ผ่านไปแล้วครึ่งเดือน การเลือกตั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แต่ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ ใครคือผู้แพ้ และใครคือผู้ชนะ เนื่องจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งพรรครีพับลิกัน เจ้าของตำแหน่งไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ เพราะแพ้ไม่เป็น ทั้งยังกล่าวหาฝ่ายคู่แข่ง คือ นายโจ ไบเดน แห่งพรรคเดโมแครต ปล้นชัยชนะ

ถ้าเป็นการเลือกตั้งในประเทศประชาธิปไตยทั้งหลาย จะต้องประกาศผลแล้วตั้งแต่วันแรกๆ หลังการเลือกตั้ง ประเทศส่วนใหญ่ตัดสินกันด้วย “คะแนนเสียงประชาชน” แต่การเลือกตั้งผู้นำอเมริกันค่อนข้างซับซ้อน เพราะมีทั้ง “คะแนนเสียงประชาชน” และ “คะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้ง” และตัดสินด้วยคณะผู้เลือกตั้ง

ถ้าตัดสินด้วยคะแนนประชาชน ไบเดนจะเป็นผู้ชนะแบบฟ้าถล่ม เพราะเมื่อนับคะแนนถึงจุดหนึ่ง เขาคว้าไปถึงกว่า 74 ล้านคะแนน ได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้งไป 290 คะแนนเกิน 270 คะแนนที่เป็นหลักชัย ขณะที่ทรัมป์ได้เสียงประชาชนไม่เกิน 70 ล้าน ได้คณะผู้เลือกตั้ง 214 คะแนน แต่ทรัมป์เคยประกาศชัยชนะ ทั้งที่แพ้หลุดลุ่ย

สื่อมวลชนอเมริกันวิจารณ์พฤติการณ์ ของทรัมป์อย่างยับเยิน วิจารณ์ว่าทรัมป์เป็นผู้แพ้ ที่ทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ทำลายแม้แต่ระบอบประชาธิปไตยที่เคยทำให้นานาชาติยอมรับนับถือสหรัฐฯ ในฐานะอภิมหาอำนาจ ผู้นำโลกประชาธิปไตยกล่าวหาว่าทรัมป์ถือคติ “ถ้าข้าฯไม่ชนะ ก็ไม่ต้องมีผู้ชนะ” และนำประเทศสู่ปากเหวมรณะ

สี่ปีภายใต้การนำของประธานาธิบดี ทรัมป์ เจ้าของคำขวัญ “สหรัฐฯต้องมาก่อน” และ “จะทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง” กลายเป็นทำให้อเมริกาทรุด ขาดความเชื่อถือของประชาคมโลก เนื่องจากการถอนตัวจากสัญญาโลกร้อนปารีส ถอนตัวจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติ จากสัญญาการค้าเสรี และองค์การอนามัยโลก

ยิ่งกว่านั้น ทรัมป์ยังก่อความปั่นป่วนให้เศรษฐกิจทั่วโลกรวมทั้งไทย จากการประกาศสงครามการค้ากับจีน อภิมหาอำนาจอันดับ 2 ของโลก ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญ ส่วนภายในประเทศ ทรัมป์หมดสิ้นปัญญาที่จะปราบปรามการแพร่ระบาดของโควิด ทำให้อเมริกาเป็นแชมป์โลกติดเชื้อกว่า 10 ล้านคน เสียชีวิตกว่า 2 แสนคน

วงการธุรกิจไทยเชื่อว่า ถ้าประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ ชื่อโจ ไบเดน น่าจะทำให้การค้าและการลงทุนในไทยขยายตัวดีขึ้น แต่ประธานาธิบดีพรรคเดโมแครตมักจะเข้มงวด ให้ต่างชาติเคารพสิทธิมนุษยชน รักษาประชาธิปไตย และไม่ชอบเผด็จการ เคยตำหนิรัฐบาลไทยรุนแรง ในบางยุคบางสมัย เรื่องละเมิดเสรีภาพประชาชน.