“บิ๊กตู่” ย้ำ ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 37 ความเข้มแข็งเป็นหนึ่งเดียวทำให้เราสามารถรับมือโควิด-19 ได้ พร้อมร่วมมือเสริมสร้างความสัมพันธ์ในด้านต่างๆ กับประเทศในอาเซียน
วันที่ 12 พ.ย. 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ภายหลังร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 37 ผ่านระบบการประชุมทางไกล ตามแนวคิดหลักการ “แน่นแฟ้นและตอบสนอง” (Cohesive and Responsive) ว่า ได้ย้ำถึงความเข้มแข็งและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของอาเซียน ทำให้เราสามารถรับมือกับการแพร่ระบาดและผลกระทบจากโควิด-19 ได้ รวมถึงได้เสนอประเด็นสำคัญๆ รวมถึงการร่วมเสริมสร้างความร่วมมือด้านสาธารณสุข สร้างความมั่นคงและการพึ่งพาตนเองด้านวัคซีน เพื่อให้วัคซีนโควิด-19 เป็นสินค้าสาธารณะ โดยไทยได้ร่วมมือด้านการพัฒนาวัคซีนกับภาคส่วนต่างๆ และพร้อมแบ่งปันไปยังประเทศสมาชิกอาเซียน ให้ใช้ประโยชน์จากกองทุนอาเซียน ตลอดจนพร้อมที่จะเป็นที่ตั้งของศูนย์อาเซียนด้านภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและโรคอุบัติใหม่
...
จากนั้นเป็นการประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน ครั้งที่ 23 เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับจีนในมิติต่างๆ โดยเฉพาะอนาคตทางเศรษฐกิจ ซึ่งอาเซียนและจีนต้องร่วมมือกันเสริมสร้างความแข็งแกร่งบนพื้นฐานของการพึ่งพาระหว่างกันทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้น
สำหรับการประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 23 ตนเองได้กล่าวถึงโอกาสที่อาเซียนและญี่ปุ่นจะได้เสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ไทยและอาเซียนยินดีต้อนรับนักลงทุนและนักธุรกิจญี่ปุ่น นอกจากนี้ เราพร้อมที่จะสานต่อความร่วมมือด้านปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการจัดการขยะทะเล ซึ่งสอดคล้องกับความร่วมมือระหว่างกรอบปฏิบัติการอาเซียนด้านขยะทะเลกับกรอบความร่วมมือ G20 ของญี่ปุ่นในเรื่องนี้.