ไลฟ์สไตล์
100 year

วิเคราะห์เส้นทางวิบากกรรมผู้นำประเทศ : ไปต่อหรือพอแค่นี้

ไทยรัฐฉบับพิมพ์23 พ.ย. 2563 05:01 น.
SHARE

โดยหลักข้าราชการที่เกษียณอยู่บ้านหลวงไม่ได้ เป็นไปตามระเบียบการพักอาศัยของกองทัพบก นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมาและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นำร่องให้เห็นถึงที่มาที่ไป ในฐานะผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม

ข่าวแนะนำ

หลังอภิปรายจบยื่นคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยความเป็นนายกฯสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามหรือไม่

โดยเฉพาะ “การไม่รับเงินหรือประโยชน์ใดๆจากหน่วยราชการหน่วยงานของรัฐ”

เนื่องจากนายกฯและ รมว.กลาโหม อาศัยบ้านพักในกรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นบ้านพักทางราชการทหาร

เป็นบ้านพักอาศัยของตนเองและครอบครัว ตั้งแต่เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. นับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.53 ถึงปัจจุบัน ทั้งที่เกษียณอายุราชการตั้งแต่ 30 ก.ย.57

ไม่เสียค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าพักอาศัยให้ทางราชการ ตั้งแต่ 1 ต.ค.57 เป็นต้นมา คิดเป็นมูลค่านับล้านบาท เกินกว่า 3 พันบาทตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำหนดเอาไว้

เข้าข่ายรับประโยชน์ใดจากหน่วยงานราชการ อันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์

การกระทำดังกล่าวยังฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

เป็นไปตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินของศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ

เป็นเหตุทำให้ความเป็นนายกฯและ รมว.กลาโหม สิ้นสุดลง เฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ

อย่าลืมว่าท่านเป็นทั้ง ผบ.ทบ.และนายกฯ 2 สมัย บ้านหลวงอยู่ได้เฉพาะช่วงเป็น ผบ.ทบ.

เมื่อก้าวขึ้นเป็นนายกฯไม่มีสิทธิ์อยู่อีกต่อไป ตามระเบียบของกองทัพบก กฎหมาย ป.ป.ช.และรัฐธรรมนูญ

ตามระเบียบการพักอาศัยของกองทัพบก มีอยู่ข้อหนึ่งยังระบุอีกว่า ระหว่างรับราชการอยู่หากอยู่บ้านหลวง แต่ผู้ที่มีบ้านอยู่ใน กทม.ก็อยู่ไม่ได้ แล้วท่านมีบ้านอยู่ใน กทม. ทำไมยังอยู่บ้านหลวง

จำได้ว่าท่านเคยอ้างถึงการพักอยู่ในค่ายทหารมีความปลอดภัยกว่า แล้วนายกฯท่านอื่นๆ

เช่น “บิ๊กจิ๋วพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีต ผบ.ทบ.และอดีตนายกฯ ท่านไม่เคยพักบ้านหลวง

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็อยู่ในสถานการณ์การเมืองร้อนแรง มีม็อบเสื้อสีชุมนุม ก็ไม่เคยทำเช่นนั้น ยังอยู่บ้านของตัวเอง

ขณะเดียวกันการดูแลความปลอดภัยของนายกฯ ไม่ใช่หน้าที่ของกองทัพบก แม้นายกฯและคนในรัฐบาลเคยชี้แจงถึงความจำเป็นในการรักษาความปลอดภัย ต้องอาศัยอยู่ในบ้านหลวงในกรมทหารราบที่ 1

แต่ความจริงศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของนายกฯ

ฉะนั้นข้ออ้างฟังไม่ขึ้น

คำถามคือทำไมไม่ไปอยู่บ้านพิษณุโลก ซึ่งเป็นบ้านพักรับรองของนายกฯ สมัยก่อน “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ คุณชวน หลีกภัย ก็เคยไปอยู่ มายุคนี้ท่านอ้างว่าต้องซ่อมแซมก่อนเข้าไปอยู่ เหตุผลฟังไม่ขึ้น

หากเปรียบเทียบกรณีคดีของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกฯ ปมลูกจ้าง-ค่าตอบแทน ที่จัดรายการชิมไปบ่นไป และรายการยกโขยงหกโมงเช้า เอาคดีนี้เป็นบรรทัดฐาน

ผลประโยชน์ที่นายกฯ สมัคร ได้รับยังไม่เท่าที่นายกฯประยุทธ์ได้รับ

ทั้งเป็นข้อเท็จจริงจับเข้ากับข้อกฎหมาย ไม่ต้องสอบอะไรมาก

กลุ่มราษฎรประกาศเคลื่อนไหว 7 วัน เริ่มวันที่ 25 พ.ย.63 ถึงวันที่ 2 ธ.ค.63 ตรงกับวันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีบ้านพักหลวงพอดี ฝ่ายค้านเตรียมตัวพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างไรบ้าง เพราะมีโอกาสเกิดความรุนแรง ถูกรัฐประหาร นายกฯยุบสภา นายกฯลาออก หรือศาลรัฐธรรมนูญตัดสินในทางลบกับนายกฯ นายประเสริฐ บอกว่า เราตั้งศูนย์อำนวยการติดตามช่วยเหลือการชุมนุม มีการมอนิเตอร์สถานการณ์ตลอด

เราขอย้ำอีกครั้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ลาออกเป็นทางลงที่สวยที่สุด อย่างน้อยการชุมนุมเบาบางลงแน่ การแก้รัฐธรรมนูญอยู่ในขั้นคณะกรรมาธิการฯก็อาจไม่ถูกครอบงำอีกต่อไป ทำให้การแก้กติกาเป็นประเด็นร่วมของทุกฝ่ายที่อยากให้แก้ไข

หาก พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจริง เราเสนอรายชื่อนายกฯตามบัญชีของพรรคเข้าประกวดแน่นอน ประกอบด้วย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายชัยเกษม นิติสิริ

ส่วนจะเสนอใครขึ้นอยู่กับที่ประชุมของพรรค

หากเส้นทางคนในตัน ไม่มีใครได้ ก็เข้าสู่กระบวนการเลือกนายกฯคนนอก ซึ่งต้องเป็นคนที่ ส.ว.สนับสนุน

ส่วนทางออกที่เหลือทั้งการยุบสภาฯ ก็ไม่มีเหตุที่ต้องทำเช่นนั้น

เพราะรัฐบาลไม่ได้แพ้โหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี แพ้โหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ

บรรยากาศในสภาฯยังทำงานต่อไม่ได้

สถานการณ์การเมืองเช่นนี้ก็ไม่ง่ายที่กองทัพทำการยึดอำนาจ

รัฐประหารไม่ใช่ทางออก

หากเกิดขึ้นจริง ไม่จบง่ายๆแน่

ทางออกของประเทศที่ดีควรเดินตามกลไกของรัฐสภา เริ่มตั้งแต่แก้รัฐธรรมนูญในชั้นคณะกรรมาธิการฯ 45 คน นำไปสู่การตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เริ่มประชุมนัดแรกวันที่ 24 พ.ย.นี้

โดยมีร่างของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ใช้ร่างของพรรคร่วมรัฐบาลเป็นหลัก ต่างกันแค่ที่มาของ 200 ส.ส.ร.

พรรคร่วมรัฐบาลเสนอเลือกตั้ง ส.ส.ร. 150 คน อีก 50 คนแต่งตั้ง

พรรคร่วมฝ่ายค้านเปิดกว้างให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด

วิธีการพิจารณาเชื่อว่า กมธ.45 คน คงทำให้ร่างที่ออกมาตรงตามความต้องการของประชาชนมากที่สุด

หากรัฐบาลจริงใจและใจกว้างควรเปิดประตูให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในทางใดช่องทางหนึ่ง

และจังหวะการเมืองแบบนี้พรรคเพื่อไทยมุ่งเน้นแก้รัฐธรรมนูญ

พร้อมบริหารจัดการภายในพรรคหลังเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรค

เช่น ดึงทรัพยากรของพรรคที่มีอยู่ในอดีต ปัจจุบัน และคนรุ่นใหม่ มารวมพลังสร้างพรรค สร้างประเทศ

วันนี้บุคลากรพร้อม วางโครงสร้างการบริหารเรียบร้อย กำลังผลิตนโยบายซ่อมบ้านเมือง ฟื้นฟูประเทศ

ต่อไปจะเห็น ส.ส.แสดงมุมมองแบบมีเนื้อหาสาระในเวทีสภาฯมากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของประเทศ

ขอย้ำว่ามาถึงวันนี้พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคใหญ่อันดับ 1 ต้องเตรียมพร้อมรับสถานการณ์การเมืองทุกหน้า

อย่างน้อยพยายามอย่าให้เกิดวิกฤติรัฐธรรมนูญ วันนี้เพิ่งเริ่มนับหนึ่งเข้าสู่วิกฤติ

หากไม่แก้ไขโดยไม่ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร ทั้งการชิงยุบสภาฯ การรัฐประหาร

ประเทศไทยย่อมเดินเข้าสู่วิกฤติทันที

ฉะนั้นนับจากนี้เราทำงานนอกและในสภาฯเข้มข้นขึ้น

เตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งเริ่มตั้งคณะทำงานขึ้นมาแล้ว

การผลิตนโยบายซ่อมบ้านเมือง ฟื้นฟูและพัฒนาประเทศ เตรียมรับเลือกตั้งใหญ่

รวมถึงเกาะติดการชี้ขาดของศาลรัฐธรรมนูญ หลังรับไต่สวน

เห็นว่าคดีมีข้อเท็จจริงเพียงพอพิจารณาวินิจฉัยได้ กำหนดอ่านคำวินิจฉัยวันที่ 2 ธ.ค.63 นี้

ในฐานะผมเป็นผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯและยื่นเรื่องผ่านไปยังศาลรัฐธรรมนูญ

เคารพในผลการชี้ขาดไม่ว่าจะออกหน้าไหน

ต้องรอลุ้นว่านายกฯหลุดจากตำแหน่งหรือได้ไปต่อ.

ทีมการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์การเมืองทีมการเมืองบ้านพักบ้านพักข้าราชการบ้านพักในกรมทหารกองทัพบกศาลรัฐธรรมนูญ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2563 เวลา 03:50 น.