ไลฟ์สไตล์
100 year

สั่งกระทรวงมหาดไทยกําชับผู้ว่าราชการจังหวัด แฉ สมช. สกัด “ม็อบราษฎร”

ไทยรัฐฉบับพิมพ์23 พ.ย. 2563 05:25 น.
SHARE

กลุ่มราษฎรศาลายา ภายใต้การนำภาคีนักศึกษาศาลายา ยึดถนนอักษะเป็นที่มั่นปักหลักชุมนุม แห่โลงศพรำลึกเสื้อแดงถูกสลายปี 57 “หมวยเอิน” โอดโดนบูลลี่หนัก หลังเปิดตัวเคยถูกครูทำอนาจาร จ่อดำเนินคดีคนลามปามป้ายสีให้เสียหาย “สุวิทย์” นำกลุ่มเสื้อเหลืองบวงสรวงปราสาทพนมรุ้ง หลุดเอกสารลับ สมช.ว่อนโซเชียล สั่งผู้ว่าฯสกัดคนแห่ไหลร่วมชุมนุมใหญ่กลุ่มราษฎร-ทำไอโอตอบโต้อดีตทูตแพร่ข้อมูลเชิงลบรัฐบาล โฆษก รบ.รีบปัดนายกฯไม่ได้สั่ง ตร.ให้ชายชุดชมพูเป็นพยาน รับสารเคมีผสมน้ำฉีดใส่ม็อบมีผลกระทบร่างกาย ใครบาดเจ็บไปฟ้องเอา พท.ฉะรัฐสุดอัปยศออกหมายจับ นร. “วันชัย” จี้ พศ.จัดการพระร่วมม็อบ “ปิยบุตร” แย้มกลิ่นรัฐประหารหึ่ง เตือนคนจะทำคิดดีๆ พปชร.สุดมั่นนายกฯไม่ถอดใจ นักวิชาการเด็กแนะรับฟังเสียงเยาวชน

ความเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมนักเรียน นิสิต นักศึกษายังคงมีต่อเนื่อง แม้ทางรัฐบาลจะประกาศยกระดับการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นขึ้น ล่าสุดกลุ่มราษฎรศาลายา ในนามภาคีนักศึกษาศาลายา ระดมพลชุมนุมที่บริเวณถนนอักษะ สไตล์งานวัดเฟสติวัล ใช้ชื่อกิจกรรมว่า “ไม่รักนะ ไม่รักนะ ไม่รักระวังติดคุกนะ”

ข่าวแนะนำ

“ราษฎรศาลายา” ยึดที่มั่น ถ.อักษะ

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 22 พ.ย. ที่ถนนอุทยาน หรือถนนอักษะ กลุ่มราษฎรศาลายา นำโดย น.ส.ฉัตรรพี อาจสมบูรณ์ ประธานภาคีนักศึกษาศาลายา และ น.ส.ปัณฑ์สิรี จิรฐากูรณ์ ร่วมกับกลุ่มมวลชนเสื้อแดงจากพื้นที่ต่างๆ จัดชุมนุมในชื่อกิจกรรม “ไม่รักนะ ไม่รักนะ ไม่รักระวังติดคุกนะ” หลังมวลชนทยอยเข้าร่วมชุมนุมต่อเนื่อง กลุ่มการ์ดอาสาอาชีวะและการ์ดเสื้อแดงเริ่มทำการปิดถนนอุทยานตลอดทั้งเส้น ตั้งแต่ฝั่งถนนพุทธมณฑลสาย 3 และสาย 4 เพื่อใช้เป็นพื้นที่ชุมนุม ก่อนนำรถบรรทุก 6 ล้อ ทยอยขนอุปกรณ์เข้าเริ่มติดตั้งเวทีปราศรัยใหญ่ และติดตั้งเต็นท์กิจกรรมต่างๆ ที่บริเวณถนนอุทยานฝั่งขาออก ฝั่งถนนพุทธมณฑลสาย 4 สำหรับจุดตั้งเวทีของกลุ่มราษฎรครั้งนี้ เป็นจุดที่ใกล้กับการตั้งเวทีใหญ่ของ นปช. เมื่อการชุมนุมครั้งสุดท้ายปี 2557 ก่อนถูกสลายการชุมนุมวันรัฐประหาร

แห่โลงศพรำลึกเสื้อแดงถูกสลาย

ขณะที่บริเวณถนนเลียบคลองทวีวัฒนา มีกำลังตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ตำรวจภูธร จ.นครปฐม สน.ธรรมศาลา สภ.พุทธมณฑล ตั้งจุดวางกำลังสกัดไม่ให้ผู้ชุมนุมล้ำเข้ามาใกล้ เนื่องจากอยู่ใกล้บริเวณเขตพระราชฐาน ต่อมาเวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อขอตั้งจุดเซฟโซนกลางถนนอักษะ ระหว่างพื้นที่การชุมนุมและพื้นที่ฝั่งถนนเลียบคลองทวีวัฒนา กำหนดให้ใช้แผงรั้วเหล็กกั้นเป็น 2 ส่วน คือส่วนการชุมนุม และฝั่งตำรวจ ทั้งนี้ ระหว่างกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.ทยอยเดินลงจากรถ เพื่อมาตั้งแถวบนถนนอุทยานการ์ดอาชีวะ และมวลชนเสื้อแดงแสดงความไม่พอใจ เพราะเข้ามาประชิดกับพื้นที่ชุมนุมมากเกินไป จึงมีการนำแผงเหล็กมาตั้งบนถนน แล้วประกาศระดมมวลชนมาสกัด สถานการณ์มีทีท่าจะตึงเครียด ตำรวจจึงยอมถอนกำลังถอยหลังออกไป จากนั้นเวลา 17.10 น. กลุ่มผู้ชุมนุมนำโลงศพจำนวน 3 โลง คลุมด้วยผ้าสีเหลือง สีน้ำเงิน และธงชาติ สื่อถึงผู้ชุมนุมแนวร่วม นปช. ที่ต้องบาดเจ็บและสูญเสียในช่วงถูกสลายชุมนุมที่ถนนอักษะเมื่อปี 2557 มีการแห่โลงศพทั้งหมดไปวางไว้บริเวณหน้าแนวรับของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนจัดพิธีเชิงสัญลักษณ์วางดอกไม้จันทน์และสวดมนต์

ตั้ง “การ์ดภาคีเพื่อประชาชน”

ต่อมาเวลา 18.15 น.ตัวแทนการ์ดอาสารวม 10 กลุ่ม นำโดยนายชูเกียรติ แสงวงศ์ หรือนุ๊ก ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวกลุ่ม “การ์ดภาคีเพื่อประชาชน” โดยระบุว่าจากสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน กลุ่มราษฎรได้ออกมาเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก แก้ไขรัฐธรรมนูญ และปฏิรูปสถาบันฯ ที่ผ่านมาเป็นการต่อสู้อย่างสันติวิธีและมีกิจกรรมชุมนุมกดดันรัฐบาลตามข้อเรียกร้องอย่างต่อเนื่อง จึงเกิดทีมการ์ดหลายกลุ่มออกมาร่วมปกป้องมวลชน อาทิ กลุ่มการ์ดปลดแอก การ์ดมวลชน การ์ดราษฎร การ์ดอาชีวะฝั่งธน การ์ดกลุ่มนักเพาะกาย เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดจะมารวมตัวกันในนามกลุ่มใหม่ชื่อว่าการ์ดภาคีเพื่อประชาชน เพื่อปกป้องดูแลประชาชนทุกวิถีทางในแบบสันติวิธี โดยยืนยันตามข้อเรียกร้องเหมือนม็อบราษฎร และจะประสานกับกลุ่มการ์ดมวลชนอาสาวีวาเลนเทีย ที่นำโดยนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ ส่วนกรณีที่กลุ่มอาชีวะเพื่อประชาธิปไตยประกาศลดบทบาท เป็นเหตุผลเฉพาะตัว แต่ยังคงเป็นเพื่อนกันอยู่ ขณะนี้คาดว่ามีมวลชนเข้ามาร่วมเป็นการ์ด ภาคีราว 1,500 คนเป็นอย่างต่ำ และการชุมนุมที่หน้าสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ วันที่ 25 พ.ย. ทางกลุ่มจะเข้าร่วมปกป้องมวลชนตั้งแต่เริ่มจนถึงยุติ

“เพนกวิน”–แกนนำทยอยสมทบ

สำหรับบรรยากาศการชุมนุมในช่วงเย็นเริ่มคึกคัก บนเวทีปราศรัยมีแกนนำกลับกันขึ้นมากล่าวปราศรัยโจมตีรัฐบาล เริ่มจากนายธนวิชญ์ เสพสุข หรือนิค สารคาม นักศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่ขึ้นมากล่าวถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่ม นปช. บนถนนอักษะ เมื่อวันที่ 22 พ.ค.57 ส่วนบริเวณรอบพื้นที่ชุมนุม มีการ์ดอาชีวะกระจายกำลังดูแลรักษาความปลอดภัย มีการเปิดร้านขายของ ตลอดจนซุ้มกิจกรรมต่างๆ ไฮไลต์คือกลุ่ม นปข.กรุงเทพฯ ที่มา ตั้งนิทรรศการทางการเมืองของคนเสื้อแดง เพื่อรำลึกถึงการต่อสู้และการถูกสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 และ 2557 ขณะที่แกนนำกลุ่มราษฎรทยอยเดินทางเข้าร่วมสมทบ อาทิ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด นายธัชพงศ์ แกดำ หรือบอย นายธนชัย เอื้อฤาชา และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน เป็นต้น

ย้ำม็อบเบิ้ม 25 พ.ย.ต้องปลอดภัย

จนเวลา 19.00 น. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยว่า การชุมนุมในวันที่ 25 พ.ย. จะให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมชุมนุมมากที่สุด พยายามหลีกเลี่ยงการปะทะไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง ยืนยันว่าหากมีความรุนแรงใดๆเกิดขึ้น ต้องไม่ได้มาจากประชาชน แต่มาจากภาครัฐไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือมวลชนเสื้อเหลือง เพราะเหตุที่รัฐสภาการ์ดอาชีวะถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ผู้ยิงก็หนีเข้าไปในพื้นที่ทหาร ขณะนี้ชัยชนะมาถึงกลุ่มราษฎรแล้วก้าวหนึ่ง ยืนยันจะมีการปรับรูปแบบให้ร้อนแรงขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้เชื่อว่าคงโดนข้อหามาตรา 112 แน่นอน ที่ผ่านมากฎหมายนี้ใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองอยู่แล้ว ยืนยันว่าหากโดนก็จะไม่ขอลี้ภัย จะขอสู้ร่วมกับพี่น้องทุกคนที่นี่ ขณะนี้เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา รถ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ถูกงัดล้อรถจนเสียหายทั้งที่จอดไว้เฉยๆ ขอเตือนยิ่งใช้ความรุนแรงยิ่งทำให้กระแสเชี่ยวกรากมากขึ้น

เย้ยไม่หลงเกมลากรถถังรัฐประหาร

กระทั่งเวลา 19.50 น. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ขึ้นกล่าวปราศรัยกับผู้ชุมนุมว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เกิดบรรยากาศแปลกๆ เมื่อฝ่ายภาครัฐพยายามยั่วยุ ให้เราใช้ความรุนแรง แต่ม็อบราษฎรใช้สติปัญญาเป็นอาวุธ ไม่ว่าจะล่อเรากี่ครั้งก็ไม่สำเร็จ เขาต้องการสร้างเรื่องมาใส่ร้าย สร้างเงื่อนไขให้ทหารออกมาใช้ ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม เป็นข้ออ้างนำรถถังออกมา ยึดอำนาจ แต่เราไม่ตกหลุมพราง จนฝ่ายเผด็จการเปลี่ยนแผนใหม่ ใช้มวลชนเสื้อเหลืองออกมาปะทะเพื่อใช้เป็นข้ออ้างรัฐประหารเหมือนเมื่อปี 57 ทราบข่าวมาว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทบ. กำลังวิ่งเต้นหาพวกเพื่อทำรัฐประหาร จึงขอให้มวลชน สัญญากับตน 2 ข้อ คือ 1.ต้องต่อสู้โดยไม่ใช้ความรุนแรง หรือทำร้ายร่างกายใคร 2.หากมีการรัฐประหารให้ออกมาต่อสู้ให้เต็มถนน ทุกสี่แยก ทุกจังหวัด และในวันที่ 25 พ.ย.นี้ ขอเชิญชวนไปร่วมชุมนุมเพื่อทวงคืนสมบัติชาติร่วมกัน

“หมวยเอิน” โอดโดนบูลลี่หนัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีสื่อสังคมออนไลน์นำภาพผู้ร่วมชุมนุมม็อบนักเรียนเลว เป็นหญิงสาววัยรุ่นใส่แว่นสวมชุดนักเรียน ชูป้ายว่าถูกกระทำอนาจาร ในโรงเรียน มาแชร์ต่อๆกัน พร้อมขุดคุ้ยประวัติและเข้าไปรุมด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย วันเดียวกัน น.ส.นลินรัตน์ ตู้ทับทิม หรือเอิน นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เจ้าของเฟซบุ๊กเพจ “หมวย แมวเมี๊ยว-MuayMaew Meowww” ที่กำลังตกเป็นข่าวดังในโลกโซเชียล ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวยอมรับว่าเป็นหญิงในภาพที่ถูกรุมบูลลี่ เหตุที่เกิดทำให้พ่อแม่เสียใจมาก ยืนยันว่าสมัยเรียนมัธยมเคยถูกครูในโรงเรียนกระทำอนาจารจริง แต่เป็นการจับของสงวนไม่ได้ถูกข่มขืน สุดท้ายมีการไกล่เกลี่ยโดยไม่มีการลงโทษผู้กระทำ จนกลายเป็นความทรงจำเลวร้ายส่งผลกระทบทางจิตใจมาถึงทุกวันนี้ เหตุที่ใช้พื้นที่ในม็อบมาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เพียงแค่อยากสื่อว่ายังมีเด็กอีกมากที่ต้องประสบเหตุ ผู้ปกครองต้องระวังและให้ทราบว่า โรงเรียน ก็ไม่ใช่ที่ปลอดภัยทั้งหมด ทั้งอยากให้เด็กที่ถูกกระทำ ลุกขึ้นมาต่อสู้เรียกร้อง อยากให้สถานศึกษามีมาตรการ เรื่องนี้ที่ชัดเจน จากการแสดงออกในม็อบ มีหลายคนเข้ามาให้กำลังใจและเรียกร้องให้ตนดำเนินคดี

จ่อดำเนินคดีคนลามปามป้ายสี

น.ส.นลินรัตน์กล่าวอีกว่า กรณีที่มีการขุดคุ้ยและนำภาพจากเพจส่วนตัวออกมาประจานและด่าทออย่างหยาบคาย และยังถูกบางคนด่าว่าขายตัว หรือติดใจอยากโดนอีก คนเหล่านี้แทนที่จะเห็นใจกลับมาโทษว่าเพราะการแต่งตัวเป็นต้นเหตุ ทั้งที่ยังไม่ทราบว่านอกจากเรียนแล้วตนยังมีอาชีพเสริมคือรับถ่ายแบบมา 2 ปี เพจนี้เปิดมาเพราะต้องการใช้เก็บผลงานและแชร์เรื่องราวชีวิต ภาพที่ถูกนำออกมาจากเพจไม่รู้สึกอะไร เพราะทุกคนมีสิทธิ์ในเรือนร่างไม่ใช่เป็นใบอนุญาตให้ใครมาล่วงละเมิดทางเพศ การที่ถูกคนกลุ่มหนึ่งเข้ามารุมด่าโดยไม่รู้ต้นสาย ปลายเหตุ สะท้อนว่ามีคนจำนวนมากที่มีชุดความคิดแบบนี้ น่าเสียดายที่มีเด็กจำนวนมากต้องอยู่ใต้อำนาจคนพวกนี้ กระแสบูลลี่ยังลามปามมีการนำภาพคนถือป้ายหมิ่นสถาบัน ภาพหญิงแต่งกายชุดทูพีชยืนชูป้ายมาโยงว่าเป็นตน ทุกภาพได้แคปเจอร์เก็บไว้ เตรียมหาทางดำเนินคดีกับคนเหล่านี้หากไม่ลบหรือไม่หยุดการกระทำ ตนเป็นแค่เด็กธรรมดาที่แค่อยากเห็นประเทศดีขึ้น เด็กมีความปลอดภัยเท่านั้น

“บิณฑ์” รวมพลคนปกป้องสถาบัน

ช่วงเย็นที่บริเวณลานพระรูปรัชกาลที่ 5 หน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี กลุ่มประชาชนเสื้อสีเหลืองทยอยเดินทางเข้าร่วมกิจกรรม “ประชาชนร่วมใจ พิทักษ์กษัตริย์ไทย” นำโดยนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นายเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ มีการแจกธงชาติและธงสัญลักษณ์ให้กับผู้ที่มาร่วมงาน ก่อนให้แกนนำจากอำเภอต่างๆถ่ายรูปเป็นที่ระลึก มีนายวิฑูรย์ นาคะ–เสถียร ประธานชมรมคนรักสถาบัน ขึ้นกล่าวจุดประสงค์การจัดรวมพลคนปกป้องสถาบัน ด้านนายบิณฑ์กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันมีการจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อเนื่อง ทำให้ตนไม่สามารถทนต่อไปได้ ต้องลุกขึ้นมาปกป้อง หากที่ใดมีการรวมพลปกป้องสถาบัน จะไปร่วมกิจกรรมทุกครั้ง

“สุวิทย์” บวงสรวงปราสาทพนมรุ้ง

เวลา 09.00 น.ที่ปราสาทพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ อดีตพุทธะอิสระ ทำพิธีบวงสรวงขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปราสาทพนมรุ้ง คุ้มครองราชวงศ์ และประเทศชาติ ให้ประเทศชาติสงบสุข มีกลุ่มมวลชนในนามประชาชนผู้ตระหนักรู้ในแผ่นดิน ร่วมอภิปรายให้ชาวบ้านได้รับรู้ “รวมพลังต้าน ชวนกินข้าว เล่าเรื่องพระเจ้าอยู่หัว” ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวทำไปกว่า 10 จังหวัดแล้วจังหวัดต่อไปคือ จ.กำแพงเพชร สระบุรี และพื้นที่ภาคใต้

เอกสารลับ สมช.ว่อนโซเชียล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน (22 พ.ย.) สื่อโซเชียลมีเดียได้เผยแพร่เอกสาร “ลับ” อ้างว่าเป็นของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เรื่องผลการประชุมหัวหน้าหน่วยงานด้านข่าวกรองและความมั่นคง มีเนื้อหาแจ้งมติที่ประชุมไปยังผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) สั่งการให้ปฏิบัติ 1.ให้หน่วยข่าวติดตามการเคลื่อนไหวแกนนำผู้ชุมนุมที่เตรียมจัดชุมนุมใหญ่ วันที่ 23-27 พ.ย. 2.ให้ บช.ส. ติดตามและสืบสวนประวัติของอดีตนักการทูตที่เกษียณอายุราชการ แสวงประโยชน์จากการรับราชการเผยแพร่ข้อมูลเชิงลบโจมตีรัฐบาล เพื่อประกอบการปฏิบัติการข่าวสารตอบโต้ (ปฏิบัติการไอโอ) ต่อไป พร้อมสั่งการให้กระทรวงมหาดไทย สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ให้เตรียมแนวทางป้องกันการระดมมวลชนในพื้นที่ไม่ให้ร่วมชุมนุมใหญ่ และให้เตรียมมาตรการดูแลความปลอดภัยการจัดชุมนุมคู่ขนานในพื้นที่ส่วนภูมิภาค ในห้วงวันที่ 23-27 พ.ย.ด้วย

โฆษก รบ.โยนกลองนายกฯไม่ได้สั่ง

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่เอกสารที่ลงนามโดย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการ สมช. ระบุให้กระทรวงมหาดไทยเตรียมแนวทางป้องกันการระดมมวลชนเข้ามาชุมนุมในส่วนกลาง รวมทั้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ดำรงการจัดกิจกรรมแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ ระหว่างวันที่ 23-27 พ.ย.ว่า ยังไม่ทราบข้อมูลและยังไม่เห็นหนังสือดังกล่าว เมื่อถามว่านายกฯมีการสั่งการบ้างหรือไม่ นายอนุชาตอบว่า นายกฯไม่มีการให้นโยบายเรื่องดังกล่าว และไม่มีการสั่งการอย่างเป็นทางการ

บช.น.ให้ชายชุดชมพูเป็นพยาน

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. และโฆษก บช.น. กล่าวถึงการนัดชุมนุมของกลุ่มราษฎร ที่แยกวังแดง สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ วันที่ 25 พ.ย. ว่า มีการประชุมเตรียมการเรียบร้อยแล้ว ตำรวจยังไม่ขอศาลเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวต่อแกนนำผู้ชุมนุมบางคน ส่วนการดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ยังต้องดูตามพฤติการณ์และบริบทของผู้ชุมนุม ส่วนการเตรียมออกหมายเรียกผู้ชุมนุมที่รัฐสภา แยกเกียกกาย และหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตัวเลขไม่สำคัญ สำคัญที่คนกระทำผิดน่าจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถามว่าชายในชุดเสื้อกันฝนสีชมพูออกมาปฏิเสธแล้วไม่ใช่ชายที่เล็งปืนใส่คนเสื้อเหลือง พล.ต.ต.ปิยะตอบว่า หากมั่นใจว่าตัวเองไม่ใช่คนผิด ให้ไปพบตำรวจเตาปูนเพื่อเป็นพยานในคดี เพราะในม็อบมีคนชุดชมพูเยอะ ต้องพิสูจน์ทราบว่าเป็นคนเดียวกันจริงหรือไม่ เจ้าหน้าที่พฐ.ยังตรวจพบปลอกกระสุนในที่เกิดเหตุหลายชนิด จุดแรกตรงรถบัสของ ตชด. อีกจุดที่พบมากอยู่เลยทางเข้าวัดใหม่ทองเสน

รับสารเคมีผสมน้ำมีผลกระทบ

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า กรณีมีแกนนำผู้ชุมนุมแจ้งว่าถูกเจ้าหน้าที่ติดเครื่องจีพีเอสไว้ใต้ท้องรถ ยังไม่ได้รับรายงาน เพราะรถส่วนใหญ่ติดอยู่แล้ว ตำรวจไม่จำเป็นต้องตามขนาดนั้น เรามีวิธีการอยู่ สำหรับสารเคมีที่ผสมลงในน้ำฉีดใส่ผู้ชุมนุม สัปดาห์หน้าผู้จัดซื้อจัดหาและผู้เชี่ยวชาญจะชี้แจงขั้นตอนทั้งหมด ยอมรับว่าสารเคมีนั้นมีผลกระทบแน่นอน แต่จะเป็นผลข้างเคียงอย่างไรขึ้นอยู่กับบุคคล ก่อนการใช้ก็ฝึกซ้อมจนชำนาญ ตำรวจทำตามขั้นตอน สำหรับอาการบาดเจ็บต้องไปดูในส่วนที่เกี่ยวข้องว่าจะรับผิดชอบอย่างไร หากผู้ชุมนุมจะฟ้องร้องเราก็ไม่ตัดสิทธิ์ เพราะที่ผ่านมามีการฟ้องร้องในส่วนอื่นด้วย

พท.ฉะ “บิ๊กตู่” เมินเสียงเยาวชน

ด้าน น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการติดตามกิจกรรมชุมนุม “บ๊ายบายไดโนเสาร์” ของเยาวชน ต้องยอมรับความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ ความกล้าแสดงออกสะท้อนปัญหาหลายเรื่องที่ซ่อนในสังคมออกมาได้อย่างแยบยล ผ่านการตั้งคำถามถึงโรงเรียนที่ควรเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุด แต่ปัญหาที่ซ่อนอยู่ทั้งหลายสร้างผลกระทบกับเยาวชนยาวนาน โดยที่ผู้ใหญ่ละเลยไม่เห็นความสำคัญ น่าเสียดายที่เสียงบริสุทธิ์ไม่ถูกรับฟัง ถูกผู้มีอำนาจมองเป็นผู้กระทำผิดกฎหมาย ใช้กฎหมายจัดการ จึงได้เห็นมีเด็กมัธยมอายุ 16 ปี กำลังถูกออกหมายเรียกข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งที่ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (ซีอาร์ซี) มีข้อตกลงชัดเจนว่า รัฐบาลต้องมีหน้าที่ปกป้องสิทธิเด็ก ขอถามนายกฯว่านี่เป็นการปกป้องสิทธิเด็กหรือไม่ ไม่เพียงเสียงเด็กๆไม่ถูกรับฟัง แต่กลับถูกหมายเรียก ทั้งที่ชุมนุมตามสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย

จวกสุดอัปยศออกหมายจับ นร.

นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เสียงเรียกร้องของกลุ่มนักเรียนให้ปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ คงเป็นโจทย์ยากที่สุดของ รมว.ศึกษาธิการ เพราะมีความคิดล้าหลัง สิ่งที่ทำได้ทันทีคือ หยุดคุกคามนักเรียนที่แสดงออก โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการต้องปกป้องคุ้มครองการแสดงออกตามสิทธิเสรีภาพของนักเรียน รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศมา 6-7 ปี แทนที่จะปฏิรูปการศึกษาให้ดีขึ้น แต่กลับทำถอยหลังลงคลอง สมควรที่นักเรียนเปรียบเป็นไดโนเสาร์ โดยเฉพาะการโหวตไม่รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ยิ่งตอกย้ำว่ายึดมั่นระบบอำนาจนิยม อยากให้นายกฯเสียสละลาออกลดความขัดแย้งในสังคม อย่ายึดติดอำนาจจนไม่เหลียวแลอนาคตชาติ การออกหมายจับนักเรียนมัธยมเป็นความอัปยศที่สุดของระบบการศึกษายุคนี้ ซ้ำเติมสถานการณ์ให้รุนแรงขึ้น

“วันชัย” จี้จัดการพระร่วมชุมนุม

นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. โฆษกกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม วุฒิสภา กล่าวว่า เห็นพระเณรที่เข้าร่วมชุมนุมแล้วสะท้อนใจ ทำตัวเหมือนไม่ใช่พระเณรในพระพุทธศาสนา สะพายย่ามขึ้นเวทีชุมนุมเป็นหัวหอกต่อต้านเหมือนผู้ชุมนุมทั่วไป น่าจะไม่เหมาะสม ไม่สมควรอย่างยิ่ง ทำไมไม่มีใครจัดการพระเณรกลุ่มนี้ที่ชักเหิมเกริมรุนแรงขึ้นทุกวัน ถ้าอยากเคลื่อนไหวก็สึกออกไป ไม่เอาผ้าเหลืองมาห่อหุ้มให้เสียวงการสงฆ์ ปลาตายตัวเดียวทำให้คณะสงฆ์เน่าเหม็นไปด้วย ถ้าอ้างประเทศอื่นทำได้ก็ไปบวชประเทศอื่น เราปล่อยปละละเลย ฝ่ายคณะสงฆ์และฝ่ายบ้านเมืองโยนกลองกันไปมา ปล่อยให้พระเณรพวกนี้ย่ำยีหัวใจพุทธศาสนิกชน ขอถามดังๆใครจะทำอะไรกับพระเณรกลุ่มนี้ได้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติทำอะไรอยู่ ใครมีหน้าที่รับผิดชอบต้องรีบทำ จะนำเรื่องนี้เข้าหารือใน กมธ.ฯโดยด่วน

เตือนคนจะ รปห.ให้คิดเสียใหม่

ที่ตลาดสดเทศบาลตำบลหัวดง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ว่า ทั้งตนและนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ไม่มีปัญหาอะไรโดยตรงกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ แต่ที่เรียกร้องให้ลาออก และดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะประเทศอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติมาตั้งแต่ยึดอำนาจปี 2557 ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ยังอยู่สืบทอดอำนาจต่อไป เกรงว่าจะเกิดผลเสียต่อประเทศมากขึ้น ไม่ต้องมากลัวคนอย่างพวกตนเลย เพราะถูกศาลรัฐธรรมนูญเพิกถอนสิทธิ 10 ปี ตั้งแต่จำความได้จนมาโดนตัดสิทธิ ประเทศไทยมีบรรยากาศแบบนี้ตลอด เมื่อเวลามีวิกฤตการณ์คนมักคิดว่าจะมีรัฐประหารหรือไม่ เชื่อเหลือเกินว่าถ้าครั้งนี้เกิดขึ้นอีก มันคงจบไม่เหมือนเดิม บ้านเมืองไปไกล ประชาชนตื่นตัว เยาวชนคนหนุ่มสาวออกมาต่อสู้กันมาก อยากฝากคนที่คิดจะทำให้คิดเสียใหม่ เพราะประเทศไทยไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป

พปชร.เชื่อมั่นนายกฯไม่ถอดใจ

น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การชุมนุมระยะหลังมีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงพัฒนาไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงได้ นายกฯจำเป็นต้องออกแถลงการณ์ให้เจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนที่มีการขยายความว่าจะใช้มาตรา 112 เพื่อจัดการนั้น นายกฯไม่ได้เน้นที่มาตราใดมาตราหนึ่งเป็นกรณีพิเศษ พรรคพลังประชารัฐยังเชื่อมั่นในบทบาทผู้นำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เชื่อมั่นว่าจะไม่ถอดใจ

“สมพงษ์” แนะรับฟังเสียงเด็ก

นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตัวเร่งแรงที่ทำให้เด็กออกมาจัดกิจกรรม “บ๊ายบายไดโนเสาร์” คือกรณีที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ลงมติไม่รับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 7 ฉบับ ทำให้เกิดการไม่ไว้วางใจกัน คนที่จะมาทำงานด้านเด็กอย่างน้อยต้องมีความเข้าใจกิจกรรม ความเคลื่อนไหวและจินตนาการ ไม่จำเป็นต้องเข้าข้างเด็กแต่ต้องเข้าใจ หากพื้นฐานขาดความไว้วางใจกันแล้วมองว่าจะไปต่อค่อนข้างลำบาก เพราะพื้นฐานของคนที่จะทำงานร่วมกับเด็กนั้น นอกจากจะต้องรับฟังเสียงเด็ก มีความเข้าใจเด็กแล้ว จะต้องไม่เห็นเรื่องที่เด็กทำเป็นเรื่องที่ผิด หรือเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ การที่เด็กยังคงจัดกิจกรรมแสดงออก เป็นเพราะการปฏิรูปการศึกษาไม่มีความคืบหน้า ไม่ไปถึงไหน ข้อเรียกร้องของเด็กไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคุกคามต่างๆ การแก้ปัญหาเรื่องทรงผม คณะกรรมการพิจารณาข้อร้องเรียนนักเรียน นักศึกษาของ ศธ.ได้พิจารณาปรับแก้ให้ยืดหยุ่นขึ้นแล้ว แต่เมื่อเสนอไปยังไม่มีข้อตอบรับจากทาง รมว.ศึกษาธิการ

ระทึกไฟไหม้หน้า พท.–ไทยซัมมิท

วันเดียวกันเวลา 15.00 น. ศูนย์วิทยุดับเพลิงพระรามได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้เสาไฟฟ้า บริเวณหน้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย และอดีตที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ อาคารไทยซัมมิท ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. จึงแจ้งรถดับเพลิงรุดไประงับเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยบางกะปิ ที่เกิดเหตุพบเพลิงลุกไหม้สายเคเบิลอยู่บนเสาไฟฟ้า และลุกลามไหม้ต้นไม้ริมถนนเป็นแนวระยะทางยาวประมาณ 10 เมตร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงประสานการไฟฟ้านครหลวงตัดไฟฟ้า พร้อมนำสารเคมีดับเพลิงฉีดใช้เวลา 10 นาทีเพลิงจึงสงบ สาเหตุเบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดการลัดวงจรทำให้เกิดความร้อนจนเพลิงลุกไหม้หลังเพลิงสงบเจ้าหน้าที่เปิดการจราจรได้ตามปกติ

“นิกร” หนุนตั้ง กก.สมานฉันท์

นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนากล่าวว่า พรรคยังพร้อมสนับสนุนการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ 7 ฝ่าย เชื่อว่าเป็นการเปิดพื้นที่ให้เกิดการพูดคุย เมื่อถามว่าพรรคจะส่งตัวแทน เช่น น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เข้าร่วมเป็นกรรมการหรือไม่ นายนิกรตอบว่า พรรคยังไม่ได้หารือในประเด็นดังกล่าว แต่หากแนวทางใดที่พรรคสามารถสร้างประโยชน์ได้พร้อมให้ความร่วมมือ เมื่อถามถึงกรณีที่ ส.ว. ยังเสนอให้ทำประชามติก่อนแก้รัฐธรรมนูญ นายนิกรกล่าวยืนยันว่าไม่เห็นด้วย เพราะขณะนี้รัฐสภาตั้ง กมธ.เพื่อพิจารณาเนื้อหาแล้ว ควรต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน ส่วนที่มีบุคคลเตรียมเสนอเรื่องให้ทำประชามติ หรือเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ส่วนตัวไม่เห็นด้วย

นายกฯปลื้ม ศก.ติดลบน้อยลง

อีกเรื่องนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯรับทราบรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจไทย ที่สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นำเสนอ ว่าในไตรมาสที่สามของปี 2563 เศรษฐกิจปรับตัวลดลงร้อยละ 6.4 ถือว่าดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ปรับตัวลดลงร้อยละ 12.1 ทั้งนี้เนื่องมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากการผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง และการผ่อนคลายข้อจำกัดการเดินทางภายในประเทศ ทั้งนี้ สศช.คาดว่าเศรษฐกิจในปี 2564 จะขยายตัวร้อยละ 3.5-4.5 โดยมีแรงสนับสนุนจากความต้องการของผู้บริโภค การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ปริมาณการค้าโลก แรงขับเคลื่อนจากภาครัฐ และมาตรการทางเศรษฐกิจต่างๆ แต่ยังมีข้อจำกัดและความเสี่ยงคือความไม่แน่นอนของสถานการณ์โรคโควิด-19 นายกฯจึงกำชับให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการต่างๆ อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ช่วยให้ประชาชนมีกำลังซื้อมากขึ้น

โพลชี้รัฐอัดฉีดซื้อใจคนเข้าเป้า

ด้านนิด้าโพลเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนจำนวน 1,320 คน เรื่อง “รับเงินรัฐ สนับสนุนรัฐบาลหรือเปล่า?” เกี่ยวกับโครงการที่ให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์ทางการเงิน อาทิ โครงการคนละครึ่ง, โครงการเราเที่ยวด้วยกัน, เงินเยียวยา 5,000 บาท ปรากฏว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 87.5 ไม่ได้เข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน และส่วนใหญ่ร้อยละ 38.26 ระบุว่าไม่เคยเข้าร่วมโครงการใดๆของรัฐบาลเลย มีร้อยละ 32.58 ระบุว่าเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง รองลงมาคือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ช็อปดีมีคืนเพื่อลดหย่อนภาษี ทั้งนี้ ส่วนใหญ่ร้อยละ 38.76 ระบุว่าหลังเข้าร่วมโครงการแล้วมีส่วนทำให้สนับสนุนรัฐบาล มีร้อยละ 22.12 ระบุว่าไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สนับสนุนรัฐบาล เมื่อถามถึงการรับเงินช่วยเหลือหรือการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 พบว่าส่วนใหญ่เคยรับเงินเยียวยาเดือนละ 5,000 บาท ผ่านโครงการเราไม่ทิ้งกัน มีร้อยละ 29.92 ระบุว่าไม่เคยได้รับเงินช่วยเหลือใดๆ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1เอกสารลับสมช.ม็อบราษฎรผู้ว่าราชการจังหวัดกระทรวงมหาดไทยข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2563 เวลา 18:04 น.