วิธีผ่าทางตันในวิถีประชาธิปไตย

ข่าว

    วิธีผ่าทางตันในวิถีประชาธิปไตย

    หมัดเหล็ก

      6 พ.ย. 2563 05:01 น.

      ประธานรัฐสภา ชวน หลีกภัย ไปหารือกับ สถาบันพระปกเกล้า ที่มี วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้านำคณะเข้าร่วมหารือ จากนั้นออกมาเปิดเผยถึงรูปแบบของ คณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์ โดยรูปแบบที่ 1 มีผู้แทนจากฝ่ายต่างๆ รวม 7 ฝ่าย เช่น ส.ส.ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ตัวแทนฝ่ายรัฐบาล ตัวแทนวุฒิสภา และตัวแทนขององค์กรอื่นๆ รูปแบบนี้มีจุดอ่อนก็คือ ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเช่นฝ่ายค้านปฏิเสธที่จะเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย ก็ไม่ครบองค์ประชุม ทำไปทำมาก็จะมีแต่ฝ่ายรัฐบาล กับ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล องค์ประชุมล่ม แน่นอน

      รูปแบบที่ 2 มี คนกลางมาจากสองฝ่าย หรือจะให้ ประธานรัฐสภา เป็นคนสรรหา หรือตั้งคณะกรรมการ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าจะมีใครตอบรับบ้าง คนนอกจะอยากเข้ามาร่วมเป็นกรรมการหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่คาดการณ์ยาก ซึ่งองค์ประกอบของคณะกรรมการก็ไม่ควรจะมากเกินไปอยู่ระหว่าง 7-9 คนกำลังพอดี

      ตามข่าวยังอ้างว่า ประธาน ชวน ได้โทรศัพท์ไปทาบทาม คนที่จะมาเป็นกรรมการปรองดองในรูปแบบที่สองบ้างแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็น อดีตนายกฯ และ อดีตประธานสภา เช่น คุณอานันท์ ปันยารชุน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หรือ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปัญหาอยู่ที่ว่า อดีตนายกฯและอดีตประธานสภา จะสะดวกมาเป็นกรรมการให้หรือไม่เพราะแต่ละท่านก็เคยเป็นคู่กรณี ความขัดแย้ง จากวิกฤติการเมืองแต่ละห้วงเวลามาแล้วทั้งนั้น

      อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตจาก สถาบันพระปกเกล้า มีข้อกังวลเกี่ยวกับ องค์ประกอบที่ไม่สมดุล น้ำหนักจะเอียงไปทางรัฐบาล กรรมการ คนกลาง ก็จะไม่กลางอีกต่อไป แม้แต่กระบวนการจัดหา สรรหา กรรมการ จะถูกมองว่าเป็นการผูกขาด โอกาสที่ฝ่ายค้านจะไม่ร่วมสูง การหาตัวแทนของผู้ชุมนุมเป็นไปได้ยาก แกนนำแต่ละคนมีคดีติดตัวกันบานตะไท ปัญหาสำคัญที่สุดจะมีการยอมรับประธานคณะกรรมการและกรรมการแค่ไหน

      ข้อดีของการตั้งคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์ ก็คือ เป็นจุดเริ่มต้นที่จะผ่าทางตันของวิกฤติการเมืองในปัจจุบันตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย เพราะถ้าเกินเลยจากนี้ไปแล้ว จะเข้าสู่โหมดของความรุนแรงทันที

      ก็ไม่พ้นเรื่องของการยอมรับในความเห็นที่แตกต่าง เพื่อไปสู่ความสมานฉันท์ได้หรือไม่เท่านั้น ที่หนีไม่พ้นคือ การนิรโทษกรรม ให้กับ แกนนำการชุมนุม ที่ถูกดำเนินคดีก่อน จากนั้นนำเอาข้อเสนอของ คณะราษฎร และ องค์กรปกป้องสถาบัน มาวางไว้บนโต๊ะ ค่อยๆคุยกัน ในเป้าหมายเดียวกัน คือ ยอมรับฟังความเห็นซึ่งกันและกัน

      เอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง

      ในขณะเดียวกันต้อง ลดความขัดแย้ง ทั้งในอดีตและปัจจุบันโดยเฉพาะเรื่องของสถาบัน โดยไม่นำเอาความขัดแย้งทั้งในอดีตและปัจจุบัน มาเป็นสารตั้งต้นในการเจรจา แต่ เอาเรื่องของอนาคต มาว่ากัน ประเทศไทยคนไทยจะอยู่ร่วมกันอย่างไร บนมาตรฐานของความเป็นธรรม เท่าเทียมและเสมอภาค

      อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญเดียวกัน

      ต้องยอมรับว่าการพูดคุยระหว่างคนที่ต่างวัยเป็นเรื่องลำบาก ทั้งทัศนคติและความคิด จะเป็นอดีตนายกฯ อดีตประธานสภา ถ้าไม่ปล่อยวางเรื่องในอดีต เปิดใจรับเรื่องในอนาคต ผลสุดท้ายก็ไปจบที่ทางตันอยู่ดี.

      อ่านเพิ่มเติม...

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

        แท็กที่เกี่ยวข้อง

        คาบลูกคาบดอกหมัดเหล็กทางตันประชาธิปไตยชวน หลีกภัยสถาบันพระปกเกล้าสมานฉันท์

        คุณอาจสนใจข่าวนี้

        thairath-logo

        ApplicationMy Thairath

        ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
        Trendvg3 logo
        Sonp logo
        inet logo
        วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2564 เวลา 06:26 น.
        ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
        เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์