ผมสร้างมโนภาพ กองทัพเด็กๆนับหมื่นแสน ประชิดติดที่มั่นสำคัญรัฐบาล แล้วพยายามเทียบเคียง ในสงครามสามก๊ก สมรภูมิที่คนน้อยเอาชนะคนมาก มีบ้างหรือไม่ นักอ่านสามก๊ก ตอบทันที มี...มีหลายครั้ง

แต่เนื่องจากอคติ ฝ่ายเล่าปี่ เป็นพระเอก ฝ่ายซุนกวน เป็นพระรอง และฝ่ายโจโฉ เป็นผู้ร้าย

การรบที่ประทับใจ ที่คนอ่านจำได้ ขงเบ้งใช้ปัญญา ทำกลอุบาย อย่างไร กวนอู เตียวหุย จูล่ง รบห้าวหาญโลดทะยาน แบบไหน จึงมักอยู่กับฝ่ายพระเอกเล่าปี่

อ่าน “สงครามสามก๊ก 26 ยุทธวิธีสู่ชัยชนะ หลี่อันสือ เขียน เกียรติศักดิ์ ฟงปรีชากุล แปล นวรัตน์ ภักดีคำ บรรณาธิการพิเศษ สำนักพิมพ์มติชน พ.ศ.2558 ตอนที่ 14 ศึกพิทักษ์หับป๋า เตียวเลี้ยว ซุนกวน

ผมจึงรู้ว่า โจโฉ ใช้ปัญญาได้ไม่ด้อยกว่า ขงเบ้ง และเตียวเลี้ยว ก็เป็นขุนทัพไร้เทียมทานของโจโฉ

สมรภูมินี้ เกิดปี พ.ศ.758 ราชวงศ์ฮั่น รัชศกเจี้ยนอัน โจโฉ จะยาตราทัพโจมตีเมืองของเล่าปี่ ซุนกวนกลัวโจโฉชนะแล้วจะรุกต่อ โจมตีกังตั๋ง จึงรับแผนพันธมิตรขงเบ้ง ยกทัพนับแสนไปเมืองหับป๋า เมืองในอารักขาของโจโฉ

โจโฉแตกฉานพิชัยสงครามส่งสามแม่ทัพ เตียวเลี้ยว ลิเตียน และงักจิ้น นำทหารไปคุ้มครองเมืองหับป๋า และเขียนคำสั่ง “เปิดอ่านเมื่อข้าศึกมา” ใส่ซองปิดผนึกให้ไว้

ทัพข้าศึกถึงหน้าเมือง สามแม่ทัพซึ่งโจโฉรู้ดี มีเรื่องบาดหมางกินใจกัน ก็เปิดซองอ่าน

คำสั่งโจโฉไม่มีอุบายซับซ้อนอะไรเลย เพียงแต่บอกให้แบ่งงาน กันทำ

เตียวเลี้ยว และลิเตียน กล้าหาญชาญชัย ให้นำทหารออกรบงักจิ้น สุขุมหนักแน่น ให้อยู่ปกป้องเมือง

สามแม่ทัพเห็นทหารศัตรูมากกว่าแสน มากกว่าทหารเมืองหับป๋า สิบเท่า ก็ทำอะไรไม่ถูก จะส่งหนังสือไปแจ้งโจโฉก็ไกลเกินไป

...

เตียวเลี้ยว เสนอตัวนำทหารม้า...ออกสู้ศัตรูซึ่งหน้า นี่เป็นวิธีที่ข้าศึกไม่ได้คาดว่า เมื่อทำลายกำลังข้าศึกได้บางส่วน ทหารของเราก็จะฮึกเหิม เพิ่มขวัญกำลังใจในการปกป้องเมือง

งักจิ้นและคนอื่นนิ่งเงียบ เตียวเลี้ยวโมโหบอกเสียงดัง แพ้ชนะขึ้นกับศึกครั้งนี้ หากทุกท่านกังวล ข้าอาสารับผิดชอบศึกครั้งนี้เอง

ลิเตียนกินใจกับเตียวเลี้ยว แต่นับถือหัวใจเตียวเลี้ยว ประกาศว่าให้เตียวเลี้ยวสั่งการจะขอตาม

คืนนั้น เตียวเลี้ยวสั่งเชือดวัวเลี้ยงทหารม้าแปดร้อย จนอิ่มหนำ เช้ารุ่งขึ้นก็ควบม้านำทัพออกรบไล่ฆ่าขุนทหารซุนกวนตายไปรวดเดียวหลายคน

เห็นศัตรูตื่นกลัว เตียวเลี้ยวประกาศชื่อตัวเอง โผนม้าเข้าหาซุนกวน เหตุการณ์รวดเร็วจนซุนกวนตื่นตกใจ ไม่กล้าสู้ แต่เมื่อตั้งสติได้ เห็นทหารเตียวเลี้ยวไม่กี่ร้อยคน ก็สั่งการให้ทหารรุม

เตียวเลี้ยวรบองอาจ แหวกวงล้อมออกไปได้ แต่ทิ้งทหารม้าตัวเองมีเสียงตะโกน “แม่ทัพจะทิ้งพวกเราหรือ” เตียวเลี้ยวก็ชักม้ากลับช่วยลูกน้องออกมา ความรวดเร็วเหมือนเมฆที่ล่องลอย เหมือนสายน้ำรินไหล

ทหารซุนกวนมองดูอย่างใจฝ่อ ไม่มีใครกล้าเข้าไปปะทะ

เตียวเลี้ยวกลับเข้าเมือง ซุนกวนล้อมเมืองหับป๋าสิบกว่าวันก็ถอนทัพ เตียวเลี้ยวนำทหารม้าตามโจมตี ทัพซุนกวนหนีลนลาน ลูกน้องต้องส่งเรือไปรับ กว่าจะช่วยเจ้านายรอดมือเตียวเลี้ยวไปได้ ทุลักทุเลเต็มที

สมรภูมิหับป๋า เตียวเลี้ยวถูกยกเป็นหนึ่งในห้าเสือของโจโฉ ประวัติศาสตร์บันทึกว่า นี่คือหนึ่งในสมรภูมิทหารไม่ถึงพันรบชนะทัพกว่าแสน

สงครามสามก๊กกว่า 1,800 ปีที่แล้ว รบกันแบบโบราณ แพ้ชนะนับศพทหารเป็นเกณฑ์ ต่างจากสงครามการเมืองยุคใหม่ ใครฆ่าใครก่อน อาจจะถูกจับแพ้

กลยุทธ์ก็เพิ่มความซับซ้อน แม่ทัพหน้ารบแพ้ ก็ยอมแพ้ไม่ได้ เพราะจะเจอข้อหาหนักกว่า จงใจเปิดช่องให้โจมตีทัพหลวง เขาว่ากันนะว่า โทษนี้ถึงตายทีเดียว.

กิเลน ประลองเชิง