ไลฟ์สไตล์
100 year

คอนเทนเนอร์สกัดม็อบเก้อ เจอรถติดหนักแทน (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์26 พ.ย. 2563 05:25 น.
SHARE

“ม็อบราษฎร” เลี่ยงปะทะ ตัดเงื่อนไขรัฐประหาร ย้ายวิกชุมนุมใหญ่หน้าสำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ ไม่ไปสำนักงานทรัพย์สินฯ “ไมค์” แจง ยึดจุดยืนไม่ปะทะ ไม่ให้เป็นเงื่อนไขยึดอำนาจ เย้ยโดน ม.112 เป็นเกียรติยศของนักสู้ “พริษฐ์” ใส่ชุดเป็ดเหลืองสื่อชุมนุมสงบสันติ ห้าวเจอหมายเรียก ม.112 อีกกี่ใบไม่คิดลี้ภัย “อั๋ว” ฉะใช้กฎหมายไม่เป็นธรรมชงยกเลิกแน่ แกนนำปราศรัยเดือดแฉกลุ่มทุนใหญ่โยงสถาบัน “อานนท์” กร้าวจ่อยกร่างกฎหมายทวงคืนสมบัติชาติคืน ปชช. ผ่าน รัฐสภา บช.น.ตั้งด่านตู้คอนเทนเนอร์สกัดเก้อ ขอโทษประชาชนทำรถติดวินาศสันตะโร “ปิยะ” ยันไม่ได้แกล้งยัดข้อหาร้ายแรง ตร.รวบ “ครูใหญ่ ขอนแก่น” ก่อนไปร่วมม็อบหน้าเอสซีบี ตามหมายศาลอุดรฯ “บิ๊กตู่” ปัดไม่เคยคิดประกาศใช้กฎอัยการศึก ไม่ขวาง ชุมนุมยืดเยื้อ ผิดว่าไปตามกฎหมาย

จากกรณีกลุ่มราษฎรแจ้งเปลี่ยนสถานที่ชุมนุมใหญ่จากเดิมหน้าสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ไปชุมนุมหน้าอาคารสำนักงานใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ถนนรัชดาภิเษก โดยแกนนำระบุเหตุผลเพื่อเลี่ยงการปะทะและปลดเงื่อนไขการรัฐประหาร ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม ยืนยันไม่มีความคิดที่จะประกาศใช้กฎอัยการศึก

ข่าวแนะนำ

“บิ๊กตู่” ถกสภาธุรกิจมะกันชูยิ้มทักสื่อ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 พ.ย.ที่ห้องวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ นายอเล็กซานเดอร์ ซี เฟลด์แมน ประธานสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน นำคณะนักธุรกิจสหรัฐฯในไทยเข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โดยนายกฯได้ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับคณะนักธุรกิจในสหรัฐฯ มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว. พลังงาน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาห– กรรม หารือแนวทางมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยหลังโควิด-19 ในไทยคลี่คลาย รวมทั้งส่งเสริมให้นักธุรกิจสหรัฐฯมาลงทุนในไทยมากขึ้น ผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาคเต็มที่

นายกฯกล่าวในที่ประชุมว่า ทั้ง 2 ประเทศมีสัมพันธ์อันดีมาเกือบ 200 ปี หวังรักษาสัมพันธ์นี้ยั่งยืนสืบไป ในฐานะเพื่อนเก่าและมิตรประเทศที่มีความสำคัญกับไทยและอาเซียนหวังเป็นอย่างยิ่ง เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย จะมีการเดินทางไปมาหาสู่ระหว่าง 2 ประเทศมากขึ้น ขอเชิญชวนนักลงทุนพิจารณาลงทุนในไทย ในช่วงพักระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์กลับเข้าห้องประชุมได้ยิ้มทักทายสื่อมวลชน พร้อมชู 2 นิ้ว

ยันไม่เคยคิดใช้กฎอัยการศึก

ต่อมาเวลา 12.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมกลุ่มราษฎรว่าไม่มีอะไรหรอกเป็นเรื่องการชุมนุม ระหว่างการประชุมสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียนได้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องธรรมดาของทุกประเทศทั่วโลก ประชาธิปไตยต้องเป็นแบบนี้ ไม่ได้บอกว่าใครดีหรือไม่ดี จับด้วยข้อกฎหมายและไม่ว่าใครทำผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด ในโลกประชาธิปไตยทำให้ทุกคนเห็นด้วยเหมือนเราคงไม่ได้ แต่ทำอย่างไรจะเดินหน้าไปด้วยกันได้โดยไม่ให้เกิดปัญหากันในอนาคต เมื่อเช้านี้รถติดมหาศาล คนเดือดร้อนเท่าไหร่พิจารณากันเอาเองแล้วกัน เมื่อถามถึงข้อเท็จจริงการประกาศใช้กฎ อัยการศึก พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า บอกหลายครั้งแล้วว่าไม่เคยคิดเรื่องเหล่านี้เลย ใช้กฎหมายปกติน่าจะเพียงพอแล้วในตอนนี้

ไม่ขัดชุมนุมยืดเยื้อ ถ้าผิด ก.ม.ก็ว่าไป

นายกฯกล่าวว่า วันนี้เราต้องช่วยกันสร้างบ้านเมืองให้สวยงาม แต่วันนี้มันมีภาพความขัดแย้ง ก็โอเคไม่ว่าอะไรพวกท่าน แต่เราต้องสร้างบ้านเมืองของเราให้สวยงาม โดยเฉพาะเวลากลางคืน ปัจจุบันสวยงามมาก ผิดกับหลายปีที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อมาถึงช่วงนี้นายกฯสอบถามผู้สื่อข่าวว่า เมื่อเช้ารถติดกันมากหรือไม่ แล้วติดเพราะอะไร เพราะตนหรือเปล่า ก็ไปดูแล้วกัน คงต้องขอร้องไม่ว่าจะใครก็ตาม วันนี้บ้านเมืองต้องการความสงบสุข ความมีเสถียรภาพ อะไรควรทำไม่ควรทำ ทุกคนรู้อยู่แล้ว คนไทยทุกคนต้องเรียนรู้ คิดว่าหลายๆอย่าง เป็นการสร้างการเรียนรู้ให้กับคนไทยว่าเราจะอยู่กับโลกยุคใหม่ได้อย่างไร โลกแห่งเทคโนโลยีดิจิทัล โลกแห่ง 4.0 โลกหลังโควิด-19 นิวนอร์มอล ถ้าเรายังมีอะไรที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้น ทุกอย่างจะเดินหน้าไปไม่ได้ เมื่อประชาชนเดือดร้อนมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องใช้กฎหมาย เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ ไม่จำเป็นต้องไปสั่งอะไรเพิ่มเติม เพราะมีกฎหมายอยู่แล้ว เมื่อถามว่าแต่ผู้ชุมนุมประกาศชุมนุมยืดเยื้อ 5 วัน นายกฯกล่าวว่า ก็ประกาศไปสิ ประกาศไปเถอะ เพราะกฎหมายมีอยู่แล้ว ถ้าจะทำผิดกฎหมายก็ว่าไป จะต้องขออนุญาตให้ถูกต้อง

จบงานตรงดิ่งกลับเข้าบ้าน ร. 1 รอ.

ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังเสร็จภารกิจจะกลับเข้าทำเนียบรัฐบาลหรือไม่ เพราะมีการตั้งสิ่งกีดขวางจำนวนมาก พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “มันเป็นเรื่องความปลอดภัยของฉัน สื่อทำไมจะต้องมาตามติดฉันด้วย เดี๋ยวนี้เช็กเวลาตารางงานของนายกฯออกทีวีกันเลยนะ บางคนรายงานว่าว่าง บางคนรายงานว่ามี 2 งาน อย่าลืมว่าเวลาที่เหลือฉันก็ทำงาน” ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังนายกฯเสร็จสิ้นภารกิจที่กระทรวงการต่างประเทศไม่ได้เดินทางกลับเข้าทำเนียบฯ แต่ได้เดินทางกลับบ้านพักใน ร. 1 รอ.

ประกาศฉุกเฉินร้ายแรงอยู่ที่ 3 ปัจจัย

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า ขอให้เลิกพูดเรื่องกฎอัยการศึก ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหมและ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พูดแล้วว่าจะไม่มีการประกาศใช้กฎอัยการศึก ขอย้ำว่ารัฐบาลไม่เคยคิดเรื่องนี้ ขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องกลับมาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพฯอีกครั้ง แต่ถ้าจะประกาศขึ้นอยู่กับหน่วยงานด้านความมั่นคงจะประเมินสถานการณ์ร้ายแรงเพียงใดจาก 3 องค์ประกอบคือ 1.ความสำคัญสถานที่ อาทิ เขตพระบรมมหาราชวัง เขตพระราชฐานที่ประทับ 2.ดูจากผู้ชุมนุมมีอาวุธหรือมีเครื่องมืออะไรบ้าง 3.ดูความเสี่ยงที่อาจเผชิญหน้าและปะทะกัน ต้องเสนอขอความเห็นชอบจาก ครม. หรือถ้าจำเป็นทันทีก็ทำได้แล้วนำมาเสนอเข้าที่ประชุม ครม. จะชุมนุมกี่วันไม่สำคัญ อยู่ที่ว่าจะมีระดับความรุนแรงหรือไม่ หน่วยงานความมั่นคงต้องเตรียมความพร้อมไว้อยู่แล้ว ต้องดูความเสี่ยงของมวลชนอีกกลุ่มหนึ่งด้วย รัฐบาลพยายามไม่ให้เกิดการเผชิญหน้ากัน ที่จริงแล้วถ้าต่างคนต่างมา ต่างคนต่างอยู่ก็ไม่มีอะไร ต้องระวังอย่าให้เกิดมือที่สาม ทุกครั้งที่มีการชุมนุมมักจะมีมือที่หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า

เสื้อเหลืองยื่น “ชวน” สอบ ส.ส.ร่วมม็อบ

เมื่อเวลา 10.20 น. ที่รัฐสภา นายพานสุวรรณ ณ แก้ว ตัวแทนภาคีเครือข่ายเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมแนวร่วมส่วนหนึ่ง ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ผ่านนายราเมศ รัตนะเชวง เลขานุการประธานรัฐสภา ให้ตรวจสอบพฤติกรรมสมาชิกรัฐสภาบางคนที่เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มราษฎรที่มีพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบันอย่างชัดเจน มี ส.ส.หลายคน โดยเฉพาะพรรคก้าวไกลไปร่วมชุมนุมด้วย นายพานสุวรรณกล่าวว่า กลุ่มผู้ชุมนุมมีพฤติกรรมจะเปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่ทำไม ส.ส.บางพรรคจึงเข้าร่วมชุมนุม ยืนยันว่ามวลชนเสื้อเหลืองจะไม่กระทบกระทั่งกับกลุ่มผู้ชุมนุมอีกฝ่าย จะไม่ตกเป็นเหยื่อความขัดแย้ง จะยืนหยัดแนวทางสันติวิธี การเผชิญหน้าปะทะกันครั้งที่ผ่านมาจากนี้ต้องห้ามปรามกัน แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มที่บ่มเพาะความรุนแรงคือฝ่ายใด กลุ่มเสื้อเหลืองไม่ได้อยากออกมา แต่ผู้ชุมนุมอีกกลุ่มมีพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบัน จึงต้องออกมาปกป้อง

จากนั้นภาคีเครือข่ายเพื่อปกป้องสถาบันฯได้แสดงละครเป่าเค้กวันเกิดมาตรา 112 ปักเทียนตัวเลข 112 ให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ที่ครบอายุ 42 ปีในวันที่ 25 พ.ย.จึงอยากมอบเค้กให้พร้อมบันไดลิงเพื่อใช้เป็นทางลง และตั๋วเครื่องบิน ตั๋วเรือ เพื่อให้นายธนาธรใช้เป็นทางออกไปสร้างประชาธิปไตยแบบที่ตัวเองต้องการที่ประเทศอื่นด้วย

พลังแผ่นดินฯขอบคุณย้ายที่-เฝ้าโยงต่อ

เวลา 11.45 น. ที่ถนนราชดำเนินนอก สน.นางเลิ้ง กลุ่มพลังแผ่นดินสยาม นำโดยนายสาธุ อนุโมทามิ พร้อมนายบัญชา ปานนิวัฒน์ นายสุเมธ ตระกูลวุ่นหนู และมวลชนจำนวนหนึ่งแถลงขอบคุณกลุ่มคณะราษฎรที่ย้ายจุดชุมนุมไป เป็นแนวโน้มที่ดี คนไทยเรายังพูดคุยกันได้ ไม่ต้องมาเข่นฆ่ากัน นายสาธุ กล่าวว่าการแสดงออกทางการเมืองเป็นสิทธิเสรีภาพทำได้ แต่เมื่อไหร่ที่มีความพยายามล่วงละเมิด รุกล้ำทำร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ พวกเราจะออกมาขัดขวาง นายบัญชากล่าวว่า สมาชิกเครือข่ายบางส่วนจะปักหลักเฝ้าระวังถนนราชดำเนินจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีมวลชนใดเคลื่อนไหวมาปิดล้อมสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์อีกหรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

สนง.ทรัพย์สินฯเงียบด่านสกัดรอเก้อ

สำหรับบรรยากาศรอบสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จุดเดิมที่นัดชุมนุมม็อบราษฎรตำรวจปิดเส้นทางการจราจรโดยรอบตั้งแต่ก่อนเที่ยงคืน วันที่ 24 พ.ย. โดยเฉพาะบริเวณแยกขัตติยานี-แยกพิชัย-แยกสวนรื่นฤดี มีการนำตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ มาขวางไว้เพื่อสกัดม็อบ แยกสะพานเทเวศร์-แยก บางขุนพรม มีการนำแผงเหล็กพร้อมเตรียมตู้คอนเทนเนอร์ 3 ตู้ ไว้หน้าทางเข้าแบงก์ชาติ ถนนนครราชสีมา มุ่งหน้าแยกวังแดง ปิดด้วยแนวลวดหนามหีบเพลงพร้อมแนวแผงเหล็ก แยกประชาเกษมมุ่งหน้าแยก วิสุทธิกษัตริย์ ถนนประชาธิปไตย ปิดการจราจรด้วยแผงเหล็กและเตรียมตู้คอนเทนเนอร์ไว้ 5 ตู้รถโดยสารปรับอากาศ 4 คัน แยกวิสุทธิกษัตริย์หลังบก.ทบ. ตั้งแนวแผงเหล็กและแท่งแบริเออร์แบบปูน เป็นต้น ทั้งนี้ โดยรอบพื้นที่เต็มไปด้วยความเงียบเหงา เนื่องจากสถานที่ราชการ โรงเรียน สถาบันอุดมศึกษาโดยรอบประกาศปิดตัวล่วงหน้าไปแล้ว 1 วัน

สกัดทุกเส้นทางจราจรติดวินาศสันตะโร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่โดยรอบเส้นทางที่มุ่งหน้าสู่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ บางจุด นำรถเครนมายกตู้คอนเทนเนอร์ซ้อนถึง 2 ชั้น สูงราว ตึก 2 ชั้น มองเห็นตระหง่านอยู่กลางถนน เช่น แยก จปร. ถนนราชดำเนินนอก เชิงสะพานพระราม 8 ฝั่งพระนคร แยกเทวกรรม ถนนนครสวรรค์ตัดถนนกรุงเกษม ใกล้ทำเนียบรัฐบาล เป็นต้น ส่งผลให้การจราจรช่วงเช้าถึงช่วงบ่าย รถที่ลงสะพานพระราม 8 สะพานพระปิ่นเกล้า สะพานกรุงธนบุรี ติดวินาศสันตะโร บางจุดรถต้องฝ่าฝืนวิ่งย้อนศรกลายเป็นถนนวันเวย์ไปโดยปริยาย

ตั้งตู้คอนเทนเนอร์กันบุกทำเนียบรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ก่อนที่ กลุ่มราษฎรจะเปลี่ยนจุดชุมนุมไปที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ทางทำเนียบฯได้วางกำลังตำรวจรักษาความปลอดภัยโดยรอบสำนักงานทรัพย์สิน พระมหากษัตริย์ รวมถึงโดยรอบทำเนียบฯอย่าง เข้มข้น มีการปิดเส้นทางจราจร ไม่ให้รถเข้าออกเกือบทุกแยกเว้นเพียงแยกการเรือนที่เปิดเป็นเส้นทางเข้ามาพื้นที่ชั้นในได้ มีการวางลวดหนามหีบเพลง และนำตู้คอนเทนเนอร์วางซ้อน 2 ชั้น ปิดเส้นทางแทนการใช้รถเมล์เช่นทุกครั้ง ทำให้การเดินทางเข้า พื้นที่ยากลำบาก ขณะที่ทำเนียบฯแจ้งข้าราชการที่ไม่จำเป็นทำงานที่บ้าน ทำให้บรรยากาศเงียบเหงา มีกำหนดภารกิจในทำเนียบฯงานเดียวที่นายกฯ มอบหมายนายวิษณุ เครืองาม เป็นประธานพิธีมอบรางวัลผู้ชนะการประกวดแข่งขันคัดลายมือสำหรับเยาวชน ประจำปี 2563

สุดท้ายต้องย้ายออกเปิดทาง

ต่อมาเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ แบริเออร์ปูน และเก็บลวดหนามหีบเพลง รั้วสังกะสี ที่นำมาตั้งขวางปิดถนนพิษณุโลกตั้งแต่ช่วงเช้า รวมทั้งเปิดเส้นทางถนน พระราม 5 แยกพาณิชยการ โดยเปลี่ยนนำรถตู้มา จอดเชิงสะพานชมัยมรุเชฐแทน เพื่อให้ผ่านเข้าออก ทำเนียบฯได้ แต่ยังไม่เปิดการจราจรถนนพิษณุโลกให้สัญจรตามปกติ

ม็อบราษฎรย้ายวิกไปหน้าเอสซีบี

ที่หน้าอาคารสำนักงานใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ถนนรัชดาภิเษก เขตจตุจักร กลุ่มม็อบราษฎร นำโดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ (มธ.) น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง นศ.คณะ สังคมวิทยาฯ มธ. นายอานนท์ นำภา ทนายศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ ฯลฯ นัดหมายแนวร่วมจัดการชุมนุมปราศรัยใหญ่ เพื่อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันฯ โดยทางกลุ่มระบุเหตุผลที่ต้องมาชุมนุมที่ SCB เนื่องจากพบว่าสถาบันฯ เข้ามาถือหุ้นใหญ่ในธนาคารไทยพาณิชย์แห่งนี้

เลี่ยงปะทะเปิดประตูรัฐประหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดชุมนุมม็อบราษฎรครั้งนี้มีการประกาศเปลี่ยนสถานที่จัดชุมนุมก่อนหน้าถึง 2 ครั้ง ภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง จากเดิมนัดหมายหน้าสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เปลี่ยนมาเป็นอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและสุดท้ายเป็นหน้า SCB สำนักงานใหญ่ โดยนายภานุมาศ สิงห์พรม หรือเจมส์ ฝ่ายสื่อสารของม็อบราษฎรแจ้งเหตุผลการย้ายสถานที่ชุมนุมผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ในแพลตฟอร์มต่างๆว่า เพื่อลดความเสี่ยงที่จะ ปะทะกับมวลชนเสื้อเหลืองฝ่ายตรงข้าม จากการตรวจสอบ ข้อมูลพบเฟซบุ๊กของแกนนำคนสำคัญหลายคนโพสต์ข้อความระบุถึงกระแสข่าวลือเรื่องรัฐประหาร

เอสซีบีปิด 1 วัน ติดวงจรปิดพรึ่บ

บรรยากาศที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษกตั้งแต่ช่วงเช้า ประกาศปิดทำการ 1 วัน ให้พนักงานที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกนอกพื้นที่ก่อนบ่ายโมง เจ้าหน้าที่ SCB ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มตามจุดต่างๆและปิดทางเข้าออกแต่ละอาคาร วางแผงเหล็กป้องกันทางเข้าตึกจุดเสี่ยงทุกจุด ปิดทาง เข้าฝั่งสะพานลอยข้ามถนนรัชดาภิเษกป้องกันเหตุไม่คาดคิด เวลา 11.30 น. พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น. 2 นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.2 สน.พหลโยธิน และ ตชด. 2 กองร้อย นำกำลังเข้าตรึงพื้นที่ภายใน SCB ใช้หอประชุมมหิศรใน SCB เป็นจุดรวมพล ก่อนทยอยขนแผงเหล็กมาวางเป็นแนวรั้ว ใช้ลวดสลิง ผูกไว้อีกชั้น จัดกำลังยืนตั้งแถวไว้ด้านหลังสกัดไม่ให้ กลุ่มผู้ชุมนุมผ่านเข้าไปในพื้นที่ หน้าทางเข้าเจ้าหน้าที่ SCB ติดตั้งเครื่องขยายเสียงไว้เพื่อสื่อสารกับผู้ชุมนุมด้วย

คนเสื้อแดงนำร่องทยอยจับจองพื้นที่

บริเวณหน้า SCB ตั้งแต่ช่วงสายเริ่มมีมวลชนเสื้อแดงที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดและเสื้อแดง กทม.ทยอยเดินทางมาปักหลักจับจองพื้นที่เพื่อรอเข้าร่วมชุมนุม เช่นเดียวกับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้ารถเข็นหรือซีไอเอไทย เข้ามาจับจองพื้นที่สำหรับขายของด้วย ขณะที่กลุ่มแดงก้าวหน้ามีการนำรถกระจายเสียงของ กลุ่ม 2 คัน มาจอดเปิดเพลงปลุกใจมวลชนระหว่างรอเวลาตามนัดหมาย

แจกคูปองเป็ดเหลืองใช้ซื้อของในม็อบ

เวลา 14.20 น. ด้านบริเวณทางเข้า SCB Park Plaza นายศุภณัฐ กิ่งแก้ว แกนนำกลุ่มบัณฑิตธรรมศาสตร์ของประชาชน นำคูปองเป็ดเหลืองเสมือน ธนบัตรของราษฎร ใบละ 10 บาท รวม 3,000 ใบ ลักษณะคล้ายธนบัตรรัฐบาล ตรงกลางเป็นรูปเป็ดเหลือง สวมมงกุฎและเครื่องราชฯ พร้อมรูปหมุดคณะราษฎร 2563 และอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีนกพิราบขาว อยู่ตรงกลาง ระบุข้อความว่า ธนบัตรนี้ใช้ซื้อของกับ ร้านซีไอเอได้ เงินของราษฎรได้มาโดยแรงงานเข้าแลก ราษฎรอิ่มแก๊สน้ำตาและน้ำสารเคมีจากภาษีประชาชน โดยนายศุภณัฐระบุว่า คูปองใช้ซื้อของร้านค้าในพื้นที่ ชุมนุม ได้เฉพาะร้านที่เข้าร่วมโครงการ มีสัญลักษณ์ที่กำหนด จะแจกให้ผู้ชุมนุมคนละ 1 ใบ ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะเลียนแบบธนบัตรรัฐบาล หรือสื่อความหมายเกี่ยวกับสถาบัน แต่ต้องการจัดระเบียบการซื้อขายให้ผู้ร่วมชุมนุมที่จะใช้บริการอาหาร หรือน้ำ หลังจากนั้นทางกลุ่มจะนำเงินสดเข้าไปจ่ายให้ทางร้านค้าต่อไป

“ทราย” แจกเป็ดเหลือง-หมวกนิรภัย

ต่อมา เวลา 14.30 น. การ์ดม็อบราษฎรเริ่ม ปิดถนนรัชดาภิเษกฝั่งขาออกหน้า SCB ปาร์ค ทำให้การจราจรถนนรัชดาภิเษก ตั้งแต่แยกรัชโยธินจนถึงตัดถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาออก จากนั้นนายชินวัฒน์ จันทร์กระจ่าง แกนนำเคลื่อนรถกระจายเสียงประชิดทางเข้า SCB ปาร์ค ที่มีแนวเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาการอยู่เปิดเพลงปลุกใจม็อบเตรียมเริ่มชุมนุม จากนั้นแกนนำผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยโจมตีรัฐบาลและธนาคารไทยพาณิชย์ต่อเนื่อง เชิญชวนประชาชนมาร่วมชุมนุมให้มากที่สุด โดย น.ส.อินทิรา เจริญปุระ หรือทราย เจริญปุระ อดีตดารานักแสดงชื่อดัง พร้อมทีมงานนำเป็ดเหลือง สัญลักษณ์สันติภาพและความสามัคคี ตุ๊กตายูนิคอร์นยาง ตุ๊กตาเอเลี่ยนหลายสิบตัว มาเป่าลมให้มวลชนถ่ายรูปที่ระลึก พร้อมนำหมวกเป็ดน้ำสีเหลือง เป็ดขาวตัวเล็ก ไก่โอ๊ก หมวกนิรภัยสีขาวมาแจกผู้ชุมนุม พื้นที่รอบๆมีกลุ่มผู้ค้ามาตั้งร้านขายของกิน และขายเป็ดสีเหลือง สัญลักษณ์การชุมนุมกันอย่างคึกคัก

“ไมค์” แจงเปลี่ยนที่ปลดเงื่อนไข รัฐประหาร

เวลา 15.30 น. ที่เวทีใหญ่ม็อบราษฎร หน้าทางเข้าสำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง กล่าวถึงเหตุที่ย้ายสถานที่มาชุมนุมที่ SCB ว่า การที่เจ้าหน้าที่ได้ปิดเส้นทางโดยรอบสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ กลุ่มม็อบราษฎรเกรงว่าหากไปชุมนุมที่บริเวณ ดังกล่าวอาจจะเป็นเงื่อนไขให้เกิดความรุนแรงและเกิดการรัฐประหาร จึงตัดสินใจเปลี่ยนสถานที่เพื่อยืนยันจุดยืนเดิมว่าเราไม่อยากปะทะกับใคร ไม่อยากเป็น เงื่อนไขทำให้เกิดการรัฐประหาร เราอยากให้มวลชนปลอดภัย ไม่ต้องการให้เสียเลือดเนื้อ ทั้งอยากให้คนเห็นว่า SCB ก็เป็นหนึ่งในปัญหาเช่นกัน จะชุมนุมต่อเนื่องหรือไม่ขอให้ดูสถานการณ์ค่ำคืนนี้ แต่นี่คือยกแรกถือเป็นการลองเชิงว่าภาครัฐจะตอบโต้อย่างไรกับประชาชน ยืนยันจะไม่บุกเข้าไปใน SCB ยังยืนยันหลักการสันติ ทราบว่าโดนมาตรา 112 ถือว่าเป็น เกียรติยศของนักสู้ กฎหมายนี้ไม่ใช่สากล พล.อ.ประยุทธ์พูดเองจะดำเนินคดีตามกฎหมายสากล แต่ไม่มีประเทศไหนในโลกที่ใช้กฎหมายแบบนี้กับผู้ชุมนุม ตนและแกนนำที่ถูกกฎหมายนี้ทุกคนพร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ การจับกุมแกนนำไม่ได้ทำให้ม็อบยุติลง จับกุมคุมขังแกนนำครั้งที่ผ่านมาเหมือนเติมไฟให้ด้วยซ้ำ

“พริษฐ์” สวมชุดเป็ดสื่อความสงบสันติ

ขณะที่นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน มา ในชุดเป็ดสีเหลือง ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า การสวมชุดเป็ดในครั้งนี้ ต้องการสื่อถึงความสงบและสันติ ที่ผ่านมาถูกฝ่ายตรงข้ามใส่ร้ายว่าเราเป็นม็อบที่ใช้ความรุนแรง เมื่อวันนี้สวมชุดเป็ดแล้วมากล่าวหาเราได้อีกหรือไม่ “ล่าสุดได้รับหมายเรียกมาตรา 112 อีก 3 หมายส่งมาที่บ้าน แต่จะมีกี่หมายขอให้ส่งมา ส่วนตัวมองว่ากฎหมายนี้ล้าหลังป่าเถื่อน ยิ่งนำมาใช้จะยิ่งสร้างความเสื่อมเสียกับสถาบันเอง ทั้งยังพิสูจน์ว่าสถาบันถูกนำมาเป็นข้ออ้างเล่นงานคู่ขัดแย้งทางการเมืองตลอด ขอบอกไปยังผู้ที่เป็นต้นคิดเรื่องนี้ว่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อนคุณยังบอกว่าจะไม่มีการใช้กฎหมายนี้ แต่วันนี้กลืนน้ำลายตัวเองแสดงว่ากลับกลอก ขอให้เลิกล้มแนวคิดนี้ก่อนจะถูกประชาชนล้ม”

ลั่นเจอหมาย ม.112 กี่ใบไม่คิดลี้ภัย

นายพริษฐ์กล่าวอีกว่า การใช้กฎหมายข้อนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อม็อบราษฎร มีแต่จะทำให้มีผู้เข้าร่วมชุมนุมเพิ่มมากขึ้น และจะไม่มีการปรับแผนในการปราศรัย เพดานมันถูกทำลายไปแล้ว เราจะไม่เอาเพดานไหนมาครอบเราได้อีก ทั้งย้ำว่าแม้จะถูกข้อหามาตรา 112 ไม่เคยคิดที่จะลี้ภัยเพราะเกิดเป็นคนไทย ที่นี่เป็นแผ่นดินของตนจะไม่หนีไปไหน ไม่ว่าจะเกิดอะไรตนจะสู้อยู่ที่นี่ ทั้งยังเชื่อว่าจะทำให้มีประชาชนออกมาร่วมกัน ขอให้ยกเลิกมาตรา 112 ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินเรื่องคุณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในวันที่ 2 ธ.ค. หากพ้นจากตำแหน่ง จะถือเป็นชัยชนะอย่างหนึ่งในเส้นทางของเรา

“อั๋ว” ลั่นใช้ ก.ม.ไม่เป็นธรรมดันเลิก ม.112

น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หรืออั๋ว แกนนำกลุ่ม เยาวชนปลดแอก ให้สัมภาษณ์กรณีถูกออกหมายเรียกตามมาตรา 112 ว่า ก่อนหน้านี้ถูกหมายเรียกตามมาตราต่างๆ แต่รอบนี้มีมาตรา 112 มาด้วย หมายเรียกดังกล่าวไปที่ภูมิลำเนา จ.อำนาจเจริญ แต่อยู่กรุงเทพฯจึงยังไม่เห็นรายละเอียด การต่อสู้ทางกฎหมายขอดูรายละเอียดก่อน ไม่เห็นด้วยกับการใช้กฎหมายไม่เป็นธรรมเช่นนี้อยู่แล้ว โดยเฉพาะมาตรา 112 เราจะผลักดันให้ยกเลิก แม้ถูกดำเนินคดีไม่ได้ทำให้หวั่นไหวในการต่อสู้ การที่เขานำกฎหมายนี้มาใช้ เพราะอยากจะลดบทบาทต่อสู้ของแกนนำด้วยการจำกัดสิทธิเสรีภาพ ไม่อยากให้เราพูดต่อไป แต่เชื่อว่ามันไม่สามารถหยุดได้แล้ว ตอนนี้ทุกอย่างได้พังทลายไปหมดแล้ว ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมยังไปต่อได้แม้ไม่มีแกนนำ เพราะทุกคนคือแกนนำ เราชุมนุมได้แม้ไม่มีแกนนำ

“ครูพลาม” นำทีมการ์ดรบพิเศษคุ้มกัน

ส่วนบริเวณเชิงสะพานลอยหน้า SCB Park นายพลาม พรมจำปา หรือครูพลาม อดีตครูฝึกหน่วยรบพิเศษ ตำรวจพลร่มค่ายนเรศวร นำทีมการ์ดรบพิเศษ Special Forces ในชุดสีดำคลุมหน้าตามิดชิดพร้อมอุปกรณ์ป้องกันเดินตบเท้าเข้ามาเปิดตัวร่วมชุมนุม กับกลุ่มราษฎรอย่างเป็นทางการครั้งแรก ท่ามกลาง ความสนใจของมวลชน ที่แห่เข้ามาถ่ายภาพกันล้นหลาม นายพลามกล่าวว่า การ์ดรบพิเศษส่วนหนึ่งเป็นอดีตทหารตำรวจที่ออกจากราชการแล้ว อีกส่วนหนึ่งคือประชาชนทั่วไปที่อยากเห็นความเป็นธรรม หน้าที่ของพวกเราคือจะช่วยในการเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะส่วนตัวรู้จักกับเจ้าหน้าที่ดี นอกจากนี้จะดูแลความปลอดภัยให้แกนนำบริเวณเวทีปราศรัย นอกนั้นจะอยู่ในพื้นที่ชุมนุมกันผู้เข้ามาก่อความวุ่นวาย โดยใช้วิธีเชิญตัวออก ไม่มีการใช้ความรุนแรง อีกส่วนหนึ่งจะอยู่ด้านหลังแนวพื้นที่ชุมนุม หากต้องการกำลังเสริมจะเข้าร่วมทันที ทางกลุ่มมีผู้เข้าร่วมราว 300 คน ขณะนี้ทั้งหมดมามือเปล่าไม่มีอาวุธ จะใช้เพียงมือเปล่า เพราะได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี มีการตั้งจุดคัดกรองตรวจอาวุธอย่างเข้มงวด

ซัดจับ “โตโต้” สัญญาณรัฐไม่เจรจา

ด้าน นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เดินทางมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มราษฎรให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการบังคับใช้กฎหมายกับแกนนำอย่างเข้มข้นว่าถือเป็นเรื่องน่าเกลียด ยั่วยุประชาชนทำให้ประชาชนโกรธแค้นมากยิ่งขึ้น อย่างการจับกุมนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ การ์ดกลุ่มราษฎรถือเป็นการยั่วยุประชาชนมากยิ่งขึ้น เพราะนายปิยรัฐเป็นหัวหน้าการ์ดทำหน้าที่เจรจาประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เหมือนเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่อยากจะเจรจา

โจมตีขุมข่ายกลุ่มทุนใหญ่โยงสถาบัน

กระทั่งเวลา 16.00 น. ม็อบราษฎรเริ่มเปิดปราศรัย อย่างเป็นทางการ หน้าทางเข้า SCB สำนักงานใหญ่ โดยใช้รถติดเครื่องกระจายเสียงแทนเวที มีแกนนำสำคัญเข้าร่วมคับคั่ง อาทิ นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา หรือแอม นายธนชัย เอื้อฤาชา นายพรหมศร วีระธรรมจารี เป็นต้น เริ่มเปิดเวทีด้วยการร้องเพลงฉ่อย วิจารณ์สถาบันฯโดยนายพริษฐ์ สลับการปราศรัยของนายชินวัตร จันทร์กระจ่าง ที่วิพากษ์วิจารณ์บทบาทนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี จากนั้นนายศุภณัฐ กิ่งแก้ว หรือเนย แกนนำกลุ่มบัณฑิตธรรมศาสตร์ของประชาชน ขึ้นปราศรัยความเชื่อมโยงของธุรกิจกลุ่มทุนใหญ่ที่เชื่อมโยงกับสถาบัน เชิญชวนให้ผู้ร่วมชุมนุมช่วยกันสกัดกั้นการนำเงินของประชาชนไปใช้เพื่อธุรกิจที่เอื้อสถาบันฯด้วยการปิดบัญชีธนาคาร SCB ยกเลิกบัตรเครดิต ขายหุ้น โดยนำสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์มาฉีกทิ้งบนเวที ช่วงเย็นมวลชนทยอยหลั่งไหลเข้าร่วมชุมนุมจนล้นฟุตปาท จนนายพริษฐ์ได้ประกาศให้แนวร่วมทั้งหมดมารวมตัวกันในสวนหย่อมหน้าสำนักงานใหญ่ SCB เพื่อนั่งรับฟังปราศรัยได้สะดวกสบาย

จ่อร่าง ก.ม.ทวงคืนสมบัติชาติผ่านรัฐสภา

ต่อมาเวลา 17.45 น. แกนนำคนสำคัญของคณะราษฎร อาทิ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นายอานนท์ นำภา ได้ทยอยขึ้นเวทีปราศรัยแสดงเหตุผลความจำเป็นที่ต้องต่อสู้เรียกร้องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ และปฏิเสธข้อหาล้มล้างสถาบันฯทุกข้อกล่าวหา ระหว่างนั้นคณะราษฎรขึ้นป้ายทวงเงินทรัพย์สินสถาบันกษัตริย์คืนกลับประชาชน โดยนายอานนท์ นำภา ยืนกรานว่าจะยกร่างกฎหมายทวงคืนทรัพย์สินเสนอผ่านรัฐสภาและส่งคืนให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งบริหารจัดการ รวมทั้งยังยืนยันว่าจะจัดการชุมนุมเดินไปสำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์อย่างแน่นอน ไม่มีอะไรมาขวางได้

“ส.ศิวรักษ์” ขยี้นายกฯเลวร้ายใช้ ม.112

จากนั้นเวลา 18.55 น. นายอานนท์ได้ประกาศบิ๊กเซอร์ไพรส์ของคืนวันนี้ คือ นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ นักคิด นักเขียนชื่อดัง เจ้าของสมญานาม “ปัญญาชนสยาม” มาร่วมชุมนุมด้วย จากนั้นนายสุลักษณ์ได้กล่าวปราศรัยตำหนินายกรัฐมนตรีที่นำมาตรา 112 มาดำเนินคดีกับแกนนำผู้ชุมนุม ถือเป็นเรื่องที่เลวร้าย พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนและผู้ร่วมชุมนุมร่วมกันบีบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ปลุกไทยเฉยร่วมปฏิรูปเปลี่ยนแปลง ประเทศ

เวลา 19.02 น. นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์ ขึ้นเวทีร้องเพลง พร้อมกล่าวว่ารู้สึกไม่สบายใจกับการที่แกนนำกลุ่มราษฎรถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 จากนั้นนายภาณุพงศ์ จาดนอก หนึ่งในแกนนำขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ใช้กฎหมายอาญา มาตรา 112 ดำเนินคดีกับแกนนำคณะราษฎรและสมาชิกแนวร่วมอย่างไม่ชอบธรรม และเรียกร้องให้กลุ่มคนไทยที่ยังนิ่งเฉยวางตัวเป็นกลางในความขัดแย้ง หันมาร่วมกับคณะราษฎรเคลื่อนไหวปฏิรูปเปลี่ยนแปลงให้ประเทศดีขึ้น

ขณะเดียวกัน ได้มีคณะทำงานเพื่อติดตามการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชน ในคณะ กมธ.การปกครอง สภาฯ นำโดย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด และ น.ส.กิตติ์ธัญญา วาจาดี ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย เข้าร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมของกลุ่มราษฎร ที่หน้าเอสซีบี น.ส.ธีรรัตน์กล่าวว่า เท่าที่ดูรูปแบบการชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีท่าทีว่าผู้ชุมนุมจะมีแนวโน้มใช้ความรุนแรง ขอให้เจ้าหน้าที่อย่าใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุม

แย้มเร็วๆ นี้มีบิ๊กเซอร์ไพรส์ใหญ่เบิ้ม

ต่อมาเวลา 20.30 น. นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบร์ท แกนนำคณะราษฎร ขึ้นปราศรัยอีกครั้งว่า อีกไม่นานเราจะฉลองปีใหม่ด้วยชัยชนะของราษฎร เร็วๆนี้พี่น้องจะมีบิ๊กเซอร์ไพรส์แบบเบิ้มๆ อย่างแน่นอน ยืนยันเราจะต่อสู้แบบสนุก สันติ อหิงสา ขอให้พี่น้องผู้ร่วมชุมนุมร่วมปฏิญาณตนจะไม่ทอดทิ้งกัน จะต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันจนกว่าจะได้รับชัยชนะ จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมดช่วยกันเปิดแสงไฟจากโทรศัพท์มือถือ ร่วมกันร้องเพลง “เสมอ ”ของปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ พากันโห่ร้องสร้างกำลังใจในการต่อสู้เรียกร้อง

นัดชี้ชะตา 27 พ.ย.ยกระดับไล่นายกรัฐมนตรี

กระทั่งเวลา 21.00 น. น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ขึ้นนัดหมายมวลชนว่าจะรวมตัวชุมนุมอีกครั้งวันที่ 27 พ.ย. เวลา 4 โมงเย็น สถานที่ ยังไม่ขอบอก ให้ติดตามจากประกาศจากเพจเยาวชนปลดแอกหรือธรรมศาสตร์ และการชุมนุมวันที่ 26 พ.ย. ถือว่ายกระดับอีกขั้นหนึ่ง ขอให้รวมตัวกันให้เยอะที่สุด จะไม่ได้จบแค่วันที่ 27 พ.ย.แต่จะชุมนุม ต่อไปอีกเรื่อยๆ

ด้านนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ กล่าวว่า “นี่คือศึกชี้ชะตา เราจะบุกตีเจ้าของหมา ให้ต้องจำใจเอา หมาไปทิ้ง นี่คือนาทีชี้ชะตาและสื่อสารไปที่สถาบันว่าถ้ายังเอา พล.อ.ประยุทธ์ ไว้ซวยแน่ สงครามครั้งนี้ชี้วัดกันที่มวลชน ถ้าเราแผ่วเราแพ้ แต่ถ้าเรามากขึ้นประยุทธ์ต้องออกจากตำแหน่ง ทุกสงครามมีคนบาดเจ็บ นักรบย่อมมีบาดแผล วันนี้มีเพื่อนเราโตโต้ และครูใหญ่ถูกจับกุมโดยไม่เป็นธรรม ยังไม่รู้ว่าการชุมนุมวันที่ 27 พ.ย.จะมีโอกาสมาปราศรัยกับพี่น้องอีกหรือไม่ แต่ขอให้สัญญาว่า 27 พ.ย.ขอให้ออกมาให้มืดฟ้ามัวดิน” จากนั้นแกนนำชวนมวลชนร่วมร้องเพลงเพื่อมวลชน และเปิดแฟลชโทรศัพท์เป็นทะเลดาว ก่อนยุติการชุมนุม

เพื่อไทยจี้ รัฐบาลจริงใจ-ลงโทษคนผิด-ตู่ออก

น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเตรียมป้องกันด้วยเครื่องมือต่างๆของรัฐบาลเดินหน้าสกัดกั้นการแสดงออกอย่างสันติ โดยไม่สนใจข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม รัฐบาลต้องถอดบทเรียนจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้สั่งการสลายการชุมนุมหน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 17 พ.ย. ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก วันนี้รัฐบาลพยายามเสนอทางออกแต่เต็มไปด้วยความจอมปลอมยื้อเวลา ตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ 21 คน 7 ฝ่าย ยังพยายามสกัดกั้นการชุมนุมต่อเนื่อง ยิ่งทำให้หวาดระแวงต่อกันมากขึ้น

สับ “ประยุทธ์” คือภาระ-สลักระเบิด

“เพื่อไทยจึงเสนอทางออกกรณีการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ ได้แก่ 1.รัฐต้องจริงใจรับฟังข้อเรียกร้องที่แท้จริงของประชาชน 2.รัฐต้องหาผู้กระทำผิดมาลงโทษ กรณีปล่อยปละละเลยให้เกิดม็อบชนม็อบ 3.พล.อ.ประยุทธ์คือภาระและสลักระเบิด ดึงให้สถานการณ์มาถึงจุดนี้ ต้องลาออกทันที จะทำให้บรรยากาศการเมืองเดินหน้าได้ พรรคเพื่อไทยยืนยันรัฐบาลควรฟังเสียงประชาชน ไม่สนับสนุนให้ใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ควบคู่ไปกับการทำหน้าที่ในสภาทวงถามความจริงและหาทางออกที่สันติให้ประเทศต่อไป” น.ส.อรุณีกล่าว

เฉ่งยับสลายชุมนุม 17 พ.ย.เกินกว่าเหตุ

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้เเทนราษฎรที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธาน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เรื่องการควบคุมการชุมนุมเมื่อวันที่ 17 พ.ย.รอบอาคารรัฐสภามีแผนอย่างไร มีการใช้อาวุธ ใช้กำลังฉีดน้ำผสมสารเคมี ใช้กระสุนยาง กระสุนจริงหรือไม่ มีผู้บาดเจ็บกี่ราย การตรวจสอบวิเคราะห์สารที่ใช้ในที่เกิดเหตุของอาจารย์ท่านหนึ่ง ตามหน้าสื่อกระเเสหลักชัดเจนว่าสารตัวที่ 1 ไดเมททิล ซัลฟอกไซด์ สารตัวทำละลายที่ทำให้เกิดเเก๊ส เข้มข้นถึง 10.39% สารตัวที่ 2 เป็นสารทำให้ไหม้ผิวหนัง คือ 2-คลอโรเบนซัลดีไฮด์ ใช้เป็นสารตั้งต้นผลิต CS หรืออาวุธเคมี ตัวนี้มีความเข้มข้น 10.57% สารตัวที่ 3 คือ 2-คลอโรเบนซิลแอลกอฮอล์ เข้มข้น 8.56% และสารตัวที่ 4 คือ 2-คลอโรเบนซัลมาโลโนไนไตร เข้มข้นถึง 63.93% อ้างว่าเจ้าหน้าที่ใช้ส่วนผสมไม่เกิน 3% ไม่เป็นอันตรายต้องไปนำผลวิเคราะห์ตรงนี้มาชี้แจงว่ากระทำเกินกว่าเหตุ ผสมไม่ได้สัดส่วนหรือไม่ ต้องมี กมธ.สอบเรื่องนี้ ผู้ชุมนุมเรียกร้องให้นายกฯลาออกทำไมนายกฯรับข้อเรียกร้องนี้ไม่ได้ ทำไมไม่เสียสละ กุญเเจดอกเดียวที่จะยุติปัญหา ให้ทุกอย่างกลับมาเริ่มต้น ให้คนไทยมีความสุข มีความหวัง สถาบันอันเป็นที่รักของเราไม่ถูกกระทบ ไม่ใช่เป็นคู่ขัดแย้งด้วย

“ชัยชาญ” ยันดำเนินการตามหลักสากล

พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เป็นผู้เเทนมาตอบเเทนนายกฯว่า นายกฯห่วงใยให้ป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงหรือเหตุเเทรกซ้อน ไม่ว่ากับผู้ชุมนุมกลุ่มใด เจ้าหน้าที่ไม่ได้สลายการชุมนุม แต่ป้องกันไม่ให้เข้ามาในพื้นที่ควบคุมรอบอาคารรัฐสภา 50 เมตร มีผู้ได้รับผลกระทบ 55 ราย มีผู้ได้รับกระสุนจำนวนหนึ่ง ได้สั่งการให้ สตช.ติดตามดำเนินการต่างๆแล้ว ไม่ได้มีการใช้กระสุนยาง การฉีดน้ำผสมเเก๊สเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงต่อสาธารณะเเล้วว่าน้ำในรถกับแก๊สที่มีผสม ไม่ได้ผสมไปในน้ำแต่จะมาฉีดเเล้วมาผสมกันตามระบบควบคุมแก๊ส มีอยู่ในน้ำไม่เกิน 3% ย้ำว่าเราดำเนินการตามเเผนและ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ปฏิบัติตามหลักการสากลไม่ให้เกิดการเผชิญหน้านำไปสู่ความรุนแรง ต่างประเทศมีปฏิกิริยาอย่างไรหรือไม่ ยังไม่มีประเทศไหนมีลักษณะอย่างที่ถาม ส่วนนายกฯจะลาออกหรือไม่อย่างไรอยู่ในอำนาจหน้าที่นายกฯจะพิจารณาต่อไป

ตร.ขอโทษปิดถนนรถติดวินาศสันตะโร

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 11.30 น. พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.และโฆษก บช.น. และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ร่วมแถลงข่าวการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรการนัดชุมนุมของกลุ่มเห็นต่างทางการเมือง หน้าสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า หลายจุดมีผลกระทบการจราจรส่งผลกระทบเป็นเครือข่ายไปทั้ง กทม. เนื่องจากการข่าวระบุกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศจะมาชุมนุม เพื่อป้องกันการเผชิญหน้า จำเป็นต้องปิดการจราจร ระวังป้องกันสถานที่สำคัญ ต้องขอโทษประชาชนที่การจราจรหลายพื้นที่ไม่สะดวก และขอให้ผู้ชุมนุมพิจารณาว่า การชุมนุมทุกครั้งไม่ได้เกิดผลดีกับข้อเรียกร้องเลย

แจงใช้ตู้คอนเทนเนอร์แทนรถเมล์

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่าผู้ชุมนุมได้เปลี่ยนแปลงสถานที่ชุมนุมเป็น SCB พื้นที่ สน.พหลโยธิน ผู้ชุมนุมยังไม่ได้แจ้งขออนุญาตชุมนุม ส่วนการนำตู้คอนเทนเนอร์มาใช้ปิดกั้นเส้นทางแทนรถเมล์สาธารณะ ปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เนื่องจากใช้รถเมล์อาจทำให้เสียมูลค่า ยืนยันองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ไม่ได้ปฏิเสธความร่วมมือ ตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่เพียงพอตามความจำเป็น แต่ปัญหาเกิดขึ้นจากผู้ชุมนุม ตำรวจต้องทำตามกฎหมายอำนวยความสะดวกและความเรียบร้อย หลังเปลี่ยนสถานที่ชุมนุมได้ลดระดับและผ่อนปรน ลดความเข้มการวางกำลังและแนวกั้นพื้นที่ลงมา ไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน จะพิจารณาเปิดเส้นทางบางจุด บรรเทาผลกระทบ

ยันไม่ได้กลั่นแกล้งยัดข้อหา ม.112

พล.ต.ต.ปิยะเผยด้วยว่า กรณีการออกหมายเรียกแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกแกนนำผู้ชุมนุมให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาความผิด ป.วิอาญา มาตรา 112 จริง การแจ้งข้อหายืนยันว่า มีคณะทำงานร่วมกันพิจารณาความชัดเจนของพฤติการณ์ผู้กระทำผิดอย่างรอบคอบเป็นไปตามขั้นตอน ไม่มีการใช้กฎหมายกลั่นแกล้งประชาชน ส่วนการดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุม ไม่ว่าผู้ชุมนุมจะนัดหมายจัดกิจกรรมที่ใด พร้อมที่จะดูแลสถานการณ์อย่างเต็มที่ การชุมนุมที่เอสซีบีเบื้องต้นเตรียมกำลังตำรวจ 2 กองร้อย

รวบ “ครูใหญ่” ตามหมายศาลอุดรฯ

ช่วงเย็น นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ ขอนแก่น พอกันที แกนนำกลุ่มราษฎร ได้ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระหว่างถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว ขณะพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน กทม.ก่อนเตรียมเดินทางไปร่วมชุมนุมที่หน้าสำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ ขึ้นข้อความระบุว่า “ด่วน! ครูใหญ่ถูกหมายจับของศาลจังหวัดอุดรธานี” ในไลฟ์มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบแสดงหมายจับ พร้อมถามว่าจะไปด้วยหรือไม่ แต่นายอรรถพลยืนยันว่าต้องการรอทนายมาก่อน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวขึ้นรถเพื่อพาไปที่ สน.มักกะสัน เพื่อทำบันทึกจับกุมต่อมาเวลา 17.00 น. จึงไปถึง สน.มักกะสัน ต่อมาศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ทวิตแจ้งความคืบหน้าระบุว่า จนท.ตำรวจนำตัวมาผิด สน.กำลังนำตัวไปที่ สน.พญาไท

ทนายยื่นประกันโวยไม่มีหมายเรียกก่อน

ที่ สน.พญาไท เมื่อทำบันทึกเรียบร้อยตำรวจได้นำตัวนายอรรถพลขึ้นรถเดินทางไป สภ.เมืองอุดรธานี มวลชนที่มาให้กำลังใจส่งเสียง “ครูใหญ่สู้ๆ” นายอรรถพลขอบคุณและกล่าวว่าจะไป สภ.เมืองอุดรธานี ดำเนินการตามคดีให้เรียบร้อย อาจประกันชั้นพนักงานสอบสวนหรือชั้นศาลว่ากันไป ยังปลอดภัยดีทุกประการ ให้ความร่วมมือเต็มที่ ตำรวจพยายามอำนวยความสะดวกเราเต็มที่เช่นกัน เป็นหมายใหม่จะจัดการให้เรียบร้อย ทุกท้องที่ที่มีหมายเรียกหรือหมายจับตน ติดต่อแจ้งมาได้ไม่หลบหนี

นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า ผู้ต้องหาไม่เคยได้รับหมายเรียกมาก่อนแต่ออกเป็นหมายจับเลย เพิ่งออกเมื่อวันที่ 24 พ.ย.มีข้อสังเกตว่าจับกุมก่อนเริ่มการชุมนุม จากนี้นายอรรถพลจะถูกนำตัวไปส่งที่ สภ.เมืองอุดรธานี ทีมทนายความจะยื่นประกันตัวในชั้นตำรวจเลย คดีนี้ตำรวจมีดุลพินิจจะให้ประกันตัว

จี้ รัฐบาลเคารพสิทธิไม่ใช้ กฎหมายคุกคามม็อบ

วันเดียวกัน สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล ออกหนังสือถึงการชุมนุมของกลุ่มราษฎร 63 วันที่ 25 พ.ย. ระบุตอนหนึ่งว่า สถาบันฯ ยืนยันสิทธิในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพตามที่ได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ที่ประเทศไทยเป็นภาคี สนับสนุนให้เยาวชนไม่ว่าจะมีความเชื่อทางการเมืองใดๆ ใช้สิทธิอย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์โดยสงบ เพื่อให้สังคมไทยเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยโดยไร้ความรุนแรง ขอเรียกร้องให้ 1.รัฐบาลต้องปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ เคารพและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น และการชุมนุมโดยสงบ รัฐต้องดำเนินการทุกวิถีทางไม่ให้เกิดการบาดเจ็บสูญเสีย 2.รัฐบาลต้องไม่ใช้มาตรการคุกคามเพื่อจำกัดสิทธิการแสดงความคิดเห็นของประชาชน รวมทั้งใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมหรือจัดตั้งฝ่ายตรงข้ามมาปะทะให้เกิดความแตกแยกมากขึ้นในสังคม และ 3.ทุกฝ่ายต้องหลีกเลี่ยงใช้ความรุนแรง และใช้กระบวนการทางประชาธิปไตยจัดการปัญหา เปิดใจกว้าง รับฟังความเห็นที่หลากหลาย และเคารพสิทธิของทุกคน

กมธ.แก้ รธน.ตีกรอบถกเนื้อหา

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 08.50 น. ที่รัฐสภา นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานีพรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะ กมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ..... กล่าวถึงการประชุมนัดแรกเมื่อวันที่ 24 พ.ย.ว่า คณะ กมธ.จะหารือวันที่ 27 พ.ย.ที่ประชุมขอให้สมาชิกรัฐสภาแปรญัตติเพื่อแก้ไขเนื้อหาให้ทันกำหนด 15 วัน แต่ละพรรคได้แจ้ง ส.ส.แล้ว ฝ่ายค้านอยากให้ กมธ.ทำงานสั้นกว่า 45 วันได้หารือกับนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะ กมธ.แจ้งขอให้ขึ้นอยู่กับที่ประชุมว่าจะมีความเห็นอย่างไร การประชุมคณะ กมธ.ทุกวันศุกร์ทั้งวัน หากจะเร่งต้องเพิ่มวันประชุมต่อไป ประเด็นแรกที่จะพูดคุยคือเนื้อหาแต่ละมาตราว่าจะพิจารณาอย่างไร แต่ยังไม่จำเป็นต้องตั้งอนุ กมธ.การยกร่างรัฐธรรมนูญของสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขอฟังเสียงทุกภาคส่วนก่อน กมธ.สัดส่วนฝ่ายค้านจะเสนอแก้ไขจำนวน ส.ส.ร.ยืนยันต้องมาจากการเลือกตั้ง 200 คนต้องคุยว่า ส.ส.ร.จากการสรรหาหรือแต่งตั้ง 50 คนตามร่างฉบับของรัฐบาลจะปรับแก้ไขอย่างไร

ฝ่ายค้านดันเลือกตั้ง ส.ส.ร. 200 คน

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านอยากให้แก้ไขประเด็นใดมากที่สุด นายสมคิดกล่าวว่า เป็นเรื่องที่มาของคุณสมบัติของสมาชิก ส.ส.ร.เพราะฝ่ายค้านยืนยันว่าอยากให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้ง 200 คน นอกจากนี้จะมี ส.ส.เสนอให้นำเนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของไอลอว์มาพิจารณาด้วย เพราะไอลอว์เสนอให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งเช่นกัน กำหนดให้ใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง จึงอาจเสนอปรับใช้โดยกำหนดให้สมาชิก ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งเขตจังหวัด 100 คนและระบบประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง 100 คน เสนอเข้ามาได้ยังสอดหลักการที่รัฐสภามีมติรับหลักการไว้ และฝ่ายค้านยังประสานไอลอว์ ขอให้เข้ามาเป็นที่ปรึกษาของคณะ กมธ.

ไม่คุยกันตั้ง กก.ปรองดองกี่ชุดก็ไม่จบ

นายสมคิดยังกล่าวถึงการใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เอาผิดผู้ชุมนุมระหว่างรัฐสภาพยายามตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์และการปรองดองว่า เป็นแบบนี้ไม่รู้จะปรองดองกันอย่างไร รัฐบาลต้องแสดงความจริงใจและทำเอง กลุ่มที่เข้ามาทำตอนนี้ไม่มีอำนาจตัดสินใจ มีแต่เพียงหาข้อมูลให้เท่านั้น “คนจะทำปรองดองได้คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ มีแต่การพูดคุยเท่านั้นที่จะทำให้เกิดปรองดอง หากไม่ดำเนินการเช่นนี้ต่อให้ตั้งคณะกรรมการปรองดองมากี่ชุดก็ได้แค่ตั้ง ขอเรียนรัฐบาลคนไทยกันทั้งนั้นอยากเห็นการพูดคุยอย่างเปิดเผย และผู้ชุมนุมต้องมาพูดคุยด้วย มิเช่นนั้นจะบานปลายไปเรื่อยๆ คนมีอำนาจต้องเดินเข้าไปคุย มิเช่นนั้นเรื่องไม่จบ การชุมนุมวันที่ 25 พ.ย.ขอฝากเจ้าหน้าที่อย่าทำอะไรรุนแรงอย่าถึงกับฉีดน้ำกันเลย ยิ่งไปกั้นลวดหนามเขาก็ยิ่งออกมา

รอ ครม.ส่งตัวแทนนั่ง กก.สมานฉันท์

ที่กระทรวงการต่างประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการคัดตัวแทนรัฐบาล 2 คนร่วมเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ว่า เป็นเรื่องของคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะพิจารณาว่าจะเสนอใครเข้าไป ได้ทราบความก้าวหน้าที่ประธานสภาฯได้ให้ข่าวแล้ว มีหลายส่วนต้องไปพิจารณาว่าเมื่อได้ข้อสรุปมาแล้วเราจะทำอย่างไรกันต่อไป อย่าลืมว่าอำนาจมันก้าวล่วงกันไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นองค์กรในรัฐธรรมนูญ หลายคนเสนอว่าให้บังคับรัฐบาลได้ ไม่รู้ว่าถูกหรือเปล่า เพียงแต่ขณะนี้ขอให้ไปหารือกันมา อะไรแก้ไขได้ทำได้เราก็ทำ ไม่ต้องไปทะเลาะเบาะแว้งกัน เป็นการดีเสียอีกถ้าทำได้

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า การตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ที่จะให้ตัวแทนผู้ชุมนุมร่วมเป็นกรรมการ 2 คนน้อยไปหรือไม่นั้น ทราบเพียงข่าวทางสื่อมวลชน ยังไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมด แค่ 2 คนก็ขอให้มาเถอะ ถ้าเขาไม่มาต่อให้ตั้งคณะกรรมการเป็น 10 คนก็ไม่มีประโยชน์ที่มองกันว่ารัฐบาลยังไม่จริงใจไม่ทราบ ขอให้ไปถามคนที่มีความเชื่อเช่นนั้นแล้วกัน ไม่ต้องมาถามตน

“ปิยบุตร” ตอก “ถาวร” มุกเก่าใส่ร้าย

เย็นวันเดียวกัน ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์กรณีนายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม ระบุอยู่เบื้องหลังการชุมนุมว่า เป็นการใส่ร้ายเข้าข่ายหมิ่นประมาทชัดเจน ประชาชนตัดสินได้ว่าจะเชื่อใคร พูดในช่วงการชุมนุมและจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่น อดคิดไม่ได้ว่าวิธีคิดแบบนี้สะท้อนการทำลายกันแบบเก่าๆ ดึงสถาบันมาเป็นเครื่องมือโจมตีอีกฝั่ง อ้างความจงรักภักดีไม่รู้จะคิดนโยบายมาใช้แข่งขันอย่างไร แทนที่จะไปควานหาว่าใครอยู่เบื้องหลังการชุมนุม อยากให้คนที่ทำรัฐประหาร รัฐบาลสืบทอดอำนาจและผู้สนับสนุนทั้งหลายหยิบกระจกขึ้นมาส่องดูตัวเองแล้วคิดว่าคงจะเจอสาเหตุที่ทำให้คนออกมาชุมนุมได้ ส่วนคณะกรรมการปรองดองต้องเน้นเนื้อหาขอบเขตการทำงานโดยเฉพาะ 3 เรื่องสำคัญคือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ลาออกและเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลใหม่อย่างสันติ 2.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่และ 3.ปฏิรูปสถาบันถ้าจงใจละเลยข้อใดไปจะเหมือน ชุดก่อนๆมีแต่รายงาน ไม่ได้ถูกนำไปใช้

“ธนาธร” ฉะทฤษฎีสมคบคิดปั่นปีศาจ

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวถึงกรณีมวลชนบางกลุ่มต่อต้านการลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นของคณะก้าวหน้าว่า ปัญหามี 2 ส่วนคือ การเมืองระดับชาติ ไม่ใช่ธรรมชาติ พยายามสร้างทฤษฎีสมคบคิดว่าตน นายปิยบุตร แสงกนกกุล น.ส.พรรณิการ์ วานิช ร่วมกับอเมริการ่วมมือกับจอร์จ โซรอส อยู่ข้างหลังนักศึกษา เอาพวกตนเป็นปีศาจเพื่อให้สังคมแตกแยก นำไปสู่ความ ชอบธรรมเข้ามาแทรกแซงการเมือง ส่วนระดับท้องถิ่นบ้านใหญ่ลงขันเพื่อหยุดธนาธร ตั้งใจมาคุกคามสิทธิเสรีภาพการรณรงค์เลือกตั้ง กลุ่มนี้สัปดาห์หน้าเราจะเริ่มดำเนินคดี เรามีเรคคอร์ดชัดเจนแทบทั้งหมดรู้ว่าใครเป็นใคร เบื้องต้นดูไว้ประมาณ 4 จังหวัด ที่มีหลักฐานชัดเจน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ม็อบ 25 พฤศจิกาข่าวหน้า1ชุมนุมชุมนุม 25 พฤศจิกายนข่าวม็อบม็อบราษฎรธนาคารไทยพาณิชย์ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 18 มกราคม 2564 เวลา 18:15 น.