"ผบ.ทสส." ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการปฏิบัติให้ "กองทัพเรือ" ชื่นชมศักยภาพ ประสิทธิภาพ และความพร้อมของ ทร. ในภารกิจป้องกันประเทศ การรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล โดยมี "ผบ.ทร." ให้การต้อนรับ
เมื่อวันที่ 13 พ.ย.63 ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เดินทางไปตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการปฏิบัติงานให้แก่ กองทัพเรือ โดยมี พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ให้การต้อนรับ
โดยการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ กองทัพเรือ ได้จัดให้มีพิธีการต้อนรับ ประกอบด้วย การวางพานพุ่มถวายสักการะพระอนุสาวรีย์พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ การรับความเคารพจากกองทหารเกียรติยศ และตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ จากนั้นได้ลงนามในสมุดตรวจเยี่ยมและรับฟังการบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานที่สำคัญของกองทัพเรือ
...
ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้กล่าวชื่นชมผลงานที่สำคัญของกองทัพเรือที่ได้ปฏิบัติจนเป็นที่ประจักษ์ในทุกภารกิจที่ได้รับมอบหมาย แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ประสิทธิภาพ และความพร้อมของกองทัพเรือ ภายใต้การนำของ ผู้บัญชาการกองทัพเรือ ในการปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศ การรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล รวมทั้งการสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาของประเทศ ทั้งยังมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนกองกำลังป้องกันชายแดน ในการปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศ ในการรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล โดยเฉพาะการปฏิบัติงานของศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.)
ผลงานที่สำคัญตามนโยบายของรัฐบาลอีกประการหนึ่งของกองทัพเรือคือ การสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก และการจัดกำลังสนับสนุนภารกิจของศูนย์อำนวยการลาดตระเวนและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย (ศอ.ยฐ.) ซึ่งผลการปฏิบัติที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดยังได้ชื่นชมนโยบายสำคัญของผู้บัญชาการทหารเรือ ในการพัฒนาขีดความสามารถกำลังรบ ทั้งด้านองค์บุคคล ด้านองค์ยุทธวิธี และด้านองค์วัตถุ เพื่อก้าวไปสู่การเป็นหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลที่มีบทบาทนำในภูมิภาค และเป็นเลิศในการบริหารจัดการ เป็นกองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ พัฒนาขีดความสามารถ เสริมสร้างความชำนาญสู่มาตรฐานความเป็นสากล อันเป็นเป้าหมายที่สำคัญซึ่งจะทำให้กองทัพไทยมีความพร้อมรบและสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป