ผ่าบทบาทตระกูลชินวัตรกับวิบากกรรมการเมือง : สู้ต่อหรือยกธงขาว

ข่าว

ผ่าบทบาทตระกูลชินวัตรกับวิบากกรรมการเมือง : สู้ต่อหรือยกธงขาว

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    28 ธ.ค. 2563 05:01 น.

    สองทศวรรษตระกูลชินวัตรจากเฟื่องฟูอำนาจสมัยพรรคไทยรักไทย สู่การปรับโครงสร้างพรรคเพื่อไทย ที่ใกล้ลงตัวในปี 2564 นับเป็นตระกูลที่มีอิทธิพลต่อพรรคและเขย่าวงการเมืองไทย สร้างนายกรัฐมนตรี 4 คน ประกอบด้วย นายทักษิณ ชินวัตร นายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บ้างเจอวิบากกรรมถูกรัฐประหาร บ้างถูกศาลรัฐธรรมนูญลงดาบ

    ตอนนี้ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์”ยังหลบร้อนทางการเมืองอยู่ต่างประเทศ แต่ถูกจับตามองว่ามีบารมีเหนือพรรคเพื่อไทย รวมถึงคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยานายทักษิณ ก็ถูกตั้งข้อสังเกตส่งคนเข้าไปคุมพรรคเพื่อไทย

    ทีมการเมือง ถือโอกาสปิดท้ายอำลาปีเก่า เปิดใจบุคคลที่มีบทบาทสำคัญอีกคนในวงการเมือง เพื่อค้นหาคำตอบว่านับจากนี้ตระกูลชินวัตรวางบทบาทต่อวงการเมืองไทยอย่างไร นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย และสามีนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องของนายทักษิณ เป็นผู้เปิดแง้มประตูให้รู้ธงคำตอบนั้น

    โดยขออวยพรปีใหม่ให้คนไทยประสบความสุข สำเร็จตามที่ปรารถนา สิ่งดีๆปรากฏเข้ามาในชีวิต ตั้งมั่นอยู่ในหลักธรรมคำสอนของศาสนา อยู่ร่มเย็นในบรรยากาศที่การปรองดองกำลังเริ่มขึ้น

    จากนั้นมีมุมคิดถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มราษฎร ก็เป็นเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย

    รัฐบาลที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ควรเปิดใจกว้างรับฟังปัญหา

    สร้างบรรยากาศให้เกิดการเจรจาปรองดองและเสียสละ

    แม้ตำแหน่งนายกฯก็ต้องเสียสละ หากเป็นไปเพื่อประเทศชาติและประชาชน

    แต่ขณะนี้รัฐบาลไม่ค่อยตอบสนอง บรรยากาศการสร้างความปรองดองยังไม่เกิดขึ้น ซ้ำยังเกิดวิกฤติความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล แม้นายกฯพยายามทำงานเต็มที่ ก็ยังสร้างความเชื่อมั่นไม่ได้

    ฉะนั้นหากเห็นว่าประเทศเกิดวิกฤติ การลาออกเป็นอีกช่องทางหนึ่งช่วยสร้างบรรยากาศให้เกิดความปรองดอง ประเทศสงบสุข ก็ควรพิจารณา เมื่อปฏิรูปประเทศเข้าที่เข้าทาง สถาบันการเมืองมั่นคง ถึงวันนั้นก็กลับมาเป็นนายกฯอีกได้ตามกลไกของรัฐธรรมนูญ

    เฉกเช่นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไปตามกลไกของรัฐสภา (ขณะนี้อยู่ในชั้นคณะกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ) หากไม่ตัดทิ้งประเด็นที่เสนอโดยภาคประชาชน ย่อมเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ทุกฝ่ายให้ความเชื่อมั่น สร้างบรรยากาศที่ดี ส่วนตัวอยากให้แก้ในหลายประเด็น อาทิ ควรมีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ

    เช่นเดียวกันคณะกรรมการสมานฉันท์ ขอเรียนว่านายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีความคิดที่ดีเพื่อช่วยบ้านเมือง โดยได้ติดต่อมาในฐานะเป็นอดีตนายกฯให้เข้าไปร่วม ก็ตอบยินดีหากสามารถเข้าไปทำประโยชน์ได้ ยามนี้ทุกฝ่ายควรร่วมมือกัน ไม่แน่ใจเข้าไปทำอะไรได้แค่ไหน ทำได้ก็ดี ทำได้แค่ไหนก็แค่นั้น

    ความขัดแย้งยาวนานต่อเนื่องนับ 10 ปี ควรมีทางออกอย่างไร นายสมชาย บอกว่า อย่าปล่อยให้แค่ผ่านๆไป อย่าประชุมแค่พิธีกรรมแล้วมีเอกสารประกาศออกไปว่าจะดำเนินการ แต่ไม่ได้ทำอะไรเหมือนบางยุค

    บางยุคอ้างเหตุสถานการณ์วุ่นวายก็ใช้วิธีรัฐประหาร ประเทศไทยใช้วิธีรัฐประหารมาหลายครั้ง เพื่อสยบปัญหา แต่ปัญหาถูกเก็บเอาไว้และบานปลายในอนาคต

    หากรัฐประหารแก้ปัญหาได้จริง ประเทศคงศิวิไลซ์ไปแล้ว

    ฉะนั้นถึงเวลาตั้งใจแก้ปัญหา พูดคุยอย่างจริงจัง

    เสียสละให้แก่กันและกัน เพื่อสร้างความปรองดองในชาติ

    ขณะนี้เป็นห่วงความขัดแย้งที่ยังตกลงกันไม่ได้ กังวลจะไปถึงจุดเสียเลือดเสียเนื้อ

    ขอให้ทุกฝ่ายหาทางออกโดยวิธีละมุนละม่อม เพื่อให้ประเทศสงบ ไร้คลื่นใต้น้ำ

    ทั้งหมดเป็นบทบาทของรัฐบาลควรบริหารจัดการ เรามีหน้าที่ติดตาม เสนอแนะ ตรวจสอบ และเตรียมพร้อมเสมอสำหรับการเลือกตั้งใหญ่ครั้งต่อไป

    พรรคเพื่อไทยกำลังถูกพรรคก้าวไกลตีฐานเสียง ควรปรับยุทธศาสตร์อย่างไร นายสมชาย บอกว่า พรรคการเมืองแข่งขันเชิงนโยบาย เพิ่มทางเลือกให้ประชาชน พรรคไหนทำประโยชน์ให้ประชาชนและประเทศชาติ เราก็ควรสนับสนุน ให้กำลังใจ และยินดีด้วย

    เมื่อมีคู่แข่งก็ต้องปรับตัว พรรคคู่แข่งกระตุ้นให้เราขยับ แข่งขันทำประโยชน์ให้ประชาชนได้มากขึ้น

    แต่ภายในพรรคเพื่อไทยยังมีความขัดแย้ง จนสมาชิกทยอยลาออกหลายคน จะแก้ปัญหาอย่างไร นายสมชาย บอกว่า ในฐานะเป็นสมาชิกพรรคและเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งของพรรค ที่สืบทอดอุดมการณ์มาจากพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน ที่ตั้งใจแก้ปัญหาให้ประชาชน

    ตอบโจทย์ประชาชนในด้านเศรษฐกิจ โดดเด่นกว่ารัฐบาลชุดอื่น

    วันนี้อุดมการณ์ยังเหมือนเดิม ไม่ได้เป็นพรรคแค่อยากเข้าร่วมรัฐบาล แสวงหาประโยชน์ แสวงหาอำนาจ เมื่อเกิดความขัดแย้งภายใน ถึงขั้นมีคนลาออก ทุกพรรคมีคนเข้าและออก เป็นเรื่องปกติ อย่ากังวล

    ถ้าอยู่ในพรรคแล้วไม่สบายใจ ไม่ใช่แนวทาง ท่านออกไปก็ยังหวังดีกับพรรคเดิมและหวังดีกับประชาชน

    ได้หารือกับนายทักษิณเพื่อช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคอย่างไร นายสมชาย บอกว่า ปัญหาภายในไม่เคยไปหารือ เพราะท่านไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารพรรคที่จะพิจารณาแก้ไข

    อาจมีสอบถามผมบ้าง ก็ให้ความเห็นไป จะนำไปใช้หรือไม่เป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารพรรค

    เมื่อช่วงเดือน ต.ค.63 ก็เดินทางไปเยี่ยมท่านทักษิณและคุณยิ่งลักษณ์ ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่วนใหญ่ถามถึงสารทุกข์ สุกดิบ ท่านสบายดี แค่ไม่สบายใจที่ไม่ได้กลับบ้าน

    ท่านยังได้พูดแนวทางและอุดมการณ์ของพรรคไทยรักไทย วันนี้แค่พรรคเพื่อไทยเดินตามรากฐานที่วางไว้ก็สบายใจ ท่านรักษามารยาท ไม่เข้ามาก้าวก่าย ส่วนใหญ่ท่านพูดคุยเรื่องส่วนตัว ถามสารทุกข์สุกดิบของญาติพี่น้องมากกว่า ไม่ได้เน้นเรื่องการเมือง เพราะต่างคนต่างอายุมากแล้ว

    การเมืองพูดไปก็เท่านั้น ที่ทำกันอยู่ก็ไม่ไปถึงไหน

    บทบาทการเมืองของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เป็นอย่างไรบ้าง นายสมชาย บอกว่า ภรรยาของผมเลิกเกี่ยวข้องทางการเมือง รีไทร์ทางการเมืองแน่นอน บั้นปลายขอใช้ชีวิตอย่างสงบ ผมก็อยากรีไทร์ทางการเมือง ถอยมาอยู่ข้างหลัง คอยให้คำปรึกษาคนรุ่นใหม่ที่มีมันสมอง มีพลังที่เข้ามาทำงานการเมือง

    เป็นตามสัจธรรมเมื่อถึงเวลาทุกคนควรรู้จักวาง ไม่มีใครอยู่ในตำแหน่งได้ตลอดไป มาแล้วควรสร้างอะไรให้ประชาชนระลึกถึง ถ้าอยู่แล้วไม่ได้ก่อประโยชน์ อยู่แล้วเกิดปัญหา ก็ควรเสียสละ ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า

    ปี 2564 บทบาทตระกูลชินวัตรต่อการเมืองไทยจะเป็นอย่างไร เพราะครบ 20 ปี นับตั้งแต่พรรคไทยรักไทยจัดตั้งรัฐบาลมาจนถึงยุคพรรคเพื่อไทย นายสมชาย บอกว่า ในระยะ 20 ปี ต้องยอมรับตระกูลชินวัตรทำประโยชน์ให้ประเทศไทยและประชาชนชาวไทย

    สร้างมิติใหม่ทางการเมือง โดยเฉพาะยุคท่านทักษิณ

    ผลักดันนโยบายที่ประชาชนชื่นชอบ เศรษฐกิจดี

    ขอให้เข้าใจว่าตระกูลชินวัตรไม่ได้ผูกขาดทางการเมืองหรือผูกขาดในพรรคเพื่อไทย เป็นเรื่องเฉพาะตัวบุคคล ใครมีความเหมาะสมก็เข้ามาทำงานการเมือง

    ฉะนั้นตระกูลชินวัตรไม่ได้วางแผนหรือวางคนสืบทอดทางการเมือง

    ขอย้ำการสืบทอดทางการเมืองผูกขาดโดยคนในตระกูลไม่ได้ ขึ้นอยู่กับจังหวะ บังเอิญคนในตระกูลชินวัตรมีความสามารถหลายคนก็อาจเป็นไปได้ ไม่อยากให้นำตระกูลมาเชื่อมโยงผูกขาดทางการเมือง ตระกูลไหนมีคนเก่งก็สามารถเข้ามาทำงานเพื่อประชาชนได้

    ตระกูลชินวัตรใครสนใจเข้ามาทำงานการเมืองอีก นายสมชาย บอกว่า ไม่ทราบ ไม่เห็นมีใครอยากเข้ามา

    ดูคนในตระกูลชินวัตรแล้วไม่มีใคร แต่ไม่ได้ท้อถอย

    ใครเข้ามาทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ ถ้าประชาชนสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นคนในตระกูลชินวัตรหรือตระกูลอื่นก็อย่ารังเกียจกัน

    ควรเปิดให้คนดี มีความสามารถเข้าสู่การเมือง

    หรือเข้ามาช่วยเหลือเกื้อกูลบ้านเมือง.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    วิเคราะห์การเมืองทีมการเมืองตระกูลชินวัตรพรรคไทยรักไทยอดีตนายกรัฐมนตรีรัฐประหารสมชาย วงศ์สวัสดิ์

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 20 กันยายน 2564 เวลา 18:30 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์