ไลฟ์สไตล์
100 year

ลุ้นระทึกศาลรัฐธรรมนูญชี้ชะตา “บิ๊กตู่” อยู่บ้านหลวง : คำตอบข้อแรก “ผิด-ถูก” พลิกเกม

ทีมข่าวการเมือง29 พ.ย. 2563 05:15 น.
SHARE

ร้อน ฝน หนาว สภาพอากาศแปรปรวน ในห้วงสถานการณ์การเมืองปรวนแปร สถานภาพ “รัฐ” สั่นคลอน อยู่บนความไม่แน่นอน ท่ามกลางคลื่นพลังมวลชนคนรุ่นใหม่ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ถาโถม โหมข้อเรียกร้อง แห่ธงไปสู่เป้าหมาย

1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พร้อมองคาพยพต้องลาออก 2.แก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยตามแนวทางของประชาชน 3.ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์

ข่าวแนะนำ

ปฏิบัติการฉีกหน้าประวัติศาสตร์ ทุบทำลายกำแพงประเพณี

เลยจุด “ยูเทิร์น” ประเทศไทยไม่สามารถย้อนกลับมาเหมือนเดิมอีกต่อไป

ในสภาพการณ์ที่เลือนรางเต็มที กับการฝากความหวังสุดท้ายไว้กับสภา ในการหาทางออก “ประตูหนีไฟ” ตามหลักการประชาธิปไตย วิถีทางเบื้องต้นในการสกัดความรุนแรงตามทฤษฎี

ล่าสุด นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาเร่งให้ส่งจดหมาย ร่อนเทียบเชิญฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ เร่งหาทางลดความขัดแย้งในบ้านเมือง

โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ครบทุกฝ่าย เพราะตามเงื่อนไขหักมุมไปกันคนละทางชาติหน้าก็ยังยาก

ไฟต์บังคับลุยถั่วตามโปรแกรมที่ได้รับมอบหมาย ส่วนผลออกมาจะยอมรับหรือไม่ นั่นอีกเรื่องหนึ่ง

ที่แน่ๆตามสถานะของ “ผู้อาวุโสยุทธจักรการเมือง” ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาแทบทุกวิกฤติ ประสบการณ์โชกโชนระดับ “ปรมาจารย์ชวน” ย่อม หลับตาเห็นมหันตภัยเกมอำนาจรออยู่ข้างหน้า

อย่างน้อยก็ต้องพยายามเทกแอ็กชัน หยุดเกมแลกเลือด

ชื่อ “ชวน หลีกภัย” ในฐานะประธานรัฐสภา ต้องถูกจารึกร่วมฉากประวัติศาสตร์อีกหน้าสำคัญของไทย

แต่ในขณะที่นายชวนเล่นบทนักกู้ภัย วิ่งหาทาง ออกประตูหนีไฟ อีกด้านกลับลากเข้า “ทางตัน” ตามสัญญาณการเข็น “เสี่ยปาน” นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล แกนนำระดับขาใหญ่พรรคพลังประชารัฐ ขึ้นแท่นประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฯ

คุมเกม “รีโนเวท” รื้อทำใหม่ กติกาฉบับ “เอื้อ พวกเรา”

เห็นหน้า เห็นยี่ห้อ เห็นลีลา แม้แต่ม็อบเด็กที่ไร้เดียงสาทางการเมือง ยังอ่านไต๋ทะลุ

รู้กันทั้งบ้านทั้งเมือง “วิรัช” คือ “วัวชน” สายตรงบ้านป่ารอยต่อฯ

เลือกตัวเก๋าเกม ไม่ตื่นกระแส ไม่แคร์สื่อ ไม่กลัว “ล่อเป้า” ม็อบนักศึกษา

มันก็ชัดในภารกิจลากยื้อเกมอำนาจ

เป้าหมายทีมลุง 3 ป. ดึงหมากแก้ไขรัฐธรรมนูญให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้

แบบที่ยังไม่ทันไร ก็ออกลีลายักท่า งัดเหลี่ยมเก๋าดึงเกม อ้างต้องใช้เวลาในการกำหนดกรอบการทำงานคณะกรรมาธิการฯ ส่อใช้สิทธิต่อเวลา 45 วันเต็มเหยียด ลากไปต้นปีหน้า

พร้อมๆกับจงใจปล่อยไทม์ไลน์มานำร่อง

นับตามขั้นตอน ต้องรอกันเหงือกแห้ง กว่าจะกำหนดกรอบกันในที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯกว่าจะทำประชามติ กว่าจะทำคลอดสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) กว่าจะดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญ กว่าจะเอาไปประชามติกันอีกรอบ กว่าจะประกาศบังคับใช้รัฐธรรมนูญใหม่

ไม่ช้า ไม่นาน นับตามปฏิทินก็ปาเข้าไปปี พ.ศ.2565

พอดีได้เวลาฉลองครบเทอมรัฐบาลลุงๆ 3 ป.

ข้อเรียกร้องข้อ 2 ของม็อบนักเรียน นิสิต นักศึกษา ได้รับการตอบสนองแบบขอไปที ไม่มีหลักประกันเกมเขี้ยวของทีมทหารเฒ่ากับนักการเมืองอาชีพ “สับขาหลอก”

ปากบอกอย่าง ทำอีกอย่าง “แกง” เด็กซ้ำซาก

เกมรื้อรัฐธรรมนูญส่อยื้อลากยาว การหาประตูทางหนีไฟของสภาส่อเค้าตัน

โดยสถานการณ์หักมุมสวนทางกันอย่างสิ้นเชิงกับบรรยากาศร้อนระอุ ดีกรีเดือดพล่านนอกสภา สถานการณ์ที่มวลชนราษฎร 2563 เบิ้ลเครื่องใส่ฝ่ายความมั่นคง

ตีธงลุยหักดิบ ยกระดับการชุมนุมกดดัน

เด็กรู้ทัน นัดม็อบเบิ้มๆ ไล่ปักหมุดสถานที่สำคัญอย่างสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ก่อนย้ายมาปักหลักหน้าสำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ โดยการประกาศชุมนุมต่อเนื่องกันทุกวัน

เน้นปฏิบัติการเชิงสัญลักษณ์ ล่วงล้ำเขตแดนอันตราย

เป้าหมายย้ำข้อเรียกร้องข้อ 3 กระตุกธง “ปฏิรูปสถาบัน”

ปั่นเกมล้มเดิมพัน ยั่วภาวะล่อแหลม เข้าโซนอันตรายเล่นกันถึงชีวิต

เข้าโหมด “ม็อบชนม็อบ” ได้เห็นฉากบู๊ล้างผลาญ มวลชนนักเรียน นิสิต นักศึกษา ปะทะแลกเลือดกับมวลชนเสื้อเหลืองฝ่ายอนุรักษ์ กลุ่มพิทักษ์สถาบัน ตีกันเละหน้าอาคารสภา

ลูกติดพัน หลังจากนั้นมาก็มีเหตุยิงกันตูมตามต่อเนื่องในม็อบราษฎร

เกมร้อนม็อบลุยม็อบ ไอ้โม่งป่วนม็อบ สลับฉากเข้ามาแทนปฏิบัติการสลายกลุ่มผู้ชุมนุมของเจ้าหน้าที่ ตำรวจควบคุมฝูงชน ที่ต้องถอยฉากออกไปคุมเชิง

ถูกโห่ทำรุนแรงเกินเหตุ สารเคมีเสี่ยงทำอันตรายกับมวลชนเด็ก

ตามสภาพการณ์ม็อบนักเรียน นิสิต นักศึกษา ตกอยู่ท่ามกลางดงกระสุน ควันระเบิด ภาวะอันตรายต่อสวัสดิภาพผู้ชุมนุมสูงขึ้นตามเดิมพันเกมโค่นกระดานอำนาจ

โอกาสเสียเลือดเสียเนื้อหรือถึงขั้นเสียชีวิตเกิดได้ทุกขณะ

โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยความมั่นคง ถูกตั้งเครื่องหมายคำถามไม่พยายามเข้าควบคุมสถานการณ์ ไม่ทำหน้าที่คุ้มกันความปลอดภัยของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ส่วนใหญ่เป็นเด็กและเยาวชน

เหมือนจงใจ ปล่อยมวลชนราษฎรเผชิญอันตราย

ภายใต้สถานการณ์ม็อบเด็กรุ่นใหม่ที่ไร้ประสบการณ์ มวลชนมหาศาล “คุมเกมยาก” ไม่รู้ใครเป็นใคร

แม้จะได้กลิ่น “มินเนี่ยน” มีการเปิดโปงภาพเป็นหลักฐานพวก “หัวเกรียน” ซุ่มโป่ง ดักคอดักทาง แผนชั่วของพวกกระหายเลือด ส่งกองกำลังแฝงเข้ามาปะปน

แต่คนจ้องกับคนระวัง ยังไงฝั่งเด็กไร้ประสบการณ์ก็เสียเปรียบ

แบบที่เห็นหลังเสียงระเบิด ยิงกันตูมตาม กลายเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมและการ์ดของฝ่ายม็อบราษฎรที่ต้องโดนหามส่งโรงพยาบาล และแนวโน้มสถานการณ์ฝั่งเด็กฟันน้ำนมจะยิ่งเสี่ยงเสียเลือดเสียเนื้อเพิ่มขึ้น

หรือพวกที่ไม่บาดเจ็บ ก็ต้องเจอกับคดีความ

ตามสัญญาณเข้มๆที่ผู้นำอย่าง “บิ๊กตู่” ไฟเขียวเจ้าหน้าที่งัดข้อกฎหมายไล่บี้ ไล่ล็อกแกนนำกับแนวร่วมม็อบคนรุ่นใหม่ ไม่เว้นแม้แต่การใช้ดาบอาญาสิทธิ์มาตรา 112

ไม่สนเสียงทักท้วงของนักวิชาการและฝ่ายค้าน ให้ระวังดาบนั้นคืนสนอง

ไฟต์บังคับ พล.อ.ประยุทธ์ต้องงัดไม้ตายสกัดเกมบุกของนักเรียน นิสิต นักศึกษา

แต่ยิ่งขู่ก็เหมือนยิ่งยั่ว ดาบมาตรา 112 กลับยิ่งโหมไฟสุมขอน อารมณ์ของมวลชนรุ่นใหม่ แนวร่วมม็อบราษฎรไม่ได้อินังขังขอบกับ “ไม้ตาย” ของผู้นำทหารเฒ่า 3 ป.

ยังเดินหน้าชุมนุมล่อเป้า จงใจล่วงล้ำเข้าเขตแดนหมิ่นเหม่

แถมยังย้อนศรย้อนเกล็ด แบบที่ตัวแทนนิสิตนักศึกษาและภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ กับพวก เป็นจำเลย เพื่อเรียกค่าเสียหายจากเหตุ ละเมิดเสรีภาพในการชุมนุมและประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยเรียกค่าเสียหายรวม 3,500,000 บาท

เสียงผู้นำไร้ความหมาย เด็กไม่ฟัง แถมจงใจเบิ้ลท้าทาย

ย่ำรอย “น้องปู” อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่โดนม็อบล้อมกรอบ มีอำนาจแต่บริหารไม่ได้

ท่ามกลางสถานการณ์ขึงพืด วัดใจใครอึดกว่ากัน

และโดยจังหวะได้ลุ้นช็อตสำคัญ วันที่ 2 ธันวาคมนี้ ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟันธงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ ยังพัก อาศัยอยู่ในบ้านพักทหารหลังเกษียณอายุราชการแล้ว ถือเป็นการจงใจไม่ทำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 (3) คือการขัดกันของผลประโยชน์ ถือเป็นการรับประโยชน์จากหน่วยงานของรัฐ หรือไม่

บันไดไต่ลง หรือพาดปีนไปต่อ

คำตอบข้อแรก ตามธงของม็อบราษฎร

ถ้าศาลฟันธงผิด “บิ๊กตู่” ต้องหลุดเก้าอี้อัตโนมัติ นั่นก็เข้าเหลี่ยมนักเรียน นิสิต นักศึกษา ตอกย้ำสภาพผู้นำไร้ความชอบธรรมมาตั้งแต่ต้น

ป่วนรัฐบาลขุมอำนาจ 3 ป. ต้องหาคนมาลากอำนาจแทน

แต่ถ้าไม่ผิด “บิ๊กตู่” ได้สิทธิ์ไปต่อ “พระรอด” คุ้มครอง ไม่เหมือนกับอดีตนายกฯสมัคร สุนทรเวช ที่ตกเก้าอี้เพราะแค่รับจ้างทำอาหารโชว์ออกทีวี ในจังหวะที่โดนม็อบปิดเมืองไล่เหมือนกัน

มันก็เป็นหัวเชื้อชั้นดีให้ม็อบโหมชนวนย้ำปม “2 มาตรฐาน”

ประจานความลักลั่นระบบยุติธรรมเมืองไทย เสริมความชอบธรรมให้เด็กต้องลุยรื้อนั่งร้าน

“ผิด-ถูก” ออกมุมไหน ก็ได้ลุ้นสถานการณ์พลิกเกม.

“ทีมการเมือง”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์การเมืองทีมข่าวการเมืองประยุทธ์ จันทร์โอชาศาลรัฐธรรมนูญบ้านหลวงชวน หลีกภัยม็อบ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 19 มกราคม 2564 เวลา 06:16 น.