“บิ๊กตู่” ห่วงประชาชนชาวใต้ สั่งทุกหน่วยช่วยเต็มกำลัง รมว.เกษตรฯ มอบกรมชลประทาน ตั้งศูนย์ส่วนหน้าบรรเทาอุทกภัย 2 จุด ที่ อ.ปากพนัง นครศรีธรรมราช และสงขลา พร้อมดำเนินการให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติเร็วที่สุด
วันที่ 6 ธ.ค. 2563 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้ นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน จัดตั้งศูนย์บริหารจัดการอุทกภัยลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก (ส่วนหน้า) ที่สำนักงานชลประทานที่ 15 และ 16 เพื่อบูรณาการการทำงานทุกฝ่ายเป็นไปอย่างรวดเร็ว พร้อมระดมเครื่องจักร เครื่องมือ และกำลังคนจากส่วนกลางลงไปสมทบเพิ่มเติม จากที่จัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำที่ใช้เร่งระบายน้ำไปประจำไว้แล้วก่อนหน้านี้ เมื่อสถานการณ์รุนแรงขึ้น จึงจำเป็นต้องเสริมกำลังให้ทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพตลอด 24 ชั่วโมง
นายเฉลิมชัย กล่าวต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นห่วงประชาชนในภาคใต้ จึงให้ทุกหน่วยงานช่วยเหลือเต็มที่ สำหรับกระทรวงเกษตรฯ กำชับให้กรมชลประทานเร่งระบายน้ำ รวมทั้งสนับสนุนหน่วยงานในจังหวัดอย่างเต็มที่ โดยกรมชลประทานรายงานว่าปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่มีปริมาณมาก ดังนั้น จึงให้มีการตั้งศูนย์ฯ ส่วนหน้า 2 จุด คือ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช รับผิดชอบโดยสำนักงานชลประทานที่ 15 ปากพนัง และ จ.สงขลา รับผิดชอบโดยสำนักงานชลประทานที่ 16 ปัจจุบันฝนยังตกต่อเนื่องที่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พัทลุง และสงขลา กรมชลฯ ได้มีการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เครื่องสูบน้ำในหลายจุดที่ประสบภัย เพื่อเร่งการระบายน้ำลงทะเลให้เร็วที่สุด สำหรับศูนย์ฯ ส่วนหน้านี้ให้ปฏิบัติการจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ
...
ด้าน นายประพิศ กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำตรังเพิ่มสูงขึ้นเกินกว่าศักยภาพ จนเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำในหลายพื้นที่ กรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำโดยใช้ประโยชน์จากคลองผันน้ำแม่น้ำตรังเพื่อแบ่งน้ำจากแม่น้ำตรังที่จะไหลจะผ่านพื้นที่เศรษฐกิจในตัวเมืองตรัง ได้ในปริมาณ 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งยังไม่เต็มศักยภาพของคลองฯ เนื่องจากอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง โดยหากแล้วเสร็จจะสามารถรับน้ำจากแม่น้ำตรังได้ 750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และบรรเทาปัญหาอุทกภัยในเขตเทศบาลเมืองตรังได้
นอกจากนี้ รองอธิบดีกรมชลประทานยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งการติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 20 เครื่อง และสำรองรองเครื่องสูบน้ำไว้ในพื้นที่อีกจำนวน 10 เครื่อง รวมเป็น 30 เครื่อง บริเวณสะพานสายตรัง-สิเกา หน้าโรงเรียนจุฬาราชวิทยาลัย เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2563 เพื่อช่วยเร่งระบายมวลน้ำ ที่จะเพิ่มสูงขึ้น พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง หากติดตั้งเครื่องสูบน้ำแล้วเสร็จทั้งหมดจะสามารถช่วยระบายน้ำได้ 800,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ช่วยบรรเทาสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ลุ่มต่ำริมคลองผันน้ำแม่น้ำตรังให้คลี่คลายลง โดยคาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในเร็ววัน.