การเลือกตั้งนายกและสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ มีทั้งคึกคักและเงียบเหงา ผู้ที่คาดหวังว่าการเลือกตั้งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอาจต้องผิดหวัง โดยเฉพาะผลการเลือกตั้งนายก อบจ. ส่วนใหญ่ผู้ชนะเป็นแชมป์เก่า เป็นคนบ้านใหญ่ คณะก้าวหน้าอาจสอบตกยกคณะ
จากผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ไม่ทราบแน่ชัดว่ามีผู้ใช้สิทธิ ถึงเป้า 70% ที่ กกต.ตั้งไว้หรือไม่ รู้แต่ว่าผู้สมัครนายก อบจ.จากพรรคเพื่อไทย ชนะในหลายจังหวัดในภาคเหนือ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทยชนะไปหลายจังหวัด ส่วนในภาคกลาง ผู้ชนะส่วนใหญ่เป็นแชมป์เก่าที่เหนียวแน่น
ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ กลุ่มที่ผิดหวังคือผู้ที่หวังว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งใหญ่จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในทางที่ดีขึ้น เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น “คณะก้าวหน้า” ก็คงจะผิดหวังไม่น้อย เพราะผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามที่มุ่งหวัง ต่างจากผลการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อปี 2562 ที่พรรคอนาคตใหม่ชนะเกินคาด
เหตุที่คณะก้าวหน้าไม่ประสบความสำเร็จ คล้ายกับพรรคอนาคตใหม่อาจเพราะคนไทยมองการเมืองท้องถิ่นกับการเมืองระดับชาติต่างกัน ในอดีตที่ยังไม่มีนายก อบจ. มีแต่สมาชิกสภาจังหวัด (ส.จ.) ส.จ.ส่วนใหญ่ถูกมองเป็นผู้รับเหมาที่แสวงผลประโยชน์จากโครงการจัดซื้อจัดจ้างจากหน่วยราชการ
กลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้สนับสนุนพรรค อนาคตใหม่ ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 อาจไม่สนใจการเมืองท้องถิ่น รวมทั้ง อบจ. เพราะไม่มีอำนาจจริง แต่ อยู่ภายใต้กำกับดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นข้าราชการส่วนภูมิภาค อีกทั้งอาจมองว่าคณะก้าวหน้าเล่นการเมืองระดับชาติ สร้างความแตกแยกในนโยบายที่อ่อนไหว
...
การเลือกตั้งในประเทศประชาธิปไตยส่วนใหญ่ มักนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ทางการเมือง ทั้งด้านตัวบังคับและนโยบายการบริหารประเทศ แต่สำหรับประเทศไทย การเมืองยังก้าวหน้าและถอยหลังมาโดยตลอด ขณะนี้การเมืองไทยอยู่ในช่วงของการถอยหลัง กลับสู่ยุคเผด็จการครึ่งใบ ประชาธิปไตยครึ่งใบ รัฐธรรมนูญล้าหลัง
อย่างไรก็ตาม คงต้องขอบคุณรัฐบาลที่ยินยอมให้มีการเลือกตั้งอย่างน้อยก็ถือว่ายังคิดถึงประชาธิปไตยอยู่ ทำให้คนไทยมีโอกาสใช้สิทธิและเสรีภาพเป็นการลดอำนาจเจ้าหน้าที่รัฐ และเพิ่มอำนาจให้ประชาชน แม้จะเป็นเพียงน้อยนิด แต่หวังว่าการปกครองท้องถิ่นทั่วประเทศ จะก้าวถึงระดับ กทม.ในวันข้างหน้า.