ไลฟ์สไตล์
100 year

การเมืองที่สุดแห่งปี 2563

ไทยรัฐออนไลน์
29 ธ.ค. 2563 06:01 น.
SHARE

ประเทศโควิด เศรษฐกิจโคม่า ม็อบไล่ส่ง “ลุงตู่” เป็นวัฏจักรที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยตลอดปี 2563 สถานการณ์บ้านเมืองเปิดฉากด้วยภาวะตึงเครียด จากวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 ที่จู่โจมตั้งแต่ต้นปียันปลายปี ทำลายเศรษฐกิจพังพินาศ คนตกงานจำนวนมาก ผสมไปกับบรรยากาศร้อนฉ่าทางการเมืองที่เกิดขึ้นหลากรายเหตุการณ์ อาทิ ความขัดแย้งของกลุ่ม ก๊วนการเมือง เกมแก้รัฐธรรมนูญที่หลอก “แกง” กันวุ่นวายภายในสภาฯและชุลมุนกันนอกสภา

เกิดปรากฏการณ์มวลชนคนรุ่นใหม่รวมพลังในนาม “ม็อบราษฎร” รุกไล่รัฐบาล “บิ๊กตู่” จนสั่นคลอน จุดชนวนสงครามความขัดแย้งระหว่างคนไทยด้วยกันเองที่ยังไม่รู้จะลงเอยอย่างไร ต้องไปลุ้นกันต่อปี 2564

ข่าวแนะนำ

วันนี้ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐขอทำหน้าที่บันทึกเหตุการณ์ที่สุดทางการเมืองในรอบปี

โควิด-19 ทำโคม่า

วิกฤตการณ์เชื้อโรค เขย่าทั่วโลกขนหัวลุก

ปฐมบทไวรัสร้าย “โควิด-19” จากอู่ฮั่นแดนพญามังกร ลามไปทั่วโลก ย่างกรายเข้าประเทศไทยช่วงต้นปี จากแก๊งนักเที่ยวสถานบันเทิงย่านทองหล่อ สนามมวยลุมพินี กระจายไปทั่วเมือง ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มทวีคูณ

รัฐบาลต้องเปิดวอร์รูม ตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 (ศบค.) มี “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นแม่ทัพ ใช้นักรบเสื้อกาวน์ หมอพยาบาลเป็นทัพหน้า ประกาศกฎเหล็ก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สู้ศึกเชื้อโรค

ออกสารพัดมาตรการเข้มข้น ล็อกดาวน์พื้นที่ ห้ามเดินทางข้ามจังหวัด ระงับเที่ยวบินต่างประเทศ ปิดสถานบริการ ถึงยาแรงสัมฤทธิผล ควบคุมผู้ติดเชื้อในประเทศอยู่หมัด ต่างชาติซูฮกรัฐบาลไทย แต่มีเรื่องฉาวแทรกทุจริตกักตุนหน้ากากอนามัยส่งขายนอกประเทศ ให้คนไทยซื้อหน้ากากราคาแพงลิบ

ที่สำคัญต้องแลกมากับหายนะทางเศรษฐกิจ สะเทือนกันตั้งแต่ยาจกยันเจ้าสัว การท่องเที่ยวพังพินาศ โรงแรม โรงงานปิดตัวเจ๊งระนาว คนตกงานพุ่งหลายล้าน ต้องกู้วิกฤติออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เยียวยาแจกเงินประชาชน ต่อลมหายใจช่วยภาคธุรกิจ

มาถึงท้ายปีหลอนหนักกว่าเก่า โควิดแผลงฤทธิ์อีกรอบ จาก “แก๊งสาวท่าขี้เหล็ก” หนีเข้าเมือง แพร่เชื้อไปทั่ว คลี่คลายได้ไม่ทันไร มีเคส “ตลาดกุ้ง” จ.สมุทรสาคร กระแทกซ้ำ ติดเชื้อทะลักเป็นพัน ลามหลายจังหวัด ต้องออกมาตรการคุมเข้มกันอีกระลอก

“เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข หูชาถูกด่ายับ เพราะพลาดท่าการ์ดตก ทำเกิดวิกฤติรอบใหม่

ขนหัวลุกกันก่อนสิ้นปี งานนี้มีหวังเผชิญโควิดกันยาวๆ

*********

อวสาน 4 กุมาร

ขยับเข้ากลางปี ดีกรีการเมืองในพรรคพลังประชารัฐเดือดพุ่งพรวด

เกิดปฏิบัติการยึดพรรค “บิ๊กป้อมพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ขยิบตาส่งสัญญาณอัปเปหิก๊วน 4 กุมาร พ้นพรรค

เป่านกหวีดเขี่ยลูกให้ 18 กรรมการบริหารพรรค ก๊วน กปปส. กลุ่มสามมิตร และทีม “ธรรมนัส” ไขก๊อกจากเก้าอี้

ล้างไพ่เลือกทีมบริหารชุดใหม่ เคลียร์ทาง “พี่ใหญ่” ขึ้นหลังเสือ เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐคนใหม่

บาดแผลเรื้อรังจากการขบเหลี่ยมกับขาใหญ่ในพรรคกำเริบถึงขีดสุด ก๊ก 4 กุมารถูกสลายอำนาจ ทนต่อแรงกดดันในพรรคไม่ไหว เพราะไร้ต้นทุน ส.ส.ในมือไว้ต่อรอง ต้องยื่นใบลาออกจากพรรค

ถูกทุบจนหมดที่ยืนในพรรคไม่พอ ยังถูกไล่ขยี้ ริบคืนโควตา ครม. ลูกพี่ใหญ่ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” กับอุตตม สาวนายน-สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์-สุวิทย์ เมษินทรีย์ โดนกาชื่อออกจาก ครม.ยกทีม

ทีม 4 กุมารซาโยนาระ ต้องเขย่าขวดปรับทัพทีมเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ได้ขุนคลังป้ายแดงชื่อ “ปรีดี ดาวฉาย” ซีอีโอแบงก์ดัง แต่อยู่ได้ไม่ถึงเดือน ไปงัดกับ รมช.คลัง ผู้มากบารมี เลยถอดใจลาออก ต้องควานหาแม่ทัพเศรษฐกิจวุ่นอีกรอบ สุดท้ายปัดฝุ่นนำอาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีต รมว.คมนาคม ยุค คสช.มาเสียบ รมว.คลัง เดินหน้าทำงานต่อ

ชิงอำนาจกันฝุ่นตลบ ทุลักทุเลพอกันทั้งในพรรคและ ครม.!!!

*********

หนังเหนียว

หวาดเสียวทั้งปี เส้นทางอำนาจของ “บิ๊กตู่” ที่แขวนอนาคตไว้กับศาลรัฐธรรมนูญอยู่ตลอด

ที่ต้องลุ้นระทึกกันปลายปีคือ คดีบ้านพักทหาร ถูกร้องอยู่ยาว หลังเกษียณอายุ ผบ.ทบ. แต่ไม่คืนที่พัก แถมได้ออปชันครบเซต ใช้น้ำ ไฟฟรี มีรถประจำตำแหน่งและทหารรับใช้

แต่สุดท้ายไม่มีอะไรในกอไผ่ ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลา 20 นาที ชี้ขาดให้ “ลุงตู่” ได้ไปต่อ ได้อานิสงส์ระเบียบกองทัพ เปิดช่องให้ผู้นำอยู่บ้านหลวงได้ฟรี ในฐานะอดีต ผบ.ทบ.ที่ฝากคุณงามความดีให้กองทัพ จึงไม่เข้าเงื่อนไขขัดกันแห่งผลประโยชน์ และไม่ผิดจริยธรรมร้ายแรง

เคลียร์ครบ จบทุกประเด็น เหมือน 2 กรณีก่อนหน้านี้ในปีเดียวกัน

ทั้งกรณีกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ ที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง เพราะไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรใด แต่เป็นการกระทำทางการเมืองของ ครม. เฉพาะกับพระมหากษัตริย์

และกรณี 7 พรรคฝ่ายค้านยื่นพิจารณาคุณสมบัติ “บิ๊กตู่” ต้องห้ามดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะมีตำแหน่งหัวหน้า คสช.ถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐค้ำคอหรือไม่

สุดท้ายผ่านฉลุย ศาลรัฐธรรมนูญฟันธง หัวหน้า คสช.คือ รัฏฐาธิปัตย์ตามผลสืบเนื่องจากการยึดอำนาจ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของหน่วยงานใด

หนังเหนียวแคล้วคลาดทุกคดี นั่งเก้าอี้ผู้นำไปได้อีกยาว!!!

*********

เหล่าทัพค้ำบัลลังก์

อีกขุมกำลังใหญ่ คอยปกปักษ์พิทักษ์รัฐบาลในนามกองทัพไทย

ปีนี้ระดับเบอร์หนึ่งเกษียณอายุพร้อมกัน 3 เหล่าทัพ และ ผบ.ตร. มีโผปรับใหญ่ทุกองคาพยพ ทั้งทัพบก ทัพเรือ ทัพอากาศ และตำรวจ

แบโผออกมา โฉมหน้าผู้นำรอบใหม่ เกือบเป๊ะตามโพย “บิ๊กบี้” พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ขึ้นแท่น ผบ.ทบ. รับไม้ต่อจาก “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ฝั่งกองทัพเรือได้ “บิ๊กอุ้ย” พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน เป็น ผบ.ทร. คุมลูกประดู่ดูแลน่านน้ำไทย แทน พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เป็น ผบ.ตร.

ส่วนบิ๊กเซอร์ไพรส์แหกโผ ไปโผล่ที่ทัพฟ้า “บิ๊กแอร์” พล.อ.อ.แอร์บลู สุทธิวรรณ เป็นตาอยู่บินแหวกฟ้า คว้าเก้าอี้ ผบ.ทอ. ต่อจาก “บิ๊กนัต” มานัต วงษ์วาทย์ ที่เกษียณอายุ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ลอยเคว้งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ หลุดไลน์ 5 เสือทุ่งดอนเมืองไปแล้ว

3 ผู้นำเหล่าทัพและ ผบ.ตร.ที่ “ลุงตู่” เฟ้นมา เติมเสถียรภาพเป็นหลังพิงให้รัฐบาล รับประกันไม่มีคิวแทรกนอกกติกาในห้วงที่การเมืองนอกสภาฯสุดเข้มข้น ม็อบเด็กวัยห้าวโชว์พาวฯไล่อัดรัฐบาลหนัก สุ่มเสี่ยงทำสงครามแลกเลือดคนไทยด้วยกันเอง เข้าเงื่อนไขกองทัพลากรถถังสลายความขัดแย้ง

แต่ “บิ๊กบี้” คอนเฟิร์มหนักแน่นตั้งแต่วันแรกรับตำแหน่ง “โอกาส เกิดปฏิวัติรัฐประหารเป็นศูนย์ถึงติดลบ”

“บิ๊กตู่” ผิวปากสบายใจ ไม่ต้องผวา หลอนวิธีพิเศษที่เคยใช้จะกลับมาตามสนอง

*********

สภาฯสุดเสื่อม

รัฐสภาใหม่ตั้งตระหง่าน สุดไฉไล มีชื่อทางการ “สัปปายะสภาสถาน” แปลว่า สถานที่ประกอบกรรมดี แต่ดันตรงข้ามพฤติกรรม ส.ส.ในสภาฯที่โชว์ให้เห็นตลอดปี

กับบทเกรี้ยวกราดสาดอารมณ์ ของคู่ปรับหน้าเดิมๆไม่เคยแก้กันได้ ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ซัดกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในที่ประชุม กมธ.ป.ป.ช. ใส่กันยับ ไม่มีใครยอมใคร ด่ากันกลางห้องประชุม “อย่ามาเผือก-อย่ามาพูดจาต่ำๆกับดิฉัน-ก็คุณมันต่ำ”

ชาวบ้านได้แต่ระอา จน ชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ต้องมากำกับร่วมประชุม กมธ.ด้วยตัวเอง

อีกช็อตลากสภาฯจมปลัก มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ค่ายไทยศรีวิไลย์ ท้าต่อย สิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เพราะถูกแดกดันที่ไปไล่ “ลุงตู่” ลาออก สงสัยเป็นเพราะ “เงินหมด” เลยโพสต์เฟซ บุ๊กท้าไฟว์ “รู้จักกูน้อยไป เจอมึงที่ไหนจะเอาให้ฟันร่วงหมดปาก”

พอปะหน้าเจอตัวกันที่สภา ปรี่ไปคว้าแขน “สิระ” ขอเคลียร์ ต้องร้องเรียกตำรวจรัฐสภากันให้วุ่น

เข้าช่วงท้ายปี เกิดเคสดูภาพโป๊จากโทรศัพท์มือถือ โดย ส.ส.บางคนในสภาฯถูกช่างภาพกดชัตเตอร์จับกันคาหนังคาเขากลางห้องประชุม ปิดท้ายด้วยซีนกรีดเลือดของ วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย คว้ามีดปอกผลไม้ ปาดแขนตัวเองเลือดทะลัก ประท้วงที่นายกฯไม่รับฟังเสียงนักเรียน นักศึกษา

หลากช็อต หลายพฤติกรรม ขาดสำนึกการเป็นผู้แทนที่ดี ทำสภาฯดำดิ่ง

*********

เจ้าแม่หมดบารมี

ชนะเลือกตั้ง ได้ ส.ส.ลำดับ 1 แต่พรรคเพื่อไทยดันอดเป็นรัฐบาล ต้องกลืนเลือดเป็นฝ่ายค้าน ซ้ำแกนนำคนสำคัญติดกับดักสูตรพิสดาร “จัดสรรปันส่วนผสม” วืดเป็น ส.ส. สะเทือนถึงการบริหารงานในสภา ถูกลดทอนพลัง

โดนนินทาเดินตามหลังน้องใหม่ พรรคก้าวไกลที่โหนกระแสม็อบราษฎรว่องไวกว่า ตรงข้ามกับขั้วเพื่อไทยชักช้าละล้าละลัง เพราะนโยบายที่ไม่ชัดเจน

จู่ๆมีภาพประวัติศาสตร์ “กราบสะเทือนแผ่นดิน” ของนายหญิงบ้านจันทร์ส่องหล้า เกิดที่มาวลี “สู้ไปกราบไป” สู้แบบกั๊กๆ เพราะกลัวเสียมวลชนรุ่นเก่าที่ภักดีสถาบัน แต่ครั้นไม่สู้ก็กลัววืดมวลชนรุ่นใหม่เป็น แนวร่วม

ขณะที่สภาพในพรรคก็แตกร้าว ส.ส.ส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรค ที่ผูกขาดอำนาจคนเดียว คลื่นใต้น้ำรอวันกระเพื่อม

เกิดปฏิบัติการโลว์โพรไฟล์ แกนนำหลายรายลดบทบาทตัวเอง แตกตัวไปตั้งกลุ่มใหม่ เช่น กลุ่มแคร์

แต่สุดท้ายถึงเวลาลมเปลี่ยนทิศ อำนาจเปลี่ยนมือ นายหญิงบ้านจันทร์ส่องหล้า ล้างโครงสร้างพรรคใหม่ ส่งทีมงานมายึดอำนาจคืน แกนนำเก่าๆที่ถูกลิดรอนอำนาจ กลับมาผงาดในพรรค ตรงข้ามกับเจ้าแม่เมืองกรุงที่เคยยิ่งใหญ่ถูกลดสถานะ เป็นแค่สมาชิกพรรคธรรมดา

ถึงคราขาลง ต้องแพ็กกระเป๋าลาออกจากพรรคไปตายเอาดาบหน้า

*********

วิบากกรรมค่ายสีส้ม

แจ้งเกิดเปรี้ยงปร้าง กวาด ส.ส.เป็นกอบเป็นกำ 80 ที่นั่ง พรรคอนาคตใหม่เปิดตัวหรูลงสนามเลือกตั้งปี 2562

แต่พังวูบแค่ชั่วข้ามปี ถูกศาลรัฐธรรมนูญน็อกเอาต์ ตัดสินยุบพรรค วันที่ 21 ก.พ.2563 กรณี ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ปล่อยกู้ให้พรรคยืมเงิน 191 ล้านบาท เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.พรรคการเมือง ที่พรรคการเมืองมีรายได้จากเงินกู้ อยู่นอกกติกาจากที่กฎหมายกำหนด

จับผิดการปล่อยกู้คิดดอกเบี้ยราคาถูก ส่อเจตนาเลี่ยงรับเงินบริจาคที่ห้ามเกิน 10 ล้านบาทต่อปี จึงซิกแซ็กใช้วิธีให้เงินกู้แทน เปิดช่องให้เกิดการครอบงำพรรค

ตั้งมาไม่ถึง 2 ปีค่ายสีส้มถึงคราอวสาน 18 กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิการเมือง 10 ปี

3 หัวหอกสำคัญ “ธนาธร-ปิยบุตร แสงกนกกุล” และ “ช่อ” พรรณิการ์ วานิช ถูกแช่แข็ง พรรคน้องใหม่ระส่ำระสาย เกิดปรากฏการณ์งูเห่าสีส้มเลื้อยหนีตายไปอยู่กับพรรคอื่นกันพัลวัน

เหล่าแฟนคลับพากันหัวร้อน โหวกเหวกมีออเดอร์ถูกขับพ้นสนามการเมือง ต้องแก้เกมตั้งพรรคใหม่ “ก้าวไกล” รองรับสภาวะแพแตก ขนลูกพรรคลงเรือสำรอง มีกัปตันคนใหม่ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” รับช่วงต่อ

ส่วนอดีตกัปตัน “ธนาธร” เบนเข็มไปตั้งกลุ่ม “ก้าวหน้า” เดินสายรณรงค์กิจกรรมต่างๆคล้ายพรรคการเมือง

ฮึดสู้ส่งทีมลงสมัครชิงนายก อบจ.42 จังหวัด คาดหวังพลังคนรุ่นใหม่ สร้างปรากฏการณ์แลนสไลด์ให้คณะก้าวหน้า เหมือนที่เคยเกิดในสนามเลือกตั้งใหญ่

แต่ดันจั่วลม สอบตกเรียบทุกจังหวัด ไม่ได้นายก อบจ.ติดปลายนวมแม้แต่แห่งเดียว

หน้าหงายท้ายปี พลังคนรุ่นใหม่แป้ก ฝ่าด่านหินการเมืองท้องถิ่นไม่ไหว

*********

เกมแกงเด็ก

ช็อตแกงกันในสภาฯแห่งปี เกมการแก้รัฐธรรมนูญปี 2560 รัฐบาลอิหลักอิเหลื่อตั้งแง่ไม่อยากแก้ตั้งแต่ต้น มี ส.ว.เป็นตัวช่วยต้านแข็งขัน เพราะกลัวถูกริบอำนาจโหวตนายกฯ

แต่ต้านกระแสม็อบเด็กที่ผนึกกำลังกันแข็งขันไม่ไหว ต้องจำยอมเสนอร่างแก้รัฐธรรมนูญคู่ไปกับฉบับฝ่ายค้านเข้าสภา แต่พอจะลงมติโหวตรับหลักการ เจอช็อตมหัศจรรย์ ส.ว.จับมือ ส.ส.รัฐบาล ดันไปโหวตตั้ง กมธ. พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการ ยื้อเวลาแก้กติกาประเทศออกไปอีก

ฝ่ายค้านของขึ้นถูกแหกตา ประกาศไม่เข้าร่วมเป็น กมธ. ฉุนขาดรัฐบาล-ส.ว.ใช้สภาฯเป็นโรงลิเก หลอกต้มประชาชน แม้แต่ประธานชวน หลีกภัย ยังอึ้ง บอก “ผมก็ถูกหลอกเหมือนกัน”

เหมือนราดน้ำมันเข้ากองไฟ ม็อบลุกฮือ ยกระดับชุมนุมเข้มข้น เคลื่อนทัพกดดันกันหนัก

ครบเส้นตายการทบทวนร่างใหม่ นำ 6 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญพร้อมร่างฉบับไอลอว์เข้าสภาฯ เที่ยวนี้ม็อบเด็กจัดเต็ม ขนมวลชนล้อมสภาฯกดดัน ส.ส.-ส.ว. ตำรวจระดมกำลังอารักขาคุ้มครองเต็มพิกัด

บรรยากาศในเวทีสภาโต้เถียงกันดุเดือด แต่นอกสภากลับคุกรุ่นดุเดือดยิ่งกว่า ตำรวจประเคนฉีดน้ำผสมสารเคมีเคล้าไปกับแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุม แถมมีม็อบเสื้อเหลืองผสมโรงร่วมตะลุมบอนม็อบราษฎร บาดเจ็บทั้ง 2 ฝ่าย

สุดท้ายผลลงมติร่างแก้รัฐธรรมนูญผ่านแค่ 2 ฉบับของฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ส่วนร่างแก้ไขรายมาตรา 4 ฉบับ กับร่างฉบับประชาชนของไอลอว์ถูกตีตกเรียบ

รอลุ้นตอนตั้ง ส.ส.ร.ยกร่างฉบับใหม่จะมีรายการแกง ทิ้งไว้กลางทางหรือไม่

*********

ม็อบเด็กแผลงฤทธิ์

ปรากฏการณ์ม็อบยุคใหม่ รวมพลังขับไล่รัฐบาล “ลุงตู่” ของเด็กนักเรียน นักศึกษา ไม่อยู่ใต้อาณัตินักการเมือง

วิวัฒนาการจากอีเวนต์เล็กๆ “วิ่งไล่ลุง” เปิดเพลงแฮมทาโร่ แต่งตัวแฟนซีสีสัน ถูกเหน็บแนมเย้ยหยันเป็นแค่ “ม็อบมุ้งมิ้ง” ค่อยๆพัฒนาการเติบโตเป็นพลังมวลชนอันยิ่งใหญ่ ทั้งเด็กกระโปรงบาน ขาสั้น นักศึกษา และแนวร่วมกลุ่มต่างๆผนึกกำลังแปลงร่างเป็น “ม็อบราษฎร” ที่มีพลังมหาศาล

มีสัญลักษณ์ชู 3 นิ้วที่รัฐบาลแสลงใจ ต้องไล่ปราบ ไล่กำราบ ตะครุบแกนนำ แต่ยิ่งปราบ ม็อบยิ่งจุดติด ผู้คนมาร่วมแสดงพลังอุดมการณ์ล้นหลามในทุกจุดทั่วกรุง แตกสาขาไปทุกแขนงทั่วประเทศ

ภายใต้ม็อบรูปแบบใหม่ มาแล้วกลับ วันต่อวัน ไม่มีปักหลักค้างคืนลากยาว

มีโค้ดลับลับสุดแนวไว้เรียกขานในการชุมนุม อาทิ “หน่วยซีไอเอ” หรือรถขายลูกชิ้นที่มักทราบข่าวสถานที่ชุมนุมก่อนใคร หรือปฏิบัติการ “แกง” ไว้สับขาหลอกเปลี่ยนที่ชุมนุมให้ตำรวจงง “มินเนี่ยน” หรือทหารหัวเกรียนใส่เสื้อเหลือง และอีกสารพัดคำ เรียกรอยยิ้ม สร้างสีสันในม็อบ

แม้บางครั้งจะโดนจัดหนัก ฉีดน้ำผสมสารเคมีสีฟ้าใส่ ถูกยิงน้ำกระจาย กลายร่างเป็น “สเมิร์ฟ” อยู่หลายรอบ แต่ยังฮึดสู้ ไม่ใส่เกียร์ถอย

ยิ่งโดนยิ่งเร่งปฏิกิริยาให้เด็กรุ่นใหม่ยิ่งฮึกเหิมยกระดับทะลุฟ้า แต่ “ลุงตู่” ยังทนทายาด ไม่มียุบง่ายๆ

พอสู้กันระยะยาว ม็อบเด็กชักแผ่วปลาย พลังมวลชนถดถอย กลุ่มการ์ดแตกคอซัดกันเอง ฟากแกนนำใหญ่ “เพนกวิน-รุ้ง-ไมค์-อานนท์” เจอของแข็ง ตั้งข้อหาความผิดมาตรา 112 ต้องวิ่งขึ้นโรงพักรับทราบข้อหาแทบรายวัน

ม็อบราษฎรขอเว้นวรรค พักโชว์พาวฯท้ายปี กลับไปปรับองคาพยพ ประกาศกลับมาเบิ้มๆอีกหน ต้นปีหน้า

จับตาม็อบเด็กเวอร์ชันใหม่ จะแซ่บเข้มข้นกว่าเดิมหรือไม่

ทีมการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์การเมืองทีมการเมืองที่สุดแห่งปี 2563โควิด-194 กุมารลาออกศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 02:44 น.