เปรยอยากกลับมาเลี้ยงหลาน “ทักษิณ” ตอบเรื่องการเมือง ไขข้อสงสัยท่อน้ำเลี้ยงม็อบ

ข่าว

    เปรยอยากกลับมาเลี้ยงหลาน “ทักษิณ” ตอบเรื่องการเมือง ไขข้อสงสัยท่อน้ำเลี้ยงม็อบ

    ไทยรัฐออนไลน์

    1 ม.ค. 2564 15:10 น.

    อดีตนายกฯ “ทักษิณ” ตอบเรื่องการเมือง มอง รัฐธรรมนูญกลายเป็นเครื่องมือต่อรอง ไขข้อสงสัยเป็นท่อน้ำเลี้ยงม็อบราษฎร เปรย อยากกลับไทยเลี้ยงหลาน

    วันที่ 1 ม.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผ่านออนไลน์จากนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กล่าวในช่วงหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ผ่านทางออนไลน์ โดยตอบคำถามอื่นๆ นอกเหนือเรื่องโควิด-19 ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมือง รวมถึงการชุมนุมของกลุ่มราษฎร ดังนี้

    อยากเห็นการเมืองไทยเป็นอย่างไร และทำอย่างไรให้การเมืองเป็นเช่นนั้น

    • ประเทศไทยต้องรู้เท่าทันทุนนิยม เทคโนโลยีเป็นตัวนำทุนนิยม เช่น ประเทศจีนรู้ว่าแพลตฟอร์มของสหรัฐอเมริกากำลังเข้ามา จีนปิดบล็อกแล้วทำแพลตฟอร์มขึ้นมาจนมีความแข็งแรง อีก 8 ปีข้างหน้าจะแซงสหรัฐอเมริกาเป็นอันดับ 1 ของโลก ดังนั้น ไทยต้องรู้เท่าทันเทคโนโลยี ระบบทุนนิยมที่เปลี่ยนไปแล้วทำระบบการศึกษารองรับ สร้างโอกาสให้ประชาชน อย่าไปคิดแบบเก่า อย่าไปอยู่กับประวัติศาสตร์หรือเรื่องเก่าๆ ที่เคยสำเร็จ

    เสถียรภาพการเมืองไทยยังไม่นิ่ง ทำอย่างไรให้คนไทยเดินไปด้วยกันเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจได้

    • โลกยุคโซเชียล ประชาชนเรียนรู้ได้หลายแหล่ง ฉะนั้นทุกอย่างต้องเป็นความจริง ต้องรู้จริง อย่าโกหก อย่าเอาเรื่องรู้ไม่จริงมาพูด เพราะทุกอย่างมีบันทึกไว้หมด การรู้จริงและพูดจริงเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการ เขาพร้อมเดินตามสิ่งที่เป็นอนาคตของพวกเขา เราจึงต้องทำให้เห็นว่าสิ่งที่เราทำนั้นเป็นประโยชน์ต่อพวกเขา

    การเมืองเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ประชาชนเดินไปด้วยกัน สามารถขับเคลื่อนประเทศไปด้วยกันได้?

    • อันนั้นแน่นอนอยู่แล้ว เพราะการบริหารประเทศนำโดยฝ่ายการเมือง ฝ่ายการเมืองต้องมีคุณภาพ ถ้าการเมืองดี คุณภาพของคนก็จะเข้ามาได้มากขึ้น ถ้าการเมืองไม่ดี คนที่มีคุณภาพก็จะถอยลงไป ไม่อยากเข้ามา การเมืองต้องแข็งแรง การเมืองต้องมีความเป็นธรรม เป็นประชาธิปไตยจริงๆ เพราะถ้าการเมืองไม่เป็นธรรม คนดีก็ไม่กล้าเข้ามา จะได้คนดีและคนเก่งเข้ามาบริหารประเทศอยู่ที่รัฐธรรมนูญเป็นอย่างไร รัฐธรรมนูญอยู่คงทนหรือไม่ รัฐธรรมนูญไทยเปลี่ยนบ่อยกว่ากฎหมายธรรมดาด้วยซ้ำไป ดังนั้นถ้าได้รัฐธรรมนูญดี ไม่ฉีกรัฐธรรมนูญเรื่อยๆ การเมืองย่อมแข็งแรง รัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นฉบับของประชาชน ควรยึดเป็นหลักแล้วปรับแก้ไขจะง่ายและเร็วขึ้น แต่เป็นธรรมชาติของมนุษย์ เมื่อได้เปรียบก็ไม่อยากให้ความได้เปรียบนั้นหายไป อยากรักษาความได้เปรียบต่อ รัฐธรรมนูญเลยกลายเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง

    “ถ้าคิดว่าเรากำลังร่วมกันทำรัฐธรรมนูญเพื่อประเทศในระยะยาวและอนาคตของลูกหลาน เด็กมองเห็นอนาคตก็มีคนมาคอยผลักดันให้ประเทศก้าวหน้าต่อไป แต่วันนี้เด็กมองไม่เห็นอนาคต เราไม่สามารถปกปิดเด็กได้ว่าอย่ารู้เรื่องนั้น อย่ารู้เรื่องนี้ เขาสามารถรู้ได้หมดจากการค้นคว้า ผู้ใหญ่ควรอยู่บนโลกของความเป็นจริง อย่าไปอยู่บนโลกแห่งอดีตมากนัก แม้อดีตเป็นสิ่งที่เราควรเรียนรู้ แต่ไม่ใช่เป็นสิ่งที่เราคาดหมาย”

    มองการชุมนุมกลุ่มราษฎรอย่างไร

    • เป็นสิ่งที่ควรรับฟัง อะไรทำได้หรือทำไม่ได้ก็ต้องอธิบาย บางครั้งไม่ฟังเกินไปก็ทำให้เกิดการต่อต้าน แต่ถ้าฟังมากไปโดยไม่มีเหตุไม่มีผลก็ไม่ได้ ทุกอย่างมีเหตุมีผล ดังนั้นใครพูดอะไรก็มาฟัง ถ้าทำได้ก็ทำ ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องอธิบาย ต้องมีการส่งสารที่ชัดเจน

    เหตุใดจึงโดนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นท่อน้ำเลี้ยงม็อบราษฎร

    • “ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นแล้วคิดไม่ออกก็ต้องคิดถึงผมไว้ก่อน 10 กว่าปีแล้วนะ ลำพังอยู่เมืองนอกค่าใช้จ่ายก็สูงอยู่ ต้องทำมาหากินอยู่เมืองนอก แล้วถามว่าผมได้อะไร บางทีบางครั้งคนก็ว่าไปเรื่อยเปื่อย มันไม่เกี่ยวกับผม ชีวิตผมนั้นเป็นชีวิตที่อิสระแล้ว เพียงแต่ว่าใจมันยังรักประเทศอยู่ ห่วงใยประชาชนไม่อยากให้เขาลำบากเท่านั้นเอง ยังเคารพสถาบันสูงสุดอยู่ตลอดเวลาไม่เปลี่ยนแปลง”

    ทำไมยังมีกระแสข่าวจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติหรือรัฐบาลปรองดองอยู่ตลอดเวลา

    • บ้านเรามองทุกอย่างให้เป็นการเมืองหมด ใครอยากปล่อยข่าวอะไรเพื่อเกิดประโยชน์อะไรก็ปล่อย เป็นการเมืองไปหมด การเมืองเยอะไป แต่การบ้านน้อยไป ถ้าการเมืองน้อยกว่านี้แล้วการบ้านมากกว่านี้ ประเทศคงจะดี แม้กระทั่งไปนั่งกินกาแฟตอนเช้าก็ยังคุยแต่เรื่องการเมือง

    มองการเมืองปี 2564 อย่างไร

    • คงไม่ไปไหนจนกว่าข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมได้รับการแก้ไขในมุมกว้าง และทำให้การเมืองเปลี่ยนแปลงได้ การเมืองเปลี่ยนแปลงได้ก็อยู่ที่ไบเบิลของมัน คือรัฐธรรมนูญ

    มีข้อเสนอต่อรัฐบาลอย่างไรเพื่อให้ประเทศไทยหลุดจากหล่มความขัดแย้งไปสู่อนาคตที่ดี

    • ต้องทำให้โครงสร้างรัฐธรรมนูญเอื้ออำนวย เปิดให้คนมีความรู้ความสามารถเข้ามาช่วยบริหารจัดการประเทศ ต้องสร้างบรรยากาศให้เกิดการเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจมากขึ้น มีกิจกรรมที่ทำให้คนสามารถทำมาหากินได้ แล้วค่อยพัฒนาคุณภาพทางเศรษฐกิจให้ดีขึ้นต่อไป จากนั้นค่อยปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ รวมถึงปฏิรูประบบการศึกษาในด้านเทคโนโลยี สุดท้ายทำทุกเรื่องด้วยความรู้เท่าทันทุนนิยมโลก รู้เท่าทันแพลตฟอร์มที่เข้ามาแย่งชิงผลประโยชน์ให้กับประเทศ แต่ตอนนี้โครงสร้างรัฐธรรมนูญทำให้ระบบการเมืองอ่อนแอ มีคนคุมโควตาอยู่ กลายเป็นว่าเราไม่สามารถจัดการอะไรได้ สังเกตได้จากสมัยที่พรรคไทยรักไทยได้รับชัยชนะมาก ทำให้เราเลือกคนได้เยอะขึ้น ทำให้เราได้คนที่สามารถบริหารจัดการได้มาช่วยทำงาน อันนี้อยู่ที่การเมือง ไม่ได้อยู่ที่ตน เพราะไม่ได้เป็นคนเก่งกาจอะไร แต่เป็นจังหวะที่รัฐธรรมนูญแข็งแรง

    ยังมีคนในตระกูลชินวัตรเข้ามาลงเป็นผู้นำการเมืองอีกหรือไม่

    • “พอก่อนครับ ตอนนี้คงต้องร้องเพลงเจ็บนี้อีกนาน”

    ออกจากประเทศไปนานได้พูดคุยกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือไม่ว่าเมื่อไรจะกลับประเทศไทย

    • “ถามว่าอยากกลับประเทศหรือไม่ ผมอยากกลับมาเลี้ยงหลานของผม วันนี้ผมมีหลาน 3 คน กำลังจะมีคนที่ 4 ในเดือนหน้านี้แล้ว ผมแก่แล้วอยากเลี้ยงหลาน ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ตอนนี้ใครอยากขอคำปรึกษาหรืออะไรก็ตาม ในฐานะที่ผมเคยเป็นอาจารย์เก่า ผมชอบอธิบายและสอนคนอยู่แล้ว ผมก็สามารถทำหน้าที่พวกนี้ได้ แต่เรื่องการเมืองนั้น ผมแก่แล้ว วัย 72 จะไปนั่งทำการเมืองอะไรอีก มีแต่ห่วงบ้านเมืองเท่านั้นเอง แต่จะกลับเมืองไทยเมื่อไรนั้น ไม่ใช่ผมเป็นคนกำหนด ผมไม่ได้เป็นคนกำหนด” เมื่อถามย้ำว่าแต่อยากกลับใช่หรือไม่ นายทักษิณ ตอบว่า “แน่นอน ผมอยากเลี้ยงหลาน วัยของผมนี้เรียกว่าวัยรักลูกหลงหลาน”

    (ภาพจากอินสตาแกรม thaksinlive)

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      อย่าหาทำ! หนุ่มพิเรนทร์ นอนซิ่ง จยย.ท้านรก ชิลแบบนี้นอนอยู่บ้านมั้ยคุณพี่?
      03:07

      อย่าหาทำ! หนุ่มพิเรนทร์ นอนซิ่ง จยย.ท้านรก ชิลแบบนี้นอนอยู่บ้านมั้ยคุณพี่?

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ทักษิณ ชินวัตรทักษิณแก้รัฐธรรมนูญม็อบราษฎรชุมนุมข่าวการเมือง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันศุกร์ที่ 28 มกราคม 2565 เวลา 17:39 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์