ศึกชิง อบจ. สมรภูมิเดือด วัดบารมีพรรค สู่อำนาจรัฐ สะท้อนเงาการเมือง

ข่าว

    ศึกชิง อบจ. สมรภูมิเดือด วัดบารมีพรรค สู่อำนาจรัฐ สะท้อนเงาการเมือง

    ไทยรัฐออนไลน์

    18 ธ.ค. 2563 08:52 น.

    • จับตาสนามเลือกตั้ง นายก อบจ.ทั่วประเทศ 20 ธ.ค.นี้รู้กัน ใครสมหวัง-ใครผิดหวัง อยู่ที่มือประชาชน
    • วัดบารมีบ้านใหญ่ กลุ่มอำนาจรัฐ ตระกูลดัง ศึกช้างชนช้าง หลายจังหวัดสู้กันเดือด
    • เกือบ 7 ปี ประชาชนได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพื่อนำคนดี มีคุณภาพ มาพัฒนาความเป็นอยู่ ปากท้อง ในบ้านเมือง

    อีกเพียง 2 วัน ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กับ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ในวันอาทิตย์ที่ 20 ธ.ค.นี้ ซึ่งคนไทยทุกคนที่เป็นผู้มีสิทธิ์ออกเสียงลงคะแนน จะต้องไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง นายกอบจ. และ ส.อบจ. รวมทั้ง 76 จังหวัด เพื่อชี้ชะตานำคนดีมาบริหารงานจังหวัด

    ถือเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งแรกในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในขณะนั้น นำกำลังเข้ารัฐประหาร เมื่อปี 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แล้วนั่งเก้าอี้ "นายกรัฐมนตรี" ยาวมาถึงปัจจุบัน

    ในภาพรวมการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ. จากทุกสังกัด รวม 335 คน และผู้สมัครสมาชิก อบจ. ประมาณ 8,186 คน มีผู้สมัครนายก อบจ.สูงสุด 10 คน อยู่ที่ จ.ขอนแก่น และจังหวัดที่มีผู้สมัครนายก อบจ. เพียงคนเดียวมี 3 จังหวัด คือ กระบี่ เพชรบุรี และอุทัยธานี

    ภาพรวมการเลือกตั้ง นายก อบจ. และ ส.อบจ.ครั้งนี้ ผู้สมัครหลายจังหวัดเป็นนักการเมืองเก่า หลายคนยอมทิ้งเวทีระดับประเทศ เพื่อลงมาเล่นสนามการเมืองท้องถิ่น หลายคนมาจากตระกูลนักการเมืองใหญ่ ที่ส่งเมีย ลูก เครือญาติ เข้ามาลงสนามชิงชัยเพื่อรักษาพื้นที่ รักษาคะแนนเสียง และต่อยอดการก้าวสู่การเมืองระดับชาติ

    การเลือกตั้งครั้งนี้จึงมีหลายพรรคการเมือง ส่งคนลงเลือกตั้ง หลายจังหวัดลงเล่นในนามกลุ่ม หลายคนมาจากบ้านใหญ่ ขาใหญ่ในพื้นที่ ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ "บิ๊กเนม" หลายคนที่กระโดดประชันโฉม กลายเป็นศึกช้างชนช้างหลายจังหวัดด้วยกัน

    ขณะที่ กกต. เร่งรณรงค์ให้คนกลับบ้านไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง อบจ.ทั่วประเทศ โดยเชิญชวนให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่มาอยู่ หรือทำงานใน กทม. กลับไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกและนายก อบจ. ในวันอาทิตย์ที่ 20 ธ.ค. ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ภายในภูมิลำเนาของตนเอง ภายใต้แนวคิด "20 ธันวา กลับบ้านใช้สิทธิ์ เลือกตั้งท้องถิ่น อย่างสุจริตโปร่งใส" โดยให้ประชาชนเตรียมความพร้อมไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะผู้ที่จะต้องเดินทางกลับไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ควรวางแผนการเดินทาง รวมทั้งเตรียมบัตรประจำตัวประชาชนให้พร้อม และตรวจสอบสิทธิ์เลือกตั้ง

    โดยแต่ละจังหวัด เตรียมพร้อมจัดกิจกรรม โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเดินรณรงค์และร่วมกิจกรรม ผู้บริหารสำนักงาน กกต.ได้กำชับถึงการจัดกิจกรรมจะต้องอยู่ภายใต้เกณท์มาตรฐานการป้องกันโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุขทุกจังหวัด แต่หากถึงวันจัดกิจกรรมจังหวัดใดที่อยู่ในเกณฑ์ต้องเฝ้าระวังก็สามารถงดจัดกิจกรรมได้ ทำให้สีสันการเลือกตั้งที่ห่างหายไปนานกลับมาคึกคัก และเด็ก เยาวชนที่มีอายุถึงเกณฑ์ต่างตื่นตัวอยากออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก

    ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า การเลือกตั้งนายก อบจ. และ ส.อบจ.ครั้งนี้จะมีผู้ออกไปใช้สิทธิ์มากกว่าร้อยละ 70-80 เพราะประชาชนผ่านกระบวนการเรียนรู้ต้องการนำคนที่มีคุณภาพมาบริหารพัฒนาจังหวัด จึงเน้นที่จะดูนโยบาย คุณสมบัติเป็นหลักเพื่อนำไปสู่การพัฒนา แก้ปัญหาปากท้อง และความเป็นอยู่ที่ดีในจังหวัดแต่ละพื้นที่

    ขณะที่ "พรรคเพื่อไทย" ส่งผู้สมัครนายก อบจ. 25 จังหวัด ในพื้นที่ภาคอีสาน 10 จังหวัด ภาคกลาง 9 จังหวัด และภาคเหนือ 6 จังหวัด ยึด 6 นโยบายกลางที่จะนำไปให้ผู้สมัครใช้ในการขับเคลื่อนการเมืองระดับท้องถิ่น 1.พัฒนาระบบขนส่งคุณภาพใกล้บ้าน และเชื่อมท้องถิ่นเป็นเส้นเลือดฝอยด้านคมนาคม 2.นโยบายด้านสุขภาพ เน้นให้คนในท้องถิ่นมีสุขภาพที่ดีและต้องรักษาได้ใกล้บ้าน 3.นโยบายด้านการศึกษา ที่ต้องการลดจำนวนนักเรียนหลุดจากระบบศึกษาเพราะปัญหายากจน 4.นโยบายเกษตรปลอดภัยใกล้บ้าน สู่ครัวโลก ปลูกในถิ่น กินไปทั่วโลก 5.นโยบายเอสเอ็มอีและสินค้าโอทอป และ 6.การพัฒนาเพื่อสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว กีฬา และวัฒนธรรม

    "คณะก้าวหน้า" เปิดตัวผู้สมัครนายก อบจ. 42 จังหวัด แบ่งเป็นผู้สมัครใน ภาคเหนือ 7 จังหวัด ภาคอีสาน 25 จังหวัด ภาคตะวันออก 4 จังหวัด ภาคใต้ 5 จังหวัด และภาคตะวันตก 1 จังหวัด โดยนำนโยบายผ่านหลัก 3 จริง คือ พื้นที่จริง ประชาชนจริง และสถานการณ์จริง ภายใต้แคมเปญใหญ่ "เปลี่ยนประเทศไทย เริ่มได้ที่บ้านเรา" เพื่อรณรงค์ และเสนอตัวเป็นทางเลือกใหม่ให้กับประชาชนในหลายจังหวัด

    เน้นไปที่ท้องถิ่นใน 6 ประเด็น 1.เพิ่มอำนาจให้ประชาชน 2.ใส่ใจสวัสดิการพื้นฐานของประชาชนอย่างเท่าเทียม 3.บริการสาธารณะเป็นสิทธิ์ของทุกคน พัฒนาทั้งระบบสาธารณสุข ระบบขนส่ง ในราคาที่เป็นธรรม 4.สิ่งแวดล้อม เพิ่มพื้นที่สีเขียว บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน 5.เศรษฐกิจในชุมชนต้องดี ผ่านการส่งเสริมสินค้าและผลิตภัณฑ์ สนับสนุนให้ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น รวมทั้งศักยภาพของคนพื้นที่ และ 6.ต้องมีพื้นที่สาธารณะเพื่อการเรียนรู้ อาทิ สร้างพื้นที่กิจกรรมสร้างสรรค์ หรือสร้างศูนย์การเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

    ด้าน "พรรคพลังประชารัฐ" แม้จะมีมติไม่ส่งผู้สมัครลงในนามพรรค แต่มีอย่างน้อย 8 จังหวัดที่มีความเชื่อมโยงถึงพรรคโดยตรง โดยมี 7 จังหวัดที่ผู้สมัครนายก อบจ. นามสกุลเดียวกันกับ ส.ส.ของพรรค คือ พะเยา กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ ชัยนาท ราชบุรี ชลบุรี นครศรีธรรมราช

    ส่วน "พรรคภูมิใจไทย" มีผู้สมัครนายก อบจ. กว่า 6 จังหวัด ที่มีความสัมพันธ์กับคนในพรรค แม้ทางพรรคจะแจ้งไม่อนุญาตให้นำสัญลักษณ์ของพรรคไปใช้หาเสียงเลือกตั้ง นายก อบจ. และ ส.อบจ. จะเห็นว่าผู้สมัครจาก นครพนม บุรีรัมย์ บึงกาฬ นครราชสีมา ปราจีนบุรี ศรีสะเกษ ก็เป็นคนในครอบครัวของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย

    ขณะที่จังหวัดหัวเมืองใหญ่ ที่มีทายาทบ้านใหญ่ ตระกูลใหญ่ ต่างพากันลงชิงชัยในสนาม อบจ. เพื่อวัดใจประชาชนในการมาใช้สิทธิ์เพื่อให้เป็นตัวแทนจังหวัด

    สนาม "ภาคเหนือ" คงเดิมพันสูง เพราะเป็นพื้นที่ของพรรคเพื่อไทย และฐานที่มั่นคนเสื้อแดง แต่ก็ต้องสู้กับตระกูลใหญ่ บ้านใหญ่ และกลุ่มอิงพรรคการเมือง

    จ.เชียงใหม่ บ้านเกิดของ "อ้ายทักษิณ" จะแพ้ไม่ได้ โดยมีผู้สมัคร 5 คน หมายเลข 1 นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร หรือ ส.ว.ก๊อง จาก "พรรคเพื่อไทย" ต้องต่อกรกับ นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ "กลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม" ที่เดินออกจากทีมนายใหญ่ หมายเลข 2 ที่คาดว่าสนามนี้คงเป็นการชิงชัยอยู่แค่ 2 คน โดยมี หมายเลข 3 นายวินิจ จินใจ "กลุ่มเชียงใหม่ก้าวใหม่" หมายเลข 4 นายบดินทร์ กินาวงค์ "กลุ่มประชารัฐเชียงใหม่" และในนามอิสระ หมายเลข 5 นายวสันต์ วัชวงษ์ และ หมายเลข 6 นายเฉลิมศักดิ์ สุรนันท์ เป็นตัวสอดแทรก

    จ.เชียงราย พื้นที่ฐานที่มั่นของ "นายใหญ่" แห่งตระกูลชินวัตร ส่ง น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ผู้สมัครหมายเลข 3 เข้าประกวดในนาม "พรรคเพื่อไทย" โดยมี นายมงคลชัย ดวงแสงทอง หมายเลข 1 และ น.ส.อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ หมายเลข 2 เป็น "ผู้สมัครอิสระ" เข้าชิงชัย

    จ.ลำปาง น.ส.ตวงรัตน์ โล่สุนทร หลานรักจากตระกูล "โล่สุนทร" ลงในนาม "พรรคเพื่อไทย" ได้หมายเลข 1 ที่เป้าหมายต้องเข้าวิน จะต่อสู้กับ นายประยูร แก้วเดียว "กลุ่มอนาคตลำปาง" หมายเลข 3 และ นายดาชัย เอกปฐพี จากกลุ่มพลังลำปาง หมายเลข 4 ส่วนหมายเลข 3 นายประสงค์ มิ่งเชื้อ หมายเลข 5 นายศุภภัทร มานะทัศน์ หมายเลข 6 นายจินณ์ ถาคำฟู และ หมายเลข 7 นายสุนทร ใจแก้ว เป็นผู้สมัครนามอิสระ

    จ.พะเยา เดิมพันสูง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือพลังประชารัฐ ส่งน้องชาย นายอัครา พรหมเผ่า หมายเลข 3 สู้ในนาม "กลุ่มฮักพะเยา" โดยมี นายชัยประพันธ์ สิงห์ชัย จาก "คณะก้าวหน้า" หมายเลข 1 และนายณรงค์ นามวงค์ หมายเลข 2 และหมายเลข 4 นายสันติชัย ชุ่มมงคล ลงในนามอิสระ

    จ.กำแพงเพชร นายสุนทร รัตนากร อดีตนายกอบจ. น้องชายแท้ๆ ของนายวราเทพ รัตนากร ลงสนามในนาม "กลุ่มหมอทร" มีนายปฐมภพ ปราการชัยนาคร หมายเลข 2 ลงในนามอิสระ และที่กะพริบตาไม่ได้คือ หมายเลข 3 นายอภิสิทธิ์ พรมฤทธิ์ "คณะก้าวหน้า" ที่อาจเป็นตาอยู่

    ส่วนสนาม "ภาคใต้" ก็ดุเดือด เข้มข้นไม่แพ้กัน เพราะเป็นพื้นที่ซึ่งมีการแข่งขันกันสูง

    จ.สงขลา จนถึงปัจจุบันมีการร้องเรียน กกต.เกี่ยวกับเรื่องการทำผิดกฎหมายไปแล้วหลายเรื่อง โดยผู้สมัครที่เป็นตัวเก็งคือ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ทีม "สงขลาประชารัฐ" หมายเลข 2 เป็นเพื่อนร่วมรุ่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และเป็นอดีต ผอ.เลือกตั้งของพรรคพลังประชารัฐ ที่เคยทำให้พรรคประชาธิปัตย์น้ำตาร่วงมาแล้ว หลังกวาด ส.ส.ภาคใต้มาได้ถึง 13 ที่นั่ง จะขับเคี่ยวกับ ว่าที่ ร.ต.ไพเจน มากสุวรรณ์ ทีมพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 3 ที่มี นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย และนายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม เป็นพี่เลี้ยงให้

    จ.นราธิวาส ถือเป็นการต่อสู้ของ นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ. 4 สมัย 16 ปี ในวัยอายุ 78 ปี ที่มี ลูกชาย 2 คน เป็น ส.ส.ในจังหวัด ถือเป็นยักษ์ใหญ่ บารมีแน่น มีเสียงในมือเพียบ ถึงกับประกาศห้ามแพ้ทุกเขต เพราะมีศักดิ์ศรีเป็นเดิมพัน ขณะที่ผู้ท้าชิงคือ นายรำรี มามะใน วัย 70 ปี หมายเลข 2 อดีต ส.ส.เขต 3 จากประชาธิปัตย์ หวังล้มแชมป์ เพราะได้รับแรงสนับสนุนเพิ่มมาจากทีมเสียงสมาชิกฝั่ง พปชร.

    จ.ยะลา มีเพียงผู้สมัคร 2 ราย คือ นายมุขตาร์ มะทา แชมป์เก่า หมายเลข 1 ในฐานะน้องชายของ วันมูหะมัด นอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ยังได้รับความนิยมจากคนในพื้นที่ เป็นนักการเมืองที่คนในพื้นที่รัก ช่วยเหลือชาวบ้าน ขณะที่คู่แข่ง หมายเลข 2 นายอับดุลลาเต๊ะ ยากัด ซึ่งเคยเป็นอดีตนายก อบจ.ยะลา ในสมัยที่มีการเลือกตั้งทางอ้อม ปี 2535

    จ.ปัตตานี เป็นอีกพื้นที่ที่เป็นการแข่งระหว่าง 2 คน คือ นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี หมายเลข 2 นายก อบจ. 3 สมัย ซึ่งมีเครือข่ายกว้างขวาง ทั้งผู้นำศาสนา องค์กรมุสลิมในพื้นที่ ซึ่งคู่แข่งก็เป็นเพื่อนกัน เคยเป็นนักการเมืองท้องถิ่นด้วยกันมา นายรุสดี สารอเอง หมายเลข 1 ซึ่งรอบนี้ทั้งคู่ต่างรู้มือกันดีคงจะประมาทไม่ได้เด็ดขาด อย่างไรก็ตามคงต้องขึ้นอยู่กับเสียงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่จะใช้สิทธิ์ตัดสินว่าใครคือผู้สมควรจะก้าวขึ้นมาบริหารให้จังหวัด


    สำหรับโซน "ภาคกลาง" ต้องจับตาบ้านใหญ่หลายจังหวัด ส่งเครือญาติลงชิงชัย แต่จะสอดแทรกด้วย "คณะก้าวหน้า" ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เดินอ้อนขอคะแนนเสียงด้วยตัวเอง

    จ.สมุทรปราการ "ตระกูลอัศวเหม" ส่ง น.ส.นันทิดา แก้วบัวสาย จาก "กลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า" หมายเลข 1 ศึกนี้ต้องชนะเท่านั้น โดยมีหมายเลข 2 นายรัชชานนท์ ทองอร่าม ในนามอิสระ หมายเลข 3 นายนำพล คารมปราชญ์ ในนามอิสระ หมายเลข 4 นายอำนวย รัศมิทัต อดีตนายก อบจ. และหมายเลข 5 นายธัชชัย เมตโต ท้าล้มบ้านใหญ่ จาก "คณะก้าวหน้า" ที่จะก้าวมาเป็นตัวแปรที่อาจทำให้บ้านใหญ่สะอื้นก็ได้

    จ.ชลบุรี ตระกูล "คุณปลื้ม" ส่ง นายวิทยา คุณปลื้ม อดีตนายก อบจ.หมายเลข 1 จากกลุ่มเรารักชลบุรี เต็ง 1 โดยมี หมายเลข 2 น.ส.พลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง คณะก้าวหน้าเปลี่ยนชลบุรี หมายเลข 3 นายสรายุทธ วงษ์แสงทอง หัวหน้ากลุ่มชลบุรีก้าวหน้า และ หมายเลข 4 นายสภา พละวารี ในนามอิสระ จังหวัดชลบุรี ไม่ต้องเดากันยากว่าสนามนี้เก้าอี้จะเป็นของใคร

    จ.ชัยนาท นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ และเลขาฯพปชร. ดันน้องชาย นายอนุสรณ์ นาคาศัย อดีตนายก อบจ.หมายเลข 1 ลงสู้ศึกกับกระดูกอ่อน นายสุรพงษ์ สะอาด หมายเลข 2 ในนามอิสระ โดยจังหวัดคนจากตระกูล "นาคาศัย" ประกาศขอจองเก้าอี้อีกสมัย

    จ.ปราจีนบุรี เมื่อคนเก๋าและเก่าอย่าง นายสุนทร วิลาวัลย์ หมายเลข 3 ลงในนามอิสระ โดยมี หมายเลข 1 นางกฤษณ์กมล แพงศรี "คณะก้าวหน้า" หมายเลข 2 นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ พรรคเพื่อไทย และหมายเลข 4 นายอิสสรา วนิชชากร ลงอิสระ ในจังหวัดนี้คงสู้กันมันหยด เพราะแต่ละคนไม่ธรรมดา แต่นายสุนทรมีภาษีดีที่สุดจากรายชื่อที่สู้ศึก

    จ.สมุทรสาคร พรคเพื่อไทย ส่ง นายเชาวรินทร์ ชาญสายชล หมายเลข 1 เข้าประกวด หมายเลข 2 นายไพศาล สำราญทรัพย์ "ทีมรักษ์สาคร" หมายเลข 3 นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ แชมป์เก่าลงสู้ในนาม "ทีมคนทำงาน" ที่มีคะแนนเสียงฐานแน่นปึ้ก ชนะใจคนสมุทรสาครมาอย่างยาวนาน หมายเลข 4 นายอวยชัย จาตุรพันธ์ "คณะก้าวหน้า" หมายเลข 5 นายสนธิญา สวัสดี "ประชารัฐสมุทรสาคร" และหมายเลข 6 นายวรพงษ์ ชอบชื่น ในนามอิสระ

    ขณะที่ภาคอีสาน เป็นสนามเลือกตั้งที่น่าจับตามาก เพราะแต่ละค่ายหมายมั่นจองเก้าอี้ เพราะเป็นฐานหลักของคนเสื้อแดง และพรรคเพื่อไทย แต่ปัจจุบันหลายจังหวัด "บ้านใหญ่" แปรเปลี่ยนไปซบอก "ลุงตู่" สังกัดค่ายพลังประชารัฐ

    จ.ขอนแก่น เป็นจังหวัดเดียวที่มีผู้ลงสมัคร นายก อบจ.มากที่สุดถึง 10 คน หมายเลข 1 นายภัทรพันธุ หงษ์วัฒนาพิเชฐ ในนามอิสระ หมายเลข 2 น.ส.ณัฎฐณิชา สารบรรณ ในนามอิสระ หมายเลข 3 น.ส.กรชฎาพิชญ์ ภูมิเขต ในนามอิสระ หมายเลข 4 นายอัษฎางค์ แสวงการ อดีต ส.ว.ขอนแก่น-มหานครขอนแก่น หมายเลข 5 นายชัยอนันต์ วูดเลย์จูเนียร์ ในนามอิสระ หมายเลข 6 นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ ในนามอิสระ หมายเลข 7 นายศรุต เบ้าจรรยา ในนามอิสระ หมายเลข 8 นายนิสิต แก้วประเสริฐ ในนามอิสระ หมายเลข 9 พ.อ.ชาตรี ไกรพีรพรรณ ในนามอิสระ หมายเลข 10 นายนพดล สีดาทัน ในนามอิสระ

    จ.นครราชสีมา มีผู้สมัครลงชิงชัยเลือกตั้ง นายก อบจ. จำนวน 5 คน ดร.สาธิต ปิติวรา หมายเลข 1 จากกลุ่มก้าวหน้านครราชสีมา ที่นำ 5 นโยบายเรื่องด้านการศึกษามาหาเสียง พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ จัดการขยะ ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล หมายเลข 2 ที่ปล่อยนโยบาย โคราชโฉมใหม่ ถือเป็นตัวเต็งที่จะคว้าเก้าอี้ไม่น้อย โดยมี นายนพสำเริง แหยงกระโทก หมายเลข 3 ลงในนามกลุ่มรักษ์โคราช อดีตนายก อบจ. ที่ชูนโยบาย "สภาประชาชน" ส่วนนายวิฑูรย์ ชาติปฏิมาพงษ์ หมายเลข 4 ถือเป็นเด็กของสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ส่งเข้าประกวด และ ดร.ตรีเพชร พรหมนิติพันธ์ หมายเลข 5 อดีต ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา

    จ.อุดรธานี มีผู้ลงชิงชัย 7 คน แต่ขาใหญ่อย่าง หมายเลข 3 อย่าง นายวิเชียร ขาวขำ เจ้าของเก้าอี้เดิมจากพรรคเพื่อไทย ขอจองเก้าอี้ โดยมี นายฐานวัฒน์ ธนาธัญญพิชญ์ จาก "กลุ่มก้าวหน้า" หมายเลข 2 ขอเป็นคู่ต่อสู้ ส่วนหมายเลข 1 นายชวนนท์ ศิริบาล ในนามอิสระ  

    จ.อุบลราชธานี ผู้สมัครทั้งหมด 7 คน คือ นายเชษฐา ไชยสัตย์ หมายเลข 1 มีแรงขับจากกลุ่มก้าวหน้า น.ส.สมปรารถนา วิกรัยเจิดเจริญ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลนครอุบลราชธานี ซึ่งลาออกมาเล่นสนามใหญ่ นายบัณฑิต วิลามาศ หมายเลข 3 ในนาม "อนาคตของชาวอุบลฯ" ส่วนหมายเลข 4 นายเชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ อดีต ส.อบจ.เขตอำเภอตระการพืชผล อดีตรองประธานสภา อบจ.อุบลฯ และเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ มีคนใหญ่ในรัฐบาลหนุน ขณะที่ "พรรคเพื่อไทย" ส่ง นายกานต์ กัลป์ตินันท์ อดีตนายก อบจ.อุบลฯ 2 สมัย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นตัวเต็งของจังหวัดนี้ โดยมีผู้สมัครอิสระ 2 ราย หมายเลข 6 นายถนอม คะตะวงศ์ ผู้สมัครอิสระ และ 7 นายพรวิชัย มิ่งวงษ์ ผู้สมัครอิสระ 

    จ.กาฬสินธุ์ เพื่อไทย ส่ง นายเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล หมายเลข 2 มาแข่งกับ นายชานุวัฒน์ สรามิตร หมายเลข 1 จากกลุ่มกาฬสินธุ์ต้องดีกว่านี้ สนามนี้ต้องวัดถึงฎีกา โดยมีหมายเลข 3 นายกิตติพร อินทะสีดา ในนามอิสระ

    จ.บุรีรัมย์ "เนวิน ชิดชอบ" เปลี่ยนใจไม่ส่ง "ซ้อต่าย" กรุณา ชิดชอบ ลงทำศึกรักษาเก้าอี้เดิม แต่เลือกส่งหลานชาย "ภูษิต เล็กอุดากร" อดีต ส.อบจ.พลับพลาชัย เข้าประกวดในนาม "เราเพื่อนเนวิน เนวินเพื่อนเรา" ได้หมายเลข 8 คาดนอนมาตั้งแต่ลงสมัครแล้ว โดยมี หมายเลข 1 นายประเสริฐ เลิศยะโส หมายเลข 2 นายณัฐกิตต์ ล้อประสิทธิ์ หมายเลข 3 นายเพชร กีรติมาศ หมายเลข 4 นายภัทรพงศ์ ศุภักษร ผู้สมัครอิสระ หมายเลข 5 นายสาคร ปลื้มรัมย์ หมายเลข 6 นายชาติวุฒิ เสวยสุขกุล และหมายเลข 7 นายสมเพียร แก้วศรีใส

    จ.มหาสารคาม หมายเลข 4 นายศรีเมือง เจริญศิริ ค่ายใหญ่ พรรคเพื่อไทย เป็นถึงอดีตรัฐมนตรีที่แพ้ไม่ได้ จะต่อสู้กับ "คมคาย อุดรพิมพ์" หมายเลข 2 แม้จะเป็นเจ้าของพื้นที่เดิม ที่ลงในนามอิสระ โดยมี "ทองหล่อ พลโคตร" จากกลุ่มมหาสารคามพัฒนา

    จ.ชัยภูมิ หมายเลข 1 นายอร่าม โล่ห์วีระ อดีต ส.ส. หมายเลข 2 พ.ต.อ.สรวิศ มาอินทร์ นายกสมาคมกีฬาฯชัยภูมิ หมายเลข 3 น.ส.ปาริชาติ ชาลีเครือ น้องอดีตนายก อบจ.-แห่งตระกูลชาลีเครือ หมายเลข 4 นายสุชีพ เศวตกมล ในนามอิสระ

    จ.ศรีสะเกษ หมายเลข 1 นายไชยยงค์ เวชกามา ในนามอิสระ หมายเลข 2 นายชริน ไชยสิทธิ์ ในนามอิสระ หมายเลข 3 นายวิชิต ไตรสรณกุล อดีตนายก อบจ. บิดา น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกรัฐบาล หมายเลข 4 นายวัชระ จันทราภาณุกร ในนามอิสระ

    จ.ร้อยเอ็ด หมายเลข 1 นายเอกภาพ พลซื่อ อดีต ส.ส.สอบตก พรรคพลังประชารัฐ หมายเลข 2 นายสถาพร ว่องสัธนพงษ์ คณะก้าวหน้า หมายเลข 3 นายมังกร ยนต์ตระกูล พรรคเพื่อไทย

    จ.สุรินทร์ หมายเลข 1 นายเจ้าจอม เตียวเจริญโสภา จาก "พรรคเพื่อไทย" หมายเลข 2 นายมานพ แสงดำ ส่งโดย "คณะก้าวหน้า" หมายเลข 3 นายวิโรจน์ ศิลาอ่อน ในนามอิสระ หมายเลข 4 นายเมธี สอนจิตต์ กลุ่มอิสระ หมายเลข 5 นายพรชัย มุ่งเจริญพร "สุรินทร์รวมใจ" หมายเลข 6 พล.ต.เอกภาพ สุหร่าย-หมายเลข 7 นายประดุจ มั่นหมาย กลุ่มอิสระ

    20 ธ.ค.นี้ ประชาชนจะเป็นผู้กำหนดว่าใครจะได้เข้ามาบริหารงานในตำแหน่ง นายก อบจ. เพราะ 1 สิทธิ์ 1 เสียงของท่านจะเป็นผู้ชี้ชะตาเลือกคนดีที่สุด ให้ก้าวเข้ามานั่งเก้าอี้ทำงานเพื่อจังหวัด อยู่ในกำมือของท่านแล้ว ขอให้ทุกคนที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง ออกมาใช้สิทธิ์กันเยอะๆ เพื่ออนาคตของประเทศ.

    ผู้เขียน : คชสีห์ 88

    กราฟิก : Supassara Traiyansuwan

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เลือกตั้ง อบจspecial contentเลือกตั้ง อบจ. 2563เลือกตั้งท้องถิ่นเลือกตั้ง อบจ. 63ข่าวการเมืองข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 28 ตุลาคม 2564 เวลา 00:02 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์