ไลฟ์สไตล์
100 year

ตำรวจเดินหน้ากดดันม็อบ งัด ม.112 เล่นงาน-แกนนํา

ไทยรัฐฉบับพิมพ์24 พ.ย. 2563 05:25 น.
SHARE

“บิ๊กตู่” ย้ำไม่อยากเห็นคนไทยฆ่าแกงกันอีก แจงคำสั่ง สมช.แค่ป้องกันเหตุปะทะ ดับข่าวรัฐประหาร ลั่นนายกฯคนเดียวประกาศกฎอัยการศึกได้ “พี่ใหญ่” ยันอีกคนไม่มีชัวร์ ห้ามประชิดเขตพระราชฐานเด็ดขาด “บิ๊กป๊อก” โต้ไม่เคยสั่ง ผวจ.สกัดม็อบ “อนุทิน” ลีลาหวั่นทุเรียนหล่นใส่เท้า ตร.ปัดใบสั่งจับตาอดีตทูต ผช.ผบ.ตร.เดินเครื่องถกใช้ ม.112 ตั้งรอง ผบช.น.ฟันม็อบหมิ่นสถาบัน ผบช.น.เผย 25 พ.ย.ยังไม่แจ้งขอชุมนุม 3 เหยื่อน้ำเคมีแจ้งเอาผิด 157 ตร.สลายม็อบหน้าสภา อ้างผลตรวจ “อจ.อ๊อด” ใช้สารเคมีเกินมาตรฐานสากล “หมอทศ”ฉะใช้สารเคมีอันตราย ลุยฟันทั้งแพ่ง-อาญา “บิ๊กตู่-ผบ.ตร.” รัฐบาล-ฝ่ายค้านงัดเกมในสภา ใช้ กมธ.สอบเหตุเด็กถูกกระทำรุนแรง ผุด “พลังแผ่นดินสยาม” ต้าน “ราษฎร” การ์ดราษฎรระดมจัดหาอุปกรณ์รับวันชุมนุมใหญ่ “วิรัช” ลุ้นหัวโต๊ะคุมเกมแก้ รธน.

หลังหลุดเอกสารลับของสภาความมั่นคงแห่ง ชาติ (สมช.) สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ สกัดมวลชนไม่ให้เข้าร่วมชุมนุมใหญ่กับกลุ่มราษฎร วันที่ 25 พ.ย. ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ชี้แจงว่าเป็นการสั่งงานปกติ เพื่อป้องกันเหตุไม่ให้เกิดการปะทะกัน หรือเกิดม็อบชนม็อบ

ข่าวแนะนำ

“บิ๊กตู่” ย้ำพร้อมดูแลคนทุกกลุ่ม

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 พ.ย. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) คณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ประชาสัมพันธ์นิทรรศการรณรงค์เนื่องในวันเอดส์โลกประจำปี 2563 วันที่ 1 ธ.ค. ปีนี้โครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ กำหนดรณรงค์ภายใต้ “WALK TOGETHER : เอดส์อยู่ร่วมกันได้ ไม่ตีตรา” ทั้งนี้ นายกฯรับมอบโบแดงสัญลักษณ์วันเอดส์โลก กล่าวย้ำว่ารัฐบาลพร้อมดูแลทุกกลุ่ม ทุกคน จากนั้นนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม นำคณะเข้าพบ เพื่อประชาสัมพันธ์งาน “ไหมไทยสู่เส้นทางโลก” ปีที่ 10 โดยมูลนิธิช่วยเหลือนักท่องเที่ยวร่วมกับคณะเอกอัครราชทูตและภรรยาทูตประจำประเทศไทย ส่งเสริมอนุรักษ์วัฒนธรรมมรดกไทยให้เยาวชนได้ตระหนัก เพิ่มมูลค่าให้ผ้าไหมไทย นายกฯเดินเยี่ยมชมชุดผ้าไหมไทย และสนใจสอบถามนักศึกษาถึงวิธีการคัดเลือกผ้าไหม

ไม่อยากเห็นคนไทยฆ่าแกงกัน

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุม ครม.ถึงมาตรการดูแลการชุมนุมในวันที่ 25 พ.ย.ที่คาดผู้ชุมนุม 2 ฝ่ายจะเผชิญหน้ากันว่า พยายามห้ามไม่ให้ตีกัน ไม่ว่าใครต้องเคารพกฎหมาย ให้ดำเนินการตามกฎหมายทั้ง 2 ฝ่ายไม่เคยเลือกปฏิบัติ พยายามให้เกิดความสงบมากที่สุด แต่ต้องคำนึงห่วงเจ้าหน้าที่บ้าง เพราะถูกกระทำเยอะ เขาก็มีครอบครัวมีชีวิต จิตใจเขาถึงไม่ทำอะไร เว้นฝ่าฝืนมากๆเขาก็ยอมไม่ได้ จำเป็นต้องรักษากฎหมาย ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่ทำอะไรผิดไปหมด เมื่อถามว่ามองว่ามีความพยายามนำคนเสื้อเหลืองออกมาให้เกิดม็อบชนม็อบ สร้างเงื่อนไขนำไปสู่รัฐประหาร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า การเอาม็อบชนม็อบเพื่อสร้างเงื่อนไขนั้นไม่อยากให้เกิดขึ้น “ผมเป็นรัฐบาล เป็นนายกฯ ไม่อยากให้คนไทยต้องมาฆ่าแกงใช้ความรุนแรงกันอีก”

คำสั่ง สมช.แค่ป้องกันเหตุปะทะ

เมื่อถามว่า สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ออกเอกสารให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศระมัด ระวังการระดมมวลชนเข้ามาร่วมชุมนุม พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ได้สอบถามแล้วเขาไม่ได้สั่งการอะไรแบบนั้น เป็นการทำงานปกติ ทุกหน่วยงานต้องประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคง การระดมคนมีการใส่ข้อมูลทางโซเชียลมีเดียหลายอย่างบิดเบือน ไม่เห็นด้วยที่จะให้เกิดการปะทะกัน ตรงนี้เป็นการติดตามสถานการณ์เฉยๆ หามาตรการทำอย่างไรไม่ให้ปะทะกัน เคยมีบทเรียนมาแล้วไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก เมื่อถามว่าแกนนำราษฎรประกาศชัดเจนว่าจะเข้าไปใกล้สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ที่สุด จำเป็นต้องใช้มาตรการสูงสุดเพื่อป้องกันก่อนเกิดความรุนแรง หรือไม่ นายกฯตอบว่า ต้องถามแกนนำราษฎรทำไมถึงต้องไปชุมนุมใกล้สำนักงานทรัพย์สินฯ ก็รู้ว่าจุดประสงค์เขาทำอะไร

สวนกฎอัยการศึกใครประกาศได้

เมื่อถามว่าจะประกาศกฎอัยการศึกเพื่อไม่ให้ เกิดการชุมนุมในวันที่ 25 พ.ย.หรือไม่ รวมถึงจะยอมให้มีรัฐประหารเกิดขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เรื่องปฏิวัติ เรื่องกฎอัยการศึกมีใครประกาศได้ ในเมื่อตนไม่ประกาศแล้วใครจะประกาศชอบแต่หาเรื่อง ระดมคน วันนี้อยากให้ช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบสุข

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์พยายามตอบข้อซักถามเกือบทุกประเด็น ที่ผู้สื่อข่าวส่งคำถามผ่านทีมนายกฯไปก่อนหน้า แต่ให้ผู้สื่อข่าวที่ถามคำถามต้องแสดงตัว โดยนายกฯให้เหตุผลว่าจะได้รู้จักและจำหน้ากันได้

“พี่ใหญ่” ตอบชัดไม่มีรัฐประหาร

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแส ข่าวรัฐประหารที่พูดกันหนาหูในช่วงนี้ว่า “ไม่มีๆ” เมื่อถามว่านายอานนท์ นำภา และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มราษฎร ระบุว่าได้กลิ่นการทำรัฐประหารแรง พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ไปถามเขาสิ”

ลั่นห้ามประชิดเขตพระราชฐาน

พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่เอกสารของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ สกัดมวลชนเข้าร่วมม็อบราษฎรที่ กทม. วันที่ 25 พ.ย.ว่า ไม่รู้ แต่การดูแลความเรียบร้อยทางฝ่ายความมั่นคงดูแลอยู่แล้ว เมื่อถามว่ากังวลอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ เพราะแกนนำประกาศว่าจะมีบิ๊กเซอร์ไพรส์ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยังไม่รู้ว่าบิ๊กเซอร์ไพรส์คืออะไร เมื่อถามว่าผู้ชุมนุมยืนยันจะเข้าไปใกล้พื้นที่ชั้นในให้มากที่สุด พล.อ.ประวิตรตอบว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ห้ามเข้าใกล้เขตพระราชฐาน และพื้นที่ราชการเกิน 150 เมตร ส่วนประเด็นเรื่องมือที่สามที่อาจเข้ามาสร้างความปั่นป่วน เราก็ต้องระมัดระวังเพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ เมื่อถามว่าหากจำเป็นต้องสลายการชุมนุม ได้เน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตรตอบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำตามกฎหมาย ทุกอย่างต้องเป็นไปตามหลักสากล เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้น พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ให้สูญเสียอยู่แล้ว เชื่อว่าจะไม่เกิดการปะทะจนบานปลาย

“บิ๊กป๊อก” ปัดสั่ง ผวจ.สกัดม็อบ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยไม่ได้สั่งการอะไรต่อ ผวจ.ให้ทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยตามปกติ ไม่เลือกปฏิบัติ ให้เท่าเทียมกันทุกฝ่าย ให้เป็นไปตามกฎหมาย ขอย้ำว่ากระทรวงมหาดไทยไม่ได้สั่งการเรื่องนี้ ไปดูได้ไม่มีเอกสารอะไร เมื่อถามว่าต้องกำชับเรื่องการนำมวลชนมาร่วมชุมนุมหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ตอบว่า “ไม่มี ผมบอกแล้วว่าไม่มี ผมทำตามปกติ คือทำให้ประเทศชาติสงบเรียบร้อย ไม่เลือกปฏิบัติ ทำตามกฎหมาย”

“อนุทิน” ลีลาทุเรียนหล่นใส่ขา

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ระบุว่า ส้มจะหล่นใส่นายอนุทิน ขึ้นเป็นนายกฯต่อจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า ไม่มีแนวโน้ม นายกฯคนปัจจุบันคือ พล.อ.ประยุทธ์ ท่านทำหน้าที่ทุ่มเทและเสียสละ ทำงานตลอดเวลา ทุกพรรคที่ร่วมรัฐบาลต้องสนับสนุนหัวหน้ารัฐบาลให้ทำงานต่อไปให้ได้ นายจตุพรคงวิเคราะห์ไปตามประสบการณ์ ทุกคนก็วิเคราะห์ได้ แต่วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังทำงานตามปกติ ไม่มีเรื่องใดที่ควบคุมไม่ได้ เมื่อถามว่าเป็นการพูดหวังผลให้เกิดความไม่ไว้วางใจในพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “อุ๊ย ไม่หรอก คนระดับเป็นผู้บริหารประเทศ ไม่มีหูเบา พรรคร่วมรัฐบาลยังเหนียวแน่น เหนียวแน่นมาก ไม่มีส้มหล่น กลัวแต่ทุเรียนหล่นใส่ขา เดี๋ยวขาเจ็บ ขาแหก ไม่ไหว เดินไม่ได้ พรรคภูมิใจไทยยังสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อไป”

ตร.ปัดมีใบสั่งจับตาอดีตทูต

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่เอกสารของ สมช. ไปยัง ผบช.ส.ให้จับตาความเคลื่อนไหวของนายรัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตเอกอัครราชทูตไทย ในหลายประเทศว่า ยังไม่เห็นหนังสือดังกล่าว ตำรวจสันติบาลทำงานด้านการข่าวความมั่นคงการปฏิบัติหน้าที่เป็นความลับทางราชการไม่สามารถเปิดเผยได้ ขอยืนยันว่า สันติบาลดำเนินการทุกอย่างภายใต้กรอบกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับทาง ราชการอย่างเคร่งครัด สำเนาเอกสารที่สื่อเอามาอ้างไม่ทราบที่มา ไม่สามารถให้ความเห็นใดๆได้

เดินเครื่องถกใช้ ม.112

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 24 พ.ย. เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้เรียกประชุมประจำสัปดาห์กับพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ บช.น. โดยจะพูดคุยถึงคดีเกี่ยวข้องกับการชุมนุมทั้งหมดที่เกิดขึ้น เพื่อพิจารณาแจ้งข้อหากับแกนนำเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ส่วนจะเป็นแกนนำกี่รายขึ้นอยู่กับการไปปราศรัยในพื้นที่ต่างๆ จากนั้นจะได้รวบรวมเสนอมาให้ ตร. เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกให้มาพบก่อน เนื่องจากผู้ต้องหาแต่ละรายยังเป็นนักศึกษา และมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง

ตั้ง “สุคุณ” ฟันม็อบหมิ่นสถาบัน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ล่าสุด บช.น.ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนเอาผิดกลุ่มผู้ชุมนุมที่กระทำผิดตามมาตรา 112 มี พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานกฎหมาย เป็นหัวหน้า พร้อมทั้งมีคณะกรรมการระดับ ผบก.สส. ผบก.น.1-9 รวบรวมพยานหลักฐานในท้องที่ที่รับผิดชอบ อาทิ คลิป การบันทึกภาพ และเสียง คดีแบ่งเป็น 2 กรณี 1.มีพยานหลักฐานที่ปรากฏความผิดชัดเจน และ 2.มีผู้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดี ขณะนี้ชุดสืบสวนสอบสวนจ่อดำเนินคดีแกนนำบางรายที่ปราศรัยหมิ่นสถาบัน ซึ่งแกนนำที่เข้าข่ายถูกดำเนินคดีส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องหาที่เคยถูกดำเนินคดีมาตรา 116

น.1 รับขวางม็อบปะทะไม่ไหว

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.กล่าวถึงกรณีการนัดชุมนุมที่บริเวณสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ในวันที่ 25 พ.ย.ว่า บช.น.ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ขอให้ผู้ชุมนุมปฏิบัติตามกฎหมาย เมื่อถามว่าน่าจะมีแนวโน้มรุนแรงหรือไม่เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายจะเข้ามาเคลื่อนไหววันเดียวกัน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ตอบว่า ความรุนแรงไม่ได้เกิดจากเจ้าหน้าที่แน่ ต้องถามผู้ชุมนุม หากทั้ง 2 กลุ่มเข้าไปในพื้นที่พร้อมกันต้องพยายามป้องกันไม่ให้กระทบกระทั่งกัน เหตุปะทะวันที่ 17 พ.ย.ไม่ได้ปล่อยปละละเลย เจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถบรรทุกกำลังพลของ ตชด.ไปขวางแล้ว ที่รถมีกระสุนอยู่หลายรอยอยู่ระหว่างการดำเนินคดี พยายามป้องกันแต่เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน ไม่มีอาวุธ ผู้บังคับบัญชากำชับไม่ให้ใช้อาวุธ

เผย 25 พ.ย.ยังไม่แจ้งขอชุมนุม

เมื่อถามว่า จุดที่ชุมนุมเป็นเขตพระราชฐานดำเนินการอย่างไร ผบช.น.ตอบว่า ทำตาม พ.ร.บ.ชุมนุมฯ หากพิจารณาแล้วการชุมนุมอาจเกิดอันตราย หรือทำให้ทรัพย์สินเสียหาย อาจออกข้อกำหนด ทีมโฆษกจะแถลงและประชาสัมพันธ์ให้ทราบก่อนการชุมนุม ขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมิน ผู้ชุมนุมยังไม่ได้แจ้งชุมนุมเป็นหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ มีแต่ประกาศทางโซเชียล ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือน ม.ค.มา มีการดำเนินคดีการชุมนุมในพื้นที่ กทม.107 คดี ส่งสำนวนให้อัยการไปแล้ว 24 คดีกำลังจะส่งอีก 9 คดี

3 เหยื่อน้ำเคมีแจ้งจับตำรวจ

ที่ สน.บางโพ นายคริส โปตระนันทน์ อดีต ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ พา 3 ผู้ชุมนุม ได้แก่ นายสุรเชษฐ์ จิตต์เจริญ อายุ 48 ปี นายดิสทัต วัธนา อายุ 56 ปี และนายยงยุทธ (ไม่เผยนามสกุล) อายุ 34 ปี 3 ผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรที่ได้รับผลกระทบ จากการฉีดน้ำสกัด ที่รัฐสภาและแยกเกียกกาย เมื่อวันที่ 17 พ.ย. เข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.สุรเดช พจนาพงษ์พานิช ผกก.สน.บางโพ เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และผิดฐานทำร้ายร่างกาย พร้อมนำน้ำตัวอย่างที่เจ้าหน้าที่ใช้ฉีด และใบรับรองแพทย์มาเป็นหลักฐาน

ชี้ “อจ.อ๊อด” ยันใช้สารเกินสากล

นายคริสกล่าวว่า ได้นำน้ำเคมีที่ฉีดใส่ผู้ชุมนุมไปให้นายวีรชัย พุทธวงศ์ หรืออาจารย์อ๊อด อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ตรวจสอบพบสารเคมี 5 ตัว เป็นสารละลายที่เหลือเป็นแก๊สน้ำตาทั้งหมด 4 ตัว แต่ละชนิดรุนแรงถึง 60 เปอร์เซ็นต์ แรงกว่ามาตรฐานสากลที่มาตรฐานอยู่ประมาณ 0 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ผู้เสียหาย 3 คน จึงแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายทั้ง 3 คน แต่ละคนบาดเจ็บแตกต่างกันเป็นแผลพุพอง เนื้อหลุด ทุกข์ทรมาน พนักงานสอบสวนต้องตรวจสอบบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้ง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ หรือแม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ไปจนถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. หากจะปฏิเสธให้นำหลักฐานมาแสดงเพราะบุคคลเหล่านี้ต้องมีรายชื่อในการประชุมคณะกรรมการอยู่แล้ว ยอมรับว่ากังวลเพราะแจ้งความตำรวจเพื่อเอาผิดตำรวจ แต่ประเทศนี้ยังมีขื่อมีแป ตำรวจดีๆยังมีอีกมากที่จะรับใช้ประชาชนตามกฎหมาย

คนเจ็บไม่หวั่นโดนฟ้องกลับ

ด้านนายสุรเชษฐ์ หนึ่งในผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนอยู่แนวการ์ดช่วงหน้ารถเมล์ที่แยกเกียกกาย ก่อนจะถูกฉีดน้ำใส่ ครั้งแรกเป็นน้ำเปล่า อีกรอบเป็นน้ำสีม่วงและสีน้ำเงิน วันแรกรู้สึกปวดแสบ ปวดร้อนพอผ่านไปสองวันผิวเริ่มพุพองแผลเริ่มขยายเป็นวงกว้าง ผิวหนังบางส่วนหลุดลอก หมอระบุว่าแผลเกิดจากถูกสารเคมีบางชนิด ตนยอมออกมาเปิดหน้าสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่กลัวจะถูกเจ้าหน้าที่กลับมาดำเนินคดีเพราะถูกเจ้าหน้าที่กระทำละเมิดให้ได้รับบาดเจ็บ ขอใช้สิทธิ์ในฐานะประชาชน

สน.บางโพรับคำร้องตาม ก.ม.

พ.ต.อ.สุรเดช พจนาพงษ์พานิช ผกก.สน.บางโพ กล่าวว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะรับแจ้งความร้องทุกข์ของผู้เสียหายทั้ง 3 ไว้ ก่อนที่จะพิจารณาดำเนินกระบวนการตามขั้นตอนของกฎหมาย ในขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ขอเวลาให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำและตรวจสอบพยาน หลักฐานที่เกี่ยวข้องก่อน

“หมู จิตรกรรม” ไม่ต้องนอนคุก

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก สภ.เมืองนครปฐม ว่า หลังตำรวจภาค 7 ควบคุมตัวนายสหรัฐ พิชญานุรัตน์ หรือหมู จิตรกรรม อายุ 25 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาจิตรกรรม คณะจิตรกรรม ม.ศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ ผู้ต้องหาก่อเหตุทำให้เสียทรัพย์ โดยนำสีใส่ถุงขว้างใส่พระบรมฉายาลักษณ์ หน้ามหาวิทยาลัย และสาดสีใส่ป้ายสำนักงานธนารักษ์ จ.นครปฐม โดยมี พ.ต.อ.ไพบูลย์ แพรสีนวล ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พร้อมด้วย ร.ต.อ. ชัยยุทธ อินเสน รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม สอบปากคำ นำตัวส่งอัยการส่งฟ้องศาลแขวงนครปฐม นายสหรัฐให้การรับสารภาพตลอดข้อหา ศาลมีคำสั่งให้สืบเสาะแล้วนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 25 ธ.ค.และให้สาบานตนก่อนปล่อยตัว อย่างไรก็ตาม ที่หน้า สภ.เมืองนครปฐม มีนักศึกษามารวมตัวให้กำลังใจ รวมถึง น.ส.อมรรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นผู้ประสานทนายช่วยเหลือ

“หมอทศ” ประจานรัฐสลายม็อบ

ที่พรรคเพื่อไทย นพ.ทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย นำผู้บาดเจ็บจากเหตุสลายการชุมนุมที่หน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 17 พ.ย. ร่วมแถลงข่าว นพ.ทศพรกล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากผู้ได้รับผลกระทบจากแก๊สน้ำตา และบาดเจ็บจากการชุมนุมที่ปะทะกับเจ้าหน้าที่ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มโดนยิงด้วยอาวุธปืน มีรายที่ถูกยิงขา 2 คน ถูกยิงท้องและสีข้าง 1 คน รายที่หนักสุดคือถูกยิงขาข้างซ้ายกระดูกหัก ต้องผ่าตัดเอากระสุนออกและดามเหล็กไว้ โชคดีไม่โดนเส้นเลือดใหญ่เพราะอาจถึงแก่ชีวิต 2.กลุ่มที่หายใจเอาแก๊สและสารเคมีเข้าไป มีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ยังไอจนถึงวันนี้ 3.กลุ่มได้รับผลกระทบจากน้ำผสมสารเคมี แผลเหมือนถูกไฟไหม้ ผิวถูกเบิร์นด้วยสารเคมีทำลายผิวหนังตั้งแต่ผิวชั้นนอกจนถึงหนังแท้ หลายคนยังรักษาตัวในโรงพยาบาล สารเคมีอันตรายมาก เหมือนประทุษร้ายประชาชน

ลุยฟันแพ่ง-อาญา “บิ๊กตู่-ผบ.ตร.”

นพ.ทศพรกล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยังนายกฯและตำรวจ ต้องเลิกใช้ความรุนแรงกับประชาชนที่มาชุมนุมโดยสงบ ส่วนที่ตำรวจชี้แจงว่าได้รับผลกระทบเท่ากับประชาชนนั้น ไม่จริง เพราะเป็นการฉีดมาจากฝั่งตำรวจ อาจได้รับละอองบ้าง แต่คนที่โดนเต็มๆคือประชาชน ยังมีประชาชนอีกมากที่ได้รับผลกระทบ สามารถร้องเรียนมาที่ศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมพรรคเพื่อไทย โทรศัพท์ 02-653-4000 และ 02-653-4001 โดยเรามีเจ้าหน้าที่คอยรับเรื่องและติดตาม และจะนำเหตุที่เกิดขึ้นเข้าสู่คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาต่อไป เมื่อรัฐบาลไม่น่าเชื่อถือต้องอาศัยอำนาจสภาฯ มีการเก็บหลักฐานผู้บาดเจ็บไว้แล้ว เพื่อดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทั้งทางแพ่งและอาญา เราจะไม่ปล่อยผ่าน จะเอาผิดตั้งแต่นายกฯในฐานะผู้รับผิดชอบ จนถึง ผบ.ตร.

นายสุวัฒน์ รัศมีวงศ์ปัญญา ผู้บาดเจ็บจากเหตุดังกล่าวชี้แจงว่า ชุมนุมอยู่แยกเกียกกาย ถูกฉีดน้ำใส่แรกๆรู้สึกแปลกๆ ผิวเริ่มแดงรู้สึกว่าน้ำที่ฉีดมาครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อน แสบผิวกว่าเดิมเลยรีบล้างตัว เอาสบู่ฟอก แต่ยังรู้สึกแสบคัน วันรุ่งขึ้นเกิดตุ่มใส ไปหาหมอที่คลินิกหมอคาดว่าน่าจะแพ้สารเคมีในน้ำ วันรุ่งขึ้นแผลไหม้ เป็นไข้ ไปโรงพยาบาลปรากฏว่าแผลติดเชื้อระดับเซลล์ หมอต้องฉีดยาคล้ายมอร์ฟีนเพื่อลดอาการปวด

กมธ.เด็กจ่อสอบโรงเรียนต้นเหตุ

ขณะที่นางมุกดา พงษ์สมบัติ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ประธานกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ กล่าวถึงกรณี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ขู่แจ้งความดำเนินคดีนักเรียนที่ออกมาแฉเรื่องความไม่ปลอดภัยในโรงเรียนว่า ส.ส.มีหน้าที่เป็นที่พึ่งให้ประชาชน ต้องทำประโยชน์มากกว่าให้โทษ ไม่ควรเล่นการเมืองจนลืมบทบาทที่สมควรทำ สถานศึกษามีความสำคัญเป็นอันดับสองรองจากครอบครัว กมธ. จะไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้ การแสดงออกของผู้ชุมนุมถือเป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เพียงต้องการเห็นอนาคตสังคมดีขึ้น ทุกฝ่ายต้องเปิดใจรับฟังและแก้ไข ที่ผ่านมา กมธ. ได้รับร้องเรียนปัญหาความรุนแรงในสถานศึกษา จำนวนมาก จะนำกรณีนี้เข้าที่ประชุมเพื่อขอมติเชิญผู้บริหารสถานศึกษาดังกล่าวเข้าชี้แจง สถาบันการศึกษาคือแหล่งปลูกฝังความรู้ เด็กต้องได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย

“สิระ” จ่อเรียก “หมวยเอิน” ชี้แจง

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรค พปชร. ประธานกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงกรณี น.ส.นลินรัตน์ ตู้ทับทิม หรือน้องเอิน นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ออกมาเผยข้อมูลเคยถูกครูทำอนาจารในโรงเรียนว่า กมธ.จะเชิญเยาวชนคนดังกล่าวมาให้ข้อมูล หากมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ถือเป็นเรื่องใหญ่ ต้องนำผู้ทำความผิดมารับโทษ ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นกับนักเรียนคนอื่นอีก เป็นสิทธิของเยาวชนที่ต้องได้รับความยุติธรรม แต่หากเรื่องนี้เป็นเท็จ เยาวชนคนดังกล่าวต้องรับผิดชอบ เพราะมีบุคคลและโรงเรียนเสียหาย อยากให้เยาวชนคนดังกล่าวให้ความร่วมมือกับ กมธ.ฯ ถือเป็นขั้นแรกที่จะได้ตรวจสอบร่วมกัน และปฏิรูปบุคลากรทางการศึกษาให้ขาวสะอาด

“สุทิน” ฮึ่มเอาผิดคนโพสต์ใส่ร้าย

ที่พรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้านแถลง ตอบโต้กรณีการถูกบิดเบือนในโลกโซเชียลระบุเป็นผู้เสนอให้ลดบำเหน็จ บำนาญข้าราชการ ว่า คลิปและข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ในโซเชียลมาเกือบ 6 เดือนแล้ว เคยตักเตือนผู้เผยแพร่ไปแล้วว่าหากไม่หยุดจะดำเนินคดี จึงหายไปพักหนึ่ง วันนี้กลับมาระบาดอีก สิ่งที่ตนพูดในสภาฯคือไม่เห็นด้วยกับการต่ออายุราชการผู้ที่เกษียณอายุครบ 60 ปี ควรเอาเงินมาจ้างเด็กจบใหม่ดีกว่า แต่ข่าวออกมาคนละทิศทาง ทำให้ข้าราชการบำนาญอาจตกใจแชร์ต่อโดยไม่รู้สาระ แต่บางส่วนตั้งใจโพสต์และแชร์เพื่อทำลายตน สงสัยว่าทำไมมาเผยแพร่ช่วงนี้ ได้คำตอบว่าขณะนี้กำลังจะเลือกตั้ง อบจ. จึงหวังผลไม่ให้เลือกพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล เป็นการทำลายเครดิตของ 2 พรรค ต้นตอคนที่ทำเป็นนายทหารยศพลเรือโทที่เกษียณแล้ว จึงมอบให้ ทนายความแจ้งความดำเนินคดีผู้บิดเบือนแล้ว หลังจากนี้หากใครแชร์ต่อจะแจ้งความดำเนินคดีด้วย ขณะนี้พบว่ามีเกือบ 200 คน พร้อมดำเนินคดี

“จุรินทร์” แย้มตั้ง กก.สมานฉันท์ 2 ชุด

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ว่า ขณะนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าจะมีการตั้งขึ้นมา 2 คณะ คณะแรกประกอบด้วย 7 ฝ่าย เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับคำสั่งของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานรัฐสภา จะออกมาอย่างไร ส่วนอีกคณะจะดูปัญหาระยะกลาง และระยะยาว ทางพรรคจะเสนอแนวทางการดำเนินการในลักษณะให้ใช้ฉันทามติ คือให้ใช้มติที่เป็นเอกฉันท์โดยไม่ต้องกังวลว่าเสียงข้างน้อยจะถูกเสียงข้างมากบังคับ ส่วนประเด็นไหนที่ยังไม่สามารถหาฉันทามติได้ อาจยกยอดไปให้คณะกรรมการชุดสองไปดำเนินการต่อไป

ผุด “พลังแผ่นดินฯ” ต้าน “ราษฎร”

วันเดียวกัน กลุ่มคณะพลังแผ่นดินสยาม นำโดยนายบัญชา ปานนิวัฒน์ ออกแถลงการณ์เชิญชวนแนวร่วมมารวมพลังพสกนิกรสยาม ถวายความจงรักภักดี เนื้อหาระบุว่า คณะพลังแผ่นดินสยามมีมติร่วมกันว่าไม่ต้องการให้มีการล่วงละเมิดต่อสถาบันฯอีกเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นการใช้วาทกรรม หรือรุกรานเข้าไปในพื้นที่ที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ต่อสถาบันฯ ไม่ว่ากรณีใดๆขอเชิญชวนผู้รักสถาบันรวมพลังพร้อมกันในวันที่ 24 พ.ย.เวลา 15.00 น. และวันที่ 25 พ.ย.เวลา 08.00 น. ที่ถนน เลียบคลองผดุงกรุงเกษม ติดกระทรวงศึกษาธิการ นายบัญชากล่าวว่า ทางกลุ่มจะปักหลักรวมตัวตั้งแต่คืนวันที่ 24 พ.ย. กลุ่มม็อบราษฎรจะไปชุมนุมที่ไหนก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ที่บ้านพ่อบ้านแม่ของเรา สำนักงานทรัพย์สินฯเป็นสถานที่ที่ไม่สมควรมากระทำ จาบจ้วง ส่วนที่มีความกังวลว่าจะเกิดการปะทะกันนั้น ยืนยันว่าไม่มี เราจะไม่ใช้ความรุนแรงหรือปะทะเสียเลือดเนื้อ เราจะไปมือเปล่า ถือโปสเตอร์ประกาศว่าเป็นบ้านพ่อบ้านแม่ ขอไม่ให้พวกคุณเข้าไปใกล้แต่ถ้าไม่ยินยอมเราจะล้มลงนอนให้พวกคุณเหยียบผ่านไปโดยไม่สู้

สำหรับบรรยากาศบริเวณรอบสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เทเวศร์ ล่าสุดมีการนำลวดหนามหีบเพลง มาล้อมบน กำแพงสำนักงานทรัพย์สินฯทุกด้าน เพื่อเตรียมรับมือการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มราษฎรในวันที่ 25 พ.ย.

การ์ดราษฎรระดมจัดหาอุปกรณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มราษฎร ก่อนการชุมนุมใหญ่วันที่ 25 พ.ย. ว่ากลุ่มการ์ดมวลชนอาสา ในนาม “การ์ดภาคีเพื่อประชาชน” ใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ประกาศระดมทุนสนับสนุนจัดหาอุปกรณ์สำหรับใช้ในการชุมนุมวันที่ 25 พ.ย. อาทิ กลุ่มการ์ดปลดแอก ประกาศขอสนับสนุนโล่ทรงโค้ง เพื่อป้องกันการใช้เครื่องยิง คลื่นเสียงความถี่สูง หรือ LRAD โล่ทรงกลมนูน เพื่อบุกแนวกันของตำรวจ หมวกกันกระแทก ไฟฉายแรงสูง หน้ากากกันสารเคมี เสื้อกันฝน ผ้าขนหนู เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีกลุ่มการ์ดที่ได้รับการจับตามองเป็นพิเศษจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง คือองค์กรบอดี้การ์ด Special Forces ที่นำโดยนายพลาม พรมจำปา อดีตครูฝึกหน่วยรบพิเศษ ตำรวจพลร่มค่ายนเรศวร ที่ปัจจุบันเปิดโรงเรียนสอนหลักสูตรป้องกันตัวเองด้วยมือเปล่าใน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ที่ออกมาประกาศเข้าร่วมกับม็อบราษฎรอย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศรับสมัครอดีตตำรวจ ทหาร และประชาชนร่วมเป็นการ์ดอาสา

“อานนท์-กวิ้น” เป่าเค้ก “เป็ดเหลือง”

ที่หอศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ แกนนำคณะราษฎร นำโดยนายอานนท์ นำภา หรือ “ทนายอานนท์” พร้อมนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ร่วมขึ้นเวทีปราศรัย ที่กลุ่มนักเรียน นักศึกษา และประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ รวมตัวกันจัดกิจกรรม “ปาร์ตี้ริมเขา เป่าเค้กวันเกิดพลเรือเอกก๊าบๆ” บรรยากาศ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยกิจกรรมบนเวทีเปิดให้มีการปราศรัยแบบฟรีไมค์ส่วนที่ลานอเนกประสงค์หน้าศาลหลักเมือง อ.เมืองศรีสะเกษ กลุ่มอาชีวะศรีสะเกษปกป้องประชาชน นำโดยนายตะวัน เปรมจิตต์ นักศึกษาสถาบันอาชีวะแห่งหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ จัดกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ นายตะวันกล่าวว่า จัดกิจกรรมเพื่อแสดง ออกต้องการให้นายกฯ ลาออกจากตำแหน่ง หยุดใช้ ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม และหยุดการคุกคามกับประชาชน ในทุกรูปแบบและให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเผด็จการ เช่นเดียว กับที่ จ.นครสวรรค์ กลุ่มเยาวชนปลดแอก ร่วมกับกลุ่ม สหพันธ์นักเรียน และประชาชน รวมตัวกันบริเวณลานอเนกประสงค์บ่อบำบัดน้ำเสีย (Street Art) เทศบาลนครนครสวรรค์ ประท้วงขับไล่รัฐบาล

อดีต “พุทธะอิสระ” พบคนกำแพงเพชร

ที่ลานอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย สิริจิตอุทยาน ริมปิง อ.เมืองกำแพงเพชร นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ อดีตพุทธะอิสระ พร้อมนายสุวัฒน์ วัฒนศิริ ประธานเครือข่ายประชาชนกำแพงเพชร และกองทัพประชาชนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ จัดเวทีเสวนา “มาลานอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย บอกเล่าความภาคภูมิใจต่อสถาบันอันเป็นศูนย์รวมใจด้วยจงรักและภักดี” มีผู้สนใจเข้าร่วมจำนวนมาก นายสุวิทย์กล่าวว่า มาเพื่อบอกเล่าความภาคภูมิใจต่อสถาบันอันเป็นศูนย์รวมใจ ด้วยจงรักและภักดี รวมทั้งสร้างความเข้าใจกลุ่มคนที่หลงผิด จาบจ้วงต่อสถาบัน พร้อมทั้งเชิญชวนให้แสดงออกถึงความจงรักภักดีพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 5 ธ.ค. ที่ท้องสนามหลวง

ฝ่ายค้านชงลดเวลาแก้รัฐธรรมนูญ

ช่วงเย็นที่พรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน เตรียมความพร้อมการประชุมร่วมของกรรมาธิการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะประชุมนัดแรกวันที่ 24 พ.ย. ว่า แนวทางการทำงาน ของฝ่ายค้าน เห็นว่ากรอบเวลา 45 วันที่กำหนดไว้ อาจมากเกินไป เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน เตรียมเสนอให้ใช้เวลาน้อยกว่านี้ โดยพยายามให้เรื่อง ส.ส.ร.เข้าสู่วาระ 3 โดยเร็ว ส่วนเนื้อหาร่างของฝ่ายค้าน และร่างรัฐบาล มีความแตกต่างในสาระสำคัญ 2 เรื่อง คือ ที่มาของ ส.ส.ร. ที่ฝ่ายค้านมองว่าควรมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด แต่ฝ่ายรัฐบาลเห็นว่าให้มาจากการเลือกตั้ง และการคัดเลือกจากรัฐสภา ที่อาจทำให้การได้มาของ ส.ส.ร.ไม่เป็นธรรม อีกประเด็นคือการทำประชามติ ฝ่ายค้านมองว่าเมื่อ ส.ส.ร.ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ควรทำประชามติก่อนประกาศใช้ ขณะที่ญัตติฝ่ายรัฐบาลให้นำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา หากที่ประชุมเห็นชอบให้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ประกาศใช้ ก็มีปัญหาหมิ่นเหม่เช่นกัน เพราะประชาชนไม่มีโอกาสรับรู้ว่า ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญเป็นอย่างไร ไม่มีโอกาสเห็นชอบหรือไม่ ส่วนร่างแก้ไขฉบับประชาชนที่ถูกตีตกไป ควรไปศึกษาว่ามีประเด็นใดที่สำคัญ เพื่อนำเรื่องนั้นๆ มาพิจารณาในชั้น กมธ.

พท.ชง ส.ส.ร. เลือกตั้งเท่านั้น

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอต่อที่ประชุม กมธ.แก้รัฐธรรมนูญของรัฐสภานัดแรกในวันที่ 24 พ.ย. ให้พิจารณากรอบการทำงาน กรอบเวลาการเลือกตำแหน่งต่างๆใน กมธ. 4 ประเด็น ได้แก่ 1.การเลือกประธาน กมธ.ต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย 2.ยืนยันหลักการและเหตุผลในร่างที่พรรคเพื่อไทยและพรรคฝ่ายค้านเสนอว่า ส.ส.ร.ต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น 3.จะเสนอให้เชิญบุคคลภายนอก ทั้งตัวแทนภาคประชาชน นักวิชาการมาเป็นที่ปรึกษา ร่วมให้ข้อมูลต่อ กมธ. 4.การพิจารณาของ กมธ.ควรมีกรอบเวลาการทำงานที่ชัดเจน ยึดคำพูดนายกฯในการประชุมรัฐสภา 26 ต.ค.ที่จะพิจารณาให้เสร็จภายในเดือน ธ.ค. หวังว่านายกฯ จะรักษาคำสัญญา ที่ให้ต่อรัฐสภาไม่เปลี่ยนแปลง

“จุรินทร์” เรียกเฉ่ง ส.ส.แหกมติ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง ส.ส.ของพรรคที่โหวตไม่รับร่างแก้รัฐธรรมนูญทั้ง 7 ฉบับ ว่า วันที่ 24 พ.ย.จะเชิญมาเตือนสำหรับ ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามมติพรรค เพราะมีพูดคุยกันชัดเจนในที่ประชุม ส.ส.พรรค จนออกมาเป็นมติ เมื่อถามว่า ส.ส.อาจอ้างว่าเป็นเอกสิทธิ์ นายจุรินทร์ตอบว่า ผู้แทนราษฎรต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ และอยู่ภายใต้ข้อบังคับพรรคด้วย เมื่อถามย้ำว่าจะยื่นคำขาดหรือไม่ถ้าฝ่าฝืนมติพรรคอีกจะมีบทลงโทษ นายจุรินทร์ตอบว่า เป็นเรื่องภายใน เมื่อถามว่า ส.ส.บางคนยึดว่าเป็นแนวทางของ กปปส.จะจัดการอย่างไร นายจุรินทร์ตอบห้วนๆว่า “พรุ่งนี้จะคุย”

เชื่อทำไม่ได้ล็อกสเปก ส.ส.ร.

เมื่อถามว่ามีการพูดถึงที่มาของ ส.ส.ร. พรรคเห็นควรให้มีการเลือกตั้งทั้งหมดหรือไม่ นายจุรินทร์ตอบว่า เรื่องนี้ระบุไว้ชัดในร่างฯของพรรคร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว กำหนดว่าให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งโดยตรง 150 คน และอีก 50 คน มาจากการสรรหา สุดท้ายขึ้นอยู่กับ กมธ.ที่ตั้งขึ้นจะเป็นผู้เคาะ เมื่อถามย้ำว่ามีความกังวลหรือไม่ว่า ส.ส.ร.สัดส่วน 50 คน จะมีการล็อกสเปก นายจุรินทร์ตอบว่า ไม่คิดว่าจะทำได้

“วิรัช” ลุ้นนั่งหัวโต๊ะคุมแก้ รธน.

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีถูกเสนอชื่อให้เป็นประธานกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไข เพิ่มเติมว่า ต้องรอดูมติที่ประชุม กมธ.วันที่ 24 พ.ย.กรอบการพิจารณาของ กมธ.จะดูแลแก้ไขเฉพาะการตั้ง ส.ส.ร.ใช้ร่างรัฐบาลเป็นหลัก ไม่แก้ไขหมวด 1 และ 2 ผู้ชุมนุมอย่าเพิ่งติเรือทั้งโกลน ขอให้รอดูการทำงาน ส่วนพรรคเพื่อไทยอยากให้มีคนนอกเป็นที่ปรึกษา กมธ.นั้นถ้า กมธ.ทั้ง 45 คน เห็นพ้องก็มีโอกาสเป็นไปได้

การันตีแก้เสร็จตามกำหนด

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ประธาน กมธ.คาดว่าน่าจะเป็นนายวิรัช เนื่องจากเป็นผู้เสนอร่างแก้รัฐธรรมนูญเข้าสภาตั้งแต่แรก เชื่อว่าจะแล้วเสร็จภายใน 45 วัน ก่อนเสนอให้ที่ประชุม รัฐสภาลงมติในวาระที่ 2 และ 3 โดยที่ประชุม กมธ.นัดแรก 24 พ.ย. จะหารือ 4 ประเด็น ได้แก่ 1.สัดส่วนของจำนวน ส.ส.ร. 2.กรอบเวลายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ระหว่าง 120 วัน หรือ 240 วัน 3.การไม่แก้ไข ในหมวด 1 และหมวด 2 จะทำอย่างไรไม่ให้กระทบต่อพระราชอำนาจ 4.กระบวนการเลือกตั้ง ส.ส.ร.ให้เกิดความโปร่งใส คิดว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเสร็จก่อนอายุสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้แน่นอน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ชุมนุมม็อบ 18 พฤศจิกาม็อบ 21 พฤศจิกาชุมนุม 18 พฤศจิกายนชุมนุม 21 พฤศจิกายนม็อบราษฎรข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 28 มกราคม 2564 เวลา 14:14 น.