สมาชิกวุฒิสภาหนุนเร่งทำข้อตกลงการค้าเสรีกับอียูและสหราชอาณาจักร

ข่าว

    สมาชิกวุฒิสภาหนุนเร่งทำข้อตกลงการค้าเสรีกับอียูและสหราชอาณาจักร

    ไทยรัฐออนไลน์

    1 ธ.ค. 2563 15:48 น.

    สมาชิกวุฒิสภา "สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์" เสนอแนะให้ไทยเร่งทำข้อตกลงทางการค้าเสรีกับสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร ชี้เป็นผลดีกับเศรษฐกิจไทย

    เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. ได้อภิปรายระหว่างการประชุมรัฐสภาเห็นด้วยกับร่างความตกลงจัดสรรปริมาณสินค้าโควตาภาษีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป หรือ อียู กับหนังสือแลกเปลี่ยนระหว่างไทยกับสหราชอาณาจักร พร้อมเสนอแนะประเทศไทยเร่งเจรจากรอบการค้าเสรีให้เร็วขึ้น

    นายสถิตย์ อภิปรายตอนหนึ่งว่า เห็นด้วยกับร่างความตกลงและร่างหนังสือแลกเปลี่ยน รวม 3 ฉบับ ได้แก่ 1. ร่างความตกลงระหว่างสหภาพยุโรปกับประเทศไทยตามมาตรา 28 ของความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า (แกตต์) 1994 ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขข้อผูกพันสำหรับสินค้าอันมีโควตาภาษีในตารางข้อผูกพันสหภาพยุโรป อันเป็นผลเนื่องมาจากการออกจากสมาชิกภาพสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร 2. ร่างหนังสือจากรัฐบาลแห่งสหราชอาณาจักรถึงรัฐบาลแห่งประเทศไทย และ 3. ร่างหนังสือจากรัฐบาลแห่งประเทศไทยถึงรัฐบาลแห่งสหราชอาณาจักรที่คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ

    ทั้งนี้ ความตกลงจัดสรรปริมาณสินค้าโควตาภาษีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปกับหนังสือแลกเปลี่ยนระหว่างไทยกับสหราชอาณาจักรกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม การค้าและการลงทุนในระดับกว้างจึงจำเป็นต้องนำเสนอต่อรัฐสภา เพื่อให้ความเห็นชอบ ซึ่งตนขอสนับสนุนร่างความตกลงและหนังสือแลกเปลี่ยนดังกล่าว โดยมีเหตุผล ดังนี้

    1. เป็นการรักษาสิทธิประโยชน์ของประเทศไทยไม่ให้ด้อยไปกว่าเดิม แต่เดิมเป็นความตกลงระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป 28 ประเทศ และเมื่อสหราชอาณาจักรได้แยกตัวออกมาทำให้ประเทศไทยได้มีหนังสือแลกเปลี่ยนกับสหราชอาณาจักรต่างหาก เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ไว้ นอกจากนั้น ตามที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงได้มีการเจรจาเนื้อหาในรายละเอียด โดยแยกประเภทสินค้าที่ได้ประโยชน์เพิ่มเติม เนื่องจากสินค้าบางประเภทถูกส่งไปยังสหราชอาณาจักรมากกว่าแต่เดิมที่รวมอยู่ในสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อไทยมากขึ้น

    2. เป็นการสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการ ซึ่งก่อนการเจรจามีการหารือกับผู้ประกอบการ และผลเป็นไปตามที่ประเทศไทยเสนอ โดยยึดถือสถิติผลการค้าระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปย้อนหลัง 3 ปี
    เพื่อนำมาประกอบการหารือ โดยหลังจากรัฐสภาให้ความเห็นชอบผู้ประกอบการจะได้เตรียมวางแผนการส่งออก ซึ่งจะมีผลบังคับในวันที่ 1 ม.ค. 2564

    3. เป็นการรักษามาตรฐานในการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ อันส่งผลดีต่อการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร ซึ่งแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป

    นายสถิตย์ กล่าวต่อว่า กรอบการเจรจาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร โดยข้อเท็จจริงประเทศในอาเซียน เวียดนามและสิงคโปร์ได้ทำการตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรปแล้ว ปรากฏว่าประเทศไทยเคยเจรจาการค้าเสรีมาระยะหนึ่ง แต่สะดุดลง จึงขอเสนอให้ทำอย่างต่อเนื่อง และเร่งเจรจากรอบการค้าระหว่างประเทศไทยกับสหภาพยุโรปให้เร็วขึ้น ควบคู่กับการเจรจาการค้าเสรีกับสหราชอาณาจักร เพื่อทำให้เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศไทยกับสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นผลดีกับเศรษฐกิจระหว่างประเทศของประเทศไทยโดยรวมมากยิ่งขึ้น.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      เจ้าของฟาร์ม ยัน หมู กก. 60 บาทจริง แต่มีสัญญาผูกมัดกับบริษัท
      03:13

      เจ้าของฟาร์ม ยัน หมู กก. 60 บาทจริง แต่มีสัญญาผูกมัดกับบริษัท

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      อียูสหราชอาณาจักรข้อตกลงการค้าเสรีการค้าส.ว.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันพุธที่ 19 มกราคม 2565 เวลา 08:04 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์