จากนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจไทยว่า วันนี้ต้องหาความพอดีระหว่างความเป็นอยู่กับการป้องกันโรค ต้องให้เศรษฐกิจเปิดตลาดมันเดินไปได้ ไม่เช่นนั้นคนหาเช้ากินค่ำอยู่กันลำบาก เรามีปัญหาเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจเป็นระบบโบราณก่อนอนาล็อก ควรยกเครื่องหมด การกระจายรายได้ยังไม่ดีพอ ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยมีสูง ต้องสร้างโอกาสให้คนเหล่านี้ และควรรู้เท่าทันต่างประเทศ วันนี้ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ปลาเร็วกินปลาช้า ต่างประเทศยื่นแขนขาผ่านคำว่าแพลตฟอร์มมาหากินถึงบ้านเรา ล้วงทั้งกระเป๋าทั้งข้อมูล ส่วนการปฏิรูประบบราชการต้องใช้เทคโนโลยีช่วย ปรับปรุงการบริหารลดกำลังคนให้น้อยลง ลดการทุจริตให้น้อยลง และต้องสร้างแพลตฟอร์มของไทยขึ้นมาโดยคนรุ่นใหม่ วันนี้เราเห็นแพลตฟอร์มต่างประเทศเป็นขนมหวาน แต่ความจริงมันเป็นยาพิษ ดังนั้นต้องสร้างแพลตฟอร์มไทยให้แข็งแรง ต่อไปหลายประเทศจะสร้างระบบป้องกันตัวเอง แล้วเห็นแก่ตัวมากขึ้น

    แนะทำแพลตฟอร์มใช้เอง

    ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝากอะไรถึงรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ นายทักษิณตอบว่า ประเทศไทยมีการท่องเที่ยวเป็นหัวใจสำคัญ ตรงนี้ควรส่งเสริม ส่วนการส่งออก ต้องถามว่าส่งออกอะไร ไม่ต้องเน้นปริมาณ ควรเน้นคุณภาพ รวมถึงด้านเทคโนโลยี แพลตฟอร์มไหนที่เข้ามากินเราเยอะไป เราจะจัดการอย่างไร เราสร้างแพลตฟอร์มไหนขึ้นไปชน การส่งเสริมเด็กให้รู้จักเอไอมากขึ้น อย่างนายศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปป์ ลูกชาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ขณะนี้เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยในอังกฤษ เคยนั่งคุยสมัยเพิ่งจบไฮสกูลแต่มีความรู้เหมือนจบปริญญาโท เพราะเรียนรู้มีข้อมูลเข้าไปในหัวมากกว่า ไทยสามารถทำแพลตฟอร์มเหมือนต่างประเทศได้หมด เราสามารถทำเฟซบุ๊กของไทยได้ วันนี้เฟซบุ๊กรู้นิสัยคนไทยมากกว่ารัฐบาลไทยเสียอีก

    ฟันธงอีก 8 ปีจีนแซงสหรัฐฯ

    เมื่อถามว่า อยากเห็นการเมืองไทยเป็นอย่างไร นายทักษิณตอบว่า เราต้องรู้เท่าทันทุนนิยม เทคโนโลยีเป็นตัวนำทุนนิยม เช่น จีนรู้ว่าแพลตฟอร์มของสหรัฐอเมริกากำลังเข้ามา จีนปิดบล็อกแล้วทำแพลตฟอร์มขึ้นมา จนมีความแข็งแรง อีก 8 ปีข้างหน้าจะแซงสหรัฐฯเป็นอันดับ 1 ของโลก ระบบทุนนิยมที่เปลี่ยนไปต้องทำระบบการศึกษารองรับ สร้างโอกาสให้ประชาชน อย่าไปคิดแบบเก่า อย่าไปอยู่กับประวัติศาสตร์หรือเรื่องเก่าๆที่เคยสำเร็จ เมื่อถามว่า เสถียรภาพการเมืองไทยยังไม่นิ่ง ทำอย่างไรให้คนไทยเดินไปด้วยกัน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจได้ นายทักษิณตอบว่า สมัยตนเป็นนายกฯ โลกยุคโซเชียลประชาชนเรียนรู้ได้หลายแหล่ง ฉะนั้นทุกอย่างต้องเป็นความจริงต้องรู้จริง อย่าโกหก อย่าเอาเรื่องรู้ไม่จริงมาพูด เพราะทุกอย่างมีบันทึกไว้หมด

    ขอผู้เฒ่าอย่ามัวแต่หลงอดีต

    นายทักษิณกล่าวอีกว่า ฝ่ายการเมืองต้องมีคุณภาพ ถ้าการเมืองดีคุณภาพของคนที่เข้ามาจะมีมากขึ้น ถ้าการเมืองไม่ดีคนที่มีคุณภาพไม่อยากเข้ามา การเมืองต้องแข็งแรง ต้องเป็นธรรม เป็นประชาธิปไตยจริง จะได้คนดีและคนเก่งเข้ามาบริหารประเทศอยู่ที่รัฐธรรมนูญเป็นอย่างไร รัฐธรรมนูญอยู่คงทนหรือไม่ รัฐธรรมนูญไทยเปลี่ยนบ่อยกว่ากฎหมายธรรมดา ถ้าได้รัฐธรรมนูญดีไม่ฉีกเรื่อยๆ การเมืองย่อมแข็งแรง รัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นฉบับของประชาชน ควรยึดเป็นหลักแล้วปรับแก้ไขจะง่ายและเร็วขึ้น แต่เป็นธรรมชาติของมนุษย์เมื่อได้เปรียบก็ไม่อยากให้ความได้เปรียบนั้นหายไป อยากรักษาความได้เปรียบต่อ รัฐธรรมนูญเลยกลายเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง และเราไม่สามารถปกปิดเด็กได้ว่าอย่ารู้เรื่องนั้นเรื่องนี้ เขาสามารถรู้ได้หมดจากการค้นคว้า ผู้ใหญ่ควรอยู่บนโลกของความเป็นจริง อย่าไปอยู่บนโลกแห่งอดีตมากนัก แม้อดีตเป็นสิ่งที่เราควรเรียนรู้ แต่ไม่ใช่สิ่งที่เราคาดหมาย

    โอดไม่ได้เป็นท่อน้ำเลี้ยงเด็ก

    เมื่อถามว่ามองการชุมนุมกลุ่มราษฎรอย่างไร นายทักษิณตอบว่า เป็นสิ่งที่ควรรับฟัง อะไรทำได้หรือทำไม่ได้ต้องอธิบาย บางครั้งไม่ฟังทำให้เกิดการต่อต้าน แต่ถ้าฟังมากไปโดยไม่มีเหตุไม่มีผลก็ไม่ได้ ทุกอย่าง มีเหตุมีผล ต้องมีการส่งสารที่ชัดเจน เมื่อถามว่าโดนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นท่อน้ำเลี้ยงม็อบราษฎร นายทักษิณตอบว่า “คิดอะไรไม่ออกก็ต้องคิดถึงผมไว้ก่อน 10 กว่าปีแล้วนะ ลำพังอยู่เมืองนอกค่าใช้จ่ายก็สูงอยู่ ต้องทำมาหากิน ถามว่าผมได้อะไร คนก็ว่าไปเรื่อยเปื่อย มันไม่เกี่ยวกับผม ชีวิตผมเป็นชีวิตที่อิสระแล้ว เพียงแต่ใจมันยังรักประเทศอยู่ ห่วงใยประชาชน ไม่อยากให้เขาลำบาก ยังเคารพสถาบันสูงสุดอยู่ตลอดเวลาไม่เปลี่ยนแปลง” เมื่อถามว่าทำไมยังมีกระแสข่าวจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติหรือรัฐบาลปรองดองอยู่ตลอดเวลา นายทักษิณตอบว่า บ้านเรามองทุกอย่างเป็นการเมืองหมด ใครอยากปล่อยข่าวอะไรก็ปล่อย เป็นการเมืองไปหมด เยอะไป แต่การบ้านน้อยไป ถ้าการเมืองน้อยกว่านี้แล้วการบ้านมากกว่านี้ ประเทศคงดี แม้แต่ไปนั่งกินกาแฟตอนเช้ายังคุยแต่เรื่องการเมือง

    ถ้า รธน.เข้มแข็งบ้านเมืองดีแน่

    เมื่อถามว่ามองการเมืองปี 2564 อย่างไร นายทักษิณตอบว่า คงไม่ไปไหนจนกว่าข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมได้รับการแก้ไขในมุมกว้าง ทำให้การเมืองเปลี่ยนแปลงได้ รัฐบาลต้องทำให้โครงสร้างรัฐธรรมนูญเอื้ออำนวย ต้องสร้างบรรยากาศให้เกิดการเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจมากขึ้น ให้คนทำมาหากินได้ แล้วค่อยพัฒนาคุณภาพทางเศรษฐกิจให้ดีขึ้นต่อไป จากนั้นค่อยปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ รวมถึงปฏิรูประบบการศึกษาในด้านเทคโนโลยี สุดท้ายทำทุกเรื่องด้วยความรู้เท่าทันทุนนิยมโลก รู้เท่าทันแพลตฟอร์ม แต่ตอนนี้โครงสร้างรัฐธรรมนูญทำให้ระบบการเมืองอ่อนแอ มีคนคุมโควตาอยู่ สมัยที่พรรคไทยรักไทยได้รับชัยชนะมาก ทำให้เราเลือกคนได้เยอะขึ้น อันนี้อยู่ที่การเมือง ไม่ได้อยู่ที่ตน เพราะไม่ได้เป็นคนเก่งกาจอะไร แต่เป็นจังหวะที่รัฐธรรมนูญแข็งแรง

    อยากกลับบ้านเลี้ยงหลานเต็มแก่

    เมื่อถามว่ายังมีคนในตระกูลชินวัตรลงมาเป็นผู้นำการเมืองอีกหรือไม่ นายทักษิณตอบพลางหัวเราะว่า “พอก่อนครับ ตอนนี้คงต้องร้องเพลงเจ็บนี้อีกนาน ถามว่าอยากกลับประเทศหรือไม่ ผมอยากกลับมาเลี้ยงหลานผม วันนี้ผมมีหลาน 3 คน กำลังจะมีคนที่ 4 ในเดือนหน้านี้แล้ว ผมแก่แล้วอยากเลี้ยงหลาน ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ตอนนี้ใครอยากขอคำปรึกษาหรืออะไรก็ตาม ในฐานะที่ผมเคยเป็นอาจารย์เก่า ผมชอบอธิบายและสอนคนอยู่แล้ว ผมสามารถทำหน้าที่พวกนี้ได้ แต่เรื่องการเมืองนั้น ผมแก่แล้ว วัย 72 จะไปนั่งทำการเมืองอะไรอีก มีแต่ห่วงบ้านเมืองเท่านั้น แต่จะกลับเมืองไทยเมื่อไรไม่ใช่ผมเป็นคนกำหนด ผมไม่ได้เป็นคนกำหนด” เมื่อถามย้ำว่าแต่อยากกลับใช่หรือไม่ นายทักษิณตอบว่า “แน่นอน ผมอยากเลี้ยงหลาน วัยของผมนี้เรียกว่าวัยรักลูกหลงหลาน”

    ปี 64 โลกยังระบมกับโรคระบาด

    นายทักษิณกล่าวอวยพรปีใหม่ 2564 ว่า ขอบคุณทุกคนที่คิดว่ายังมีคุณค่าต่อประเทศอยู่ อยากฝากว่าปีนี้เป็นปีที่หนักหน่อย ทั้งโลกระบมกับโรคระบาด แม้มีวัคซีน แต่ไม่สามารถฉีดวัคซีนได้หมด 100 เปอร์เซ็นต์ บางประเทศยังไม่สามารถให้วัคซีนฟรีกับประชาชนได้ โรคทำให้โลกเปลี่ยนแปลงไปเยอะ อยากบอกกับทุกคนว่าอย่าประมาท อยู่ให้แข็งแรงปลอดภัย อย่าการ์ดตก และรีบทำมาหากิน พยายามเรียนรู้ใหม่ ให้ตัวเองปรับตัว ความอดทนและความพยายามเท่านั้นที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในโลกใหม่ “ขอให้คนไทยทุกคนที่ผมรักและคิดถึงพบสิ่งดีๆ และพบสิ่งที่เป็นปัจจัยที่จะทำให้ตัวเองทำมาหากินได้ในโลกยุคใหม่ และอยู่รอดไปกับมันให้ได้ ขอให้ทุกคนแข็งแรงปลอดภัย และเอาชนะทางเศรษฐกิจได้ทุกคน”

    พท.ยืนเคียงข้างก้าวไปด้วยกัน

    ขณะที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า แม้ปี 2564 คาดการณ์ว่าจะเป็นปีที่หนักหนาสาหัสกว่าปี 2563 สถานการณ์ต่างๆ อาจรุนแรงกว่าปัจจุบัน แต่พรรคเพื่อไทยหวังว่าประชาชนจะก้าวข้ามอุปสรรคในอนาคตอันใกล้นี้ไปด้วยกัน ขอเพียงทุกคนตื่นรู้ ตระหนักใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง พรรคเพื่อไทยยังคงเดินหน้าทำงานหนักรับใช้ประชาชนทุกคน เราพร้อมยืนเคียงข้างคนไทยทุกคนเหมือนที่เป็นมา และจะทำหน้าที่ของเราอย่างดีที่สุด ในวิกฤติยังมีโอกาส ขอให้ทุกคนมีความหวัง ในปี 2564 เราทุกคนจะก้าวข้ามอุปสรรคไปด้วยกัน ขอให้ประชาชนกินดีอยู่ดี มีงานทำ เกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้น ผู้ประกอบการทุกคนมียอดขายที่ดี

    “สุทิน” รับมีคนสวนทางนายใหญ่

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หยิบยกกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ช่วยผู้สมัครนายก อบจ. พรรคเพื่อไทยหาเสียง อาจเข้าข่ายเป็นการครอบงำพรรคการเมือง มีสิทธิให้ถูกยุบพรรคได้ จนเกิดกระแสข่าวว่ามีกรรมการบริหารบางส่วน อาทิ นายสุทิน คลังแสง น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ นายไชยา พรหมา รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมการบริหารพรรค ไม่เห็นด้วยและแสดงความเห็นคัดค้านการเคลื่อนไหวของนายทักษิณ เพราะเกรงจะมีปัญหาข้อกฎหมายตามมา พร้อมทำหนังสือแสดงความจำนงขอคัดค้านต่อที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยไปแล้ว และ น.อ.อนุดิษฐ์กับนายชวลิต ยื่นหนังสือขอลาออกจาก กก.บห. ตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค. ก่อนการเลือกตั้งนายก อบจ. นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวยอมรับว่า กก.บห. และสมาชิกพรรคมีความเห็นในเรื่องนี้แตกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายหนึ่งเชื่อว่าไม่ผิดกฎหมาย ส่วนอีกฝ่ายกังวลว่าอาจเกิดผลกระทบได้ จึงมี กก.บห.บางส่วนทำหนังสือแสดงความจำนงขอคัดค้านต่อที่ประชุม กก.บห.พรรคเพื่อไทยไปแล้ว

    พปชร.แซะ พท.ทบทวนตัวเอง

    นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ตามที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่าของขวัญปีใหม่ที่ประชาชนอยากได้คือ นายกฯลาออกนั้น ถือว่าสวนทางกับผลสำรวจโพล“ที่สุดแห่งปี” ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้รับความนิยมถูกโหวตให้เป็นนักการเมืองชายที่ประชาชนชื่นชอบมากที่สุด นโยบาย โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และการดูแลประชาชนได้รับเสียงชื่นชมต่อเนื่อง สิ่งที่นายอนุสรณ์อ้างว่าโครงการรัฐบาลเข้าถึงได้ยาก หรือเข้าถึงได้เฉพาะกลุ่มนั้น เป็นเพราะการป้องกันไม่ให้เกิด “ผี” ขึ้น ป้องกันการทุจริต ไม่เหมือนโครงการรับจำนำข้าวที่พบว่ามีการทุจริตมโหฬาร อยากให้นายอนุสรณ์ใช้เวลาช่วงปีใหม่นี้ คิดทบทวนผลงานในปีที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทยไปแล้วมากน้อยแค่ไหน

    “ชวน” ลั่นเดินหน้าสมานฉันท์

    วันเดียวกัน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานรัฐสภา กล่าวว่า ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา รัฐสภาในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติปฏิบัติหน้าที่ออกกฎหมาย และตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร ตามวิถีทางประชาธิปไตย เสนอปัญหาของประชาชนทำหน้าที่อย่างแข็งขันจริงจัง ณ โอกาสนี้ ในห้วงเวลาที่สังคมมีความขัดแย้ง รัฐสภาได้รับมอบหมายเรื่องสมานฉันท์ มีการใช้กลไกหน่วยงานในกำกับ คือ สถาบันพระปกเกล้ามาร่วมหาแนวทางลดความขัดแย้ง สร้างความปรองดอง เชื่อว่าคณะกรรมการชุดดังกล่าวที่ประกอบด้วยบุคคลหลายฝ่าย จะเริ่มประชุมกำหนดแนวทางช่วงต้นปี 2564 แต่สิ่งนี้จะสำเร็จได้ต้องได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากทุกฝ่ายผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวนยังมอบ ส.ค.ส.ปีใหม่ 2564 เป็นภาพวาดมโนราห์ พร้อมข้อความว่า “ขอให้ท่านและครอบครัวเจริญด้วยจตุรพิธพรชัยตลอดไป”

    “จุรินทร์” วอนร่วมใจผ่านวิกฤติ

    นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ภาพ ส.ค.ส.สวัสดีปีใหม่ 2564 ลงเฟซบุ๊ก ระบุข้อความอวยพรว่า “ในวารดิถีขึ้นปีใหม่ 2564 ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากล บันดาลดลให้ท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุขสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล และสัมฤทธิผลในสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการ ขอให้ปี 2564 เป็นปีแห่งความร่วมมือร่วมใจของคนไทยทุกคน ที่จะร่วมกันพาประเทศผ่านพ้นทุกวิกฤติไปได้ด้วยความราบรื่น นำไปสู่ความหวังและความสุขที่แท้จริงตลอดปีและตลอดไปครับ”

    “บัญญัติ” ชี้ปี 64 ยังวุ่นวายไม่จบ

    ด้านนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ กรรมการที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ภาพรวมการเมืองปี 2564 คงไม่น่าต่างจากปีที่ผ่านมา ที่สำคัญคงยุ่งวุ่นวายไม่น้อยหรืออาจมากกว่าด้วยซ้ำ ทั้งการชุมนุมของกลุ่มเดิม การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการเลือกตั้งท้องถิ่นส่วนที่เหลือ แต่การชุมนุมอาจต้องชะลอออกไป เพราะการระบาดของโควิดรอบใหม่นี้ไม่ใช่ของเล่น ผู้ชุมนุมต้องคิดถึงสวัสดิภาพตนเองเช่นกัน ขณะที่พ่อแม่ผู้ปกครองเยาวชนคงคุมเข้มเพราะหวั่นอันตรายที่จะเกิดขึ้น โอกาสความขัดแย้งจะมีมากกว่าเดิมส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ชัดสุดคือมี ส.ว.กลุ่มหนึ่งแสดงความไม่เห็นด้วยชัดเจน ที่สุดแล้วถ้าแก้ไขไม่ได้จริงๆ จะเกิดความขัดแย้งในสังคมไปอีกไกล และการแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจเป็นเหตุการณ์แห่งปี 2564 อีกปีก็ได้

    ศึกซักฟอกทำการเมืองเปลี่ยน

    นายบัญญัติกล่าวต่อว่า ความขัดแย้งเรื่องรัฐธรรมนูญถือเป็นเชิงอุดมการณ์ เมื่อความขัดแย้งอยู่ท่ามกลางเสียงเรียกร้อง ถ้า ส.ว.ไม่ยอมให้ผ่านถือเป็นเรื่องที่น่ากังวล ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความระแวงแคลงใจเรื่องการรักษาความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง และการสืบทอดอำนาจ แต่ยังมี ส.ว.ไม่น้อยที่พร้อมให้ความร่วมมือแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนท่าทีของรัฐบาลอีกไม่นานเราคงรู้ว่าใครเป็นอย่างไรอีกปัจจัยคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่ต้องมีแน่นอน น่าจะเป็นอีกประเด็นร้อน ส่วนจะส่งผลทางการเมืองอย่างไรนั้น อยู่ที่รูปธรรมของการทุจริต แม้ที่ผ่านมาทำอะไรรัฐบาลได้ยาก เพราะมีเสียงสนับสนุนเพียงพอ แต่หลายครั้งชี้ให้เห็นถึงการทุจริตที่เป็นรูปร่างชัดเจนมากขึ้น อาจมีการปรับ ครม.ตามมา สรุปปี 2564 ยังมีความวุ่นวายสับสนยุ่งเหยิงอยู่บ้าง แต่ระบอบประชาธิปไตยก็เป็นเช่นนี้

    ภท.เมินฝ่ายค้านล็อกเป้า “หนู”

    นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ แกนนำพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวว่า การเมืองปี 64 ปัญหาเศรษฐกิจถือเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องทำควบคู่ไปกับการควบคุมโควิด ขณะที่ภาพรวมของทางการเมืองในรัฐสภา จะเป็นโหมดแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ที่ฝ่ายค้านพุ่งเป้ามาที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยนั้น ถามว่าวันนี้รัฐบาลแก้ไขปัญหาโควิด-19 ไม่ดีตรง ไหน ที่ผ่านมาสภาฯมีการอภิปรายเรื่องนี้กัน ยังไม่เห็นว่า รมว.สาธารณสุข บกพร่องการทำงานตรงไหน พรรคเราไม่มีเรื่องการทุจริต

    บึมการเมืองแรกปีกระทิงไฟ

    เมื่อเวลา 00.20 น. วันที่ 1 ม.ค. พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.ชนะสงคราม รับแจ้งมีเสียงดังคล้ายระเบิด บริเวณลานจอดรถ กองสลากกินแบ่งรัฐบาลเก่า ถนนราชดำเนินกลาง แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร รุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รอง ผบก.น.1 รักษาราชการแทน ผบก.น.1 พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ รอง ผบก.สปพ. เจ้าหน้าที่สืบสวน บก.สส.บช.น. และเจ้าหน้าที่ชุดตรวจพิสูจน์เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนราชดำเนินกลาง ฝั่งกองสลากกินแบ่งรัฐบาลเก่า ใกล้พื้นที่ชุมนุมของกลุ่ม wevo ริมถนนพบรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด สีน้ำเงิน ทะเบียน 3 ฒก 5369 กรุงเทพมหานคร ได้รับความเสียหายที่ฝาครอบล้อรถหน้าซ้าย ใกล้เคียงกันพบเศษท่อน้ำ PVC และตะปูขนาด 1 ซม. ตกอยู่เกลื่อนพื้นถนน มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 4 ราย เป็นผู้หญิง 1 ราย และเด็กผู้ชาย 1 ราย นำตัวส่งโรงพยาบาลกลาง ส่วนอีก 2 ราย ทราบชื่อคือ ส.ต.ท.เกริกเกียรติ สุริยะโวหาร ผบ.หมู่งานสืบสวน สน.สำราญราษฎร์ และนายชัชวาล กาจนะหุต ได้รับบาดเจ็บที่ข้อศอกและหลัง

    คุ้นหน้าคนร้ายเป็นกลุ่มอาชีวะ

    ด้านพ่อค้าและการ์ดผู้ชุมนุมที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์มา 2 คน ขว้างระเบิดมาบริเวณรถกระบะที่เกิดเหตุ ดูกล้องวงจรปิดคาดว่าคนร้ายเป็นบุคคลที่ทำทีมาขอซื้อกุ้งเมื่อช่วงเย็น ยังคุ้นหน้าว่าเคยเป็นกลุ่มอาชีวะ ส่วนรายละเอียดไม่ขอเปิดเผย ส่วนเจ้าของรถกระบะคันที่เกิดเหตุ ให้การว่าระหว่างแวะรอซื้อกุ้ง และนั่งฟังดนตรี ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด วิ่งออกมาดูพบรถกระบะได้รับความเสียหาย ยืนยันไม่เคยมีเรื่องบาดหมางหรือทะเลาะกับบุคคลใด ขอให้เป็นเรื่องการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

    191 ชี้เป็นระเบิดไปป์บอมบ์

    พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ รอง ผบก.สปพ. ระบุว่า เป็นระเบิดชนิดแรงดันต่ำ หรือไปป์บอมบ์ คนร้ายใช้ดินระเบิดแรงดันต่ำ และเศษตะปูใส่ลงในท่อสีฟ้าก่อนโยนใส่บริเวณที่เกิดเหตุ อยู่ระหว่างเก็บพยานหลักฐานไปตรวจสอบเพิ่มเติม เช่นเดียวกับ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เปิดเผยว่า ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเหตุจูงใจมาจากสาเหตุใด เป็นกลุ่มมือที่สามมาสร้างสถานการณ์หรือไม่ จากการรวบรวมพยานหลักฐานเชื่อว่ามีบุคคลต้องสงสัย 2 คน แต่งกายมิดชิดขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาก่อเหตุ ผู้บาดเจ็บทั้ง 4 ราย ไม่ได้เป็นผู้ร่วมชุมนุมหรือทำกิจกรรมขายกุ้งเคาต์ดาวน์บริเวณนั้น ขอเวลารวบรวม พยานหลักฐานก่อน

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      ข้อเสนอต่อรองกลุ่มธรรมนัส : ขีดเส้นใต้เมืองไทย
      10:47

      ข้อเสนอต่อรองกลุ่มธรรมนัส : ขีดเส้นใต้เมืองไทย

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      การเมืองเศรษฐกิจเศรฐกิจไทยทุนนิยมม็อบเด็กท่อน้ำเลี้ยงข่าวหน้า1

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันศุกร์ที่ 28 มกราคม 2565 เวลา 17:13 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์