“ทิพานัน” อดีตรองโฆษก พปชร. ชี้ "ม็อบ" ปลุกแนวคิดสาธารณรัฐเข้าข่ายล้มล้างการปกครองโดยสมบูรณ์แบบ ย้อนถาม "เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ" ลืมแล้วหรือ ขอผู้สนับสนุนม็อบตาสว่างก่อนประเทศชาติพัง
วันที่ 8 ธ.ค. น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ เพจเฟซบุ๊ก เยาวชนปลดแอก โพสต์อธิบายหลักการของการปกครองในระบบสาธารณรัฐว่า เพจเยาวชนปลดแอก เป็นเพจที่มีบทบาทสำคัญในการชี้นำและกำหนดทิศทางของการชุมนุม ที่ผ่านมา การประกาศชูแนวคิดสาธารณรัฐ ถือเป็นการเปิดหน้าเปิดตัวอย่างชัดเจนว่า กลุ่มผู้ชุมนุมมีความต้องการระบอบสาธารณรัฐ มีพฤติกรรมล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพที่เกินขอบเขตไปแล้ว ซึ่งเข้าข่ายฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 49 “บุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้” ซึ่งการประกาศเช่นนี้ต้องการล้มล้างการปกครองโดยสมบูรณ์แบบและอาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 “ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อ (1) ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ (2) ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ หรือให้ใช้อำนาจดังกล่าวแล้วไม่ได้ หรือ (3) แบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต”
ส่วนกรณีที่เพจเยาวชนปลดแอก ล่าสุดเปิดตัวโลโก้ค้อนเคียวเป็นสัญลักษณ์ของลัทธิคอมมิวนิสต์ นั้น น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า เป็นความย้อนแย้งของกลุ่มผู้ชุมนุม เนื่องจากก่อนหน้านี้เคลื่อนไหวอ้างสิทธิเสรีภาพ พร้อมพยายามโฆษณาชวนเชื่อ (propaganda) ว่า ม็อบจะมุ่งสู่ระบอบประชาธิปไตย โดยมีวาทกรรมหลอกฝันว่า เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ มาชักชวนน้องๆ เยาวชน ให้เข้าร่วมม็อบ แต่วันนี้กลับลืมเสียสิ้น กลับชี้นำพาสังคมไปสู่แนวคิดของลัทธิคอมมิวนิสต์ ที่ประชาชนไม่มีเสรีภาพ ไม่มีสิทธิเลือกเอง ไม่มีความเท่าเทียม
...
“การเคลื่อนไหวของเพจเยาวชนปลดแอกครั้งนี้ ทำให้ประชาชนตาสว่าง หรือเบิกเนตรประชาชนมากขึ้น ว่าแท้ที่จริงแล้ว ข้อเรียกร้อง 3 ข้อที่เป็นข้ออ้างในการเคลื่อนไหวเรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและปฏิรูปสถาบันนั้น เป็นไปเพียงเพื่อจะเปลี่ยนกลุ่มผู้กุมอำนาจรัฐที่ตนเองต้องการสนับสนุนเท่านั้น ไม่ได้ทำเพื่อให้ประเทศชาติเกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า หรือเพื่อประชาชน อีกทั้งยังจะนำพาประเทศไปสู่หายนะและพังพินาศได้” น.ส.ทิพานัน กล่าว