อย่าให้พลาด จะพังครืนกันหมด คนเราลองว่าตกที่นั่งพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก อะไรต่อ มิอะไรมันก็มากันเป็นระลอกไม่ได้หายใจหายคอกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ นั้นคือบุคคลที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์อย่างนี้มาอย่างต่อเนื่อง
เพิ่งจะรอดบ่วง “บ้านพักหลวง” มาหยกๆ หายใจคล่องปอดได้สักหน่อยก็มาอีกแล้ว “โควิด-19” ที่ทำให้รัฐบาลสั่นไหว ไประยะหนึ่ง
แต่เมื่อตั้งลำได้ที่ว่าร้ายๆกลับกลายตัวพยุงดัชนีความเชื่อมั่นดีขึ้น
ก็เพราะการตั้ง ศบค.ขึ้นมาทำให้สามารถตั้งรับโควิด-19 ได้เป็นอย่างดีด้วยความร่วมมือร่วมใจจากคณะแพทย์และประชาชน
จนอยู่รอดปลอดภัยโควิด-19 กลายเป็นเรื่องเล็กไปเลยอันส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลพ่วงตามมาด้วย
พูดง่ายๆว่าตั้งหลักพร้อมเดินหน้าต่อได้ทันที
พอโควิด-19 สงบลงได้ยังไม่ทันไร ตามมาติดๆก็คือการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลพร้อม 3 ข้อเสนอยิ่งกว่า “ก้างตำคอ” เสียอีก
“ม็อบ” สารพัดชื่อภายใต้หลักการเดียวกันได้นัดชุมนุมอย่างต่อเนื่องจนบ้านเมืองวุ่นวายไปหมดไม่เป็นอันทำอะไรกัน
ถ้าพูดตามความเป็นจริงแล้วก็ไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะไปอย่างไรต่อไป
เพราะเงื่อนไขและปัจจัยที่เกิดขึ้นนั้นมันหนักเอาการไม่ใช่ แค่รัฐบาลเท่านั้น แม้แต่ประชาชนทั่วไปก็หวั่นไหวไม่น้อย
จนมาถึงประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับนายกฯโดยตรงคือ คดี “บ้านหลวง” ที่หมายถึงการสิ้นสุดจากความเป็นผู้นำและหมดวาระการเป็นรัฐบาลโดยปริยาย
แต่ก็รอดมาได้...
ยังไม่ทันได้นั่งเก้าอี้เต็มก้นก็มาอีกไม่ใช่เรื่องใหม่ก็เรื่องที่ข้ามผ่านมาได้แล้ว “โควิด-19” โดดมาร่วมวงอีกครั้ง
...
เพราะคนไทยเราเองนี่แหละนำพาเข้ามาเองจากประเทศเพื่อนบ้านลักลอบออกไปทำงานในสถานเริงรมย์ประเทศเพื่อนบ้าน
ไม่รู้ว่าไปทำอะไรกัน แต่ที่รู้ก็คือรายได้งามล่อตาล่อใจอย่างอื่นเรื่องเล็กไปหมดโดยไม่ได้เกรงกลัวต่อความผิดแม้แต่น้อย
นี่เป็นสัญญาณอันตรายล่วงหน้า
ครั้นโควิด-19 ระบาดอย่างหนักอยู่กันไม่ได้แล้วก็ต้องเผ่นกลับบ้านไม่ต่างกับผึ้งแตกรังแยกย้ายกลับเข้าไทย
ไปช่องผิดก็ต้องกลับในช่องที่ผิดกลัวจะถูกลงโทษหนัก
ก็เลยนำพาไวรัสร้ายกลับมาด้วยเพราะติดเชื้อและแพร่ระบาดไปหลายพื้นที่เพียงไม่กี่วันไปหลายจังหวัด
ที่นี่ก็ยุ่งเลยสิ...ถ้าเอาอยู่ก็พอทำเนาถ้าไม่อยู่ก็ไม่ต้องพูดกันแล้ว
มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งการแพร่ระบาดที่เมียนมานั้นรู้กันมานานแล้ว แรกๆก็เข้มงวดกวดขันกันดีแต่ระยะหลังเหมือนจะหย่อนไปสักนิดโดยเฉพาะจากสถานเริงรมย์แหล่งต้นเหตุนั่นแหละ
เป็นบทเรียนสำคัญไม่ต่างไปจากผับทองหล่อและสนามมวยที่เจอมาแล้ว.
“สายล่อฟ้า”