คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ

ข่าว

    คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ

    ซูม

      1 ธ.ค. 2563 05:03 น.

      คำถามที่พวกผมซึ่งอยู่ในแวดวงสื่อสารมวลชน ได้รับเสมอๆเวลาออกไปเจอกับเพื่อนๆในอาชีพอื่นๆช่วงนี้ มีอยู่ 3 คำถามด้วยกัน

      คำถามแรก...เรามาถึงจุดที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้ได้ยังไง? คำถามที่สอง... เมื่อไรจะจบเสียที? และคำถามที่สาม...จะจบยังไงล่ะเนี่ย?

      ซึ่งผมก็จะทำได้แค่ส่ายหน้า...ยิ้มแหยๆ พร้อมกับตอบด้วยคำตอบเดียวสำหรับทั้ง 3 คำถามว่า...ไม่รู้!

      ก็ผมไม่รู้จริงๆนี่ครับว่าเหตุการณ์อันเศร้าหมองที่เกิดขึ้นขณะนี้จะจบเมื่อไร? และจะจบอย่างไร ตามคำถามข้อสองและสามของเพื่อนๆ

      อีกทั้งไม่อยากจะเดาด้วย เพราะในการเดานั้นจะต้องเดาทั้งในแง่ดีและแง่ร้าย

      เดาในแง่ร้ายว่าจบไม่สวย ผมก็ใจเสีย และไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย...ครั้นจะเดาว่าจบลงด้วยดี เพื่อนก็จะต้องแย้งว่าเป็นไปได้ยังไง?

      ผมจึงเลือกที่จะตอบว่าไม่รู้ และในช่วงหลังๆเมื่อไปเจอเพื่อนกลุ่มอื่นๆและยังมีคำถาม 2 ข้อนี้อีก ผมก็จะตอบแบบแทงกั๊กว่า...ประเทศไทยมีพระสยามเทวาธิราชคุ้มครองอยู่ ก็ได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดี!

      ในส่วนของคำถามข้อแรกที่เพื่อนถามว่า...เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? นั้น ผมพอมีคำตอบอยู่บ้าง แต่ยังไม่แน่ใจ และไม่มีหลักฐานทางวิชาการพอที่จะนำมาใช้สนับสนุนได้ ผมก็เลยไม่กล้าตอบ

      ที่นำมาเขียนวันนี้ก็ถือเสียว่าเป็นการตั้งข้อสงสัยเท่านั้นนะครับ ยังมิได้ฟันธงว่า “ผู้ต้องสงสัย” รายนี้คือสาเหตุที่ทำให้เรามาสู่จุดนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่อย่างใด

      โซเชียลมีเดีย ไงครับ...เจ้า เฟซบุ๊ก, เจ้า ทวิตเตอร์, เจ้า อินสตาแกรม, เจ้า ไลน์, เจ้า ยูทูบ ฯลฯ ทั้งหลายทั้งปวงนี่แหละคือ “ผู้ต้องสงสัย” ที่ผมตั้งเป็นข้อสังเกตไว้

      เหตุเพราะข้อมูลข่าวสารที่ส่งเข้าโซเชียลมีเดียเหล่านี้ มีทั้งจริงบ้างเท็จบ้างดังที่ทราบกันดีอยู่แล้ว

      แม้จะมีของจริงหรือเรื่องดีข่าวดีอยู่เยอะ แต่โดยธรรมชาติของมนุษย์มักจะชอบอ่านข่าวร้ายและข่าวกุ หรือข่าวเป็นเท็จ แต่อ่านแล้วตื่นเต้นเสียมากกว่า

      อ่านๆไปก็ชักจะเชื่อข่าวกุ ข่าวเท็จเหล่านั้นมากกว่าที่จะเชื่อข่าวจริงหรือเรื่องที่ดีงาม

      กลุ่มที่ไม่หวังดีต่อประเทศไทย กลุ่มที่มองอีกมุมหนึ่งเกี่ยวกับประเทศไทย ที่ช่ำชองและรู้จักใช้โซเชียลมีเดียได้มากกว่าพวกเรา เขาก็ปั่นและปั้นเรื่องราวต่างๆออกมาเรื่อยๆ

      คนรุ่นใหม่ที่มีโทรศัพท์มือถือเป็นที่ยึดเหนี่ยว เป็นเพื่อนสนิท เป็นคู่ทุกข์คู่ยาก เพราะตื่นขึ้นมาก็เปิดอ่านโซเชียลผ่านมือถือ...อ่านทั้งวัน ดูทั้งวัน...กดทั้งวัน...จนถึงเวลานอนนั่นแหละจึงจะวางลง

      อ่านไปเรื่อยๆ ดูไปเรื่อยๆเขาก็คล้อยตาม และในที่สุดเขาก็เชื่อ

      บอกแล้วไงครับ...ว่าผมเพียงแค่ตั้งข้อสังเกตหรือข้อสงสัยเท่านั้น ยังมิได้ปรักปรำร้อยเปอร์เซ็นต์ ว่าผู้ร้ายตัวฉกาจที่ทำให้ “โลกป่วน” และเมืองไทยของเราก็ “ป่วนด้วย” คือโซเชียลมีเดียนี่แหละ

      แต่ถึงแม้นจะเป็นจริง...ผมคงจะไม่กล่าวโทษอะไรกับผู้ต้องสงสัยที่ว่านี้หรอกครับ นอกจากจะโทษตัวเอง โทษคนรุ่นผมหรือคนรุ่นหลังผมสัก 10 ปี ที่กำลังบริหารประเทศขณะนี้มากกว่า

      โทษที่พวกเรา “เขลา” พวกเรา “เบาปัญญา” เพราะไม่ได้ให้ความสำคัญแก่โซเชียลมีเดียต่างๆจนเกิดผลที่ยากจะกู่กลับมาได้อย่างทุกวันนี้

      สำหรับผมเองโดยส่วนตัวยิ่งไม่มีสิทธ์ิโกรธหรือด่าโซเชียลมีเดียได้เลย เพราะผมซึ่งเป็น “สื่อเก่า” เป็นไดโนเสาร์ที่กำลังถูกสื่อใหม่อย่างโซเชียลฯ เป็นอุกกาบาตไล่ชนจนแทบจะตกเวทีอยู่แล้วในขณะนี้

      ด่าไปโทษไปว่าเพราะโซเชียลมีเดียนี่แหละที่ทำให้ประเทศของเราเป็นอย่างนี้...ผู้คนก็จะหาว่าผมลำเอียง เพราะโกรธที่โดนโซเชียลฯเล่นงานจนแทบจะสูญพันธุ์อย่างที่ว่า

      ผมถึงได้ออกตัวมาตั้งแต่ต้นว่า ที่เขียนมาทั้งหมดวันนี้ก็แค่ระบาย และปรึกษาหารือเท่านั้นเองครับ ไม่ได้กล่าวโทษโซเชียลฯแต่อย่างใด

      ระบายเสร็จ ปรึกษาท่านผู้อ่านเสร็จก็ตั้งสติสวดมนต์อยู่พักหนึ่ง

      ขอให้สิ่งที่ดีงามของประเทศไทย โดยเฉพาะวัฒนธรรมประเพณีและขนบธรรมเนียมที่คนไทยยึดถือและปฏิบัติมาด้วยความรักและศรัทธา จงอยู่ยั้งยืนยงคู่ฟ้าคู่แผ่นดินไปตราบกาลนิรันดร์ด้วยเถิดครับ

      ส่วนพวกโซเชียลมีเดียทั้งหลายก็พึงสังวรไว้ด้วย...โลกนี้ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืนครับ...วันใดวันหนึ่งข้างหน้าอาจจะมี “มีเดีย” อย่างอื่น มาทำให้ “โซเชียลฯ” ยุคนี้สูญพันธุ์บ้างก็ได้...ใครจะรู้?

      ซูม

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      เหะหะพาทีซูมโซเชียลมีเดียคนรุ่นใหม่โทรศัพท์มือถือทวิตเตอร์เฟซบุ๊ก

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2564 เวลา 01:46 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์