ถามตรงๆ กับจอมขวัญ "นิคมฯจะนะ" ใครได้ - ใครเสีย? ขณะที่ชาวบ้านย้ำข้อเรียกร้องถึงรัฐบาล แม้จะยอมชะลอแล้ว แต่อยากให้ยุติโครงการก่อน เนื่องจากที่ผ่านมา มองว่า ชาวบ้านในพื้นที่ไม่ได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
ถามตรงๆ กับจอมขวัญ โดยพิธีกร จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ วันนี้ พูดคุยในประเด็น แฮชแท็ก #saveจะนะ ที่เป็นกระแสอยู่ในโลกออนไลน์ต่อเนื่อง กับคนในพื้นที่ว่าเกิดอะไรขึ้นในพื้นที่ รวมถึงข้อเรียกร้องที่มีต่อรัฐบาล หลังจากวันที่ 10 ธันวาคม ที่ผ่านมา ชาวบ้านจาก อ.จะนะ เดินทางปักหลักบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลต่อเนื่อง วันนี้เป็นวันที่ 5 แล้ว เพื่อคัดค้านโครงการนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่
เมื่อถามว่า สามารถบอกได้ไหม ว่าการเรียกร้องครั้งนี้สำเร็จแล้ว นายรุ่งเรือง ระหมันยะ ผู้ประสานงานเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ระบุว่า สำหรับตน การที่ชะลอ ไม่ได้หมายความว่าสำเร็จ เพราะท่าทีของรัฐบาลไม่ได้จะยกเลิกนิคมฯ จะนะ แต่ต้องมีอนุกรรมการที่เป็นชาวบ้าน ต้องมีการทำ EIA กันใหม่ จึงเรียกว่า ชะลอมากกว่า แต่ข้อเรียกร้องของชาวบ้านคือ ให้หยุดโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก่อน พอหยุดแล้ว ชาวบ้านก็จะเสนอทางออกให้ต่อว่า อย่าเอา อ.จะนะ เป็นธง เแต่ต้องทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ว่า จะนะ เหมาะที่จะเป็นนิคมอุตสาหกรรมหรือไม่ เพราะ เราบอกตลอดว่า จะนะ เหมาะที่จะเป็นแหล่งผลิตอาหาร ของคนสงขลา และอาเซียน
...
นอกจากนี้ เมื่อรัฐบาล เริ่มต้นโครงการ ชาวบ้านเริ่มรู้สึกแปลก เนื่องจากการทำ EIA หรือ SEA ชาวบ้านไม่ได้มีส่วนร่วม และโครงการก็ดำเนินต่อเนื่อง โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด แม้จะเรียกร้องอย่างไร หลายครั้งที่ตัวแทนขึ้นมากรุงเทพฯ เพื่อจะค้านว่า เป็นการทำผิดขั้นตอน แต่เมื่อกลับไป ก็ไม่มีการตอบรับใดๆ แต่ฝั่งของนิคมฯ หรือ ศอ.บต. กลับกำลังเดินหน้าตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผังเมือง ซึ่งชาวบ้านมีส่วนร่วม ทำกันมาตั้งแต่ปี 57 หลังทำเสร็จ มีการประกาศผังเมืองรวมสงขลา เมื่อปี 59 ซึ่งจะเป็นพื้นที่สีเขียว แต่ไม่ใช่ว่า จะไม่ให้มีอุตสาหกรรมในพื้นที่เลย เพราะในบัญชีแนบท้ายก็ระบุว่า มีอุตสาหกรรมได้ แต่ต้องไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อม นี่คือเป้าหมายหลัก ซึ่งเราไม่ได้บอกว่า ไม่เอาอุตสาหกรรมเลย แต่ต้องให้เหมาะ และไม่กระทบกับพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นแหล่งอาหาร
นายไวรี สะอุ ตัวแทนชาวบ้าน อ.จะนะ ระบุว่า เราไม่ได้ขัดขวางความเจริญ อย่างที่มีการสร้างวาทกรรมขึ้นมา อีกทั้งการกว้านซื้อที่ดินในจะนะ ก็มีมานานแล้ว มีก่อนที่จะมีการเรียกร้องในวันนี้เสียอีก แต่วันนี้ พอมี ศอ.บต. ผู้มีอำนาจมากกว่าเดิมในพื้นที่ไปกำหนดโดยอ้างว่า จะสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน
นายรุ่งเรือง เสริมว่า เวทีที่อ้างว่าจัดขึ้นมาเพื่อชาวบ้าน วันหนึ่ง จัด 2-3 เวที ชาวบ้านจะไปเข้าใจได้อย่างไร
นายไวรี อ้างว่า ถ้าจัดเวที แล้วเรียกคนมาลงชื่อ แล้วรับเงิน มันก็จะทำได้ง่าย ซึ่งตนก็เข้าไปในเวทีบ่อย ได้เรียนรู้กระบวนการต่างๆ ว่า ที่มาของชื่อที่ถูกอ้าง ขาดความชอบธรรมโดยสิ้นเชิง วันนี้อยากให้ ศอ.บต. เปิดกว้าง ถ้าอยากทำเวที เชิญตนไปให้ข้อมูลได้เลย ที่ผ่านมาตนเคยโดนปิดกั้น แบบนี้หรือที่บอกว่า เป็นการเปิดเวทีเพื่อรับฟังความเห็น ซึ่งตนก็ไม่ปฏิเสธว่า เสียงของคนที่เห็นด้วยจริงๆ ก็มี ซึ่งมันต้องดูกระบวนการได้มาของเสียงนั้นๆ ที่ทุกฝ่ายยอมรับด้วย ซึ่งตนก็เสนอไปว่า เราเริ่มกันใหม่ไหม มาวัดกันว่า ถ้ามีข้อมูลจริง มีความเสมอภาค ความเท่าเทียม ที่จะพูดกันบนเวที มาคุยกันใหม่ ซึ่งตอนนี้เราให้มีหน่วยงานรัฐ ประสานงานกับชาวบ้านได้ เพื่อทำโครงการนี้ต่อไป แม้ว่าจะมีการชะลอ แต่ต้องไม่ใช่ ศอ.บต. เหตุที่ไม่เอาเพราะไม่เป็นกลาง อีกทั้งไม่ไว้ใจในกระบวนการของ ศอ.บต. ซึ่งกระบวนการสร้างความชอบธรรมต้องไม่ใช่แบบที่ผ่านมา
นายรุ่งเรือง เสริมว่า ที่ไม่เอา เพราะเห็นว่าไม่เป็นกลาง ใช้เงินเยอะในการจัดแต่ละเวที รวมถึงบิดเบือนข้อมูล เอาบุคคลที่ไม่มีความรู้มาพูดบนเวที
เมื่อถามว่า ศอ.บต. ยังเป็นผู้รับผิดชอบโครงการนี้อยู่หรือไม่ รศ.ดร.บดินทร์ รัศมีเทศ ปฏิบัติหน้าที่รองเลขาธิการ ศอ.บต. ระบุว่า ตอนนี้ ศอ.บต. เป็นหน่วยงานพัฒนาในพื้นที่ ดังนั้น ศอ.บต. ก็ต้องเป็นหลัก ซึ่งตอนนี้มีรัฐมนตรี ไปคุยกับชาวบ้านที่เป็นฝ่ายคัดค้าน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรารอคือ เราจะมีทิศทางแนวทางอย่างไร หลังการประชุมที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ แต่ต้องเข้าใจว่า สิ่งที่ ศอ.บต. มีเป้าหมายเดียวกับทุกคน คือ พัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ให้ประชาชนในพื้นที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งเราเน้นประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก โดยยึดกรอบของกฎหมาย
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาฝั่งที่ค้าน มองว่า วิธีการรับฟังความคิดเห็นของ ศอ.บต. มีข้อกล่าวหาต่างๆ รศ.ดร.บดินทร์ ระบุว่า ในเรื่องที่กล่าวหา ศอ.บต. ใช้เงินไปจ้างคน ก็ต้องบอกว่า ศอ.บต. เป็นภาครัฐ ดังนั้นสามารถตรวจสอบได้ แต่หากเป็นการจ้างคนเพื่อทำงาน อันนี้เป็นกลไลปกติของทางภาครัฐ ให้เจ้าหน้าที่หรือคนที่มาทำงานเท่านั้น หากรัฐสั่งชะลอ เราก็ต้องชะลอ หรือจะให้ ศอ.บต. ทำต่อหรือไม่ อีกทั้งเราไม่ได้มาตัดตอนกระบวนการใดๆ
ต่อข้อถาม ยังมีอีกกี่เวที ที่ ศอ.บต. ต้องจัดเพื่อรับฟังความเห็น รศ.ดร.บดินทร์ ตอนนี้ไม่ต้องจัดรับฟังความเห็นแล้ว เนื่องจากเข้าสู่กระบวนการปกติของกรมโยธาฯ ในเรื่องของการเปลี่ยน ศอ.บต. เป็นแค่จุดเริ่มต้นให้งานเกิดเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น อาจมีความเห็นที่ต่างกันบ้าง แต่อย่ามองว่า ศอ.บต. เป็นผู้ร้าย เราพยายามทำให้ดีที่สุด อะไรที่ไม่เข้าใจ ก็ต้องปรับกันไป เพราะจริงๆ แล้วสิ่งที่ทำ เรายึดคนในพื้นที่ต้องมีความสุข และเป็นการสร้างโอกาสให้กับพื้นที่
เมื่อถามว่า หากไม่มีการชะลอโครงการ เรื่องนี้ต้องเห็นเป็นรูปธรรมเมื่อใด รศ.ดร.บดินทร์ ระบุว่า ตนเชื่อว่าอีกหลายปี ไม่ใช่วันนี้พรุ่งนี้ เพราะขั้นตอนอีกยาวไกล ซึ่งต้องรอผลการประชุมที่จะมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานคณะทำงาน ลงไปในพื้นที่ เมื่อนโยบายมา เราก็ทำต่อ เมื่อนโยบายเปลี่ยน เราก็เปลี่ยน
ต่อข้อถามฝ่ายคัดค้าน จะดำเนินการอย่างไรหลังจากนี้ เพราะรัฐบาลชะลอให้แล้ว นายไวรี บอกว่า แม้ว่าจะชะลอ แต่ข้อเรียกร้องคือ ให้หยุดโครงการไว้ก่อน ต้องเบรกการทำผังเมืองสีม่วง และการทำ EIA ในช่วงวันที่ 6 ม.ค.64 เราจะไม่ยอมกลับถ้าไม่เบรก และเราจะให้โอกาสว่า ถ้าเห็นว่าพื้นที่จะนะ เหมาะและควรจริงๆ ทั้งๆ ที่ใน จ.สงขลา มีอุตสาหกรรมอยู่แล้ว 2 พื้นที่ เราลองไปคิดกันใหม่ ว่าทำไมต้องเป็นที่จะนะ ทำไมต้องทำที่ชายหาด แต่คณะกรรมการที่จัดตั้งมา ต้องเป็นที่ยอมรับของชาวบ้าน
นายรุ่งเรือง บอกว่า ให้ยุติโครงการก่อน ตามข้อเสนอของชาวบ้าน แล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ มาตรวจสอบกันใหม่ ว่าจะนะเหมาะที่จะทำอุตสาหกรรมหรือไม่ ย้อนกลับไปตั้งแต่ยังไม่ขึ้นโครงการเลย เริ่มคิดใหม่ว่า ยังเป็น "จะนะ" ไหม ซึ่งก่อนที่จะมากันไกลถึงวันนี้ ทำไมไม่ให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมก่อน ต้องถอนเอาธง เป้าหมายออกก่อน จากนั้นก็มาทำ SEA กันใหม่