ไลฟ์สไตล์
100 year

ม็อบสาดสีใส่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วสลายตัวเอาคืนที่ถูกฉีดน้ำ (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์19 พ.ย. 2563 05:01 น.
SHARE

ม็อบราษฎรบุกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ “ไมค์” นำมวลชนปิดล้อมสาดสีตอบโต้เอาคืนตำรวจป้าย ตร.เละเทะ ผกก.เตาปูนรวบหนุ่มพกปืนร่วมม็อบเหลืองทันควันตร.ยันฉีดน้ำสกัดม็อบหน้าสภาฯตามมาตรฐานสากล อ้อมแอ้มไม่ใช่คู่ขัดแย้งใช้กฎหมายกับ 2 ฝ่ายเท่าเทียม 7 ตำรวจ สน.บุคคโลแจ้ง ปอท.เอาเรื่องมือปล่อยเฟกนิวส์ ให้ร้ายพบยาเสพติดในรถตรวจแล้วไร้ฉี่ม่วงกันทุกคน ด้าน “บิ๊กตู่” วอนเห็นใจตำรวจก็บาดเจ็บ บอกยังไม่ถึง ขั้นใช้กฎหมายพิเศษคุมสถานการณ์ เพื่อไทยบี้รัฐบาล รับผิดชอบปล่อยม็อบชนม็อบ 2 มาตรฐาน อัดยับหมดความชอบธรรมเป็นนายกฯ ขณะที่กลุ่มไทยภักดี ร่อนแถลงการณ์ยิงตรงให้กลุ่มราษฎรหยุดยั่วยุจากกรณีเหตุการณ์แนวร่วมกลุ่มราษฎรปะทะเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลามไปปะทะแนวร่วมกลุ่มเสื้อเหลืองกลายเป็นม็อบชนม็อบ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มาตรการควบคุมสถานการณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่แตกต่างกัน และปล่อยให้เกิดเหตุม็อบชนม็อบ

ข่าวแนะนำ

“บิ๊กตู่”วอนเห็นใจตำรวจก็บาดเจ็บ

เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 18 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเหตุปะทะของ 2 กลุ่มผู้ชุมนุมว่า ได้ติดตามสถานการณ์การชุมนุมจากสื่อต่างๆและการรายงานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะจาก สตช.วันนี้เห็นแล้วสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีความรุนแรง ต้องระมัดระวังให้มากที่สุด เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพิจารณาดำเนินการเอง เมื่อถามว่า เท่าที่ดูสถานการณ์น่าจะทวีความรุนแรงขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ก็นั่นน่ะสิ ทุกคนก็เห็นอยู่ ฉะนั้นความเข้มข้นและเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายต้องมีมากขึ้น เราไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีก เคยประกาศไปแล้วว่า ต้องไม่มีการใช้ความรุนแรงใส่กัน วันนี้มีประจักษ์พยานชัดเจนมีรูปถ่าย ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามทำด้วยความนุ่มนวลละมุนละม่อม แต่มีการใช้กำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจนบาดเจ็บหลายนาย ขอให้เข้าใจว่าสถานการณ์จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอาจจะไม่ได้ใช้ในระหว่างที่มีชุมนุมที่มีคนจำนวนมาก แต่กฎหมายติดตามได้ทุกคนที่กระทำความผิดไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

ยังไม่งัด ก.ม.พิเศษควบคุมม็อบ

เมื่อถามว่า ขณะนี้ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิชุมนุม นายกฯตอบว่า ก็ไปถามเขาสิ อ้างสิทธิชุมนุมที่ถูกต้องเป็นไปตามกฎหมายคืออะไร จะไปละเมิดสิทธิมนุษยชนผู้อื่นหรือไม่ต้องไปดูกฎหมายลูกด้วย เมื่อถามว่า จำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษอีกหรือไม่ นายกฯตอบทันทีว่า ไม่จำเป็น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบต่อภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นประเทศต่อไปใครจะกล้าเข้ามาลงทุนถ้ายังใช้ความรุนแรงอยู่แบบนี้ ช่วงนี้เป็นช่วงส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ คนได้รับผลกระทบมีมากกว่า เราต้องคำนึงถึงคนทั้งประเทศด้วย เขาเดือดร้อนมากทั้งความเป็นอยู่ อาชีพ รายได้ รัฐบาลก็กำลังหามาตรการดูแลอยู่

ถามเรียกร้องข้อ 3 คนไทยหรือเปล่า

เมื่อถามว่า วันนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ในการบริหารประเทศหรือไม่ นายกฯตอบว่า อ้าวก็นี่ไง ทำงานมาให้ถึงวันนี้ การบริหารราชการแผ่นดินต้องใช้กฎหมาย กฎระเบียบ และรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ใครจะทำอะไรก็ได้ในแผ่นดินนี้ เมื่อถามว่า อาจมีการยกระดับการชุมนุมเพิ่มแรงกดดันให้ลาออก พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ต้องดูว่าข้อเรียกร้องทำได้หรือไม่ได้ ทำแล้วเกิดอะไรขึ้น มีกฎหมายเกี่ยวข้องอย่างไร แต่ตนไม่ใช่คู่ขัดแย้งใคร เมื่อถามว่า ไม่ว่าจะอย่างไรคนส่วนใหญ่ในสังคมจะไม่ทำตามข้อเรียกร้องโดยเฉพาะข้อที่ 3 พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่าเป็นเรื่องของสังคม จะมาถามอะไรตน ไม่ว่าจะมั่นใจหรือไม่มั่นใจอยู่ที่คนไทยทั้งประเทศ คุณเป็นคนไทยหรือเปล่า เมื่อถามว่า นายกฯมีแนวทางไม่ให้เกิดเหตุการณ์ม็อบชนม็อบอย่างไร นายกฯตอบว่า เขาก็ป้องกันอยู่แล้ว ในภาพก็เห็นกันอยู่ ส่วนเรื่องในสภาเป็นเรื่องของสภา รัฐบาลนี้มีหน้าที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะแก้อย่างไรให้ว่ากันมา
ไม่ใช่ว่านายกฯจะไปสั่งใครได้ทั้งหมด เป็นเรื่องกลไกของรัฐสภาฝ่ายนิติบัญญัติ

ตัวเงินตัวทองน้อยโผล่ฟัง “ลุงตู่” จ้อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนายกฯให้สัมภาษณ์บริเวณทางเชื่อมตึกไทยคู่ฟ้าและตึกสันติไมตรี มีลูกตัวเงินตัวทองตัวเล็กยาวราวครึ่งเมตร นอนอยู่ใกล้อยู่บริเวณดังกล่าวได้เดินเข้ามาใกล้ด้านหลังนายกฯเมื่อชุดรักษาความปลอดภัยของนายกฯเห็นจึงรีบเข้าไล่ให้เข้าไปอยู่ในพุ่มไม้ แต่พอขยับออกมาลูกตัวเงินตัวทองยังโผล่จะขยับเข้ามาอีกถึง 2 ครั้ง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องไปคอยยืนกันไว้

“บิ๊กป้อม” เชื่อ ตร.ไม่ปล่อยให้ปะทะ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ปะทะกัน ไม่ว่าฝ่ายใดอยากให้ชุมนุมกันโดยสันติ ลดอารมณ์ลงบ้าง ขอแสดงความเสียใจกับผู้ได้รับบาดเจ็บ กลุ่มผู้ชุมนุมสองฝ่ายมาเผชิญหน้ากันก็เป็นห่วงอยู่แล้ว ฝากเจ้าหน้าที่ช่วยดูแลความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุมไม่ว่าฝ่ายใด ไม่อยากให้มีการใช้อาวุธใดๆ เมื่อถามต่อบางฝ่ายระบุเจ้าหน้าที่ปล่อยให้ผู้ชุมนุม 2 ฝ่ายปะทะกัน พล.อ.ประวิตรตอบว่า เจ้าหน้าที่ดูแลสถานการณ์อยู่แล้ว แต่ผู้ชุมนุมมีหลายกลุ่มหลายฝ่ายและชุมนุมกันหลายจุด จึงยากจะรู้ว่ามีการปะทะจุดไหนกันบ้าง แต่ยืนยันว่าไม่อยากให้มีการปะทะกัน อยากให้ชุมนุมโดยสันติ

“อนุทิน” ห่วงม็อบวอนสวมแมสก์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตการขยายต่อการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปอีก 45 วันของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เพื่อปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ไม่มีคำว่าปราบปรามรัฐบาลไม่เคยคิดจะปราบปรามคนไทยเราพยายามรักษาเคารพกฎหมาย รวมถึงรัฐธรรมนูญเราพร้อมจะแก้ไขฟังเสียงประชาชนตลอดอยู่แล้ว เหตุการณ์ปะทะกันหน้ารัฐสภาเป็นห่วงอย่างมาก ขออย่าลืมใส่หน้ากากอนามัยมาชุมนุม ชุมนุมด้วยความสงบให้ได้มากที่สุด

พท.บี้ “รบ.–ลุงตู่” ต้องรับผิดชอบ

เมื่อเวลา 11.00 น.ที่รัฐสภา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 พ.ย.รัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น หาสาเหตุว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เหตุใดทหาร ตำรวจ จึงไม่ห้ามการเผชิญหน้ากันของมวลชนสองกลุ่ม รวมถึงมีการใช้ความรุนแรง ฉีดน้ำ ใช้แก๊สน้ำตา ทำให้คนที่ผ่านไปผ่านมา สื่อมวลชนได้รับผลกระทบด้วย เรื่องนี้รัฐบาลต้องรับผิดชอบ และเร่งแก้ไข อยากถามนายกฯว่าจะรับผิดชอบอย่างไรกับผู้ที่บาดเจ็บหลายคน เรื่องนี้รัฐบาลต้องมีมาตรการไม่ใช่พูดแล้วปล่อยให้ผ่านไปเพราะจะเกิดปัญหาลักษณะนี้ขึ้นเรื่อยๆ ส่วนกรณีวิพากษ์วิจารณ์ว่า ตนลงเรือเดินทางกลับก่อนนั้น ขอชี้แจงว่าที่ต้องรีบลงเรือเพราะต้องไปพบแพทย์ ใช้เวลา 2 ชั่วโมง เสร็จแล้วก็กลับมาสภาฯอีก

ซัด 2 มาตรฐานปล่อยม็อบชนม็อบ

น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เหตุปะทะมีผู้บาดเจ็บถึง 55 รายและมี 6 ราย บาดเจ็บจากกระสุนจริง รัฐบาลต้องรับผิดชอบทุกกรณี ทั้งการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจถอนกำลังออก ปล่อยให้มวลชน 2 กลุ่มปะทะกันจนบานปลาย ทำให้สงสัยความ 2 มาตรฐานของเจ้าหน้าที่จงใจเติมฟืนเข้ากองไฟ ปล่อยให้ม็อบชนม็อบ มีการใช้กำลัง ที่สำคัญมีเด็กและเยาวชนร่วมอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยเผยแพร่ไปทั่วโลก รัฐมีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองผู้ชุมนุม ตรวจค้นอาวุธของผู้ชุมนุมทุกฝ่ายรัฐต้องพึงกระทำเพื่อความปลอดภัย แต่รัฐบาลมีพฤติกรรม 2 มาตรฐานกับผู้ชุมนุมชัดเจน คนกลุ่มหนึ่งตำรวจไฟเขียวให้ผ่านด่านแนวกั้นเข้าไปหน้าสภาง่ายดาย แต่ม็อบราษฎรกลับใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ พรรคจะเรียกร้องให้ตรวจสอบผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งในคณะกรรมาธิการและตั้งกระทู้ถาม ในสภาฯจะไม่ยอมปล่อยให้เกิดวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด เพราะเป็นเรื่องของชีวิตผู้คน

อัดนายกฯหมดความชอบธรรม

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอประณามการใช้น้ำผสมสารเคมีฉีดและใช้แก๊สน้ำตากับผู้ชุมนุมอย่างป่าเถื่อน ผิดหลักการสากล นายกฯต้องรับผิดชอบการทำร้ายประชาชน ชัดเจนว่ายังติดนิสัยการเป็นเผด็จการอยู่ จึงปล่อยให้ทำร้ายประชาชนโดยขาดความสำนึกละอายใจ ข่าวกระจายไปทั่วโลก ทำลายความหวังในการฟื้นฟูเศรษฐกิจหมดสิ้น คงไม่มีนักลงทุนจากประเทศไหนอยากมาลงทุนในประเทศที่มีรัฐบาลป่าเถื่อนขาดจริยธรรม ทำร้ายประชาชนได้ ภาพเด็กนักเรียนถูกแก๊สน้ำตาแม้กระทั่งเด็กอนุบาลยังโดนทำร้าย สะเทือนใจคนที่เห็นในโซเชียลจำนวนมาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หมดความชอบธรรมในการ บริหารประเทศอีกต่อไป ยิ่งอยู่ต่อไปประเทศจะยิ่งเสียหาย ต้องไม่เป็นนายกฯอีกต่อไปแล้วประเทศไทยถึงจะเดินหน้า

รวบหนุ่มพกปืนร่วมม็อบเหลือง

สำหรับความคืบหน้าหลังเกิดเหตุม็อบชนม็อบ ในพื้นที่ใกล้กับรัฐสภา เกียกกาย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 17 พ.ย. พ.ต.อ.กฤช กัญชนะ ผกก.สน.เตาปูน พ.ต.ต.จำลอง สาดสูงเนิน สว.สส. สน.เตาปูน ร่วมกับกำลังทหาร ม.พัน. 1 รอ.จับกุมนายกษิดิส หรือป้อง ลีลามุกตานันท์ อายุ 35 ปี ชาว กทม.พร้อมของกลางปืนสั้นแบบลูกโม่ สมิทแอนด์-เวสสัน .357 ทะเบียน กท 54283563 พร้อมกระสุนปืน .38 และ .357 อย่างละ 5 นัด สืบเนื่องจากนายกษิดิส เดินทางมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มปกป้องสถาบันฯ คอยสังเกตการณ์กลุ่มราษฎรและหาข่าว นำปืนติดตัวมาซ่อนไว้ที่ริมรั้วปากทางเข้าวัดใหม่ทองเสน ถนนทหาร แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. ผู้ต้องหาถูกจับกุมได้หลังเกิดเหตุปะทะกันของ 2 กลุ่ม จากนั้นนายกษิดิสไปเอาปืนในถุงพลาสติกแบบซิปที่ซ่อนไว้ จึงถูกเจ้าหน้าที่จับกุม สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ก่อนคุมตัวส่ง สน.เตาปูน ส่งปืนให้ตำรวจ พฐ.ตรวจสอบว่า ปืนได้ใช้ก่อเหตุยิงตอนช่วงปะทะกันบริเวณแยกเกียกกายหรือเกี่ยวข้องกับคดีอื่นหรือไม่

พฐ.ตรวจรูกระสุนรถบัส ตชด.

ต่อมาเวลา 00.10 น. วันที่ 18 พ.ย. ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานกลาง เข้าตรวจสอบรถบัสของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บก.ตชด.) ทะเบียน ตราโล่ 13465 ที่จอดอยู่ตรงบริเวณริมถนนทหารแยกเกียกกาย เนื่องจากมีร่องรอยของกระสุนปืนเข้าที่บริเวณด้านหน้ารถออกด้านท้ายรถฝั่งขวา เพื่อตรวจหาวิถีกระสุน และหาพยานวัตถุในที่เกิดเหตุ ทั้งปลอก กระสุนหัวกระสุน นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่อีโอดีได้ลงพื้นที่ตรวจด้านหน้าอาคารรัฐสภา และบริเวณโดยรอบ ตรวจหาวัตถุต้องสงสัย เบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดปกติ

ตร.ยันใช้กฎหมายเท่าเทียมกัน

ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. แถลงว่า การกระทำของตำรวจมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของ บช.น.ควบคุมการปฏิบัติตลอดเวลา ตามกฎหมาย ตามระเบียบที่เกี่ยวข้องและตามหลักสากล ตำรวจเป็นคน กลางไม่ใช่คู่ขัดแย้ง ดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุมทั้ง 2 ฝ่ายตามกฎหมายโดยเท่าเทียมกัน ขณะที่ พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.กล่าวว่า ส่วนประเด็นการใช้สารเคมีฉีดสกัดม็อบเป็นไปตามมาตรฐานสากล การผสมสารเคมีในน้ำเป็นไปตามระบบ ตามมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิต ส่วนสีไม่ใช่สาระสำคัญของสารเคมี มีทรัพย์สินทางราชการที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ โดยเบื้องต้นมีรถฉีดน้ำเสียหาย 4 คัน รถน้ำ 2 คัน รถควบคุมผู้ต้องหา 2 คัน รถบัส 3 คัน รถตู้ 13 คัน รถกระบะ 3 คัน และรถอเนกประสงค์ 3 คัน

ผลตรวจ สน.บุคคโลไม่เอี่ยวยา

พล.ต.ต.ยิ่งยศ ยังกล่าวถึงกรณีการปล่อยข่าวปลอมให้ร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า การนำภาพยาเสพติดอยู่ใน สน.บุคคโลไปเผยแพร่ตามสื่อโซเชียลต่างๆ ผบช.น.สั่งการให้ พ.ต.อ.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ รอง ผบก.น.8 นำตัวตำรวจทั้ง 7 นายของ สน.บุคคโล ส่งพนักงานสอบสวน สน.บางโพ ตรวจยาเสพติด ผลการตรวจเป็นเนกาทีฟ และเพื่อความมั่นใจยังส่งตัวไปตรวจเพิ่มเติมที่ รพ.วชิระ ผลการตรวจเหมือนเดิม จากนี้ตำรวจทั้ง 7 นายเตรียมไปแจ้งความกับ บก.ปอท.เพื่อหาบุคคลที่เป็นผู้เผยแพร่ข่าวปลอมชิ้นนี้ออกมา อีกทั้ง ผกก.สน.บุคคโล ได้แจ้งความร้องทุกข์ในกรณีที่ทรัพย์สินของตำรวจสูญหาย และทรัพย์สินราชการเสียหาย จากนี้ต้องตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่า ยาเสพติดมาอยู่ในรถตำรวจได้อย่างไรเพราะน่าเชื่อได้ว่าวัตถุเหล่านั้นมาอยู่ในรถภายหลัง

รถฉีดน้ำ อคฝ.พังส่งซ่อมทั้งคัน

ที่กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (บก.อคฝ.) เวลา 14.00 น. พ.ต.ท.ศรายุทธ อรุณฉาย รอง ผกก.อคฝ.1 ร.ต.อ.พีรวุฒิ ใหม่อ่อง รอง สว.งาน 3 กก.6 บก.จร.และเจ้าหน้าที่ตำรวจงานช่างเครื่องงานตรวจพิสูจน์กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) เข้าสำรวจความเสียหายยานพาหนะของตำรวจ บก.อคฝ. ทั้งหมด 6 คัน แบ่งเป็นรถฉีดน้ำแรงดันสูง 3 คันรถน้ำสำหรับเติมน้ำ 2 คัน อีกคันเป็นรถควบคุม ผู้ต้องขัง ทั้งหมดถูกกลุ่มผู้ชุมนุมราษฎรทุบทำลายระหว่างการชุมนุมที่รัฐสภา จากการตรวจสอบเบื้องต้น ด้วยตาเปล่าพบว่าความเสียหายหลักๆอยู่ที่ถังน้ำมันซึ่งถูกกรอกทราย และเศษขยะใส่จนเครื่องยนต์เสียหาย รวมถึงภายในรถยังมีแผงวงจรระบบควบคุมการฉีดน้ำไฟฟ้าถูกราดน้ำใส่จนช็อตเสียหายและตัดสายไฟทิ้งทั้งหมด หากส่งซ่อมแซมต้องเดินระบบใหม่ทั้งคัน

ศูนย์เอราวัณเผยผู้ชุมนุมถูกยิง 6 ราย

ที่ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กทม.รายงานจำนวนผู้บาดเจ็บจากเหตุชุมนุมเมื่อวันที่ 17 พ.ย.รวมทั้งสิ้น 55 ราย เข้ารับการรักษา ดังนี้ รพ.วชิร-พยาบาล 37 ราย รพ.พระมงกุฎฯ 5 ราย รพ.พระรามเก้า 4 ราย รพ.ราชวิถี 4 ราย รพ.รามาฯ 1 ราย รพ.เพชรเวช 1 ราย รพ.กลาง 1 ราย รพ.เลิดสิน 1 ราย และ รพ.มิชชั่น 1 ราย อาการผู้บาดเจ็บเป็นอาการป่วย 4 ราย บาดเจ็บ 51 ราย แบ่งเป็นแก๊สน้ำตา 32 ราย ถูกยิง 6 ราย อื่นๆ อาทิ แผลลวดหนาม แผลถูกตี 13 ราย ในจำนวนนี้นอนพักรักษาตัว 4 ราย

ม็อบราษฎรแห่ปิดราชประสงค์คึกคัก

ด้านการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มราษฎร ที่นำโดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ และนายอานนท์ นำภา เป็นแกนนำ ที่แยกราชประสงค์ เพื่อยกระดับข้อเรียกร้อง และเรียกร้องความเป็นธรรมให้แนวร่วมที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนยิงแก๊สน้ำตาใส่ขณะเดินขบวนไปปิดล้อมรัฐสภา เมื่อวันที่ 17 พ.ย. มวลชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นักศึกษา และประชาชน ทยอยเดินทางมารวมตัวบริเวณแยกราชประสงค์ ฝั่งหัวมุมห้างเซ็นทรัลเวิลด์ และพื้นที่ใกล้เคียงตั้งแต่เวลา 14.00 น. กันอย่างคึกคัก

เปิดฉากโห่ไล่ ผกก.ประกาศห้ามชุมนุม

จากนั้นเวลา 15.50 น. ผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร ได้ลงถนนเพื่อปิดสี่แยกราชประสงค์ ทำให้ต้องมีการปิดการจราจรถนนราชดำริ ตั้งแต่หน้าโรงแรมไฮแอทเอราวัณ จนถึงแยกประตูน้ำ และถนนพระราม 1 ตั้งแต่แยกชิดลมไปจนถึงแยกเฉลิมเผ่าไปโดยปริยาย จากนั้น พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง ผกก.สน.ลุมพินี ได้เข้ามาเจรจากับการ์ดผู้ชุมนุมเพื่อขอให้เปิดทางจราจรสำหรับระบายรถ พร้อมกับนำประกาศคำสั่งเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ มาแจ้งให้กับตัวแทนการ์ดผู้ชุมนุมให้เลิกการชุมนุมในเวลา 16.15 น.แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ระหว่างที่มีการอ่านคำสั่งเจ้าพนักงาน มวลชนต่างตะโกนขับไล่ และด่าทอว่า เป็นขี้ข้าเผด็จการเป็นระยะๆ ขณะที่บางส่วนระบุว่าเพราะเราไม่ได้ใส่เสื้อเหลืองใช่หรือไม่จึงชุมนุมไม่ได้ ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมชุมนุมครั้งนี้จะได้รับแจกธงชาติเยอรมนีเพื่อสร้างสีสันให้ที่ชุมนุม ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ค้าเริ่มตั้งร้านค้ากระจายอยู่เต็มพื้นที่ชุมนุม และมีสื่อมวลชนเข้าพื้นที่ทำข่าวจำนวนมาก

“ชินวัตร” ปลุกปีใหม่ฉลองชัยชนะ

ต่อจากนั้น มีแกนนำนักศึกษาสลับกันขึ้นปราศรัยโจมตีรัฐสภาที่มีมติไม่รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ โจมตีรัฐบาลกับ ตร.ที่ปฏิบัติ 2 มาตรฐาน ปล่อยให้กลุ่มคนเสื้อเหลืองใช้กำลังความรุนแรงทำร้ายนักศึกษาและประชาชนแนวร่วมกลุ่มราษฎร รวมถึงตำรวจที่ใช้ความรุนแรงกับกลุ่มตนเอง โดยนายชินวัตร จันทร์กระจ่าง แกนนำกลุ่มเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ขึ้นปราศรัยว่า ขอให้ประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแลความปลอดภัยในการชุมนุม เท่าที่ทราบเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมรถฉีดน้ำแรงดันสูงไว้หลายคัน วันนี้ถ้าออกมาก็จะสู้กับรถจีโน่อีกครั้ง และเชื่อว่า ในช่วงปีใหม่นี้ประชาชนจะออกมาชุมนุมฉลองชัยชนะแน่นอน

คนทะลักบุกถึงหน้า ตร.เป้าหลัก

ต่อมาเวลา 16.30 น. น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล นายภานุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง เดินทางมาสมทบกับมวลชนราษฎรที่แยกราชประสงค์ท่ามกลางการคุ้มกันเข้มของการ์ดผู้ชุมนุม ขณะเดียวกันเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ได้ทยอยมาร่วมชุมนุมมากขึ้นเรื่อยๆจนบางส่วนได้ขยายพื้นที่ชุมนุมไปจนถึงบริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีการนำเป็ดยางเหลืองที่ใช้เป็นเกราะกำบังน้ำแรงดันสูงมาเตรียมไว้พร้อม อีกส่วนก็ลงมือพ่นสเปรย์เขียนข้อความขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โจมตี ส.ส. ส.ว.ที่ไม่รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ โจมตีตำรวจที่ใช้ความรุนแรงกับกลุ่มราษฎร ลงบนพื้นถนนพระราม 1 และหน้าป้ายตร.ที่กำแพงรั้ว ตร.

“ไมค์” เดินนำมวลชนเข้าปิดล้อม

กระทั่งเวลา 19.00 น. นายภานุพงศ์ได้นำมวลชนเคลื่อนขบวนตามไปสมทบมวลชนที่หน้าตร.โดยเดินนำรถซาเล้งสองคัน และมีการนำห่วงยางรูปเป็ดเหลืองที่เตรียมเป็นโล่ป้องกันเจ้าหน้าที่ใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงมาด้วย รวมทั้งมีการนำรถ 6 ล้อ สีเขียวบรรทุกน้ำเตรียมไว้ 1 คันเพื่อใช้สูบสีน้ำฉีดเข้าไปใน ตร.เป็นเชิงสัญลักษณ์ตอบโต้ที่ถูกฝ่ายตำรวจฉีดน้ำสลายการชุมนุม บริเวณด้านหน้า รัฐสภา เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยขบวนของนายภานุพงศ์ ไปปักหลักปิดประตูทางเข้า-ออกของ ตร.ฝั่งถนนอังรีดูนังต์

ตร.ระดมกำลังป้องที่ตั้งแน่นหนา

ขณะที่ภายใน ตร. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เสริมแนวลวดหนามหีบเพลงเพิ่มเติมจากเดิมที่มีอยู่วางไว้ตลอดแนวรั้วโดยรอบ ขนแท่งปูนแบริเออร์ 3 คันรถ มาตั้งปิดกั้นจุดที่อาจมีการเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ชุมนุม ส่วนประตูทางออกฝั่งถนนพระรามที่ 1 เจ้าหน้าที่ได้นำรถฉีดน้ำแรงดันสูง 2 คัน พร้อมนำรถเครื่อง Long Range Acoustic Device (LRAD) เพื่อส่งคลื่นเสียงรบกวนดังถึง 151 เดซิเบล ใช้ผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมแทนแก๊สน้ำตาและยิงกระสุนยางรวมถึงรถบรรทุกสิบล้อขนดินมาจอดยกดัมพ์ปิดประตูทางเข้า-ออกทั้งหมด และให้เข้า-ออกทางเดียวประตูฝั่งถนนอังรีดูนังต์โดยตรวจรถเข้าออกอย่างเข้มข้น พร้อมกับวางกำลังตำรวจจากกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (อคฝ.) กระจายกำลังประจำจุด 14 กองร้อยนับพันๆคน มีคำสั่งให้ข้าราชการ ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ภายใน ตร.ออกจากพื้นที่ก่อนเวลา 14.00 น. นอกจากนี้ยังมีการจัดกำลัง อคฝ.ไว้อีก 6 กองร้อย แบ่ง 3 กองร้อยไปดูแลเขตพระราชฐานอีก 3 กองร้อย ที่เหลือจะดูแลบริเวณโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

นัด 25 พ.ย. พบกันหน้า สนง.ทรัพย์สินฯ

ต่อมา เวลา 20.00 น. แกนนำราษฎรประกาศให้ผู้ชุมนุมร่วมกันสาดสีใส่ ตร.แต่ห้ามปีนเข้าไปด้านใน ตร.จากนั้นผู้ชุมนุมพากันระดมสาดสี พ่นสี ขว้างกระป๋องสี และก้อนหิน เข้าไปภายใน ตร.จำนวนมาก ทำให้กำแพงเลอะเทอะไปด้วยสีจนดูไม่ได้ ต่อจากนั้น แกนนำ ได้ประกาศนัดผู้ชุมนุมไปพบกันที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ในวันที่ 25 พ.ย. หลัง จากนั้นจะนัดชุมนุมทุกวันจนกว่าจะได้รับชัยชนะ ก่อนที่แกนนำประกาศยุติการชุมนุมในเวลา 20.20 น.

จ่อแจ้งจับม็อบทำลายทรัพย์ตำรวจ

เมื่อเวลา 20.30 น. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงเวลา 16.00 น. ผู้ชุมนุม กลุ่มคณะราษฎรเริ่มเข้าพื้นที่แยกราชประสงค์ ทาง สน.ลุมพินี แจ้งให้กลุ่มผู้ชุมนุมยุติการชุมนุมแต่ไม่เชื่อฟังคำสั่ง ทางตำรวจได้ไปยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อให้ยุติการชุมนุม กระทั่งเวลา 20.04 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้ขว้างปาสิ่งของเข้ามาภายใน ตร.เกิดความ เสียหายขึ้น บริเวณป้าย ตร. รวมถึงทรัพย์สินต่างๆยังต้องตรวจสอบว่ามีอะไรบ้าง จากนั้นจะให้ผู้รับมอบ อำนาจไปแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำ ความผิด ส่วนกรณีการยิงเลเซอร์เข้ามาใน ตร.เป็น ประเด็นที่ต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อน

ไทยภักดีจี้กลุ่มราษฎรหยุดยั่วยุ

วันเดียวกัน กลุ่มไทยภักดี ออกแถลงการณ์ผ่านเพจ “ไทยภักดี ประเทศไทย” ระบุว่า กลุ่มไทยภักดี ดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนกฎหมาย ขออนุญาตและพื้นที่อนุญาตให้ชุมนุม ในทางตรงกันข้าม ม็อบคณะราษฎรนอกจากไม่ได้ขออนุญาตแล้วยังชุมนุมยั่วยุให้เกิดความรุนแรง ทุกอย่างเตรียมการมาอย่างดี เช่น การใช้ถ้อยคำ “มึง” กับสถาบัน จัดเตรียมบอลลูนติดแผ่นป้ายด่าสถาบัน ซาเล้งเครื่องเสียงเพื่อเคลื่อนตัวสะดวก ระเบิดควัน หรือแม้แต่การใช้อาวุธ พยายามฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ ทั้งๆที่ไม่เห็นความจำเป็น ถ้าบริสุทธิ์ใจที่จะเรียกร้องเรื่องรัฐธรรมนูญสามารถปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ยังพบว่ามีการยั่วยุ ทำร้ายประชาชนใส่เสื้อเหลือง สิ่งที่หลายฝ่ายกังวลใจคือข้อเรียกร้องที่จะนำไปสู่การล้มล้างสถาบัน นับวันจะมีแรงต้านจากประชาชนมากขึ้น แทนที่จะตระหนักกลับยิ่งยกระดับการยั่วยุหวังไปสู่การจลาจล การวินาศกรรม และจบด้วยสงครามประชาชน

สธ.สั่งทุก รพ.สแตนด์บาย

นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์หลังประชุมเตรียมความพร้อมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (EOC) รองรับสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองว่า นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ.กำชับให้ศูนย์ฯติดตามและเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมสั่งการให้สถานบริการในเขตปริมณฑล และจังหวัดที่มีการชุมนุมให้เตรียมความพร้อมทั้งบุคลากร ยา เวชภัณฑ์ ห้องฉุกเฉิน ห้องผ่าตัด ทีมเผชิญเหตุ และอื่นๆรองรับตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานภายในพื้นที่ กทม. หากได้รับการร้องขอ ประสานกับศูนย์เอราวัณ โรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์ โรงเรียนแพทย์ และมูลนิธิกู้ชีพกู้ภัยต่างๆอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลด้านการแพทย์และสาธารณสุขแก่ผู้ชุมนุมทุกฝ่ายอย่างดีที่สุด

เรียกพระเณรราษฎรกลับวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า กรณีมีสามเณรเข้าร่วมการชุมนุมกับม็อบราษฎร พระครูสิริปริยัตยานุกูล เจ้าอาวาสวัดดอนไชย อ.เชียงคำ จ.พะเยา วัดต้นสังกัดของสามเณรสหรัฐ สุขคำหล้า หรือสามเณร โฟล์ค ได้ทำหนังสือถึงสามเณร โฟล์ค ให้กลับมารายงานตัวที่วัดดอนไชย เนื่องจากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมและขัดต่อระเบียบของมหาเถรสมาคม เช่นเดียวกับ พระราชกิตติรังษี เจ้าอาวาสวัดเจียงอีศรีมงคลวราราม จ.ศรีสะเกษ ก็ได้มีหนังสือเรียกตัวพระชัษณุพงษ์ ชยนฺตธารี หรือหลวงพี่เอิร์ธ ให้กลับมารายงานตัวกับ เจ้าอาวาสด้วย

ม็อบ 18 พฤศจิกายน จากราชประสงค์ถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งหมด 16 ภาพ

สถานการณ์การชุมนุมของเครือข่าย "ม็อบราษฎร" วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 หรือ "ม็อบ 18 พฤศจิกา" ย้ำจุดยืนข้อเรียกร้อง 3 ข้อ โดยเริ่มมากันตั้งแต่เวลาประมาณ 16.00 น. ที่บริเวณแยกราชประสงค์ โดยมวลชนทยอยมาร่วมชุมนุมจนเต็มพื้นที่ และในเวลาประมาณ 1 ทุ่ม เริ่มเคลื่อนขบวนไปยังหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีการวางลวดหนามป้องกันพื้นที่ไว้ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมมีการนำเรือเป็ดมา บางกลุ่มได้พ่นสีบนพื้น และบางกลุ่มได้จัดกิจกรรมปิ้งย่าง "หมูกระทะ" หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกด้วย จากนั้นเวลาประมาณ 20.20 น.แกนนำประกาศยุติการชุมนุม (ภาพโดย เอกลักษณ์ ไม่น้อย, ชุติมน เมืองสุวรรณ, วัชรชัย คล้ายพงษ์)
อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ข่าววันนี้ชุมนุมม็อบ 18 พฤศจิกาชุมนุม 18 พฤศจิกายนม็อบวันนี้แยกราชประสงค์ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 27 มกราคม 2564 เวลา 04:30 น.