เสนอเรียก ผบ.ทบ. แจงบ้านรับรอง มี "อดีต ผบ.ทบ." คนไหนอีกบ้าง

ข่าว

    เสนอเรียก ผบ.ทบ. แจงบ้านรับรอง มี "อดีต ผบ.ทบ." คนไหนอีกบ้าง

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    6 ธ.ค. 2563 05:23 น.

    ฝ่ายค้านลุยต่อ “บิ๊กตู่” อยู่บ้านหลวง “ประเสริฐ” ชง กมธ.ทหารเรียก ผบ.ทบ.แจงระเบียบ ทบ.บ้านพักรับรอง บี้คลายปมแดนสนธยาใช้งบฯสร้างบ้านรับรองหรูกี่หลัง อดีต ผบ.ทบ.คนใดบ้างยังได้อยู่ ซัด “วิษณุ” ตัดตอนให้จบๆหวังกลบกระแสลบ ป้องนายกฯ “อนุสรณ์” เหน็บผู้นำไม่สง่างามจะอยู่ต่อเพื่ออะไร “ก้าวไกล” ขู่การเมืองเปลี่ยน ลงจากอำนาจโดนเช็กบิลแน่ “อนุทิน” ติงฝ่ายค้านไม่ร่วมวงสมานฉันท์ทำบ้านเมืองเดือดร้อนเสียเอง เด็ก พปชร.เย้ยใช้เวทีรัฐสภาแก้ปัญหาดีกว่าไปโหนม็อบ พท.โต้รัฐบาลต้นตอก่อไฟขัดแย้ง ลั่น “ประยุทธ์” ไม่ออก ปรองดองไม่เกิดอยู่ดี “สมคิด” แนะทางออกนายกฯกับม็อบเปิดโต๊ะเจรจา

    แม้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีจะออกมาระบุว่าการอยู่บ้านหลวงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ถือว่าจบแล้ว แต่พรรคฝ่ายค้านยังเดินหน้าตรวจสอบต่อในชั้นกรรมาธิการ ล่าสุดนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย จะเสนอเรื่องเข้าคณะ กมธ.ทหาร เชิญ ผบ.ทบ.มาตรวจสอบระเบียบเกี่ยวกับบ้านพักรับรอง

    “ประเสริฐ” ชง กมธ.ทหารสอบระเบียบ ทบ.

    เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุประเด็น พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เข้าอยู่อาศัยในค่ายทหารถือว่าจบแล้ว หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าไม่มีความผิด ไม่เข้าข่ายการมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือขัดกันแห่งผลประโยชน์ว่า ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ แต่เรายังมีประเด็นที่คาใจอยู่คือระเบียบกองทัพบกว่าด้วยบ้านพักรับรองว่าการออกระเบียบดังกล่าวมีกฎหมายใดรองรับหรือไม่ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร จะยื่นญัตติต่อที่ประชุมกรรมาธิการ เพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป

    เรียก ผบ.ทบ.แจงบ้านพักรับรอง

    นายประเสริฐกล่าวอีกว่า โดยจะเรียก ผบ.ทบ.มาให้ข้อมูลรายละเอียดเรื่องดังกล่าวภายในเดือน ธ.ค. เพื่อให้ได้คำตอบที่มาที่ไปของระเบียบดังกล่าว รวมถึงข้อเท็จจริงที่ว่าในปัจจุบันมีอดีต ผบ.ทบ.คนใดบ้างยังอยู่ในบ้านพักหลวง จะต้องติดตามดูว่ากองทัพบกใช้เงินงบประมาณส่วนใด มาสร้างบ้านประเภทนี้ มีกี่หลังและผู้บังคับบัญชาที่เกษียณอายุแล้ว ยังคงอยู่ในบ้านดังกล่าวกี่คน ในฐานะทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ มองว่าบ้านพักของกองทัพกลายเป็นแดนสนธยา วันนี้ต้องนำความจริงออกมาเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบ

    เฉ่ง “วิษณุ” หวังดับกระแส-ป้องนายกฯ

    “การยกกรณี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและอดีต ผบ.ทบ.อยู่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ มาเทียบเคียงว่าเสมือนกันนั้น กรณี พล.อ.เปรมกับ พล.อ.ประยุทธ์ต่างกัน พล.อ.เปรมเป็นนายกฯช่วงที่ประเทศเราเป็นประชาธิปไตยครึ่งใบ ยังไม่มีเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ที่เพิ่งมีในรัฐธรรมนูญ 2540 นายวิษณุพูดไม่ได้อ้างอิงกฎหมายใดๆ แค่พูดเพื่อดับกระแสวิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ป้องกัน พล.อ.ประยุทธ์เหมือนที่เคยทำมาหลายเรื่อง ตอกย้ำให้เห็นว่านายกฯจากทหารเท่านั้นที่มีอภิสิทธิ์เหนือกว่านายกฯคนอื่น เหนือกว่าหน่วยงานและองค์กรอื่นๆ” นายประเสริฐกล่าว

    ซัดรับผิดชอบการเมืองอยู่เหนือ ก.ม.

    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลักการความรับผิดชอบทางการเมืองอยู่เหนือความรับผิดชอบทางกฎหมาย ไม่แน่ใจว่านายวิษณุมีความเชื่อเรื่องนี้อย่างไร เคยแนะนำ พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ ถ้าพิจารณาเฉพาะผลคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญถือว่าจบในเรื่องกฎหมายตามที่นายวิษณุบอก แต่ความคลางแคลงใจไปสู่การตั้งคำถามของประชาชนจบหรือไม่ นายวิษณุ และ พล.อ.ประยุทธ์รู้ดีอยู่แก่ใจ มีการตั้งคำถามแล้วว่าระเบียบกองทัพบกอยู่เหนือรัฐธรรมนูญหรือไม่ เมื่อไปสืบค้นพบว่าการให้อดีตผู้บังคับบัญชาอยู่บ้านพักต่อในเหล่าทัพอื่นๆ ไม่ปรากฏพบหลักฐานแน่ชัด ไม่อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลิงโลดใจว่าได้อยู่ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ต้องไปทบทวนว่าอยู่มา 6 ปีมีผลงานอะไรเป็นที่ประจักษ์ ถ้าอยู่ต่อต้องแก้ไขปัญหาให้ประเทศชาติและประชาชนได้

    ผู้นำไม่สง่างามจะอยู่ต่อเพื่ออะไร

    นายอนุสรณ์กล่าวต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์เคยชูนโยบายเลือกความสงบจบที่ลุงตู่ คำกล่าวนี้ตรงกันข้ามกับสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน วิกฤติการเมืองก็แก้ไม่ได้ ปฏิรูปประเทศ แก้ไขรัฐธรรมนูญทำไม่ได้สักเรื่อง ถ้าการเมืองดีคงไม่มีม็อบนักเรียนนักศึกษาออกมาไล่ เวลาของ พล.อ.ประยุทธ์เหลือน้อยลงทุกขณะ เลิกถามว่าทำผิดอะไร ผิดตั้งแต่แรกที่ยึดอำนาจเข้ามาแล้วระหว่างทางจะถูกได้อย่างไร จึงขอเรียกร้องให้เสียสละลาออก ถ้าตั้งใจว่าจะหลบหลังคำวินิจฉัยแล้วไม่กล้าสู้หน้าประชาชน จะเป็นนายกฯที่ไม่มีความสง่างาม จะอยู่ต่อไปเพื่ออะไร

    กก.ขู่การเมืองเปลี่ยนต้องชำระ

    นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือว่าคดีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม อยู่บ้านพักหลวงจบแล้ว โดยศาลรัฐธรรมนูญยกระเบียบกองทัพบกมาเป็นเหตุผลในการพิจารณาว่า ความจริงแล้วระเบียบกองทัพบกฉบับนี้ ไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถ้าเทียบระเบียบกองทัพบกกับรัฐธรรมนูญต่ำกว่า 4-5 ชั้น ถือว่ามีความชอบธรรมยาก ความเห็นของนายวิษณุที่อ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาบอกว่าเรื่องจบแล้วน่าจะคลาดเคลื่อน ไม่ได้ให้ความเห็นที่สอดคล้องกับหลักกฎหมายอย่างแท้จริง แต่ประวัติศาสตร์จะบันทึกไว้ทั้งหมด เมื่อวันหนึ่งที่การเมืองเปลี่ยนแปลง อำนาจเปลี่ยนแปลง คณะรัฐประหารไม่ได้มีอำนาจอยู่ในมือแบบนี้ สิ่งเหล่านี้จะถูกเอามาชำระ และคนรุ่นหลังจะได้เรียนรู้ว่า แต่ละคนจึงต้องรับผิดชอบในตัวเอง

    ติงระเบียบ ทบ.ให้คนเดียวชี้ขาด

    เมื่อถามว่าในระเบียบกองทัพบกยกอำนาจการตัดสินใจให้กับ ผบ.ทบ.ว่าจะให้บุคคลใดอยู่บ้านพักหลวง นายธีรัจชัยกล่าวว่า หากสภาผู้แทนราษฎร ทำแบบที่ ผบ.ทบ.ทำบ้างคือสร้างบ้านพักให้ประธานสภาฯ และรองสภาฯ ทุกคนอยู่ต่อหลังพ้นจากตำแหน่ง หรือกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุขทำบ้าง ประเทศชาติจะไปได้หรือไม่ การใช้อำนาจของคน คนเดียว ตัดสินใจออกคำสั่งและถือว่าสิ่งเป็นสิ่งที่ชอบ ถือว่าผิดหลักการ อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้มีอำนาจชี้ขาดก็เคารพคำตัดสินของศาล

    ปชช.มอบพระราโชวาท ร. 9 ให้นายกฯ

    ส่วนความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เมื่อเวลา 07.30 น.ที่ท้องสนามหลวง พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธ.ค.2563 มีคณะรัฐมนตรีเข้าร่วม ระหว่างนายกฯ ทำบุญตักบาตรได้มีประชาชนที่มาร่วมพิธีได้เดินเข้าประชิดเพื่อนำภาพปฏิทินที่มีพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 มีข้อความว่า “ขอให้ตั้งสติเมื่อมีเหตุการณ์ร้าย จะได้คิดทำอะไรได้ไม่ผิดพลาด” ตัดใส่กรอบมามอบให้นายกฯ เพื่อให้กำลังใจ ระบุว่าเตรียมภาพตามมามอบให้ 2-3 งานแล้วแต่ไม่มีโอกาส วันนี้ได้มอบให้รู้สึกดีใจมาก

    “ธนกร” จี้ พท.ทบทวนยึดหลัก ปชต.

    นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยมีมติไม่ส่งตัวแทนร่วมเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ว่า รู้สึกผิดหวังทั้งที่เป็นทางออกตามหลักประชาธิปไตยในการแก้ปัญหาให้กับประเทศ คณะกรรมการฯ มาจากทุกฝ่ายเป็นกลางแน่นอน ไม่เข้าใจว่าเมื่อคณะราษฎรและพรรคร่วมฝ่ายค้านต่างออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย เมื่อจะใช้หลักประชาธิปไตยแก้ปัญหา กลับไม่ยอมเข้าร่วม อยากให้พรรคเพื่อไทยทบทวนใหม่ อย่าให้บ้านเมืองต้องเดินไปสู่วิกฤติอีกช่วยกันถอนฟืนออกจากไฟดีกว่า

    ใช้รัฐสภาดีกว่าไปโหนกระแสม็อบ

    นายธนกรกล่าวอีกว่า ส่วนที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทยระบุเตรียมหาข้อมูลรวมทั้งอาจยื่นอภิปรายปมบ้านพักหลวงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหมนั้น เมื่อศาลรัฐธรรมนูญตัดสินแล้วว่าไม่ผิด และผูกพันทุกองค์กรควรจบเรื่องนี้ได้แล้ว ไม่เช่นนั้นพรรคเพื่อไทยจะไม่ต่างอะไรกับคณะราษฎรที่ออกมาโจมตีศาลรัฐธรรมนูญวันนี้มีการแจ้งความดำเนินคดีกรณีละเมิดอำนาจศาลไปแล้วไม่ใช่เห็นเด็กทำแล้วก็เอาอย่างบ้างโหนกระแสม็อบช่วยกันยุติปัญหาโดยใช้กลไกรัฐสภาดีกว่า

    “เด็กชวน” เสียดายได้แค่ไหนแค่นั้น

    นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กรณีฝ่ายค้านปฏิเสธการเข้าร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์ อ้างว่าองค์ประกอบไม่เป็นกลางตามขั้นตอน ขณะนี้สำนักเลขาธิการสภาฯจะถามความเห็นไปที่ฝ่ายต่างๆตามสัดส่วนที่กำหนดการที่ฝ่ายค้านปฏิเสธที่จะเข้ามาร่วมคงต้องแล้วแต่เขา แต่คงจะไม่ทำให้คณะกรรมการสมานฉันท์ติดขัดอะไร เพราะอย่างที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯเคยบอกไว้แล้วว่ามีแค่ไหนทำงานแค่นั้น แต่น่าเสียดายฝ่ายค้านน่าจะมามีส่วนร่วมด้วย เพราะในการขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญที่ผ่านมา ฝ่ายค้านเป็นผู้ลงชื่อให้เปิดประชุมวิสามัญ จนในที่สุดเป็นความเห็นจากที่ประชุมว่าให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อให้เป็นเวทีพูดคุยกัน เพื่อหาทางออกให้กับประเทศชาติ

    “องอาจ” แอบหวังว่าจะเปลี่ยนใจ

    นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคและประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต้อง เคารพดุลพินิจของแต่ละฝ่าย แม้ขณะนี้ฝ่ายค้านไม่มาร่วม แต่ต่อไปหากเขามีความพร้อมอาจมาร่วมก็ได้ เป็นเรื่องที่ต้องมาร่วมกันด้วยความสมัครใจ เราคงไปกำหนดไม่ได้ อยู่ที่การตัดสินใจของฝ่ายค้าน เมื่อถามว่าหากมีผู้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการน้อย อาจทำให้คณะกรรมการฯเกิดขึ้นได้ยาก นายองอาจ กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ที่ประธานรัฐสภา และสถาบันพระปกเกล้า ว่าจะมีรูปแบบอื่นหรือไม่ที่จะดำเนินการไปสู่เป้าหมายได้ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ที่ประชุมส.ส.พรรคที่ผ่านมาได้พูดคุยกันเรื่องนี้ เห็นว่าเป็นเรื่องใหม่ต้องพิจารณาให้รอบคอบหลายด้าน หัวหน้าพรรคคงจะร่วมกับคนอื่นๆในพรรคพิจารณาคนที่เห็นว่าเหมาะสม ยังไม่ทราบว่าเป็นใครไปเข้าร่วม

    “ชัยเกษม” โต้ ปชช.ไม่รู้สึก รบ.ขยับ

    นายชัยเกษม นิติศิริ ประธานคณะกรรมการการเมือง พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ระบุรัฐบาลพยายามทำให้ทุกอย่างให้เกิดความสามัคคีปรองดอง ใครยังไม่เห็นด้วยเป็นฝ่ายที่ทำความเดือดร้อนให้บ้านเมืองว่า ที่บอกว่ารัฐบาลพยายามทำทุกอย่างให้เกิดการปรองดอง ยังไม่เห็นการกระทำที่เป็นรูปธรรม อยากให้ชี้แจงมาเป็นข้อๆให้ชัดเจนว่าสิ่งที่ทำไปแล้วมีอะไรบ้างที่จะนำไปสู่การปรองดอง ประชาชนจะได้เห็นว่าสิ่งที่นายอนุทินพูดจริงหรือไม่ ต้องวัดจากความรู้สึกประชาชนว่าเขารู้สึกว่ารัฐบาลกระทำสิ่งที่จะให้เกิดความปรองดองหรือไม่ ถ้าประชาชนไม่รู้สึกความปรองดองจะไม่เกิดขึ้น ที่ระบุว่าคนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลเป็นคนทำให้บ้านเมืองเดือดร้อน

    ซัดเป็นต้นตอก่อไฟขัดแย้งเสียเอง

    “มีคนกว่าครึ่งประเทศที่ไม่เห็นการกระทำของรัฐบาลในหลายเรื่องว่าจะนำไปสู่การปรองดอง ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเกิดจากการกระทำของรัฐบาล แต่ถ้าบอกว่าสิ่งที่รัฐบาลทำไปเพื่อปกป้องให้รัฐบาลอยู่รอดตนเชื่อ ประชาชนส่วนใหญ่ก็คิดเช่นนั้นด้วยเหมือนกัน ทางออกที่จะนำไปสู่การปรองดองรัฐบาลต้องฟังเสียงคนที่ไม่พอใจการกระทำของรัฐบาล เพื่อหาทางแก้ไขปัญหา เขามีข้อเสนอออกมาแล้วและไม่จำเป็นต้องดำเนินการทุกเรื่องก็ได้ แต่เท่าที่เห็นรัฐบาลยังไม่ได้ทำอะไร เพื่อให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกันเลย ข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญแม้รัฐบาลจะดำเนินการแต่ดูเหมือนไม่จริงใจจะเดินหน้า ผู้ชุมนุมคงคิดไม่ต่างกัน” นายชัยเกษมกล่าว

    “บิ๊กตู่” ไม่ออกปรองดองไม่ได้อยู่ดี

    ด้านนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นหน้าที่รัฐบาลที่จะเจรจาเรื่องการสร้างความปรองดองโดยตรง มีอำนาจทำได้อยู่แล้ว ต่อให้คณะกรรมการต่างๆจะทำปรองดองแทบตาย เมื่อเขาเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหมลาออก แล้วยืนยันไม่ลาออก มันก็ยังขัดแย้งกันอยู่เช่นเดิม ต่อให้ตั้งกรรมการปรองดองสมานฉันท์แก้อะไรไม่ได้ เพราะมันมีวิธีทางดำเนินการได้โดยไม่ต้องอาศัยฝ่ายค้านหรือใครก็ตาม ขอแค่ท่านยอมเปิดใจรับฟังความเห็นต่าง ที่เราไม่เข้าร่วมเพราะเหตุผลว่ารัฐบาลไม่ยอมรับฟังความเห็นผู้เห็นต่าง สุดท้ายไม่สามารถปรองดองกันได้อยู่ดี

    ชี้ทางออกผู้นำ–ม็อบเปิดโต๊ะเคลียร์ใจ

    นายสมคิดกล่าวอีกว่าทางออกของการปรองดองที่จะเกิดขึ้นได้ พล.อ.ประยุทธ์ ควรเปิดโต๊ะพูดคุยกับผู้เห็นต่างโดยตรง เพียงแค่ 2 ฝ่ายอย่างเป็นเรื่องเป็นราวจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนและง่ายกว่าไม่ต้องโยนให้สภาฯหรือคณะกรรมการชุดใดมาดำเนินการทางออกอยู่ที่ท่านเองอยู่แล้ว ยืนยันเราไม่ใช่คนทำให้บ้านเมืองเดือดร้อน เพราะความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นเกิดจากการกระทำของรัฐบาลทั้งสิ้น ถ้าอยากให้บ้านเมืองสงบรัฐบาลควรเป็นผู้แก้ไข ไม่ใช่มาโยนความผิดให้คนเห็นต่าง

    ซัด รบ.ต้องฝ่ายเริ่มสร้างบรรยากาศ

    นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า แนวทางปรองดองสมานฉันท์ พรรคเพื่อไทยไม่ปฏิเสธ แต่เราพูดแต่แรกว่าการทำให้เกิดการปรองดองต้องดูว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ประเทศต้องมีบรรยากาศเพื่อให้เกิดการสมานฉันท์ วันนี้ผู้ชุมนุมรู้สึกว่ารัฐบาลไม่ได้สร้างบรรยากาศ ไม่มีท่าทีปรองดอง แทนที่จะยุติการจับกุมคุมขังแล้วหันหน้ามาเจรจา รัฐบาลกลับไล่บี้มันจึงเป็นปัญหา ตราบใดที่คู่ขัดแย้งไม่มีท่าทีหันหน้าพูดคุยกัน คนอื่นไม่สามารถทำให้เกิดการปรองดองได้ การสมานฉันท์ทุกที่บนโลกต้องเกิดจากการพูดคุยแล้วแก้ปัญหาโดยคู่ขัดแย้ง หากคู่ขัดแย้งไม่เริ่มเราเป็นคนนอกเข้าไปไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้ ที่ผ่านมาไม่เห็นท่าทีของรัฐบาลว่าอยากเดินหน้าเรื่องนี้ มีเพียงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาที่ออกมาพูด

    อัด ภท.ต้องออกตัวอย่าโยนภาระให้สภา

    นายภูมิธรรมกล่าวว่า นายอนุทินเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล ถือเป็นคู่ขัดแย้งต้องผลักดันให้คณะรัฐมนตรีแสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าอยากปรองดองไม่ใช่โยนให้สภาฯดำเนินการ และพรรคภูมิใจไทยเองต้องแสดงท่าทีให้เห็นก่อนว่าจะสนับสนุนการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เมื่อเกิดบรรยากาศการพูดคุยระหว่างคู่ขัดแย้งแล้ว เรายินดีเข้าไปช่วยผลักดันเพื่อให้การสร้างความปรองดองสมานฉันท์เป็นจริงขึ้นมา

    ตร.เอาผิดเฟกนิวส์ยำการ์ดอาชีวะ

    เมื่อเวลา 10.15 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น.กล่าวว่ามอบหมายให้พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี รวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดผู้เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่า การ์ดอาชีวะถูกทำร้ายร่างกายหลังกลับจากชุมนุมที่ห้าแยกลาดพร้าว เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. นำหลักฐานคำให้การของพยานเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่รับแจ้งเข้าช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุและภาพจากกล้องวงจรปิด มาชี้แจงยืนยันว่าผู้เสียหายเป็นนักเรียนอาชีวะขี่รถจักรยานยนต์ล้มได้รับบาดเจ็บโดยไม่มีคู่กรณีย่านมีนบุรี เวลาประมาณ 22.00 น. หลังเกิดเหตุมีกลุ่มบุคคลแชร์ข้อมูลและภาพพร้อมข้อความลักษณะทำให้เข้าใจผิดว่าผู้เสียหายถูกทำร้ายร่างกายจากเจ้าหน้าที่ หรือเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง จึงเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ อยู่ระหว่างสืบสวนหาข่าว และจัดเตรียมแผนรองรับวันที่ 10 ธ.ค.เป็นวันรัฐธรรมนูญ อาจมีการนัดชุมนุมทางการเมือง เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์

    ล่ามือกรอกทรายทำรถฉีดน้ำเจ๊ง

    มีรายงานว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สั่งการให้ บช.น.สืบสวนหาผู้กระทำผิดก่อเหตุนำทรายใส่ไปในถังน้ำมันรถฉีดน้ำแรงดันสูงใช้ควบคุมฝูงชน หรือรถจีโน่ เหตุเกิดในเหตุการณ์ปะทะกันที่แยกเกียกกาย บริเวณหน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ทำให้รถเสียหาย และมีโล่ที่ใช้ป้องกันเป็นอุปกรณ์ควบคุมฝูงชนสูญหายไปเกือบ 20 อัน ล่าสุด บช.น.ให้ บก.สส. กก.สส.บก.น.1 และ กก.สส.บก.น.2 ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเร่งหาเบาะแสมือดีที่นำทรายไปหยอดในช่องเติมน้ำมันมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน พร้อมฟ้องค่าเสียหายเนื่องจากรถจีโน่สั่งซื้อมาจากเกาหลีใต้ ตกคันละ 25 ล้านบาท หลังจากรถจีโน่เสียหาย บช.น.ยืมรถจีโน่จาก บช.ภ.1 บช.ภ.2 และ บช.ภ.7 บช.ละ 1 คัน มาเสริมเพื่อใช้ปฏิบัติการ ขณะนี้ บช.น.มีรถใช้ปฏิบัติการรวม 4 คัน

    เด็ก มช.ลงถนนแห่เป็ดไล่เผด็จการ

    เมื่อเวลา 17.00 น. กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่และประชาชนจำนวนหนึ่ง รวมตัวกันที่หน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำรถขยายเสียงออกเดินขบวนแห่เป็ดยางสีเหลือง พร้อมชูรูปคาร์ล มาร์กซ์ นักปฏิวัติชาวเยอรมัน ไปตามถนนห้วยแก้วไปยังแยกรินคำ อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง ตลอดเส้นทางยาว 3 กิโลเมตร แกนนำได้ปราศรัยเคลื่อนที่บนรถขยายเสียง สื่อสารถึงประชาชนถึงความสำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน การแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ล้มเหลวของรัฐบาลจนมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งแจกใบปลิวข้อเสนอแนะขั้นตอนคลี่คลายวิกฤติปัญหาประเทศภายใน 4 เดือนให้ประชาชน เมื่อถึงบริเวณแยกรินคำได้ปักหลักปราศรัย 1 ชั่วโมง พร้อมเชิญชวนคนรักสถาบันมาร่วมฟังข้อเสนอการปฏิรูป มี นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ เข้าร่วม และช่วงท้ายนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว อดีตแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เดินทางมาให้กำลังใจผู้ชุมนุมด้วย

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1ประยุทธ์ จันทร์โอชาประเสริฐ จันทรรวงทองเปรม ติณสูลานนท์วิษณุ เครืองามอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาดข่าววันนี้

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 21 ตุลาคม 2564 เวลา 16:22 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์