พลิกตำราดวงเมืองปี 64 คนไทยมีภัยรุมเร้าสุดโต่ง

ข่าว

    พลิกตำราดวงเมืองปี 64 คนไทยมีภัยรุมเร้าสุดโต่ง

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

      2 ม.ค. 2564 05:05 น.

      แม้ว่า “ประเทศไทย” ก้าวผ่านปี 2563 เข้าสู่ศักราชใหม่ 2564 แต่ “ดวงเมืองไทย” ยังหนีไม่พ้นต้องเผชิญกับความขัดแย้งทางการเมือง และโรคระบาดรุนแรง ที่กระโดดข้ามปีตามมาด้วยเช่นกัน ส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจไทยถดถอยต่อเนื่อง ที่ยังไม่รู้แน่นอนว่าจะจบเมื่อไหร่แบบใดด้วยซ้ำ

      ด้วยเหตุเพราะ “โหราศาสตร์ไทย” มีการออกมาทำนายทายทัก “ชะตากรรมคนไทย” ด้วยการใช้ห้วงเวลา และตำแหน่งดวงดาวบนท้องฟ้านำมาผูก “ดวงเมือง” ตั้งต้นการทำนายได้เห็นถึง “ประเทศไทยยังเจอเคราะห์หนัก” อยู่เช่นเดิม ที่มีแนวโน้มส่งผลต่อ “คนไทย” ให้เจอวิกฤติมรสุมร้อนแรงแสนสาหัสนี้ต่อไปอีก

      คำทำนายเหตุการณ์ดวงบ้านดวงเมืองนี้ ภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ บอกว่า ด้วยเหตุ “การเมืองไทย” ยังถูกผูกเชื่อมโยงต่อเนื่องจากปี 2563 ในปรากฏการณ์ “ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์” มีการโคจรไล่ล่ามาทันจนซ้อนทับกันได้ใน “ราศีมังกร” ตรงระยะละติจูด 6 องศา 21 ลิปดานี้

      ถ้ามองจาก “โลกเรา” จะเห็นดาว 2 ดวงนี้ มีลักษณะเป็นดาวดวงเดียวเท่านั้น โดยเฉพาะวันที่ 21 ธ.ค.2563 “ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์” จะมีการซ้อนทับกุมกันสนิทมากที่สุด ทำให้ในช่วงนี้ “เหตุบ้านการเมือง” จะร้อนรุ่มถึงขีดสุด ที่เรียกว่า “ดาวแห่งการเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัย” (The Great Conjunction 2020)

      ตามปกติวิถีวงโคจร “ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์” มักมีเวลาไล่ล่าทันกันได้ตามพื้นที่แต่ละราศี ต้องใช้เวลา 20 ปี แต่การไล่ทันซ้อนทับกันเช่นนี้ต้องใช้เวลาราว 397 ปี นับตั้งแต่ “สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม” หรือสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวทรงธรรมอันมหาประเสริฐแห่งกรุงศรีอยุธยา ที่มีความรุ่งเรืองด้านพระพุทธศาสนา

      ต้องขออธิบายอย่างนี้ว่า “ดาวพฤหัสบดี” เป็นประธานฝ่ายศุภเคราะห์ หมายถึง ครูอาจารย์ ความยุติธรรม ศีลธรรม ความดีงาม สติปัญญา การเรียนการศึกษา ชนชั้นปกครอง มักเป็นคุณประโยชน์คุ้มภัยต่อบ้านเมือง ในส่วน “ดาวเสาร์” กลับเป็นประธานฝ่ายบาปพระเคราะห์ หรือเป็นหัวหน้าตัวร้าย ที่เป็นตัวแทนของมหาชน

      ด้วยเหตุนี้ทำให้ “ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์” ต้องถูกจัดให้อยู่ต่างขั้วกันอย่างชัดเจน...

      เมื่อใดก็ตาม “ดาวสองซ้อนทับกุมกัน” ก็ย่อมเกิดเป็นการรวมตัวของความเหลื่อมล้ำ ในความแตกต่างกันสองฝ่าย เช่น ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา ฝ่ายดี-ร้าย คนจน-รวย คนมีการศึกษา-ด้อยการศึกษา คนชั้นสูง-ชั้นต่ำ ดั่งการเกิดความขัดแย้งในการชุมนุมประท้วงกันอย่างที่เป็นอยู่ปัจจุบันนี้

      นับแต่หลังจาก “ดาวสองดวงซ้อนทับกุมกัน” ผ่านพ้นไปแล้วนั้น จะส่งผลให้ “การเมือง” มีแนวโน้มค่อยๆปรับการขับเคลื่อนในกระบวนการไปสู่การเปลี่ยนแปลงยุคใหม่ เพื่อให้เกิดความสมดุลของบุคคล 2 แนวความคิด แต่ทุกฝ่ายอาจต้องยอมเสียสละผลประโยชน์ร่วมกัน ในการให้บ้านเมืองผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยดีได้

      แต่ในการซ้อนทับสนิทกันนี้ก็ยังส่งผลให้เกิดระยะวังกะ (Orbit) ค่าเบี่ยงเบนทางโหราศาสตร์มีมุม 8 องศา และในหนึ่งองศาของ “ดาวเสาร์” สามารถมีระยะเวลาการโคจร 30 วัน ดังนั้นหลังจากดาว 2 ดวงซ้อนทับสนิทกันแล้วก็คงยังได้ผลอิทธิพลรัศมีนี้อยู่ที่ยังก่อให้เกิดความวุ่นวาย “ทางการเมือง” ยาวต่อเนื่องไปถึงในปี 2564 เช่นเดิม

      อีกทั้งในวันที่ 28 ธ.ค.2563 “ดาวพระอังคาร” เทพเจ้าแห่งสงคราม การใช้กำลังความขัดแย้งนี้ได้โคจรย้ายมาใน “ราศีเมษ” ซึ่งเป็นที่ตั้งของลัคนาโลก เดิมก็มี “ดาวมฤตยู” หรือ “ยูเรนัส” อาศัยอยู่แล้ว ทั้งยังทับลัคนาดวงเมือง และทับพระอาทิตย์ดวง มีการทำมุมฉากต่อ “ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์” โคจรอยู่ “ราศีมังกร” ด้วยแล้ว

      เหตุนี้ย่อมนำมาด้วย “ความขัดแย้งรุนแรงยิ่งขึ้น” ที่เป็นตัวเร่งในการส่งเสริมสนับสนุนนำมาต่อการเปลี่ยนแปลง ที่ไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะ “การเมืองไทย” เท่านั้น แต่ยังมีผลต่อ “การเมืองทั้งโลก” ด้วยซ้ำ

      ถ้าศึกษาเฉพาะ “ดาวเสาร์” มีวงรอบโคจรครบ 12 ราศีในเวลา 30 ปี และปี 2564-2565 ก็โคจรมาตก “ราศีมังกร” มีนัยตามวงรอบทางประวัติศาสตร์ที่ดาวเสาร์จรในราศีนี้แล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเสมอ

      ตัวอย่างเช่น...ในปี 2535 เกิดวิกฤติขัดแย้งลุกลามเป็น “จลาจลใจกลางพระนคร” ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ย้อนรอยรอบลงไปอีกในปี 2505 ยุคสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกฯ มีการแย่งชิงอำนาจรัฐของ “ฝ่ายรัฐบาล” และ “กองทัพประชาชนปลดแอก” พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เรียกว่า “วันเสียงปืนแตก”

      ย้อนไปในปี 2475 เกิดการปฏิวัติสยาม และในปี 2445 ก็เกิดเหตุการณ์ “กบฏเงี้ยว” เมืองแพร่ จากการจลาจลของกลุ่มคนอพยพมาจากพม่า ที่ชาวล้านนาเรียกว่า “เงี้ยว” วางแผนปล้นเมืองแพร่ ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น และเวลาไล่เลี่ยกันก็มี “กบฏผีบุญ” จนต้องใช้กำลังปราบปรามเช่นกัน

      ด้วยเหตุ “ดาวเสาร์” โคจรมาตกอยู่ “ราศีมังกร” ในภพที่ 10 เรียกว่า “กรรมะ” หมายถึงการบริหารแผ่นดิน ผู้ใช้อำนาจปกครอง ทั้งยังเล็งมายัง “ดวงจันทร์” ตัวแทน “ประชาชน จิตใจอารมณ์” เมื่อดาว 2 ดวงมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกันเช่นนี้ก็จะมีความขัดแย้งกันรุนแรงเกิดขึ้นอยู่เสมอมา...

      แต่โชคดีที่ยังมี “ดาวพฤหัสบดี” ลักษณะดาวศุภเคราะห์ขนาดใหญ่ ก็โคจรอยู่ใน “ราศีมังกร” ทำให้ยังสามารถเกื้อหนุน เสมือนเป็น “เทวดา” คุ้มครองบรรเทาเรื่องร้ายลดน้อยลงได้บ้าง...

      “ห้วงเวลาสำคัญ คือ เดือน พ.ค.-มิ.ย. และ พ.ย.-ธ.ค.2564 เพราะมีปรากฏการณ์จันทรคราส และสุริยคราสเกิดขึ้น 4 ครั้ง ทางโหราศาสตร์ถือว่า เป็นช่วง “ดวงเมืองตกต่ำสุดขีด” มีโอกาสเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมากที่สุด ในเหตุการณ์เบาๆ อาจมีการยุบสภาฯ หรือนายกฯลาออก เหตุร้ายสุด คือ การรัฐประหาร” ภิญโญ ว่า

      ประเด็น...“เศรษฐกิจ” ในปี 2564 “ราหู” หรือ “เทพอสูร” มีการโคจรอยู่จุดใน “ราศีพฤษภ” สลับโยกย้ายไปในทางทิศตะวันตกโคจรมาอยู่ฝั่งตรงข้ามใน “ราศีพิจิก” ทำให้เกิดการบดบังกันขึ้น ที่เรียกว่า “อุปราคา” สะท้อนถึงการเงิน การคลัง เศรษฐกิจ เศรษฐทรัพย์ แต่ตามโหราศาสตร์ “ราหู” มักให้โทษ เรียกว่า “ราหูเบี่ยง”

      กลายเป็น “ราหูค้นทรัพย์” ทำให้จะมีการค้นทรัพย์สะสม ถูกนำออกมาใช้จนหมด ทั้งยังมีการกู้ยืมเงินตราจากต่างประเทศมาใช้เพิ่มอีก เพื่อแก้ไขปัญหาถูกจุดบ้าง และไม่ถูกจุดบ้าง ทำให้เกิดหนี้สาธารณะมากมายมหาศาล อีกทั้ง “ราหู” ยังมีการโคจรไปทิศตะวันตกเรื่อยๆ ทำให้เศรษฐกิจยังคงมีปัญหารุมเร้าแบบยาวๆ

      ย้ำว่า...ในปี 2564 จะมีการนำเงินเก็บสะสมออกมาใช้หมด และมีการกู้เงินตราต่างประเทศเพิ่มอีก ด้วยการนำมาลด แลก แจก แถม เพื่อให้ “เศรษฐกิจ” สามารถเดินหน้าไปได้ กระทั่งปี 2565 เริ่มปฏิวัติการคลังชัดเจนขึ้น ทำให้สถานการณ์คลี่คลายตามลำดับ

      ย้อนดู “ดาวพฤหัสบดี” โคจรอยู่ราศีมังกรที่เป็นภพสูง ส่งผลต่อธุรกิจประเภทสาธารณสุข การศึกษา ศาสนา กฎหมาย ก่อสร้าง แรงงาน และการเกษตรกรรม ที่ยังพอมีหวังรับความอุดมสมบูรณ์รุ่งเรืองดีอยู่...

      ในส่วน “โรคภัยไข้เจ็บ” ตามโหราศาสตร์ “ดาวอังคาร” ที่เป็นตัวแทนดาวแห่งสงคราม อุบัติเหตุ อุบัติภัย ภัยธรรมชาติ และความรุนแรง ตอนนี้มาอยู่ตรง “ราศีมีน” ในวันที่ 27 ธ.ค.2563 จะเคลื่อนโคจรมาใน “ราศีเมษ” เข้ามาอยู่กุมรวมกับ ดาวมฤตยู คือ เชื้อโรค ความวิปริต ที่กำลังทับลัคนาดวงเมืองไทย

      ด้วยเหตุนี้ในปี 2564 “คนไทยยังต้องเผชิญกับโรคภัยไข้เจ็บ” และมีแนวโน้มรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งผ่านพ้นในเดือน มิ.ย.2564 ไปแล้ว “ดาวอังคาร” ก็จะเคลื่อนโคจรเข้าไปอยู่ตรงใน “ราศีเมถุน” ที่เป็นธาตุลม อาจส่งผลต้องเผชิญกับอุบัติภัยอื่นแทน ทำให้ “โรคภัยไข้เจ็บ” เปลี่ยนแปลงไปก็ได้

      ทว่า...“มหันตภัยทั้งจากธรรมชาติ” ต้องควรระวัง “ภัยพิบัติเกี่ยวกับดิน และน้ำ” เพราะ “ปรากฏการณ์ดาวพระเคราะห์มาเรียงอยู่ในแนวเดียวกันตรงราศีมังกร” ตั้งแต่ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ ที่เรียกว่า “ดวงดาวชุมนุม” โดยเฉพาะในช่วงเดือน ก.พ.2564

      เช่นนี้ย่อมส่งผลให้ “ราศีมังกร” ที่เป็นธาตุดินมีพลังรุนแรง ทั้งการชุมนุมนี้มี “ดาวพฤหัสบดี” เป็นดาวใหญ่สุด ที่ยังเป็นธาตุดินเช่นกัน ฉะนั้นในปี 2564 ได้รับอิทธิพล 2 ปัจจัยนี้เสี่ยงเกิดภัยเกี่ยวกับดิน เช่น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด และตึกถล่ม แม้แต่ “คลื่นสึนามิ” ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้เช่นกัน และยังเกิดฝนตกหนักผิดปกติสุดโต่งด้วย

      ทั้งหมดนี้ คือ “การวิเคราะห์ชะตาดวงเมืองไทย” ผ่านตำราโหราศาสตร์ เพื่อย้ำเตือนให้ “ทุกคน” ก้าวเดินอย่างระมัดระวัง เฉกเช่น “คนมีสติ” ก่อนจะพลาดพลั้งนำไปสู่ความสูญเสีย.

      อ่านเพิ่มเติม...

      วิดีโอแนะนำ

      สาววอน หมอปลาช่วยถูกผีสิงร่างกว่า 1 ปี
      09:19

      สาววอน หมอปลาช่วยถูกผีสิงร่างกว่า 1 ปี

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      สกู๊ปหน้า1ตำราดวงเมืองทำนายดวงเมืองดวงเมือง 2564ดาวมฤตยูโหราศาสตร์ไทยชะตากรรมคนไทย

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันพฤหัสที่ 27 มกราคม 2565 เวลา 17:22 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์