"หมอตุลย์" แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี ดีเบต "สมยศ" แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย กรรมการสมานฉันท์ เปิดทางปรองดอง
วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 ในรายการถามตรงๆ กับจอมขวัญ ได้พูดคุยกับ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ หรือ หมอตุลย์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี และ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ถึงการตั้ง คณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ร่วมหาทางออก
ทั้งนี้ นายสมยศ กล่าวว่า ยังคงยืนยัน 3 ข้อเรียกร้องเดิม และไม่ขอเจรจากับคณะกรรมการสมานฉันท์ ส่วนตัวมองว่ายังไม่ใช่ทางแก้ปัญหาในขณะนี้ คาดว่าคงไม่ต่างกับอดีตที่ผ่านมา คือเป็นแค่เครื่องมือของการดำรงอยู่ของอำนาจที่ไม่ชอบธรรม
และในปัจจุบันมีการดำรงอยู่ของอำนาจที่ประชาชนไม่ไว้วางใจ และมองว่าการเข้าสู่อำนาจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธิ์ ไม่ชอบธรรม บริหารงานล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ทำตามสัญญาประชาคมที่ได้เคยหาเสียงไว้ และไม่รู้ว่าใครสมานฉันท์กับใคร
ขณะที่ หมอตุลย์ กล่าวว่า ตนเองยังไม่ได้พูดคุยกับกลุ่มเสื้อหลากสี แต่ส่วนตัวมองว่าถ้าเราแก้ไขได้ตรงปัญหาก็เป็นเรื่องดี ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ตนมองว่าเกิดจากการถือข้อมูลคนละชุด ฝ่ายผู้ชุมนุมจะมองว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหา ตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นปัญหา
สำหรับคำว่า การดำรงคงอยู่ของอำนาจที่ประชาชนไม่ไว้วางใจ และ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ทำตามสัญญาประชาคมที่ได้เคยหาเสียงไว้นั้น ต้องย้อนถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ มาหาเสียงด้วยหรือไม่ และเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ ในวันเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐได้ 9 ล้านกว่า แบบนี้เรียกว่าประชาชนไว้วางใจหรือไม่
นายสมยศ กล่าวอีกว่า การเข้ามาของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นการเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มที่ต้องการสืบทอดอำนาจเผด็จการ กติกาและกระบวนการไม่สามารถเป็นหลักประกันทางประชาธิปไตยได้ สิทธิเสรีภาพถูกคุกคาม รวมไปถึงการลงประชามติ นี่คือบรรยากาศของความไม่เป็นประชาธิปไตย และได้กฎหมายที่มาจากเผด็จการ
...
หมอตุลย์ กล่าวถึงการประเมินกลไกของคณะกรรมการสมานฉันท์ว่า ข้อเรียกร้องเป็นที่มาของความรุนแรง ถ้าย้อนไปถึงการชุมนุมของเยาวชนช่วงเดือนกรกฎาคม ที่ไม่มีข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสถาบัน ช่วงนั้นไม่มีการจับกลุ่ม ไม่มีความรุนแรง ดังนั้นการที่มีกฎหมายมาควบคุมเพราะภายหลังมีข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสถาบัน จากนั้นก็รุนแรงขึ้น ส่วนการสลายการชุมนุมที่เกิดขึ้น ก็เกิดเพียงวันเดียว และก็มีสาเหตุของการสลายการชุมนุม การชุมนุมหากไม่ผิดกฎหมายก็ไม่เป็นอะไร
นายสมยศ กล่าวถึงกรณีที่บอกว่า “การชุมนุมหากไม่ผิดกฎหมายก็ไม่เป็นอะไร” ว่า หลังจากมีการชุมนุม หลายคนโดนคดี ตนเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกดำเนินคดี ทั้งที่ขณะนั้นยังไม่มีข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสถาบัน และคดีเหล่านี้ก็เกิดขึ้นมานานแล้ว ซึ่งสุดท้ายแล้วส่วนใหญ่ศาลยกฟ้อง จึงได้ข้อสรุปว่ารัฐบาลนี้เป็นเผด็จการปิดกั้นการชุมนุมโดยใช้กฎหมายเป็นที่ตั้ง
หมอตุลย์ กล่าวถึงข้อเรียกร้องที่ 3 ของผู้ชุมนุมว่า ตนไม่แน่ใจว่าคนที่พูดว่า ถ้าจะลดระดับ 3 ข้อเรียกร้องจะให้เหลือเพียงข้อ 3 ข้อเดียว จึงมองได้ว่า ข้อเรียกร้อง 2 ข้อแรกเป็นเพียงเป้าหลอก ส่วนมาตรา 112 ไม่ได้มีไว้เพื่อลงโทษ แต่มีไว้เพื่อให้ผู้ที่รู้กฎหมายมีความยับยั้งชั่งใจไม่กระทำความผิด ถ้าคนไม่ทำผิดก็ไม่มีใครมาฟ้องได้
ตอนนี้มีคนจำนวนมากเหลืออดกับม็อบแล้ว แม้ตนจะควบคุมอารมณ์ได้แต่อีกหลายคนควบคุมไม่ได้แล้ว แต่ไม่อยากพาประเทศไปสู่ทางตัน ไม่อยากทะเลาะกัน เราอยากมีความรักสามัคคีกัน ดังนั้นขอแค่ไม่ละเมิดมาตรา 112 เรามาหาทางออกร่วมกันโดยมีคณะกรรมการรับฟังดีกว่า
นายสมยศ กล่าวว่า อยากให้มีการเปิดเวทีผ่านกลไกสภา เปิดพื้นที่ให้พูดปัญหากัน นี่จะเรียกว่าเป็นการสมานฉันท์.