- ในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ได้นัดวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อาศัย “บ้านพักหลวง” ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก และเมื่อเกษียณยังคงอยู่อาศัยใช้ประโยชน์ ซึ่งจะเข้าข่ายเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ อันเป็นการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ต้องติดตาม รอดหรือร่วง
- หรือจะซ้ำรอยกรณีการทำรายการ “ชิมไป บ่นไป” ของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ล่วงลับ โดยศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยการเป็นลูกจ้าง และรับเงินค่ารถเกิน 3,000 บาท ทำให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองกำลังร้อนแรง “อะไรก็เกิดขึ้นได้” และหลายฝ่ายคาดการณ์วันที่ 2 ธ.ค. อาจเป็นการปูทางให้ “บิ๊กตู่” ลงจากตำแหน่งอย่างสวยงามก็เป็นไปได้
- ขณะที่ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก เคยประกาศจะแก้ปัญหาบ้านพักข้าราชการทหาร หากนายทหารที่เกษียณแล้ว ยังพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ทหาร หน่วยทหาร และย้ายจากกองทัพบกไปอยู่หน่วยงานใด จะต้องย้ายออกจากหน่วย ภายในเดือน ก.พ. 2563 เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่ไม่มีบ้านมาอยู่ กระทั่งเรื่องนี้เงียบไป จน “บิ๊กแดง” เกษียณอายุ
- ปัจจุบันทหารเกษียณระดับบิ๊กๆ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในรัฐบาลยังคงใช้ “บ้านพักหลวง” อยู่อาศัย ในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ โดยเฉพาะ “พี่น้อง 3 ป.” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รวมถึงทหารเกษียณระดับสูง อีกหลายๆ คน ไม่คืนบ้านพักหลวงที่เพียบพร้อมไปด้วยสวัสดิการต่างๆ มีกำลังพลรับใช้ มียานพาหนะ น้ำไฟฟรี
...
ในมุมมองของ “รศ.ดร.ธนภัทร ปัจฉิมม์” คณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวกับ “ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์” ว่า ในกรณีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับของนายสมัคร สุนทรเวช มีความต่างกัน แต่มีความเหมือนกันเมื่อพูดเรื่องของผลประโยชน์ โดยความต่างเนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ เคยเป็นข้าราชการทหาร เคยดำรงตำแหน่งในระดับสูงของกองทัพมาก่อน ซึ่งเป็นประโยชน์ที่ติดตัวจากการเป็นผู้บัญชาการทหารบก ทำให้ได้ประโยชน์ติดมากับตำแหน่ง และถือเป็นบุคคลสำคัญ เมื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นรอยต่อ จึงมองว่าเป็นเรื่องสุจริต เป็นประโยชน์ที่ได้มาตามระเบียบของกองทัพที่มีมาก่อน ไม่ได้ใช้อำนาจในการแสวงหาประโยชน์เพิ่มเติม
“แม้ฝ่ายตรงข้ามจะมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้ประโยชน์มากกว่าเงิน 3 พันบาทก็ตาม แต่อย่างไรก็มองว่าไม่เข้ากับกรณีของคุณสมัคร เรื่องนี้ต้องดูรายละเอียด เพราะมีความอ่อนไหวมากในประเด็นหลุด หรือไม่หลุดจากตำแหน่งหากนำ 2 กรณีมาเทียบกัน อีกทั้งคุณสมัคร ไม่เคยเป็นข้าราชการมาก่อน ไม่ได้ประโยชน์อะไรติดมากับตำแหน่งเลย ดูแล้วแตกต่างกันอย่างมาก อีกทั้งเรื่องที่มาของนายกฯ ก็ยังแตกต่างกัน และคุณสมัคร ไม่ได้เป็นทหารมาก่อน”
นอกจากนี้จุดสำคัญในกรณีของ พล.อ.ประยุทธ์ อาศัย “บ้านพักหลวง” เป็นเรื่องของระเบียบกองทัพที่ดำเนิน และปฏิบัติกันมานานแล้ว จะมีการวินิจฉัยเป็นเรื่องอื่นๆ คงไม่ได้ เว้นแต่เป็นระเบียบที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งจุดสำคัญอยู่ตรงนี้มากกว่าจะเป็นตัวตัดสินว่าผิดหรือถูก และหากไปดูข้อมูลก็จะพบว่ามีทหารที่เกษียณไปแล้วจำนวนมาก ยังคงอาศัยบ้านพักหลวง โดยอ้างระเบียบของกองทัพ ดังนั้นควรไปแก้ระเบียบของกองทัพจะดีกว่า
สำหรับวันที่ 2 ธ.ค.ในวันชี้ชะตา พล.อ.ประยุทธ์ คิดว่ารอดมากกว่าร่วง โดยมีโอกาสรอดมากถึง 90% เพราะมองว่าเป็นประโยชน์ที่ได้มาจากการดำรงตำแหน่งสูงสุดในกองทัพ มีการทำคุณความดีให้กับประเทศชาติ หากทำใจให้เป็นกลางในการมองในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นการอาศัยบ้านพักหลวง จึงเป็นไปตามระเบียบ และอยู่ในขอบเขต
ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่า จะเป็นการปูทางให้ลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างสวยงามนั้น ไม่น่าจะใช่ เพราะหากจะลงจากตำแหน่งแบบสวยๆ ก็ควรแก้รัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้น ก่อนลาออก และประกาศไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี น่าจะสวยกว่า.