“ธนาธร” กำลังใจดี หลังยังมีมวลชนถือป้ายไล่ เชื่อรัฐประหารไม่ใช่ทางออก ขออย่าใช้ความรุนแรงผู้ชุมนุม ชี้ ใช้ ม.112 เหมือนเอาน้ำมันราดกองไฟ ด้านแฟนคลับมอบของขวัญ-ดอกไม้อวยพรวันเกิดล่วงหน้า
วันที่ 24 พ.ย. 2563 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่างว่าวันนี้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกคดีที่ กกต. แจ้งเอาผิดกรณีถือหุ้นสื่อ ซึ่งจะให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยได้ยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง พร้อมเปรียบเทียบการดำเนินคดีว่าสองมาตรฐาน เห็นได้ชัดในคดีของ น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.พลังประชารัฐ และนายดอน ปรมัตถ์วินัย ซึ่งกรณีของตนเมื่อเปรียบเทียบกับการเปิดบริษัทของ น.ส.ภาดาท์ ความผิดที่ควรต้องได้รับนั้นเห็นได้ชัดว่าอีกฝั่งเปิดบริษัทแต่แจ้งไม่มีรายได้ ส่วนตนปิดบริษัทมาก่อนลงสมัครรับเลือกตั้งกลับถูก กกต. ฟ้องร้องเอาผิดจนนำไปสู่การตัดสินให้หลุดจากการเป็น ส.ส. จึงอยากให้ประชาชนย้อนคิดว่าสิ่งที่ฝ่ายรัฐและกระบวนการยุติธรรมทำกับตนนั้น ถูกต้อง เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ ที่ผ่านมาได้ขอความเป็นธรรมมาตลอด แต่ที่สุดก็ต้องได้รับโทษ วันนี้จึงอยากขอความเป็นธรรมและความเห็นใจอีกครั้ง
...
นายธนาธร กล่าวต่อไปว่า ตอนนี้ยังมีขวัญกำลังใจดีแม้จะมีคดีและกลุ่มบุคคลที่ระรานทุกครั้งที่ไปแต่ละพื้นที่ คุกคามสิทธิเสรีภาพในการลงพื้นที่แสดงความคิดเห็น แต่จะบอกว่าขวัญและกำลังใจยังดีอยู่ จะมุ่งมั่นทำงานต่อไป หลังจากนี้ก็จะมุ่งมั่นทำงานต่อไป ไม่หวาดหวั่นกับสิ่งที่มาคุกคาม พร้อมยืนยันว่าจะทำงานเพื่อประชาชนต่อไป กำลังใจที่ดีที่สุดก็คือจากประชาชนที่ผลักดันให้คณะก้าวหน้าได้ทำงานต่อไป
ส่วนการชุมนุมของกลุ่มราษฎรวันพรุ่งนี้ (25 พ.ย. 2563) ที่มีกระแสข่าวหนาหูอาจมีการทำรัฐประหารนั้น นายธนาธร ไม่เชื่อว่ารัฐประหารคือทางออกของปัญหา เพราะที่ผ่านมามีการทำรัฐประหารหลายครั้ง แต่ก็พิสูจน์ไม่ได้ว่าจะแก้ปัญหาได้ ขณะเดียวกัน ต้นตอของความขัดแย้งครั้งนี้ก็เกิดจากการทำรัฐประหารเมื่อปี 2549 ส่วนตัวเชื่อว่าถ้าทุกฝ่ายเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย ทางออกที่สันติของประเทศยังมีอยู่
นอกจากนี้ นายธนาธร ยังฝากถึงตำรวจที่จะควบคุมดูแลพื้นที่ในวันพรุ่งนี้ให้ใช้ขันติธรรมกับผู้ชุมนุม และลองฟังสิ่งที่ผู้ชุมนุมพูด เพราะที่นักเรียน นักศึกษา ประชาชน จะไปชุมนุมที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เป็นเพราะข้อเสนอของราษฎรไม่ได้รับการรับฟัง โดยเฉพาะข้อเสนอให้รับร่างแก้ไขของไอลอว์ที่มีประชาชนลงชื่อไว้กว่า 100,000 คน แต่เสียงของเขากลับไม่ได้รับการรับฟังและนำไปประกอบการพิจารณาในรัฐสภา เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา จึงไม่แปลกใจว่าทำไมประชาชนถึงโกรธ และต้องขีดเส้นในการชุมนุม เพราะข้อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกและแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้รับการตอบสนอง และตนไม่เชื่อว่าฝ่ายอนุรักษนิยมจะมีต้นทุนทางสังคมและทางการเมืองมากพอที่จะทำรัฐประหาร เพราะปี 2557 การรัฐประหารก็ใช้ต้นทุนที่เขามีไปหมดแล้ว เห็นได้ชัดว่าตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา มีความพยายามของบางกลุ่มที่พยายามปลุกปั่นและสร้างสถานการณ์ให้เกิดความขัดแย้งและรุนแรงเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการทำรัฐประหาร อีกทั้งยังเชื่อว่านักเรียนนักศึกษาที่เคลื่อนไหวมีวุฒิภาวะพอต่อการยั่วยุเพื่อให้นำไปสู่ความรุนแรงไม่เป็นผล
ส่วนที่นายกรัฐมนตรียืนยันชัดเจนว่าจะใช้กฎหมายทุกฉบับรวมถึงมาตรา 112 มาเอาผิดกลุ่มราษฎรนั้น นายธนาธร ระบุว่า “ถ้ารัฐบาลประกาศเช่นนี้ก็เหมือนเป็นการเอาน้ำมันราดบนกองไฟ เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งจับกุมกัน หรือเอาแกนนำเข้าคุก และฝ่ายอนุรักษนิยมยังเชื่อว่าธนาธรอยู่เบื้องหลังการชุมนุม เป็นการประเมินผิด จะจับธนาธรกับแกนนำเข้าคุกแล้วปัญหาจะจบเป็นความเข้าใจผิด เพราะฝ่ายรัฐไม่เข้าใจว่าทั้งหมดคือเสียงของยุคสมัย เมื่อตั้งต้นผิด จับแกนนำยัดคดีได้ ปัญหาไม่จบ ไม่มี ธนาธร ปิยบุตร ก็มีคนอื่นขึ้นมาแทน สิ่งที่รัฐบาลควรต้องทำคือเปิดใจให้กว้างและยอมรับกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคมตอนนี้ หากยังฝืนจะยิ่งทำให้ปัญหาลุกลามจนแก้ไขหาทางออกไม่ได้”
ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่า หากการชุมนุมวันที่ 25 พ.ย. ไม่จบ ทางออกจะเป็นอย่างไรนั้น นายธนาธร กล่าวว่าไม่ทราบ ต้องไปถามกลุ่มผู้ชุมนุม และในวันพรุ่งนี้ตนมีภารกิจที่ต้องปฏิบัติ ต้องลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครคณะก้าวหน้าหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่น ถ้าพอมีเวลาว่างที่ตรงกับการชุมนุมและหากกาลเทศะเหมาะสมก็จะร่วมชุมนุมทุกครั้งเหมือนที่ผ่านมา ส่วนที่มีการประกาศของกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของกลุ่มราษฎร เตรียมไปรอที่สำนักงานทรัพย์สินฯ และหน้ารัฐสภา จะเป็นการเกิดม็อบชนม็อบหรือไม่นั้น นายธนาธร ตอบว่า ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมและแสดงออก เป็นเสรีภาพของบุคคลที่ควรได้รับการปกป้อง และเสรีภาพในการแสดงออกด้วยการชุมนุมซึ่งสามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญ และตราบใดที่ต่างฝ่ายแสดงออกด้วยเหตุผลและวุฒิภาวะ ไม่ยั่วยุให้เกิดการปะทะ ถือเป็นเสรีภาพ
ทั้งนี้ ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนมีแฟนคลับของ นายธนาธร นำกล่องของขวัญ พร้อมเค้กและช่อดอกไม้ มามอบให้ นายธนาธร เพื่ออวยพรวันเกิดล่วงหน้า ซึ่งจะเป็นวันคล้ายวันเกิดครบ 42 ปี ในวันพรุ่งนี้ โดย นายธนาธร กล่าวขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจ จากนั้นแฟนคลับได้ขอให้ นายธนาธร เปิดกล่องขวัญกล่องใหญ่ ซึ่งภายในเป็นลูกโป่งพร้อมข้อความอวยพร และมอบสายสะพายให้โดยมีข้อความอวยพร พร้อมติดแฮชแท็ก #ฟ้ารักพ่อ
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่ นายธนาธร จะมาพบพนักงานสอบสวนที่ กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 นั้น ที่สน.ทุ่งสองห้อง มีมวลชนสวมเสื้อสีเหลืองถือป้ายข้อความขับไล่ นายธนาธร เปิดเพลงหนักแผ่นดิน พร้อมตะโกนด่าทอตลอดเวลา ขณะที่ภายใน สน.ทุ่งสองห้อง มีผู้สนับสนุนคณะก้าวหน้าเดินทางมารอให้กำลังใจนายธนาธรเช่นกัน ในที่สุดตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ตัดสินใจแจ้งสื่อมวลชนว่าเปลี่ยนสถานที่เข้ารายงานตัวแล้วเพื่อป้องกันการกระทบกระทั่งของทั้งสองฝ่าย.
ภาพโดย : เอกลักษณ์ ไม่น้อย