เหตุ ยุบนปช.ทำ"จตุพร" สารภาพ การตัดสินใจของนปช.ไม่ได้อยู่ที่แกนนำ ซ้ำโดนหลอกใช้และหักหลังสารพัด เปรียบ พ.ร.บ.สุดซอย เหมือน "รักแท้ในคืนหลอกลวง" ยอมรับ ทนฝืนยื้อมานาน ลั่น ฝากไว้ให้เป็นภารกิจของคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ รับไม้ต่อ  

จากกรณีที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. องค์กรนำกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ประกาศผ่าน สถานีโทรทัศน์พีซทีวี สื่อของคนเสื้อแดงว่า จะยุติบทบาทของ นปช.

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจตุพร เฟซบุ๊กไลฟ์ peace talk โดยมีสีหน้าที่ซึมเศร้า กล่าวเพิ่มเติมถึงเหตุผล ที่จะยุบนปช. ว่า ถ้าองค์กรยังอยู่ ก็ยิ่งจะเป็นปัญหาการเมือง และไม่เป็นประโยชน์ต่อการเคลื่อนไหวอันใด ดังนั้นจึงไม่ควรแบกความหวังลมๆ แล้งๆ ไว้อีกต่อไป

นายจตุพร กล่าวว่า นปช. ความจริงแล้วควรยุติลง หลังเหตุการณ์ ปี 2553 แต่เพราะความตื่นตัวของคนเสื้อแดง และพรรคเพื่อไทยอยู่ในช่วงที่ต่ำสุด ทั้งต้องอยู่เพื่อทวงความยุติธรรมให้กับคนตาย หลังเลือกตั้งปี 2554 ได้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ต้องทำภารกิจปกป้องประชาธิปไตยอีก กระทั่งนำไปสู่รักแท้ในคืนหลอกลวง กรณี พ.ร.บ.สุดซอย รวมทั้งการวางแผนให้ตนถูกตัดสิทธิ์ ในวันที่ 18 พ.ค.2555 และในวันที่ 19 พ.ค.ก็นัดชุมนุมครบรอบ 2 ปี เพื่อต้องการให้กระทำการบางอย่าง ซึ่งเป็นการหลอกลวงชนิดรุนแรงที่สุด

"คนเสื้อแดงไม่ได้อยู่ในช่วงแข็งแรงเหมือนปี 2553 อีกทั้งในปี 2557 ตนถอยมาแล้วจากการเจ็บปวดกับ พ.ร.บ.สุดซอย ขณะนี้แกนนำส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องหาหมด จึงสมควรต้องยุติบทบาท องค์กร นปช. วันนี้ เราเองได้ฝืนชะตาธรรมชาติมายาวนาน และสถานการณ์วันนี้ เป็นภารกิจของคนหนุ่มสาวที่ต้องนำพาประเทศการดำรงอยู่ต่อไปไม่เป็นประโยชน์ คนเสื้อแดงกระจัดกระจายไปสู่พรรคการเมืองอื่นๆ 

...

ประธาน นปช.ระบุด้วยว่า เมื่อ นปช.เป็นองค์กรที่มีการต่อสู้ จึงควรปิดฉากงดงามที่การต่อสู้ เพราะเราไม่มีทางเดินไปจุดเข้มแข็ง เช่นปี 53 ได้อีก อีกทั้งต้องยอมรับความจริงว่า การตัดสินใจของ นปช.ไม่ได้เกิดตามลำพัง มาตลอดระหว่างทางต่อสู้อยู่แล้ว เพียงแต่ทุกคนรักษามารยาทในแต่ละเรื่องราว เมื่อเดินมาถึงจุดหนึ่ง จึงถึงเวลาแล้วต้องยุติบทบาท กลับไปใช้ตัวตนของแต่ละคน ตนเชื่อว่า โดยส่วนใหญ่ยังเลือกวิถีประชาธิปไตย การยุบ นปช.ไม่ได้หมายความว่า เราจะไปอยู่กับเผด็จการ  ตนได้นัดทีมทนายความเพื่อดำเนินคดีทั้งแพ่งและอาญากับคนเก่งทั้งหลาย ที่กล่าวหาว่า ไปอยู่กับเผด็จการ คนอย่างตนฆ่าได้แต่หยามไม่ได้ ตนไม่หวั่นไหวในการฟ้อง ถึงจะเป็นร้อยคนหรือพันคนก็ตาม