พอเห็นแนว อย่าแค่ซื้อเวลา หนทางหนึ่งที่จะคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งคือการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ แม้แรกๆดูจะกระท่อนกระแท่นไปบ้าง
แต่ด้วยความมุ่งมั่นของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนฯในการขับเคลื่อนจนพอจะมองเห็นภาพชัดเจนขึ้น
สถาบันพระปกเกล้าได้เสนอโมเดลออกมาเป็น 2 รูปแบบ คือ 1.ใช้ตัวแทน 7 ฝ่าย 2.ให้ประธานรัฐสภาแต่งตั้งคณะกรรมการ
จะใช้วิธีไหนขึ้นอยู่กับองค์ประกอบที่จะเข้ามาเติมเต็ม
เพราะแนวทางตั้งคณะกรรมการชุดนี้มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย หากเป้าหมายที่ต้องการให้เข้ามามีส่วนร่วมไม่เอาด้วยก็เดินหน้าไม่ได้
ล่าสุด ได้มีการทาบทามอดีตนายกรัฐมนตรี 3 คน คือ นายอานันท์ ปันยารชุน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ค่อนข้างจะมั่นใจได้ว่าเข้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหา
จากรูปแบบที่ว่ามานั้น เท่ากับว่าทุกอย่างเป็นเรื่องของสภาที่รับหน้าเสื่อไปทั้งหมด ไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาลแต่อย่างใด
เท่ากับเป็นข้อดีอย่างหนึ่งเมื่อมีการเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ ก็เท่ากับตัดประเด็นนี้ออกไป
เมื่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไม่ได้เกี่ยวข้อง ไม่มีอำนาจการเมืองเข้ามาเป็นกฎกติกา น่าจะเป็นการเปิดช่องให้มีความเป็นอิสระ
การเข้ามาร่วมไม่ว่าฝ่ายไหนก็จะไร้ซึ่งข้อกังขาและข้ออ้างได้
ปฏิกิริยาที่ตามมาคือนายสุทิน คลังแสง วิปฝ่ายค้านที่ให้ความเห็นว่าเมื่อรูปแบบเป็นอย่างนี้ การที่พรรคเพื่อไทยจะเข้าร่วมก็มีความเป็นไปได้ เพราะเป็นเรื่องของสภาไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาล
จริงอยู่แม้จะยังไม่ได้เป็นมติพรรค แต่เท่ากับว่าอย่างน้อยก็ยอมรับในแนวทางนี้ โอกาสที่จะเข้าร่วมมือกันจึงมากขึ้น
...
ประเด็นสำคัญที่สุดก็คือคณะกรรมการสมานฉันท์นั้นจะต้องได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย จึงจะเดินหน้าต่อไปได้
แต่ผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร ยอมรับกันหรือไม่...เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ที่มองข้ามไม่ได้ก็คือคู่ขัดแย้ง 2 ฝ่าย ที่จะต้องให้ความร่วมมือในการเข้ามาพูดจาเพื่อคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้น
เพื่อให้โต๊ะเจรจาเป็นทางออก
แม้จะยังไม่มีความชัดเจนจากกลุ่มผู้ชุมนุมว่าจะให้ความร่วมมือมากน้อยแค่ไหน แต่เท่าที่ฟังเสียงแล้วน่าจะเอาด้วย
เพราะเป็นทางเลือกที่น่าจะเป็นผลดีมากกว่าและยังสามารถที่จะหยิบยกข้อเรียกร้องมาพูดคุยกันได้
หากชุมนุมกันไปอย่างนี้ ก็เป็นได้เพียงแค่แรงกดดันยากที่จะเดินหน้าไปสู่เป้าหมายได้ มีแต่จะอ่อนล้าไปตามสภาพความเป็นจริง
ยิ่งแรงก็ยิ่งเจอแรงต้านสะท้อนกลับ
หากปล่อยให้สถานการณ์พัฒนาไปในลักษณะนี้ ที่มองเห็นข้างหน้าก็คือการเผชิญหน้าอันนำไปสู่ความรุนแรงได้
พูดง่ายๆว่าเป็น “ทางลง” ให้กับทุกๆฝ่าย.
“สายล่อฟ้า”