"ม้วนเดียวจบ" นึกภาพออกไหม? ลงมติ รับหรือไม่รับ 7 ร่างแก้ไขรธน.

ข่าว

    "ม้วนเดียวจบ" นึกภาพออกไหม? ลงมติ รับหรือไม่รับ 7 ร่างแก้ไขรธน.

    ไทยรัฐออนไลน์

    16 พ.ย. 2563 06:45 น.

    • เปิดวิธีนับคะแนนลงมติ 7 ร่างแก้ไขรธน. ยัน "ไม่งง-แถมใช้เวลาน้อย"
    • ไขข้อข้องใจเหตุใดต้องกำหนดสีพิเศษให้ ส.ว.คงมติ ร่างแก้รธน.
    • ยื้อเวลา-ทำไมต้องยื่นถามศาลรธน. "รัฐสภาสามารถแก้รธน.ทั้งฉบับ" ได้หรือไม่?



    ถนนการเมืองทุกสายสัปดาห์นี้ แน่นอน ต่างจับจ้องไปที่ การลงมติ รับหรือไม่รับ ร่างแก้ไขรธน.ทั้ง 7 ฉบับ ของเหล่า ส.ส.-ส.ว. ซึ่งประเด็นดังกล่าวนับเป็น 1 ใน 3 เป้าหมายสำคัญของกลุ่มผู้ชุมนุมม็อบ "คณะราษฎร" ที่พุ่งเป้ากดดันรัฐบาล "บิ๊กตู่" 

    ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญกำหนดว่า ต้องได้รับความเห็นชอบด้วยเสียง ส.ว. 1 ใน 3 หรือ 84 เสียง เพื่อความรวดเร็ว เจ้าหน้าที่รัฐสภาจะดูขั้นตอนนับคะแนนด้วยการกำหนดสีพิเศษ เพื่อให้เห็นว่าจำนวน ส.ว.มีเท่าไร หากนับรวมกันหมดจะนับยาก และเพื่อความสะดวกรวดเร็ว หลังลงคะแนนของ ส.ว. เจ้าหน้าที่จะต้องมานับคะแนนอีกครั้ง กับการแยกใบขานชื่อ ส.ว.จากใบรายชื่อ ส.ส.

    งานนี้ วิธีการ "กำหนดสีพิเศษ" ระหว่างนับคะแนนของ ส.ส.และ ส.ว.คอการเมือง หลายคนฟังแล้วเชื่อแน่ว่า อาจจะยังนึกภาพไม่ออก ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ได้ไปสอบถาม นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา เพื่อชี้แจงถึงวิธีดังกล่าว แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร ลองไปตรวจสอบดูกัน 

    วิธีนับคะแนนลงมติ รับหรือไม่รับ ร่างแก้รธน.ทั้ง 7 ฉบับ สภากำหนดให้ทำอย่างไร? 

    นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า เริ่มต้นก็ขานชื่อเป็นรายบุคคล สมมติชื่อ "สมชาย" ก็แล้วกัน ขึ้นมาก็ระบุเลย "รับร่าง" แก้รธน.ฉบับที่ 1, "ไม่รับ" ร่างแก้รธน.ฉบับที่ 2, ร่างแก้รธน.ที่ 3 "งดออกเสียง" อะไรประมาณนี้ จนไปถึงร่างแก้ไขรธน.ฉบับที่ 7 เลย

    ทำไม? ต้อง "กำหนดสีพิเศษ" ให้กับการนับคะแนนลงมติให้ส.ว.

    ส.ว.สมชาย กล่าวว่า เพราะทั้ง ส.ส.-ส.ว. เจ้าหน้าที่จะใช้วิธีขานชื่อเรียงตามตัวอักษรพยัญชนะ  ไม่ได้แบ่งเป็นรายชื่อ ส.ส.-รายชื่อ ส.ว. เมื่อชื่อมันไม่ได้แยก พอเรียงแบบนี้มันก็อาจ "งง" ได้  ฉะนั้นวิธีแก้ "งง" ของ ท่านประธานรัฐสภา นายชวน หลีกภัย เสนอให้มีการแยกลงมติ เป็นการกำหนดให้มี ใบสีฟ้า สีเหลือง-สีเขียว เจ้าหน้าที่เขาก็ติ๊กไป อาจจะให้เจ้าหน้าที่ 2-3 ชุดมาทวนว่าตรงกันไหม อย่างหากกำหนดให้ใบสีแดงเป็นของ ส.ส. พอถึง ส.ว.เป็นใบสีเขียว ก็หยิบมาติ๊ก

    วิธีการลงมติ เจ้าหน้าที่จะขานชื่อ ส.ส.-ส.ว.ทีละคน แล้วแต่ละคนก็ลงมติ ร่างแก้รธน.ทั้ง 7 ฉบับ แบบ "ม้วนเดียวจบ"

    ในที่นี้สมมตินะครับ เป็นคุณกล้านรงค์ จันทิก ละกัน พอเจ้าหน้าที่ขานชื่อขึ้นมา ก็ให้ "ลงมติรวดเดียว" รับ หรือไม่รับ 7 ร่างแก้รธน.รวดเดียวเลย ส.ว.มี 250 คน เขาก็จะนับเลย วาระไหนบ้างในร่างแก้รธน. ร่างแก้รธน.ไหน ส.ว.ลงมติถึง 84 เสียงหรือยัง

    สมมติถ้าร่างแก้รธน.ฉบับที่ 1 มี ส.ว.ลงมติถึง 84 คะแนนก่อน ก็เป็นอันจบ แต่ถ้า ส.ว.โหวตได้แค่ 80 คะแนนก็ "ตก" ไม่ผ่าน หรือ ส.ว.โหวตได้ 100 คะแนนก็ "ผ่าน" ก็จะเป็นประมาณนี้

    ส่วนวิธีการโหวตจะเป็นลักษณะนี้ สมมติเจ้าหน้าที่ขานชื่อ "สมชาย แสวงการ" ปั๊บ ผม ก็จะบอกว่า ญัตติที่ 1 "เห็นชอบ"-ญัตติที่ 2 "ไม่เห็นชอบ"-ญัตติที่3 "เห็นชอบ"-ญัตติที่ 4 "ไม่เห็นชอบ" จะเป็นแบบนี้ เจ้าหน้าที่ เขาก็ติ๊กไปเรื่อยๆ จนครบ 7 ร่างฯ ก็จะใช้เวลารวดเร็วกว่า วิธีการนี้คำนวณมาแล้วว่าไม่ "งง" ดีกว่าแน่

    ยัน ถ้าใช้วิธีเดิม โหวตญัตติที่ 1 เสร็จแล้วค่อยมาโหวตญัตติที่ 2 ใช้เวลากว่า 10 ชั่วโมง ซึ่งมันจะนาน 

    แต่เดิมมีคนเสนอโหวตญัตติที่ 1 เสร็จ โหวตญัตติที่ 2 อันนี้นานกว่า รวมเวลาทั้งหมดกว่า 10 ชั่วโมง ถ้าเป็นแบบโหวตรวดเดียวเลย คนหนึ่งใช้เวลาสัก 40 วินาที รวมเวลาโหวตประมาณ 4 ชั่วโมง ทั้ง ส.ส.-ส.ว.ขึ้นมาปั๊บก็อ่านเลย เขียนไว้ในมือก็ได้ เจ้าหน้าที่อาจไม่ต้องถาม เราจะเป็นคนพูดเอง ยิ่งคนที่รับทั้ง 7 ญัตติเลยยิ่งง่าย ก็บอกไปเลย สมมติ ผมนาย....รับทั้ง 7 ญัตติก็จบเลย ประหยัดเวลาดีด้วย ก็จะเร็วขึ้น หรือนายสมชาย ไม่รับทั้ง 7 ญัตติ ก็จะเร็วขึ้น ง่ายด้วย

    ส.ว.หวั่น 17-18 พ.ย.ม็อบบุกล้อมสภา เลยไม่ขอโหวตช่วงกลางคืน 

    นายสมชาย กล่าวว่า อันนี้ไม่ต้องไปหวั่นเลย ม็อบมันมีอยู่แล้ว เพราะคราวที่แล้วตอนประชุมวันที่ 23-24 ก.ย.ที่ผ่านมา ส.ว.ประชุมกันที่ห้องประชุมพระสุริยัน มันก็มีม็อบมาล้อมจริง แล้วตอนนั้นม็อบเองก็มีการประกาศตามล่า ส.ว. วันนั้นอาจารย์มณเฑียร ท่านเป็น ส.ว.ตาบอด เอ่ยอ้างชื่อท่านได้ ปรากฏว่าวันนั้นเจ้าหน้าที่สภาไม่มีสักคน ผมเดินออกมาประตูหลังไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่เลย มีแต่กลุ่ม ส.ว.เดินเก้ๆ กังๆ กันเป็นแถว เพราะมีรายงานข่าวในตอนนั้นว่า ม็อบประกาศตรวจรถทุกคัน เพื่อตามหา ส.ว.

    "สมมตินะ วันที่ 17-18 พ.ย.นี้ ไม่ว่า ส.ว.จะรับร่างรธน. หรือไม่รับร่างรธน.ขึ้นมา ก็ไม่สมควรถูกกดดัน แบบนั้น แล้ววันที่ 17-18 พ.ย. ถ้าโหวต เราก็ว่า ถ้ากลางคืน เราไม่เห็นด้วย เพราะมีสภาพทุลักทุเลมาแล้ว ถนนหนทางที่เดินไปลงเรือเตรียมไว้ก็ขลุกขลัก อย่างผมอยู่สภามา เราชินกับม็อบทุกสี ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ท่านอื่นที่เป็นส.ว.ใหม่ ท่านไม่เคยเจอ ก็ห่วงความปลอดภัย" นายสมชาย กล่าว

    ส่งร่างแก้รธน.ให้ศาลวินิจฉัย ตั้งใจ "ยื้อเวลา" อย่างที่ม็อบ-ฝ่ายค้านกล่าวหาหรือไม่? 

    ส.ว.สมชาย กล่าวยืนยันว่า การยื่นเรื่องแก้รธน.ให้ศาลรธน.วินิจฉัย ไม่ได้เป็นการถ่วงหรือยื้อเวลา อย่างที่ อาจารย์วิษณุพูดนั่นล่ะ คือ แทนที่จะไปรอถึงสุดท้าย ทำเสร็จแล้วส่งศาล ศาลอาจพิจารณาว่า "ตกเลย" แล้วหากตอนนั้นเสียเงิน 3 พันล้าน ทำประชามติไปแล้ว ไม่แย่หรือ แต่ที่ผมยื่นศาลคราวนี้ต้องการแค่ข้อกฎหมาย แล้วผมกับไพบูลย์ (นายไพบูลย์ นิติตะวัน) ไม่ได้มาถ่วง ก็ทำคู่ขนานกันไป

    ยื่นศาลรธน.วินิจฉัยร่างแก้รธน.แล้ว ผลมันจะออกมาแนวทางไหนได้บ้าง 

    หนทางที่ 1 มีหลักการว่า ถ้ารับหลักการร่างแก้รธน.ก็ต้องส่งไปศาล ถ้าศาลไม่รับ ก็จบ ถูกไหม   

    หนทางที่ 2 ถ้าศาลเกิดรับวินิจฉัยร่างแก้รธน. เรามองว่ารัฐสภาเป็นองค์อำนาจเกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเกิดจากองค์สถาปนา ที่สังสัย คือ เขาเขียนในรธน.ว่า ให้แก้รธน.รายมาตรา และไม่ให้แก้ทั้งฉบับ แล้วเราจะให้มีการตั้ง สสร.มันจะถูกหรือไม่ เพราะว่าการแก้ไขรธน.รายมาตรา เป็นอำนาจของ กมธ.รัฐสภา ไม่ใช่อำนาจบุคคลอื่นที่สภาไปมอบให้

    "เราจึงมีคำถามว่า ถ้าสภารับร่างแก้รธน.ในวาระ 1 แล้ว เราไปตั้งสสร.มอบอำนาจแก้รธน.ให้คนอื่น (ตั้งสสร.) จะทำได้หรือเปล่า ทำไมไม่ตั้ง กมธ.ส.ส.-ส.ว.แก้รธน.เองล่ะ แต่ถ้าศาล รธน.วินิจฉัยว่ารัฐสภาสามารถมอบอำนาจได้ก็จบ แต่ถ้าศาลวินิจฉัยว่ารัฐสภามอบอำนาจให้คนอื่นไม่ได้ ส.ส.กับส.ว.ก็ต้องมาแก้เอง"ส.ว.สมชาย กล่าว...

    ซึ่งถ้าหากจะแก้รธน.เป็นรายมาตรา ก็ต้องใช้ส.ส.-ส.ว.เหมือนสมัยคุณอภิสิทธิ์แก้เรื่อง "บัตรเลือกตั้ง" หรือสมัยคุณยิ่งลักษณ์แก้เรื่อง "ที่มาของส.ว." อันนั้นก็ใช้สมาชิกรัฐสภานะ ไม่ได้ใช้คนนอกเลย ฉะนั้นมันมีความขัดในข้อกฎหมายเป็นที่สงสัย ผมก็เลยคุยกับคุณไพบูลย์ว่า งั้นเราส่งศาลรธน.วินิจฉัยดีกว่า เพื่อป้องกันปัญหาว่า มันจะมีคนยื่นศาลรธน.แน่ในภายหลัง จริงไหม ฉะนั้นเรายื่นศาลเองเสียดีกว่า ก็ทำคู่ขนานแล้วก็ให้สภาโหวตส่งศาล ศาลวินิจฉัยอย่างไรเราก็เคารพ

    และนี่คือเหตุผลทั้งหมดที่นำมาซึ่งการตัดสินใจยื่นศาลรธน.ให้วินิจฉัยประเด็น "รัฐสภาสามารถแก้ไขรธน.ทั้งฉบับได้หรือไม่"

    ซึ่งรัฐสภากำลังจะมีการเดินหน้ายื่นให้ศาลรธน.วินิจฉัยหลังวันที่ 18 พ.ย.นี้เป็นต้นไป ส่วนจะฟังขึ้นหรือไม่ หรือเป็นแค่เป็นความพยายาม "ยื้อเวลา" แก้รธน. อย่างที่ม็อบคณะราษฎร และฝ่ายค้าน กำลังพุ่งเป้า งานนี้ ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ 

    นั่นเพราะไม่อยากให้เกิด ปรากฏการณ์ซ้ำรอย "ทัวร์ลงสื่อ" อย่างที่หลายแห่งโดนกันมาแล้ว.

    แล้ว เมื่อวานที่ผ่านมา เฟซบุ๊กเพจ "เยาวชนปลดแอก" ก็ประกาศว่า "คณะราษฎร" นัดชุมนุมใหญ่ 17 พ.ย.นี้ ที่รัฐสภาเกียกกาย ล้อมสภา วันเดียวกับที่ พิจารณาร่างแก้รัฐธรรมนูญทั้ง 7 ร่าง

    ปฏิเสธไม่ได้ ที่ม็อบบุกไป...ก็เพื่อกดดันส.ส.-ส.ว.ในสภา ให้ผ่านร่างแก้รธน.แบบห้ามยื้อเอาไว้อีก...

    ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมอีกฝ่ายก็เคลื่อนไหวเช่นกัน ก็ไม่รู้ว่า 17 พ.ย.สถานการณ์จะเป็นเช่นไร

    มาถึงตรงนี้ บอกได้คำเดียว อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด !!! 

    ผู้เขียน :เดชจิวยี่

    กราฟิก :Varanya Phae-araya

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    แก้รัฐธรรมนูญspecial contentข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 15:45 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์