ส.ส.เพื่อไทย ดาหน้าลุกฉะ เกิดเหตุรุนแรงนอกสภาฯ ยังให้ประชุมต่อ “พรเพชร” แจง “ชวน” สั่งประชุมต่อ ด้าน “คำนูณ” จี้ ร่างฉบับประชาชนจ้องนิรโทษกรรม “ยิ่งชีพ” ลุกแจงไร้เจตนา
เมื่อเวลา 20.35 น. วันที่ 17 พ.ย. 2563 นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นหารือในที่ประชุมร่วมรัฐสภา ว่า ขณะนี้เหตุการณ์ภายนอกสภาฯรุนแรง มีการยิงกันเกิดขึ้นที่แยกเกียกกาย สถานการณ์น่าเป็นห่วง มีเสียงคล้ายปืนตลอดเวลามา 2 นาทีแล้ว ทางด้าน นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ชี้แจงว่า นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้ส่งหนังสือมาดำริว่าให้ดำเนินการประชุมต่อ จึงขอดำเนินการประชุมต่อ ทำให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นหารือหลายคน
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เหตุการณ์ยังรุนแรง แล้วเราจะนั่งประชุมกันต่อแล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอกได้อย่างไร ขณะที่ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย จะระบุต่อมาว่า เห็นจากข่าวหลายสำนักระบุ มี ส.ว. และ ส.ส.หลายคนนั่งเรือกลับไปแล้ว ไม่มีความรับผิดชอบ ดังนั้นหากคิดจะดำเนินการประชุมต่อ ให้เรียก ส.ว. และ ส.ส. ที่กลับไปแล้วกลับมา ตนไม่อยากให้มีการนับองค์ประชุม
ทางด้าน นายพรเพชร ชี้แจงยืนยันว่า นายชวน ให้ดำเนินการประชุมต่อ ส่วนจะไปต่อได้แค่ไหนค่อยมาแก้ปัญหากัน ถ้าจำเป็นก็อาจจะเลิกประชุม ทั้งนี้ การอภิปรายดำเนินไปต่อได้เพียงคนเดียว น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย หารืออีกว่า ตอนนี้รัฐสภาจะเฉยเมินหรือไม่แยแสไม่ได้ ตอนนี้รถพยาบาลนำคนเจ็บไปโรงพยาบาล ทั้ง 2 ฝั่งคือประชาชน กระสุนที่ดังขึ้นจะเป็นกระสุนจริง หรือกระสุนยาง ไม่ทราบได้ แต่ขอเรียกร้องให้ดูแลประชาชนทุกกลุ่มด้วย จากนั้น น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ หารือว่าขณะนี้ นายชวน และทีมงานได้เดินทางไปดูสถานการณ์ด้วยตัวเองแล้ว จึงอยากให้การประชุมดำเนินประชุมต่อ
...
จากนั้น นายคํานูณ สิทธิสมาน ส.ว. อภิปรายว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไอลอว์ฉบับนี้ถือเป็นร่างลูกผสม มีทั้งหลักการแก้มาตรา 256 ให้มี ส.ส.ร. กับหลักการให้แก้ไขรายประเด็นรวมทั้งสิ้น 10 ประเด็น ถ้ารับหลักการต้องรับทั้งหมด จะแยกรับเป็นบางประเด็นไม่ได้ ถ้าปรับแก้ไขเอาส่วนที่ตั้ง ส.ส.ร. แล้วแก้ในส่วนรายประเด็น จะกลายเป็นปัญหาว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ ปัญหาที่เกิดขึ้นคือมีประเด็นที่สมาชิกพูดพอสมควร คือเรื่องหลักการข้อ 9 ของร่างที่ยกเลิกกระบวนการสรรหากรรมการในองค์กรอิสระ และตุลาการในศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นที่มาของกรรมการชุดปัจจุบัน รวมทั้งอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย และคำที่ใช้คำว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้เป็นอันสิ้นผลไป ก็แปลว่าให้ยกเลิกพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น 7 ฉบับ ซึ่งตนขอเน้น 2 ฉบับใหญ่ คือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ตนพยายามใช้คำระมัดระวัง ไม่พูดถึงคดีใดเป็นการเฉพาะ แต่โดยภาพรวมแล้วนี่เป็นเสมือนการนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดฐานทุจริตตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทั้งหมดหรือไม่
ต่อมา นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้เสนอร่าง ชี้แจงว่า ร่างที่เสนอไม่ต้องการยกเลิกคดีความหรือนิรโทษกรรมให้ใคร วันนี้เรามีอำนาจแก้รัฐธรรมนูญแต่ไม่มีแก้กฎหมายประกอบแก้รัฐธรรมนูญ เราจึงเสนอให้ครอบคลุมไปก่อน ถ้าถามว่าผ่านวาระสองไปแล้วมีเจตนารมณ์อย่างไร เราไม่มีเจตนานิรโทษกรรมให้ใคร.