สื่อรัฐสภามอบฉายาเจ็บ “ปลวกจมปลัก” สวด ส.ส.เอาตัวรอด ชิงอำนาจ ทำลายล้าง ฝ่ายตรงข้าม เมินใช้เวทีสภาฯแก้ปัญหาให้ ประชาชน เหน็บแสบวุฒิสภาเป็น “สภาปรสิต” ผลงานไม่เห็นด้วยตาเปล่า พ่นพิษร้ายป่วนการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติ ขวางลำแก้ รธน. “พรเพชร” บารมีอ่อนเป็นได้แค่ “หัวตอ รอออเดอร์” ด้าน “สุทิน คลังแสง” ท็อปฟอร์มคว้าดาวเด่น แห่งปี “วิสาร” กรีดแขนประท้วงรัฐบาลกลางสภาตกที่นั่งดาวดับ วาทะแห่งปี “มันคือแป้ง” หาไม่เจอ ต้นแบบน้ำดี ยกเลิกถาวร “คนดีศรีสภา” พท.หยัน “บิ๊กตู่” ยกโพลเชียร์หลอกตัวเอง “ภราดร” จับตาสัญญาณเปลี่ยนนายกฯต้นปี 64 “สิระ” ไปแม่ฮ่องสอนแจ้งจับ “เสรีพิศุทธ์” เอาคืนจะยื่นสอยพ้น ส.ส.
ตามธรรมเนียมปฏิบัติของสื่อมวลชนประจำรัฐสภา ในการสื่อสะท้อนถึงบทบาทการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติเป็นประจำทุกปี โดยส่งท้ายปี 2563 สื่อมวลชนประจำรัฐสภามอบฉายาแก่สภาผู้แทนราษฎร โดยมองว่า ส.ส.ใช้สภาฯเป็นเครื่องมือชิงอำนาจเพื่อความอยู่รอด เปรียบได้กับ “ปลวกจมปลัก” ขณะที่วุฒิสภาถูกตีตราว่า “สภาปรสิต” เป็นพิษภัยต่อการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเฉพาะการขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
สื่อมอบฉายาสภาฯ “ปลวกจมปลัก”
เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการประชุมหารือร่วมกันของผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภามีความเห็นร่วมกันในการตั้งฉายาของรัฐสภา ประจำปี 2563 เพื่อสะท้อนถึงการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ หนึ่งในสามหลักของระบอบการปกครอง โดยเห็นควรตั้งฉายาตามประเพณีปฏิบัติ หลังจากเว้นวรรคมาหลายปีในช่วงที่มีการยึดอำนาจและตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยปี 2563 สื่อมวลชนสายรัฐสภามีข้อสรุปฉายาพร้อมคำอธิบายถึงความหมายดังนี้ 1.สภาผู้แทนราษฎร : ปลวกจมปลัก ปลวกเป็นสัตว์ที่มีการแบ่งงานกันทำเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด สำหรับสภาผู้แทนราษฎรแล้ว มี ส.ส.ที่ทำงานดุจปลวกที่ทำเพื่อความอยู่รอดของตัวเองด้วยการใช้สภาฯเป็นเครื่องมือเพื่อชิงอำนาจและทำลายล้างฝั่งตรงข้าม ยิ่งนานวันยิ่งจมปลักอยู่กับการทำงานแบบเดิม ไม่ใช้สภาฯเพื่อประโยชน์ในการระดมสมองและแก้ปัญหาให้กับประชาชนหนำซ้ำตลอดปีมานี้การประชุมสภาฯเกิดล่มกลางคันหลายครั้ง แสดงให้เห็นว่า ส.ส.ชุดนี้ไม่ให้ความสำคัญกับการประชุมสภาฯ ทั้งที่เป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เช่นนี้ ส.ส.ในฐานะคนทำงานจึงเปรียบเป็นปลวกที่จมปลักไม่พัฒนาและจะยิ่งกัดกินหลักการของประชาธิปไตยให้ผุกร่อนลงไปทุกที
...
ตีแสกหน้าวุฒิสมาชิก “สภาปรสิต”
2.วุฒิสภา : สภาปรสิต ในทางวิทยาศาสตร์มีคำอธิบายถึง “ปรสิต” ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยผู้อื่นหรือเซลล์ชนิดอื่นเป็นที่พักอาศัยและแหล่งอาหาร บางครั้งปรสิตนี้ก็ทำร้ายสิ่งมีชีวิตที่ใช้ประโยชน์นั้น หรือเซลล์ภายในจนเจ็บป่วยหรือถึงกับเสียชีวิต เมื่อกลับมามองในมิติทางการเมืองแล้วจะพบว่าวุฒิสภาชุดนี้ก็มีสภาพไม่ต่างปรสิตที่อาศัยอยู่ในรัฐสภา นอกจากไม่มีผลงานที่เห็นด้วยตาเปล่าเหมือนปรสิตแล้วยังนำมาซึ่งพิษภัยแก่การทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติด้วย โดยเฉพาะการพยายามใช้เงื่อนไขในรัฐธรรมนูญมาเป็นข้ออ้างเพื่อชะลอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จนทำให้เกิดการตั้งคณะกรรมาธิการรัฐสภาพิจารณาก่อนรับหลักการไปจนถึงการลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจของรัฐสภาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ฉายา “ปรสิต” จึงเหมาะกับวุฒิสภาชุดนี้
“ชวน” ไม่ขลังเป็นครูใหญ่ไม้เรียวหัก
3.“ชวน หลีกภัย” ประธานสภาผู้แทนราษฎร : ครูใหญ่ไม้เรียวหัก ทุกครั้งที่ “ชวน หลีกภัย” ขึ้นทำหน้าที่ประธานการประชุมสภาไม่เคยถูกกังขาถึงความเป็นกลางแม้แต่ครั้งเดียว และตลอดปีที่ผ่านมา ยังยึดแนวทางดังกล่าวไว้ได้อย่างมั่นคง นอกเหนือไปจากการพยายามควบคุมการประชุมสภาฯแล้ว ประธานสภาฯยังสวมบท “ครูใหญ่” ถือไม้เรียวคอยกวดขันวินัยของ ส.ส.ที่หย่อนยานอีกด้วย เช่น การตักเตือน ส.ส.ให้สวมหน้ากากในห้องประชุมสภา เพื่อคุมการระบาดของโควิด-19 หรือการขอความร่วมมือ ส.ส.ให้ความสำคัญกับการประชุมสภาฯ เป็นต้น
แต่ปรากฏว่า ส.ส.การ์ดตกทุกกรณี ไม่ว่าละเลยการสวมหน้ากากอนามัยหรือแม้แต่เรื่องเล็กๆอย่างขอความร่วมมือ ส.ส.งดนำอาหารและเครื่องดื่มเข้ามารับประทานในห้องประชุมก็ไม่เป็นผล ที่ร้ายแรงที่สุด คือ เหตุการณ์สภาฯล่ม เป็นตัวสะท้อนให้เห็นว่าต่อให้ประธานสภาฯจะยึดมั่นหลักการแค่ไหน แต่ไม่อาจสร้างการเปลี่ยนแปลงได้เพราะ ส.ส.ส่วนใหญ่ไม่ให้ความสำคัญ เหมือนกับครูใหญ่ที่มีไม้เรียวและต่อให้ฟาดแรงจนไม้เรียวหักคามือบรรดา ส.ส.ก็ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวในการยึดกติกา
เปรียบ ปธ.วุฒิฯ “หัวตอ รอออเดอร์”
4.“พรเพชร วิชิตชลชัย” ประธานวุฒิสภา : “หัวตอ รอออเดอร์” ถ้าเทียบบารมีทางการเมืองระหว่างเมื่อครั้งเป็นประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติกับประธานวุฒิสภา ถือว่านับตั้งแต่มาเป็นประมุขสภาสูงบารมีของ “พรเพชร” ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งตอกย้ำด้วยทุกครั้งที่ขึ้นทำหน้าที่ประธานการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในฐานะรองประธานรัฐสภา พบว่าไม่สามารถควบคุมการประชุมให้เป็นที่เรียบร้อยได้เมื่อเทียบกับ “ชวน หลีกภัย” หลายครั้งที่รับมือกับความเขี้ยวทางการเมืองของ ส.ส.ฝ่ายค้านไม่ไหว ทำให้การประชุมเกิดความปั่นป่วนเป็นระยะ กลายเป็นหัวหลักหัวตอที่สมาชิกรัฐสภาไม่ค่อยให้ความยำเกรง ไม่เพียงเท่านี้การทำหน้าที่ของประธานวุฒิสภายังไม่สามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง หลายเรื่องในวุฒิสภากลับปล่อยให้ ส.ว.เป็นผู้ชี้นำประธานวุฒิสภาแทน ภาพรวมแบบนี้ทำให้ประธานวุฒิสภาเสมือนหัวหลักหัวตอที่ไม่มีใครสนใจ แต่มีหน้าที่แค่รับคำสั่งทำงานเท่านั้น
ผิดหวังผู้นำฝ่ายค้านแต่ในนาม
5.“สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร : สุทิน คลังแสง? ก่อนอื่นต้องบอกว่าฉายาของผู้นำฝ่ายค้านที่ปรากฏออกมา เป็นฉายาที่สื่อมวลชนประจำรัฐสภาตั้งขึ้นมาจริงๆ ไม่ได้เขียนผิด เนื่องจากสื่อมวลชนต่างเห็นตรงกันว่าบทบาทการเป็นผู้นำฝ่ายค้านนั้น “สมพงษ์” ไม่ได้โดดเด่นสมกับตำแหน่งเท่าใดนัก ตรงข้ามกลับเป็นนายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ได้อย่างโดดเด่น หลายต่อหลายครั้งเป็นตัวแทนฝ่ายค้านไปร่วมประชุมกับฝ่ายรัฐบาลจนทำให้ฝ่ายค้านได้เวลาอภิปรายในสภาฯอย่างสมน้ำสมเนื้อและสามารถชี้นำสภาฯในที่ประชุมได้ ผิดกับผู้นำฝ่ายค้านตัวจริงที่ยังไม่ทำงานเชิงรุกมากนัก ทำให้สื่อมองว่านายสุทิน คลังแสง คือ ผู้นำฝ่ายค้านไม่ใช่ “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” จึงตั้งฉายาผู้นำฝ่ายค้านว่า “สุทิน คลังแสง”
“สุทิน” ท็อปฟอร์มคว้าดาวเด่นแห่งปี
6.ดาวเด่นแห่งปี : สุทิน คลังแสง ปฏิเสธไม่ได้ว่าปี 2563 ตลอดทั้งปี “สุทิน คลังแสง” ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ได้อย่างท็อปฟอร์ม หลายครั้งที่สภาผู้แทน ราษฎรพิจารณาเรื่องสำคัญและ ส.ส.ฝ่ายค้านจำนวนไม่น้อยที่อภิปรายนอกประเด็นไปไกลและใช้แต่วาทศิลป์ในการโจมตี แต่ทุกอย่างกลับเข้ารูปเข้ารอยเมื่อ “สุทิน” ได้ขึ้นอภิปรายสรุปประเด็น การอภิปรายสรุปของประธานวิปฝ่ายค้านไม่ใช่แค่การอภิปรายสรุปเพื่อให้จบตามหน้าที่เท่านั้น เพราะยังหยิบจับประเด็นสำคัญบางเรื่องที่ ส.ส.ฝ่ายค้านอาจไม่ได้พูดถึง หรือพูดถึงแต่ยังไม่มีความชัดเจน มาขยายความเพื่อให้สภาได้ข้อเท็จจริงเพิ่มมากขึ้น ตำแหน่งดาวสภาประจำปี 2563 จึงตกเป็นของ “สุทิน คลังแสง” ไปอย่างเอกฉันท์
“วิสาร” กรีดแขนเรตติ้งร่วงสู่ดาวดับ
7.ดาวดับแห่งปี : วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส. เชียงราย พรรคเพื่อไทย การตัดสินตำแหน่งดาวดับแห่งปีในครั้งนี้ถือว่าลำบากเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีข้อเสนอควรให้ “มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยศรีวิไลย์ สมควรได้รับตำแหน่งนี้ด้วยเช่นกัน ภายหลังนายมงคลกิตติ์แสดงจุดยืนทางการเมืองที่กลับไปกลับมา นึกอยากจะร่วมรัฐบาลก็ประกาศสนับสนุน แต่วันใดไม่อยากสนับสนุนก็ประกาศขอเป็นฝ่ายค้านอิสระ อาจบอกว่าเป็น ส.ส.ไร้จุดยืนคงไม่ผิดนัก แต่ถึงที่สุดแล้วสื่อมวลชนรัฐสภามีความเห็นว่าควรให้ตำแหน่งดาวดับเพียงคนเดียวและตำแหน่งนั้นเป็นของ “วิสาร เตชะธีราวัฒน์” เป็นผลมาจากเหตุการณ์ใช้มีดปอกผลไม้กรีดแขนกลางที่ประชุมสภาฯเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาทางการเมือง ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เพราะเป็นการชี้นำให้ใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหา อีกทั้งยังเป็น ส.ส.หลายสมัยและดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาก่อน สมควรเป็นแบบอย่างที่ดี แต่กลับแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมเพื่อหวังผลทางการเมือง หวังว่าดาวดับที่สื่อมวลชนมอบให้จะทำให้ไม่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก
“สิระ–มงคลกิตติ์” คู่กัดฟัดไม่เลิก
8.คู่กัดแห่งปี : “สิระ เจนจาคะ” และ “มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” เกือบได้เห็นการวางมวยกลางสภา ภายหลังปฐมบทแห่งความเดือดมาจากกรณี “มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ เรียกร้องให้นายกฯออกจากตำแหน่ง เพราะไม่สามารถควบคุมความสงบได้ ต่อมา “สิระ เจนจาคะ” ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ แถลงข่าวตอบโต้ว่า “การออกมาเรียกร้องเช่นนี้ต้องการผลประโยชน์อะไรหรือไม่ หรือเงินหมดเพราะบริจาคเงินเดือน ส.ส.ให้ในสถานการณ์โควิดไปแล้ว หาก เงินหมดจริงติดต่อผมได้ ”เรื่องไม่ได้จบแค่นั้นเพราะ “มงคลกิตติ์” ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กระบุว่า “เจอสิระที่ไหนจะเอาให้ฟันร่วงหมดปาก” ในที่สุดทั้งสองคนก็ได้เจอหน้ากันจริง เป็นเหตุการณ์ระหว่างที่ “มงคลกิตติ์” กำลังให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวบริเวณรัฐสภา และได้พบกับ “สิระ” ทำให้เดินเข้าไปจับแขนสิระ แต่สิระสะบัดออก “มงคลกิตติ์” พยายามเดินตามแต่สิระเดินหนี ที่สุดต้องถึงมือ “ชวน หลีกภัย” ต้องให้สัมภาษณ์ปรามทั้งสองฝ่ายว่าต้องคำนึงถึงภาพลักษณ์ของสภาฯด้วย
เหตุการณ์แห่งปี “แก้ รธน.ปี 60” สุดยื้อ
9.เหตุการณ์แห่งปี : การแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ได้รับการขนานนามว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่แก้ยากที่สุด โดยเฉพาะการต้องมีเสียง ส.ว.สนับสนุนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 เป็นผลให้การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในเดือน ก.ย.ไม่สามารถลงมติได้ แต่กลับต้องมาตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการ และเมื่อกลับมาประชุมรัฐสภาอีกครั้งในเดือน พ.ย. ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชนนำโดยกลุ่มไอลอว์ได้เข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา เป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชนครั้งแรก การประชุมรัฐสภาเวลานั้นไม่ได้เข้มข้นเฉพาะในสภาเท่านั้น แต่นอกสภาก็เดือดไม่แพ้กัน ภายหลังกลุ่มสนับสนุนและคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาชุมนุมบริเวณหน้ารัฐสภาและเกิดการปะทะกันเป็นระยะ อีกด้านหนึ่งตำรวจใช้น้ำผสมสารเคมีควบคุมการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร จนกระทั่งที่สุดแล้วเหตุการณ์นอกสภาสงบลงพร้อมด้วยการลงมติของรัฐสภาที่ไม่เห็นด้วยกับการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขต่อไป ด้วยเหตุนี้การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภา เป็นเหตุการณ์แห่งปีไปอย่างไม่ต้องสงสัย
วาทะแห่งปี 63 “มันคือแป้ง”
10.วาทะแห่งปี : “มันคือแป้ง” จากข้อความ “สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดของรัฐนิวเซาท์เวลส์ อ้างว่าเป็นเฮโรอีน 3.2 กิโลกรัม มันคือแป้ง”เป็นการชี้แจงของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อวันที่ 27 ก.พ. เวลานั้น ร.อ.ธรรมนัส ถูกกังขาถึงความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งว่ามีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ จนนำมาสู่การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่าการดำรงตำแหน่งของตนเองถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ อย่างไรก็ตาม ร.อ.ธรรมนัส กลับเป็นรัฐมนตรีที่ได้รับความไว้วางใจจากสภาฯน้อยที่สุดเพียง 269 เสียง โดยที่ ร.อ.ธรรมนัส ได้ลงคะแนนไว้วางใจตัวเอง จากเหตุการณ์นี้เองทำให้คะแนนความนิยมของรัฐบาลลดลงและสื่อต่างประเทศก็ได้มีการเปิดเผยข้อมูลการจับกุม ร.อ.ธรรมนัสในอดีตด้วย
ไร้ต้นแบบเลิกถาวร “คนดีศรีสภา”
11.คนดีศรีสภา : ยกเลิกตำแหน่งนี้ถาวร เป็นเวลาหลายปีแล้วที่สื่อมวลชนประจำรัฐสภาไม่ได้มอบตำแหน่งคนดีศรีสภาให้กับสมาชิกรัฐสภา เนื่องจากท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองและปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ปรากฏว่ามีสมาชิกรัฐสภาคนใดที่จะเป็นแบบอย่างที่ดีในการทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้นสื่อมวลชนประจำรัฐสภา มีความเห็นร่วมกันว่าสมควรยกเลิกตำแหน่งนี้เป็นการถาวร จนกว่าในอนาคตจะมีสมาชิกรัฐสภาที่มีความประพฤติที่เหมาะสมกับตำแหน่งดังกล่าวก็จะพิจารณาฉายานี้อีกครั้งต่อไป
“เสรี” ไม่โกรธขอเอาผลงานพิสูจน์
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.กล่าวถึงฉายาวุฒิสภา “สภาปรสิต” ว่าอย่าไปถือโทษโกรธหรือคิดมากมาย เป็นภาพสะท้อนเอากลับมาคิดดูว่าควรทำหน้าที่อย่างไรให้ดีกว่าเดิม ให้เชื่อถือว่าไม่ใช่ปรสิต เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ลบล้าง ปีหน้าสื่ออาจชมก็ได้ ส.ว.พยายามทำงานเต็มที่ แต่ติดมีข้อครหาเรื่องที่มา ส.ว.ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไป แต่เรามาตามรัฐธรรมนูญไม่ใช่ใครจะเดินเข้ามาก็ได้ เราทำตัวให้ดีก็แล้วกัน ส่วนฉายาประธานวุฒิสภา “หัวตอ รอออเดอร์” ไม่อยากวิจารณ์ แต่แรงไปหน่อย นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา พยายามตั้งใจทำงานอยู่แล้ว
“สิระ” ไปแม่ฮ่องสอนแจ้งจับ “เสรีพิศุทธ์”
เมื่อเวลา 10.00 น. นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร โดยนายสิระ เปิดเผยว่า วันที่ 27 ธ.ค.ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษที่ สภ.แม่สะเรียง เอาผิด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ประธาน กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาฯ ข้อหาหมิ่นประมาท กรณีแถลงข่าวจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนออกจากตำแหน่ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. ไม่ใช่ทําหน้าที่อย่างสุจริต นำประวัติตนไปเผยแพร่ มีข้อขัดแย้งการทําหน้าที่ฟ้องร้องคดีกับตนหลายสิบคดี ไม่แปลกหากมีเจตนาใส่ความด้วยข้อความอันเป็นเท็จให้เสียหาย ไม่ใช่ใช้อำนาจหน้าที่อย่างสุจริตหรือเป็นประโยชน์แก่ประชาชน ได้เข้าเยี่ยมเรือนจำ อ.แม่สะเรียงคุยกับเจ้าหน้าที่ยังมีห้องขังว่างรองรับผู้ทำผิดอีก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์บอกเป็นของขวัญปีใหม่กับประชาชนที่จะถอดถอนตนได้ ก็มอบของขวัญปีใหม่ให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เช่นกัน ได้แจ้งความเอาผิดกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์แล้วและแจ้งข้อหาหมิ่นประมาทสื่ออีก 2 แห่งด้วย
พท.หยัน “บิ๊กตู่” ยกผลโพลหลอกตัวเอง
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค เพื่อไทย กล่าวถึงฝ่ายรัฐบาลยกผลโพลได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนมากที่สุดว่า ถ้าโพลไหนรัฐบาลได้ประโยชน์ก็รีบกระโดดใส่ ถ้าโพลไหนเข้าเนื้อติดลบ รีบปฏิเสธ กล่าวโทษคนอื่น พล.อ.ประยุทธ์จะอ้างโควิด หลบหลังผลโพลอวยรัฐบาลโดยไม่ทำอะไรเลยไม่ได้ ประชาชนเข้าไปแสดงความเห็นสวนทางผลโพลอย่างกว้างขวางในช่องทางต่างๆ เฉพาะป้ายปริศนาที่ไปโผล่ในกระทรวงสาธารณสุข อาทิ COVID มาอีกรอบ แต่ประยุทธ์ยังอยู่ หนูการ์ดตก คุมเชื้อให้ดีเหมือนคุมม็อบล้วนสะท้อนผลงานอย่างดี ถ้าไม่มีโควิดมาให้อ้าง ป่านนี้รัฐบาลอาจอยู่ไม่ได้แล้ว ปราบม็อบกับปราบโควิดรัฐบาลยังเลือกเครื่องมือไม่ถูก ไม่รู้จะปราบอันไหนก่อน ระบบสาธารณสุขพร้อม ประชาชนร่วมมือมากขนาดนี้ยังปล่อยให้โควิดระบาดระลอกใหม่ ถ้าผู้นำมีภาวะผู้นำต้องประกาศลาออก แสดงความรับผิดชอบจากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไปแล้ว โควิดไม่กระจอก เพราะกระทบต่อสุขภาพความเป็นความตายประชาชนที่ถูกลอยแพ ให้เผชิญชะตากรรมจากมาตรการรัฐที่ผิดพลาด
โวมีสัญญาณเปลี่ยนนายกฯต้นปี
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โควิด-19 แพร่ลามสู่หลายจังหวัด เพราะแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมาย สะท้อนหย่อนยานมาตรการควบคุมชายแดนหย่อนยาน ทั้งที่ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่แล้ว ความเร่งด่วนที่พึงทำคือปรับปรุง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ให้สมบูรณ์แก้ไขสาระเพิ่มเติมออกเป็น พ.ร.ก.เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ประเทศ แต่รัฐบาลสืบทอดอำนาจชอบแต่ใช้อำนาจจากกฎหมายพิเศษ วันที่ 26 ธ.ค.ใช้อำนาจ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกข้อกำหนดห้ามการชุมนุม ประชาชนสงสัยออกมาแก้ปัญหาโควิด หรือสกัดกั้นประชาชนชุมนุมขับไล่รัฐบาลกันแน่ ประเมินว่าต้นปี 2564 การชุมนุมขับไล่รัฐบาลจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะพัฒนาใช้รูปแบบแปลกใหม่ผสมกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลการสื่อสาร ถ้านายกฯสืบทอดอำนาจยังคงอยู่ในตำแหน่งบริหาร วิกฤติประเทศมีแต่จะเพิ่มขึ้นจนยากเยียวยา นักการเมืองนกรู้จมูกไวเริ่มแตกตัวเปลี่ยนขั้ว เตรียมพร้อมรับมือการเปลี่ยนตัวนายกฯกันแล้ว การชุมนุมรูปแบบใหม่ของคณะราษฎรจะมาบรรจบกับการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้นปีสัญญาณการเปลี่ยนตัวนายกฯ จะค่อยปรากฏให้เราได้เห็นกัน
“ธนกร” โต้ “อาทิตย์” โทสาคติเกินไป
นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม อ้างโควิด-19 หลบหลังผลโพลเครือข่ายตัวเองที่อวยรัฐบาลว่า แทนที่จะช่วยกันแก้ปัญหากลับตั้งหน้าตั้งตาโจมตีรัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์รายวัน เล่นเกมการเมืองไม่สนใจทุกข์ร้อนประชาชน ถือว่ามีจิตใจอำมหิตผิดมนุษย์หรือไม่ นายกฯมุ่งทำงานให้ประชาชนไม่ได้สนใจผลโพล และไม่เคยมีโพลเครือข่ายรัฐบาลมาสนับสนุนรัฐบาลเหมือนรัฐบาลในอดีต ส่วนกรณีนายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ด่ารัฐบาลโง่ ไร้วิสัยทัศน์ ห้อมล้อมไปด้วยพวกทุจริตคอร์รัปชัน รู้สึกผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัย แทนที่จะแนะนำรัฐบาลแบบครูบาอาจารย์ กลับโจมตีรัฐบาลอย่างกับนักเลงหัวไม้ อยากให้นายอาทิตย์ให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลบ้าง อย่ามีโทสาคติจนเกินไป รัฐบาลทำงานเป็นทีม มีวิสัยทัศน์ หากมีการทุจริต พล.อ.ประยุทธ์ไม่เอาไว้แน่ ขอให้เชื่อมั่น
ซัดคน พท.โหนโควิดตีกินการเมือง
นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยมองว่าคำพูดนายกฯโยนบาป วอนนักการเมืองอย่าฉวยโอกาสใช้โควิด-19 เล่นเกมการเมืองว่า นายกฯพูดถูกที่สุดแล้ว นักการเมืองฝ่ายค้านไม่เคยมีแนวคิดจะช่วยเหลือประชาชนและประเทศชาติ กลับนำเอาโอกาสนี้มาหากินทางการเมืองให้ตัวเองดูดี และให้ประชาชนสับสนเข้าใจผิดนายกฯและรัฐบาล นายกฯไม่เคยกล่าวโทษใคร นายกฯและรัฐบาลพยายามหามาตรการต่างๆ เพื่อยังยั้งการระบาดเชื้อโควิด-19 เคยย้ำหลายครั้ง ถ้ายิ่งปล่อยให้นายอนุสรณ์ออกมาพูดยิ่งทำให้พรรคเพื่อไทยยิ่งตกต่ำ
ตีปี๊บส่งออกสุกรพุ่งเพิ่มกว่า 300%
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ รายงานผลการดำเนินงานการป้องกันการแพร่ระบาดโรคอหิวาต์แอฟริกาในหมู (ASF) ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม โดยนายกฯชื่นชมการทำงานของกระทรวงเกษตรฯ และขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันจนป้องกันความเสียหายต่อเกษตรกรและอุตสาหกรรมการเลี้ยงหมู ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่ปลอดโรคนี้ 2 ปีติดต่อกัน ขณะนี้มี 34 ประเทศทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างมากและในการรักษาความปลอดภัยในอุตสาหกรรมเลี้ยงสุกร ทำให้เป็นที่สนใจของตลาดต่างประเทศ ตัวเลขการส่งออกเฉพาะปี 2563 มีมูลค่าเกิน 22,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 300% จากปีที่ผ่านมา สำหรับปี 2564 รัฐบาลจะมุ่งมั่นสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพของโลก ขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่าการส่งออกที่เพิ่มขึ้น จะไม่ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนในประเทศ
นิด้าโพลชี้หาคนเหมาะนั่งนายกฯไม่ได้
วันเดียวกัน “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจความเห็นประชาชน เรื่อง “คะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 4” ระหว่างวันที่ 20-23 ธ.ค.รวม 2,533 หน่วยตัวอย่าง ถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ พบว่าร้อยละ 32.10 ระบุว่ายังหาคนเหมาะสมไม่ได้ ร้อยละ 30.32 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 13.46 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 7.74 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร้อยละ 7.50 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ร้อยละ 2.05 ไม่ตอบ/ไม่สนใจ ส่วนพรรค การเมืองที่จะสนับสนุนวันนี้ ร้อยละ 26.49 ไม่สนับสนุนพรรคใดเลย ร้อยละ 23.61 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 17.80 พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 14.92 พรรคก้าวไกล ร้อยละ 7.46 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 3 พรรคเสรีรวมไทย ร้อยละ 2.29 ไม่ตอบ/ไม่สนใจ ร้อยละ 1.82 พรรคภูมิใจไทย
“จตุพร” น้อยใจถกเพื่อนยุบกลุ่ม นปช.
ที่สถานีโทรทัศน์พีซทีวี ซอยรามอินทรา 40 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.กล่าว ตอนหนึ่งในรายการ “ลมหายใจพีซทีวี เวทีทัศน์ส่งท้ายปี 2563” ว่าส่งท้ายปีเก่าปีนี้ท่ามกลางเรื่องราวมากมาย และปีหน้าจะมีมากกว่า โดยเฉพาะเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การต่อสู้กับเผด็จการสู้ไปสู้มา กลายเป็นตนถูกผลักไปอยู่ร่วมกับเผด็จการ เป็นข้อหารุนแรง อ้างเรื่องไปช่วยหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่ ตั้งใจจะไม่ฟ้องร้องดำเนินคดีกับใคร แต่ปล่อยไว้ยิ่งได้ใจ กล่าวหาทุกเรื่องที่เป็นความเท็จ ต้องไปสู้กันในชั้นศาล ถูกใส่ความว่าออกจากคุกเพราะไปเจรจาตกลง ทั้งที่ติดคุกมาแล้ว 4 รอบรวม 19 เดือน ยังมีคดีทั้งอาญาและแพ่งรออยู่อีกมาก รอดอะไรสักเรื่องบ้าง ไปแลกเปลี่ยนเรื่องอะไร เราพยายามประคับประคองทุกสถานการณ์ ตนเป็นนายจตุพรเหมือนเดิม ที่ร้องเพลงเดิม เพียงแต่อายุมากขึ้นต้องลดคีย์ลงมาบ้าง ทิศทางของ นปช.จะเดินสายคุยกับแกนนำแต่เห็นว่าควรยุติองค์กร นปช.ให้เป็นตำนาน ทุกอย่างที่สู้กันมาไม่มีอะไรต้องติดยึด เป็นหัวโขน หากติดยึดมันต้องติดยึดกันมาตั้งแต่วัยเด็ก ไม่ใช่มาติดเอาตอนแก่
“วัชระ” จี้ใจดำขยายสร้างสภาครั้งที่ 5
นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีบริษัทรับเหมาสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ยื่นเรื่องจะขอขยายเวลาในการสร้างครั้งที่ 5 อีก 133 วัน หลังจากขยายสัญญาแล้ว 4 ครั้ง 1,864 วัน จากสัญญาก่อสร้างเดิม 900 วัน รวมทั้งสิ้น 2,764 วันไม่แล้วเสร็จว่า เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.กลุ่มบริษัทผู้ควบคุมงาน ATTA มีมติไม่เห็นชอบการขอขยายเวลาครั้งที่ 5 ของบริษัท ซิโน-ไทย พร้อมส่งหนังสือแจ้งกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา CAMA แล้วสัญญาก่อสร้างเดิมมี 900 วัน ไม่เสร็จบริษัทซิโน-ไทยผู้รับจ้างต้องเสียค่าปรับวันละ 12 ล้านบาทจากค่าก่อสร้าง 12,280 ล้านบาท กลุ่มบริษัท CAMA เห็นชอบให้ขยายเวลาก่อสร้างตามความต้องการของบริษัทซิโน-ไทยทุกครั้ง มีเป็นที่ปรึกษาของทางราชการหรือที่ปรึกษาบริษัทผู้รับเหมากันแน่ งบฯสำนักงานเลขาธิการสภาฯจ่ายให้ทั้ง 2 กลุ่มบริษัทคือ CAMA และ ATTA กว่า 550 ล้าน ยิ่งขยายเวลาไปเท่าใด ต้องเสียเงินภาษีเพิ่มมากขึ้น คณะกรรมการตรวจการจ้างฯจะประชุมพิจารณาขยายเวลาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่วันที่ 28 ธ.ค.เวลา 09.00 น. 3 วันรวดจนหมด พ.ศ.2563