ไลฟ์สไตล์
100 year

จับสัญญาณ ทบ.1 เตือน "ม็อบ" อย่าล้ำเส้น สะท้อน "ปฏิวัติ" ติดลบ

ไทยรัฐออนไลน์12 พ.ย. 2563 11:11 น.
SHARE
  • เสียงเตือน "ม็อบ" จาก "ผบ.ทบ." อย่าล้ำเส้น เขตพระราชฐาน
  • แกนนำม็อบดูแลไม่ทั่วถึง ต้องการนำไปสู่ความรุนแรง
  • ยืนยันไม่มีรัฐประหาร แต่การชุมนุมต้องอยู่ในกรอบข้อตกลง

เสียงเตือนอันทรงพลังจากผู้นำกองทัพ "บิ๊กบี้" พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ต่อ "ม็อบ" กลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎร 2563 ที่ประกาศชุมนุมใหญ่ ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อกดดันตามข้อเรียกร้อง 3 ข้อไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม แต่กลับเคลื่อนขบวนนำมวลชน โดยมีเจตนาพุ่งเป้าไปที่สถาบันหลักของชาติ จนเกิด "ล้ำเส้น" ในข้อตกลง

ข่าวแนะนำ

โดยฝ่ายความมั่นคงสะท้อนมุมมองว่า "ม็อบ" มีเจตนาที่ท้าทาย ด้วยถ้อยคำ การกระทำที่จาบจ้วง ล่วงเกิน กระทั่งมีสัญญาณจาก "กองทัพ" ในศูนย์ปฏิบัติการให้ส่งกำลังทหาร "มินเนี่ยน" ออกมาในชุดเสื้อสีเหลืองเพื่อช่วยรับมือร่วมกับฝ่ายตำรวจ

ขณะที่วอร์รูมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกที่มอนิเตอร์การชุมนุมของคณะราษฎร 2563 ทุกจุด ได้ประเมินสถานการณ์ทันทีหลังข่าวรายงานเข้ามา ทางกลุ่มม็อบเตรียมเคลื่อนขบวนโดยมีเป้าหมายยังพระบรมมหาราชวัง เพื่อสะท้อนไปถึงสถาบัน โดยไร้แกนนำหลักในการควบคุมดูแลผู้ชุมนุมจำนวนมาก และไม่สามารถที่จะบังคับให้อยู่ในกรอบข้อตกลงได้

วินาทีนั้นฝ่ายความมั่นคงจึงต้องตัดสินใจส่งกำลัง วางแนว ตามจุด เสริมสิ่งกีดขวางต่างๆ รวมถึงนำกำลังจากกองทัพเข้าสนับสนุนในแนวตำรวจ ขณะที่ทีมปฏิบัติการใต้ดินก็เริ่มเดินเกมเพื่อจะหยุดม็อบ และเจรจาในทางสายกลาง

ขณะเดียวกันกระแสเรียกร้องที่ส่งตรงมาถึงกองทัพจากคนบางกลุ่มที่ต้องการให้ทหารออกมา ใช้กฎหมายพิเศษ Shut Down ประเทศ เพื่อปกป้องราชวงศ์จักรี โดยมุ่งหวังเพื่อจะแก้ไขสถานการณ์ความขัดแย้งที่ลุกลามเป็นวงกว้าง และขยายตัวอย่างรวดเร็วไปทั่วประเทศ และต้องการให้หยุดม็อบที่ก้าวล่วงในสิ่งที่รัฐบาล ทหาร ตำรวจ จะรับได้

แต่ด้วยจุดยืนอันหนักแน่นของ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ที่ประกาศตั้งแต่หลังเข้ารับหน้าที่ ผบ.ทบ.คนที่ 42 ต่อจาก "บิ๊กแดง" พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ในเรื่องบทบาทหน้าที่ของทหารจะยึดและทำตามในกรอบรัฐธรรมนูญที่มอบไว้ โดยเฉพาะความคิดในเรื่องการปฏิวัตินั้นให้ถือว่าเป็นศูนย์

โดยเฉพาะปัญหาบ้านเมืองควรจะผ่านจุดนั้นได้แล้ว เพราะหากทำไปประเทศชาติก็มีแต่พัง และในทางกลับกัน หน้าที่ของทหารตามรัฐธรรมนูญ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ก็ย้ำไว้ชัดเจน พร้อมมองว่า สังคมไทยจะต้องอยู่กันได้บนพื้นฐานที่อย่าให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดสร้างเงื่อนไขปัญหาความขัดแย้งที่รุนแรง อยากให้ทุกคนร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งเหล่านี้ด้วยการขจัดเงื่อนไขต่างๆ เหล่านี้ให้หมดไปจากประเทศไทย

เพราะหากทหารจะทำการปฏิวัติ แค่คิดก็ติดลบ เพราะศูนย์ก็ไม่พอ แต่ทุกคนต้องช่วยกัน

"ผมเชื่อว่าทุกสถานการณ์ย่อมมีทางออก และการเมือง ต้องแก้ด้วยการเมือง เพียงแต่ขอให้ทุกคนมีสติ และมองกระจกให้รอบด้าน อย่ามองด้านเดียว ว่าควรจะทำอะไร ทุกอย่างต้องอยู่ในกฎเกณฑ์ ในกติกากฎหมายของบ้านเมือง พร้อมยืนยันโอกาสปฏิวัติไม่ใช่แค่ศูนย์ แต่ยังติดลบด้วย" พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวย้ำ

ความล่อแหลมของกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีเจตนา มีเป้าหมายต้องการสื่อให้กระทบถึงสถาบันโดยตรง มีการดูหมิ่น จาบจ้วง จึงเป็นสิ่งที่ฝ่ายทหารรับไม่ได้ในเส้นเปราะบาง โดยเฉพาะในการชุมนุมที่ผ่านมา การเคลื่อนตัวมวลชนที่มุ่งหน้าไปยังพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์และเคารพรักของคนไทยทุกคน จุดนี้เองที่ทำให้ฝ่ายทหารอดทนอดกลั้นไม่อยู่


สิ่งนี้ฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่าระหว่างที่เกิดเหตุการณ์ชุลมุน มีผู้ชุมนุมบางกลุ่มได้ตระเตรียม วางแผน เตรียมการที่จะก่อความรุนแรงจึงได้เดินปะปนมาในม็อบ โดย พล.อ.ณรงค์พันธ์ ยืนยันด้วยตัวเองว่า หน่วยข่าวทหารมีคลิปขณะม็อบโยนประทัดขว้างไปยังรถเมล์ที่เป็นแนวกั้นได้


"ผมมองว่ากลุ่มผู้ชุมนุมที่อาจดูแลกันไม่ทั่วถึง ที่มีบางพวกเตรียมการเพื่อต้องการให้เกิดความรุนแรง เพราะขณะเกิดเหตุความวุ่นวายทั้งแกนนำและการ์ดอาสาไม่สามารถที่จะควบคุมให้ชุมนุมโดยสันติได้ และหากมีการขว้างประทัดใส่วัดพระแก้ว ศาลหลักเมือง แล้วเกิดความเสียหาย ใครจะรับผิดชอบ หรือหากการบุกเขตพระราชฐาน เหมือนบ้านเรา อยากให้คนอื่นเข้ามาหรือไม่ บ้านเรา เราก็ต้องรัก ทหารจะต้องปกป้อง และหากเสียหาย ใครรับผิดชอบ เพราะกระทบความรู้สึกคนไทย" พล.อ.ณรงค์พันธ์ ระบุ

จะเห็นว่าการชุมนุมเบื้องต้นฝ่ายตำรวจ ได้เข้าไปพูดคุยเจรจากับแกนนำ การ์ด มาโดยตลอด ทุกอย่างจึงต้องให้ยึดถือตามกติกา แต่เมื่อม็อบออกนอกลู่ทาง ตำรวจ ทหาร ก็จะต้องมีการปรับยุทธวิธีในการรักษาสถานที่

เพราะเชื่อว่าการเตรียมการเพื่อให้เกิดการยั่วยุ จนนำไปสู่ขั้นรุนแรง เพื่อเหตุผลบางอย่าง ที่จะควบคุมได้ ของมวลชนที่มาจำนวนมาก โดยไม่รู้ว่ามีกลุ่มไหน พวกไหนบ้าง ที่มาปะปนของพวกหัวรุนแรง จนนำไปสู่การยากที่จะควบคุม

ดังนั้นการออกมาย้ำเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมของ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ที่พุ่งเป้าไปยังม็อบคณะราษฎร 2563 โดยตรง มีจุดประสงค์ที่อยากให้ทุกฝ่ายมีทางออกโดยสันติ ในส่วนม็อบควรจะชุมนุมในกรอบข้อตกลง ส่วนเจ้าหน้าที่ ก็จะทำหน้าที่ดูแลเพื่อให้เกิดความสงบในกรอบข้อกฎหมาย

วินาทีนี้ฝ่ายทหาร โดย ผบ.ทบ. ย้ำหนักแน่นตลอด ไม่รัฐประหารแน่ ประกอบกับท่าทีม็อบ 3 นิ้วก็เริ่มซาลง เหมือนมีการส่งสัญญาณที่ดีบางอย่าง

และถ้าหากทั้งสองฝ่ายรัฐบาลและม็อบคณะราษฎร ลดเงื่อนไขและหันมาเจรจา เพื่อหาทางออกบางทีเราอาจจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี จนนำไปสู่การแก้ไขบางอย่างเพื่อวินวินให้ทุกฝ่าย โดยไร้ความรุนแรงก็จะเป็นสิ่งที่ประเทศชาติต้องการ

แต่ในอีกมิติถ้าหากเป็นการสับขาหลอกของม็อบเด็ก เพื่อต้องการพักรบ แล้วนำมาสู่การชุมนุมเรียกร้องที่รุนแรงขึ้น และกระทบไปยังเบื้องสูง เราก็อาจจะได้เห็นทหารออกมาอีกครั้ง แล้วเมื่อนั้นไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองนี้.

ผู้เขียน : คชสีห์ 88

กราฟิก : Taechita Vijitgrittapong

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บิ๊กบี้special contentปฏิวัติเสียงเตือนม็อบกองทัพบกข่าวการเมืองข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 25 มกราคม 2564 เวลา 05:20 น.