การเมืองใหญ่ สะเทือนท้องถิ่น เริ่มต้นเลือกตั้งการเมืองท้องถิ่นคือนายกและสมาชิก อบจ. ทั่วประเทศที่หยุดหายไปหลายปี เมื่อ คสช.เข้ามายึดอำนาจ พลันมาว่ากันใหม่ทำให้คึกคักกันพอสมควร มีผู้สมัครให้ความสนใจกันทุกจังหวัดทั้งในนามอิสระ กลุ่มท้องถิ่นและพรรคการเมืองระดับชาติ
แต่เนื่องจาก กกต. ได้ออกกฎระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งค่อนข้างจะเข้มงวด โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง
ด้วยข้อห้ามที่กลายเป็นรอยต่อระหว่างพรรคการเมืองกับผู้สมัคร
รวมถึงการห้าม ส.ส. ส.ว. และพรรคการเมืองหาเสียงให้ผู้สมัครจนทำให้มีเสียงบ่นทำนองว่าหยุมหยิมเกินไป
พรรคการเมืองที่ตั้งท่าจะกระโดดเข้าใส่เต็มตัวก็ต้องถอยห่าง เพราะเกรงจะผิดกฎหมาย จึงงดส่งผู้สมัครในนามพรรคโดยตรง
ขนาดพลังประชารัฐพรรคการเมืองใหญ่ ก็ประกาศไม่ส่งผู้สมัคร
คงไปเล่นกันในรูปแบบ “ใต้ดิน” มากกว่า
กลุ่มก้าวหน้าที่มีแกนนำสำคัญคือนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ซึ่งแปลงร่างมาจากอนาคตใหม่เป็นกลุ่มการเมือง
และประกาศเจตนารมณ์ด้วยการจุดพลุให้ความสนใจการเมืองท้องถิ่น ซึ่งจะส่งผู้สมัครในนามพรรคทั่วประเทศ
นั่นเท่ากับเป็นประเด็นที่น่าสนใจต่อการพัฒนาการเมืองจากระดับชาติไปสู่ท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ
พรรคการเมืองอื่นๆ จึงตื่นตัวและวางแผนที่จะร่วมขบวนด้วย
แต่เนื่องจากกฎกติกาที่ กกต. ประกาศออกมาเป็นระเบียบปฏิบัติไม่ค่อยจะเปิดกว้างหรือส่งเสริมการกระจายอำนาจอย่างจริงใจ โดยเฉพาะที่อ้างว่ากลัวพรรคการเมืองใหญ่จะเข้ามาครอบงำ
ก็เลยเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่ง
น่าเสียดายจริงๆ
แม้ทุกจังหวัดจะมีผู้สมัครด้วยบรรยากาศคึกคัก แต่ก็เป็นเรื่องของท้องถิ่นอย่างที่ผ่านมา แทนที่จะเป็นการเลือกตั้งที่มีความหมายต่อการเมืองระดับชาติ อันเป็นการยกระดับการเมืองไทย
ผู้สมัครจึงวนเวียนอยู่ในหมู่นักการเมืองท้องถิ่น เครือข่ายนักการเมืองระดับชาติ และบรรดานักการเมืองท้องถิ่นที่สังกัด “บ้านใหญ่” เป็นส่วนใหญ่
บางจังหวัดต่อสู้กันเองแบบ “ช้างชนช้าง” ให้ฮือฮากันบ้าง
ที่พูดถึงเรื่องนี้ก็เพราะมีการตั้งความหวังกันว่า จะทำให้การเมืองมีการยกระดับในด้านนโยบายและการพัฒนาท้องถิ่นอย่างเป็นระบบและวิสัยทัศน์ใหม่ๆ
ยิ่งบ้านเมืองเราเวลานี้ ซึ่งมีปัญหาความขัดแย้งในขั้นวิกฤติและลามไปถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นอย่างแยกไม่ออก
อย่างกรณีนายธนาธรเดินทางไปช่วยผู้สมัครในจังหวัดต่างๆ ก็เกิดกระแสต่อต้านไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่เสนอให้ปฏิรูปสถาบัน
มวลชนเสื้อเหลืองจึงออกมาชุมนุมต่อต้านลุกลามไปหลายจังหวัด
นั่นจึงทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งท้องถิ่นกร่อยไปโดยปริยาย และมีแนวโน้มที่จะนำไปสู่ความรุนแรงและมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนด้วย
สะท้อนความจริงทางการเมืองประเทศไทย.
“สายล่อฟ้า”