ในภาคอธิบาย “ความหมายดีๆ” ของ “เรื่องง่ายๆ” เรื่อง ศาสตราจารย์กับคนบ้า (หนังสือเรื่องง่ายๆ ความหมายดีๆ สุริย เทพ ไชยมงคล เรียบเรียง สำนักพิมพ์อินสไปร์ เครือนานมี พ.ศ.2553) เริ่มต้นว่า 

เราสามารถแยกได้ง่าย ว่าใครเป็นคนโง่ แต่แยกได้ยากยิ่งว่าใครเป็นอัจฉริยะหรือคนบ้า

พูดกันนาน ความแตกต่างระหว่างอัจฉริยะกับคนบ้านั้นห่างกันแค่เส้นบางๆ

จิตรกรแวนโก๊ะ คีตกรโมซาร์ท นักปรัชญา อิมมานูเอล คานท์ ล้วนแต่เคยมีความบกพร่องด้านทักษะทางสังคม มาก่อน

อาการนี้ เรียกว่า โรคแอสเพอร์เกอร์ซินโดรม โรคนี้ทำให้พวกเขามีพฤติกรรมไม่เหมือนคนอื่น

แต่ก็ทำให้ศักยภาพที่ไม่มีใครเทียบได้ ปรากฏออกมาด้วย

คนส่วนใหญ่จึงมักสงสัย ทำไม อัจฉริยะ จึงมีพฤติกรรมน่าขัน จนกล่าวกันว่า “ไม่มีอัจฉริยะใด ที่ปกติ”

เมื่อพิจารณาให้ดีๆคำพูดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ ดร.อัลแลนด์ สไลเดอร์ แห่งมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ได้ทดสอบหลายครั้ง จนได้ผลสรุปออกมาว่า

การระงับการทำงานส่วนใดส่วนหนึ่งของสมอง สามารถกระตุ้นศักยภาพทางสมองได้

ความจริงแล้ว ในโลกนี้มีคนมากมาย ที่มีความสุขกับการทำงานของเขามาก คนพวกนี้แสดงความกระตือรือร้น ที่ไม่เหมือนคนอื่น จนทำให้คนอื่นไม่เข้าใจ

และเพราะความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ กลายเป็นงานชิ้นเอกของโลก

จบคำอธิบายความหมายดีๆแล้ว ก็มาถึงเรื่องง่ายๆ

ศาสตราจารย์ทางจิตวิทยา ขับรถไปโรงพยาบาลผู้ป่วยทางจิต ตลอดวันเขาได้เห็นพฤติกรรมเหนือความคาดหมายหลากหลายรูปแบบ เขารู้สึกเหมือนได้เปิดโลกทัศน์ใหม่

เก็บข้อมูลได้เพียงพอแล้ว ศาสตราจารย์ก็เดินไปขึ้นรถ และพบว่าล้อรถล้อหนึ่งถูกถอดออกไป

...

“ฝีมือคนบ้าพวกนี้ แน่ๆเลย” ศาสตราจารย์รำพึงด้วยอารมณ์เซ็งๆ

ศาสตราจารย์เตรียมใส่ยางอะไหล่ โชคไม่ดี หัวขโมยเก็บนอตสำรองไปทุกตัว เมื่อไม่มีนอต ยางอะไหล่ ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

ขณะที่เขากำลังคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงต่อไป คนบ้าคนหนึ่งก็ผ่านมา ปากเขาฮัมเพลงที่ไม่รู้ว่าภาษาอะไร เขาหยุดร้องเพลงถามศาสตราจารย์ “เกิดอะไรขึ้น”

ศาสตราจารย์เซ็งมากเขาไม่อยากจะตอบ แต่ก็ตอบเพื่อรักษามารยาท

คนบ้าหัวเราะเสียงดัง แล้วบอกว่า “ผมมีวิธี”

แล้วอาสาเข้ามาช่วยเต็มตัว เอาล้ออะไหล่ใส่แล้ว เขาก็ถอดนอตหนึ่งตัว ในยางที่เหลือทั้งสาม แล้วเอามาใส่ยางอะไหล่

เป็นอันว่า ยางรถทั้งสี่เส้น ที่ใส่นอตสามตัวใช้ได้

ก่อนศาสตราจารย์จะสตาร์ตรถออก ท่านก็ถามอย่างประหลาดใจ “ทำไมคุณถึงคิดวิธีนี่ได้เล่า”

คนบ้าหัวเราะฮิๆ แล้วตอบว่า “ก็ผมเป็นคนบ้า ไม่ใช่คนโง่ นะครับ”

จบเรื่องเล่านี้ ผมคิดถึงวิธีแก้ปัญหาของรัฐบาล อย่างปัญหาเศรษฐกิจ คนละครึ่ง หรือช้อปช่วยชาติ

หลายคนมองว่า “อัจฉริยะ” แต่บางเรื่อง เช่นเรื่องการเมือง ตอนที่ฉีดน้ำไล่ม็อบเด็ก คนไม่น้อย ก็เห็นตรงกันว่า “แก้ปัญหา
แบบบ้าๆ”

อัจฉริยะเมื่อวันวาน ก็กลายเป็นปัญญานิ่ม คนบ้ากับอัจฉริยะและคนโง่ จึงอยู่ด้วยกันได้ ด้วยประการฉะนี้แล.

กิเลน ประลองเชิง