ไลฟ์สไตล์
100 year

ปล่อยแกนนำราษฎร63 "อานนท์" พร้อมอีก 4 แนวร่วม ศาลถอนหมายจับ "รุ้ง"

ไทยรัฐฉบับพิมพ์3 พ.ย. 2563 05:01 น.
SHARE

“ชวน” ทาบ 3 อดีตนายกฯ อดีตประธานรัฐสภาร่วมคณะ กก.สมานฉันท์ บีบเหลือ 2 โมเดล เฟ้น 7-9 กรรมการ พรรคร่วมฝ่ายค้านไม่รีบกระโจนรอดูโครงสร้าง บี้ “ประยุทธ์” ล้มเหลวไร้ความสามารถ ต้นตอปัญหาลาออกก่อน ค่อยเปิดโต๊ะเริ่มเจรจา “วิรัช” โวยอย่าดีแต่ตั้งเงื่อนไข “ไพบูลย์” ชงนายกฯสั่ง ครม.มีมติทำประชามติพ่วงเลือกตั้งนายก อบจ.ห้ามม็อบ 2 ปี “โรม” สวนทันควันถาม ปชช.ยกเลิกนิรโทษ คสช. ลากคอขึ้นศาลเอาด้วยไหม นายกฯนำ ครม.สัญจรสมุย-ภูเก็ต ย้ำยังไม่เห็นตัวเองทำผิดอะไรสักอย่าง ลั่นจะปรับเปลี่ยนอะไรต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ กติกา จับตาศาลปล่อยแกนนำคณะราษฎร ยกคำร้องฝากขัง ถอนหมายจับ “รุ้ง” สั่งปรับ 600 บาท “อานนท์” คดีฉายโฮโลแกรมอ่านประกาศคณะราษฎร ก่อนศาลอาญาสั่งปล่อยตัวพร้อม“สมยศ-เอกชัย-สุรนาถ-บุญเกื้อหนุน” พ้นเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เร่งหารือฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อเดินหน้าตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อหาทางออกให้กับประเทศ โดยมี 2 โมเดลเป็นทางเลือก ขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้านยังไม่ตอบรับเข้าร่วม พร้อมตั้งเงื่อนไข พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ต้องลาออกก่อนที่จะมีการเจรจา

ข่าวแนะนำ

“ชวน” เปิด 2 โมเดล กก.สมานฉันท์

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 2 พ.ย. ที่สถาบันพระปกเกล้า นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา แถลง ภายหลังการหารือเพื่อออกแบบโครงสร้างคณะกรรมการ สมานฉันท์ว่า เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าได้เสนอ 2 รูปแบบ คือ 1.มีตัวแทน 7 ฝ่าย มีจุดอ่อน หากฝ่ายใด ปฏิเสธไม่ร่วม องค์ประชุมจะไม่ครบ หรือคุยกันไม่นานอาจล่มได้ ถ้ามองผิวเผินจะมีแค่ฝ่ายรัฐบาลกับวุฒิสภาเป็นเสียงส่วนใหญ่น่ากังวล 2.มีคนกลางจากการเสนอของฝ่ายต่างๆหรือให้ประธานรัฐสภาสรรหากรรมการ แต่ไม่แน่ใจว่ากรรมการที่ไปทาบทาม จะรับหรือไม่ จะนำโครงสร้าง 2 รูปแบบนี้ไปประสานกับฝ่ายต่างๆ หรืออาจนำรูปแบบที่ 1 กับ 2 มาประสานกัน ที่เหมาะสมควรมี 7-9 คน ต้องไปถามตัวแทนฝ่ายต่างๆ หรือคนนอกจะเข้าร่วมหรือไม่ ต้องใช้คนไม่มาก ที่เหมาะสมควรมี 7-9 คน แต่มีประสิทธิภาพ เข้าใจปัญหา วันที่ 3 พ.ย.จะไปพูดคุยกับผู้นำฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเป็นการภายใน

ทาบอดีตนายกฯ-อดีต ปธ.รัฐสภาร่วม

นายชวนกล่าวว่า ได้ประสานผู้ใหญ่หลายคน เช่น อดีตนายกฯ 3 คน อดีตประธานรัฐสภา เสียงส่วนใหญ่พร้อมจะร่วมด้วยถ้ามีโอกาส ไม่อยากให้สื่อคิดว่าจะสำเร็จหรือไม่ เมื่อถามว่าจะเป็นประธานคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเองหรือไม่ นายชวนตอบว่า จะหารือกับอดีตนายกฯและอดีตประธานสภา รวมถึงบุคคลต่างจะมีใครสนใจเรื่องนี้บ้างจะเชิญมาร่วม อดีตนายกฯ 3 คนต่างห่วงบ้านเมือง พร้อมให้ความเห็น แต่อย่าเพิ่งกำหนดเวลาต้องใช้เวลาประสาน ตัวแทนผู้ชุมนุมถ้าเข้าร่วมด้วยจะเป็นประโยชน์มาก จึงให้เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าไปประสาน ไม่อยากให้นำเรื่องสถาบันเป็นเงื่อนไข เพราะตามรัฐธรรมนูญพระมหากษัตริย์ทรงเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะล่วงละเมิดมิได้ ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญเมื่อมีสัญญาณแรกจากนายกฯสนับสนุนมีแนวโน้มว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ

ห่วง กก.เอียงข้าง รบ.-ไม่ยอมรับ ปธ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถาบันพระปกเกล้าได้เผยแพร่เอกสารองค์ประกอบคณะกรรมการสมานฉันท์ระบุกรรมการที่เหมาะสมอยู่ที่ 7-9 คน รูปแบบที่ 1. ให้มีผู้แทนฝ่ายต่างๆจากผลการประชุมของรัฐสภา ให้มีกรรมการ 7 คน หรือ 5 คน ไม่รวมผู้ชุมนุมและผู้ต่อต้าน เพื่อลดการเผชิญหน้า มีข้อห่วงกังวลตัวแทน 7 ฝ่ายอาจมีองค์ประกอบไม่สมดุล น้ำหนักเอนเอียงเข้าข้างรัฐบาล ทำให้ไม่ได้รับความไว้วางใจ ฝ่ายค้านจะไม่เข้าร่วม รูปแบบที่ 2 มีคนกลาง ข้อดี ทำให้รัฐสภาเป็นพื้นที่แก้ปัญหาสำคัญของชาติ แต่มีข้อกังวลที่การยอมรับประธานและคณะกรรมการ

ฝ่ายค้านยึกยักร่วม กก.ปรองดอง

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมคณะกรรมการประสานพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชน (ฝ่ายค้านเพื่อประชาชน) หารือถึงสถานการณ์การเมืองและท่าทีพรรคร่วมฝ่ายค้านต่อการเข้าร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์ และการหาทางออกให้กับประเทศ ภายหลังการประชุม นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวว่า ยังไม่มีข้อเสนอที่เป็น รูปธรรม จึงไม่เห็นด้วยที่จะเข้าไปร่วมโดยไม่เห็นปลายทางว่าจะแก้ไขอะไร ปัญหาทั้งหมดขึ้นอยู่กับนายกฯที่ล้มเหลว ไร้ความสามารถทุกด้าน ทำให้เกิดการชุมนุมของนักเรียน นักศึกษา นายกฯต้องตัดสินใจลาออก หยุดคุกคามประชาชน เป็นจุดเริ่มต้นพูดคุยหาทางออกให้ประเทศได้ นายกฯคือปัญหา ยังโยนความรับผิดชอบให้สภาฯกับฝ่ายค้าน กำลังทำตัวถ่วงวิกฤติ ให้เลิกโยนปัญหาให้คนอื่นเสียที พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติกล่าวว่า มองไม่เห็นช่องทางประนีประนอมหรือยุติลงได้ ฝ่ายค้านยังไม่ได้บอกว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ ขอดูเนื้อหาสาระและโครงสร้างคณะกรรมการก่อน

บี้ถอดสลัก “บิ๊กตู่” ออกก่อนค่อยคุย

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฝ่ายค้านเห็นร่วมกันว่าปัญหาสำคัญครั้งนี้เกิดจากตัวนายกฯบริหารประเทศมา 5-6 ปีแต่ความขัดแย้งเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจล้มเหลว ตั้งกรรมการอะไรมาคงเปล่าประโยชน์ ต้องถอดสลักสำคัญประเทศ คือ พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกก่อน ก่อนหน้านี้กรรมการแต่ละชุดตั้งมาลักษณะนี้ไม่มีอำนาจ แค่ให้ข้อแนะนำรัฐบาลไม่เอาไปดำเนินการ ถ้าอยากคลี่คลายปัญหาประเทศ อันดับแรกต้องหยุดคุกคามประชาชนก่อน หากยังคุกคามจะคลี่คลายโดยคณะกรรมการอะไรคงไม่มีประโยชน์และสำเร็จยาก แต่ไม่เห็นด้วยถ้านายกฯเห็นแก่ตัวยุบสภา ต้องเลือกตั้งระบบเดิม ส.ว. 250 คนยังอยู่โหวตเลือกนายกฯเหมือนเดิมสวนคนจนไม่มีลด มีแต่พุ่ง

น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงรายงานวิเคราะห์ความยากจนของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ปี 2562 ที่ระบุความยากจนของคนไทยปี 2562 ลดลงเกือบ 2 ล้านคนจากมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยของรัฐบาลว่า เป็นภาพลวงตา มาตรการแจกเงินบัตรสวัสดิการทุกเดือนไม่ได้ก่อให้เกิดการจ้างงาน หากคนจนลดลงจริง เหตุใดการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) จึงระบุว่าจีดีพีไทยปีนี้จะติดลบ 6.5% ข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2562 ระบุว่าการจ้างงานแบบรายเดือนไม่เพิ่มขึ้น มีแต่แบบรายวันเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าประชาชนไม่ได้หลุดพ้นความยากจนจากมาตรการของรัฐ ยังสวนทางข้อมูลธนาคารโลกประจำประเทศไทยที่ระบุปี 2558-2561 อัตราความยากจนประเทศไทยเพิ่มจาก 7.21% เป็น 9.85% หรือเพิ่มจาก 4.85 ล้านคนเป็น 6.7 ล้านคน น่ากังวลประชาชนที่มีรายได้ลดลงเกือบแตะระดับเส้นความยากจนเพิ่มมากขึ้นถึง 5.4 ล้านคน ยังไม่รวมบัณฑิตจบใหม่ปี 2564 อีก 5 แสนคนที่เสี่ยงตกงาน และคนตกงานอีก 8.3 ล้านคน ตามการประเมินของธนาคารโลกที่รัฐบาลยังไม่มีมาตรการรองรับ

ฉะ “บิ๊กตู่” ทำคนจนเพิ่ม 3 จาก 6 ครั้ง

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การนำตัวเลขระยะสั้นปีต่อปีมาวิเคราะห์นำไปสู่การตีความคลาดเคลื่อน ได้ข้อสรุปผิดพลาด ขาดความรู้ความเข้าใจในการวิเคราะห์ด้วย ข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ประเทศไทยมีคนจนเพิ่มขึ้น 5 ครั้ง เป็นไปได้สูงที่จะมีครั้งที่ 6 จากวิกฤติโควิด ได้แก่ 1.ปี 2541 วิกฤติต้มยำกุ้ง 2.ปี 2543 ผลพวงต่อเนื่องวิกฤติต้มยำกุ้ง 3.ปี 2551 วิกฤติซับไพรม์ 4.ปี 2559 รัฐบาล คสช. 5.ปี 2561 รัฐบาล คสช. และครั้งที่ 6 คาดว่าปี 2563 จากวิกฤติโควิด รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บ่งชี้ว่าภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ คนไทยจะจนมากขึ้นถึง 3 ครั้งจาก 6 ครั้งมากกว่าผู้นำทุกคนของไทย 2 ครั้งช่วงรัฐบาล คสช.ปี 2559 และ 2561 ไม่ได้เกิดจากวิกฤติเศรษฐกิจ แต่เกิดขึ้นจากประสิทธิภาพของรัฐบาลโดยตรง

บลัฟรัฐประหารทำถูกตัดจีเอสพี

น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีสหรัฐอเมริกาตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) สินค้าไทยเพิ่มอีก 231 รายการ มูลค่า 25,000 ล้านบาท หลังเคยตัดไป 573 รายการเมื่อเดือน เม.ย.2563 รวมตัดไป 804 รายการ รวมมูลค่า 65,000 ล้านบาท ติดกัน 2 ครั้งในเวลาห่างกันไม่นาน สะท้อนว่ารัฐบาลสืบทอดอำนาจจากรัฐประหาร ไม่มีเครดิตเจรจาต่อรองการค้าในเวทีต่างประเทศ ตอกย้ำว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม และทีมเศรษฐกิจ ไม่เป็นที่น่าเชื่อถือ ไม่มีเครดิต ไม่มีพลังการเจรจาต่อรอง อีกทั้งสถานการณ์ประชาธิปไตยประเทศก็เลวร้ายจากการที่รัฐบาลคุมขังนักเรียน นักศึกษาที่เรียกร้องประชาธิปไตยทำให้ภาพลักษณ์ประเทศขณะนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย กระบวนการยุติธรรมมีปัญหา ส่งผลต่อการดึงดูดการลงทุนในอนาคต เสมือนเบี้ยตัวเล็กไม่มีความสำคัญในสายตาสหรัฐฯ ระยะยาว เมื่อเดือน เม.ย.2563 อ้างเพราะเศรษฐกิจไทยโตเร็ว วันนี้อ้างไทยไม่ยอมเปิดตลาดสุกรให้สหรัฐฯ รัฐบาลปัดความผิดออกจากตัวเองตลอด

“ไพบูลย์” ชงประชามติห้ามม็อบ 2 ปี

นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ขอเสนอทางออกแก้ปัญหาความขัดแย้งของประเทศขั้นรุนแรงโดยสันติ ให้ผู้มีสิทธิออกเสียง 52 ล้านคนร่วมตัดสิน จะเสนอให้นายกฯพิจารณาให้ ครม.มีมติจัดการออกเสียงประชามติถามประชาชนทั้งประเทศแทนยุบสภา เลือกตั้งใหม่ที่จะซ้ำเติมเศรษฐกิจมากขึ้น ให้ทำพ่วงพร้อมกับการเลือกตั้งสมาชิก อบจ.และนายก อบจ. ทั้ง 76 จังหวัดในวันที่ 20 ธ.ค. ส่วน กทม.จัดออกเสียง ประชามติอย่างเดียว จะเสนอตั้งคำถามดังนี้ “ท่านเห็นอย่างไร หากรัฐบาลใช้มาตรการกฎหมายขั้นเด็ดขาด ห้ามจัดชุมนุมทางการเมืองที่ฝ่าฝืนกฎหมายชุมนุมสาธารณะ และก้าวล่วงรัฐธรรมนูญมาตรา 6 ทำให้ กระทบความมั่นคง ปัญหาเศรษฐกิจ และเพื่อให้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจลุล่วง รัฐบาลจะเสนอมาตรการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด ห้ามชุมนุมการเมืองเป็นระยะเวลา 2 ปี นับจากวันออกเสียงประชามติ” หากประชาชนเห็นด้วยจะช่วยยุติปัญหาการชุมนุมการเมืองไประยะเวลาหนึ่ง เพียงพอที่รัฐบาลจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจพ้นวิกฤติโควิด-19

“วิรัช” โวยฝ่ายค้านตั้งเงื่อนไข

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ไม่น่าเกิน 1 สัปดาห์รูปแบบคณะกรรมการสมานฉันท์จะเห็นรูปร่างชัดเจน รัฐบาลไม่ขัดข้องจะใช้รูปแบบใดฝ่ายค้านไม่ได้ทำอะไรเลย คอยติว่าทั้งหมดทำถึงไหน ยิ่งตั้งเงื่อนไขว่านายกฯต้องลาออก หาก ส.ส.ย้อนกลับไปว่าฝ่ายค้านลาออกก่อนหรือไม่จะยุ่งไปใหญ่ อะไรเป็นเงื่อนไขเป็นไปได้ควรทำ อะไรเป็นเงื่อนไขเป็นความขัดแย้งอย่าไปทำ ตนเสนอไปแล้วว่านายกฯ ต้องอยู่ต่อเพื่อแก้ปัญหา ผู้ชุมนุมต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ของประเทศทั้ง 67 ล้านคน ถ้าให้นายกฯลาออกแล้วสภาเลือกกลับเข้ามาใหม่จะทำอย่างไร ส่วนที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลัง-ประชารัฐ เสนอทำประชามติให้ยุติการชุมนุม 2 ปี ยังไม่รู้เรื่องนี้ แต่หากจะถามว่าผู้ชุมนุมควรหยุดหรือไม่ก็สามารถทำประชามติได้

“วิษณุ” บอกพิลึกแต่เป็นไปได้

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯให้สัมภาษณ์ ถึงข้อเสนอของนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐให้รัฐบาลออก พ.ร.ก.ตั้งคำถามประชามติให้ไม่มีการชุมนุม 2 ปีเพื่อฟื้นเศรษฐกิจว่าไม่ทราบ ไม่เคยได้ยินมาก่อน พิลึก แต่มีความเป็นไปได้ มีการพูดในสภาก่อนหน้านี้ให้ตั้งคำถามไปพร้อมการเลือกตั้งนายก อบจ.แต่ไม่ทราบว่า กกต.จะทำหรือไม่เหลือเพียงเดือนกว่า รัฐบาลจะเสนอร่าง พ.ร.บ.ประชามติไปยังสภาฯสัปดาห์นี้คงต้องใช้ประมาณ 2 เดือน เราจะไม่ใช้ พ.ร.บ.ดังกล่าว มาทำเป็น พ.ร.ก.จะกลายเป็นมัดมือชก รัฐกำหนดกติกาเอง การทำประชามติเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญจะใช้ร่าง พ.ร.บ.ออกตามกระบวนการสภา ถ้าจะมีคำถามพ่วงขอให้กรรมการสมานฉันท์เป็นคนเสนอร่างมาและรัฐบาลจะออกเป็น พ.ร.ก.ให้อีกหนึ่งฉบับ เพื่อใช้ในวันที่ 20 ธ.ค.แล้วจบ คิดว่า กกต.คงไม่น่าจะแฮปปี้ ถ้าไม่ทันวันที่ 20 ธ.ค.ต้องใช้งบฯอีก 2-3 พันล้านบาท

“โรม” ท้าประชามติยกเลิกนิรโทษ คสช.

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ข้อเสนอนายไพบูลย์ว่า หลักประชาธิปไตยคือเคารพเสียงข้างมาก แต่ต้องประกันสิทธิเสรีภาพของทุกคน ไม่เช่นนั้นจะเกิดการใช้ประชามติมายกเว้นสิทธิในชีวิต (อนุญาตให้ฆ่ากันได้) การกล่าวโทษปัญหามาที่การชุมนุม คือกำลังเหยียบหัวประชาชนซ้ำแล้วซ้ำอีก เหมือนดึงเงินออกจากมือ ตบหัวซ้ำพร้อมยัดข้อหาขโมยให้ ทั้งที่พวกท่านคือขโมยโอกาสประชาชนตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง เลิกอ้างมั่วๆ เลิกโกหกหน้าตายเสียทีว่า พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาล “พังประชารัฐ” ไม่ใช่หนึ่งในต้นตอปัญหา ขอเสนอประชามติเช่นกัน เช่น ยกเลิกกฎหมายนิรโทษกรรม คสช.ทั้งหมด เอาผู้ก่อการขึ้นศาลข้อหาล้มล้างการปกครองและฉีกรัฐธรรมนูญ ให้ประชาชนตัดสินว่ารัฐประหารครั้งนั้นเป็นอย่างไรในทางกฎหมายและมติประชาชน นายไพบูลย์
เอาด้วยไหม

นายกฯนำ ครม.สัญจรสมุย–ภูเก็ต

สำหรับภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พร้อมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ภูเก็ต พร้อมประชุม ครม.อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ครั้งที่ 3/2563 ระหว่างที่ 2-3 พ.ย. นายกฯไปตรวจเยี่ยมมาตรการคัดกรองนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ณ ช่องทางเข้า-ออก ท่าอากาศยานนานาชาติสมุยตรวจแนวทางการบริหารจัดการของโรงแรมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในระบบจัดการป้องกันโควิด-19 โรงแรมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว หรือ ALSQ ที่โรงแรมเชอราตัน สมุยรีสอร์ท แล้วไปสำนักงานเทศบาลนครเกาะสมุย เยี่ยมชมระบบติดตามผู้เดินทางเข้าออกภายในเกาะสมุย ศูนย์ควบคุมกล้องโทรทรรศน์วงจรปิดตรวจจับใบหน้าคนและป้ายทะเบียนรถลดและป้องกันอุบัติภัย จากนั้นเวลา 11.00 น.ไปวัดพระ-เจดีย์แหลมสอ ต.หน้าเมือง อ.เกาะสมุย กราบนมัสการพระครูถิรบุญญากร เจ้าอาวาสฯ และกราบสักการะเจดีย์หลวงพ่อแดงย้ำ “ยังไม่เห็นผมทำอะไรผิดสักอย่าง”

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่วัดพระเจดีย์แหลมสอ ต.หน้าเมือง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งกับประชาชนที่มาต้อนรับว่า ขอให้ลองทบทวนที่ผ่านมา 4-6 ปี มีอะไรดีขึ้นบ้าง มองภาพรวมเหมือนต่างประเทศที่ให้มองไกลตัวด้วย แต่ส่วนใหญ่มักมองใกล้ตัว ต้องเตรียมการตั้งแต่วันนี้เพื่อลูกหลานของเราวันหน้า ทุกคนมีความคิดแตกต่าง ดังนั้นการปรับเปลี่ยนต่างๆ ไม่ง่ายเหมือนแค่พลิกฝ่ามือ แต่ถ้าเรารวมใจไทยสร้างชาติไม่ว่าใครทำอะไรถ้าดีสนับสนุน ต้องเป็นไปตามกฎหมายถูกต้องชอบธรรม ไม่ใช่เพื่อผู้ใดผู้หนึ่ง “บางคนบอกนายกฯ มีปัญหานู่นนี่ ร่ำรวย ทุจริต เขาวัดกันด้วยอะไร เขาวัดกันด้วยการดำเนินคดีการตัดสินของศาล และผมก็ยังไม่เห็นผมทำอะไรผิดสักอย่าง บางคนบอกผมผิดเพราะผมอยู่นานเกินไปเบื่อขี้หน้า ผมไม่รู้เหมือนกันอยู่ในกติกาข้อไหนของการเมืองไทย แต่ก็ไม่ว่า หลายคนบอกผมผิดนู้นผิดนี่ ผมไม่ว่าอะไร ผมฟังเฉพาะศาล ” นายกฯกล่าวปรับอะไรต้องอยู่ในหลักเกณฑ์กติกา

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า วันนี้อยู่ในโลกดิจิทัล ไม่ได้ห้ามอ่านถึงห้ามฟัง แต่ถ้าจะเชื่อทุกอย่างเป็นเรื่องของพวกท่าน มันควรจะเชื่อทุกอย่างหรือไม่ที่เขียนลงไป บางทีไม่ใช่ข้อเท็จจริง แต่เรื่องเป็นสาระกลับไม่สนใจ แต่ห้ามไม่ได้เป็นเรื่องของสังคมโลกยุคใหม่ ประเทศไทยมีแกนหลักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราเกิดบนแผ่นดินไทย อย่าให้ใครทำลาย รัฐบาล ข้าราชการทำเพื่อชาติศาสน์กษัตริย์และประชาชน เราเป็นประชาธิปไตยอยู่แล้วไม่มีอะไรที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยสักอัน นั่งๆกันอยู่เลือกตั้งมาทั้งนั้น ทุกอย่างเคยมีประวัติศาสตร์ ถ้าจะปรับแก้อะไรต้องดูประวัติศาสตร์ จะได้ไม่เกิดขึ้นอีก หากวันหน้าทุกอย่างเรียบร้อยจะเป็นไปตามที่ต้องการ แต่จะต้องมีกติกาหลักเกณฑ์ ช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ได้ร้องเพลง “คนดีไม่มีวันตาย” ร่วมกับประชาชน จากนั้นร่วมกวนกาละแม โดยประชาชนบางคนขอให้นายกฯอยู่รักษาบ้านเมืองไปนานๆ ดูแลประชาชนด้วย ขณะที่นายกฯได้ตอบรับเป็นภาษาอังกฤษว่า “Yes sir” ประชาชนได้ตอบกลับว่าจะดูแลนายกฯด้วยเช่นกัน จากนั้นนายกฯมอบกิ่งปะการังให้นักดำน้ำและปล่อยพันธุ์ปูม้าและเต่าทะเล ร่วมกับชาวบ้านวอนเห็นใจช่วยทำบ้านเมืองสงบ

ต่อมาเวลา 15.40 น. นายกฯ และคณะเดินทางมา จ.ภูเก็ต ทันทีที่ถึงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้ตรวจมาตรการคัดกรองการเดินทางเข้าประเทศของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขอให้สื่อมาช่วยกันดูว่าเราทำเต็มที่และทำดีที่สุดแล้ว เร่งรัดหามาตรการนำคนต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สิ่งสำคัญต้องเข้าใจ ไม่ใช่จับผิดกันไปกันมา ไม่เช่นนั้นจะทำอะไรไม่ได้เลย เศรษฐกิจไปไม่ได้แล้ว ลงพื้นที่คนในชุมชนดีใจที่นายกฯไป ขอให้เห็นใจเถอะ คนไทยด้วยกัน บ้านเมืองสงบเรียบร้อยจะได้ทำอะไรต่างๆได้ จากนั้นเวลา 16.10 น.นายกฯไปสักการะอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต วีรสตรีที่ป้องกันเมืองถลางให้พ้นจากข้าศึกในสงครามเก้าทัพสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ก่อนขึ้นรถนายกฯโบกมือทักทายประชาชนที่มารอต้อนรับริมฝั่งถนน ที่ชูป้ายตะโกนให้กำลังใจนายกฯว่า “ลุงตู่สู้ๆ รักลุงตู่”

บช.น.เรียกสอบทำร้าย นศ. 1 ราย

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.กล่าวว่า คดีผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายกลุ่มผู้ชุมนุมใน ม.รามคำแหง วันที่ 21 ต.ค.มีผู้ร้องทุกข์ทั้งหมด 5 ราย รับบาดเจ็บ 3 ราย โดย 2 รายแพทย์ให้พักรักษาตัว 10-14 วัน ผู้ต้องสงสัยที่เข้าไปทำร้ายร่างกายมี 10 คน พนักงานสอบสวนเรียกมาสอบปากคำแล้วพบกระทำความผิดชัดเจน 1 ราย ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาวันที่ 6 พ.ย. ส่วนข้อมูลที่จะมีการดำเนินคดี 80 หมายจับกับผู้ชุมนุมเป็นการรวบรวมความผิดในพื้นที่สน.ต่างๆ รวมถึงผู้เสียหายแจ้งความมา ทั้งที่เห็นหลักฐานทางโซเชียลมีเดีย หรือเห็นด้วยตนเองมีมากถึง 80 คดี

ยกคำร้อง สน.ปทุมวันฝากขัง “รุ้ง”

ส่วนกรณีนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ นายภาณุพงศ์ หรือไมค์ ระยอง จาดนอก และ น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล 3 แกนนำกลุ่มราษฎร นอนพักรักษาตัวที่ รพ.พระรามเก้า ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายท้องที่แสดงหมายจับเข้าอายัดตัวในความผิดเกี่ยวกับการชุมนุมหลายพื้นที่ เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ศาลแขวงปทุมวัน พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ส่งคำร้องผัดฟ้องฝากขัง น.ส.ปนัสยา 2 สำนวน คดีหมายเลขดำ ผ.197/2563 และ ผ.198/2563 ฐานความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กรณีนำชุมนุมที่สกายวอล์ก สี่แยกปทุม เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.และวันที่ 22 มิ.ย. ศาลพิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ต้องหาคดีนี้ถูกกล่าวหาว่า ร่วมกันทำความผิดกับผู้ต้องหาอื่นอีก 2 คน รวมเป็น 3 คน การสอบสวนได้เสร็จสิ้นแล้ว ประกอบกับผู้ต้องหายังเป็นนักศึกษามีที่อยู่เป็นหลักแหล่งติดต่อได้ ไม่มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น จึงยังไม่มีความจำเป็นให้คุมขัง ยกคำร้องขอฝากขัง และให้ถอนหมายจับผู้ต้องหาออกจากฐานข้อมูล

ศาลดุสิตสั่งปรับ “อานนท์กับพวก”

ที่ศาลแขวงดุสิต ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 1314/2563 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีศาลแขวง 3 (ดุสิต) เป็นโจทก์ฟ้อง นายอานนท์ นำภา น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว นายกรกช แสงเย็นพันธ์ นายอานันท์ ลุ่มจันทร์ นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นายเอฐ์เรียฐ์ ฟอฟิ และนายปิยรัฐ จงเทพ แกนนำผู้ชุมนุม เป็นจำเลยที่ 1-7 ความผิดต่อ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ร.บ.จราจรทางบก และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณา พิพากษารวมปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 1,200 บาท ปรับจำเลยที่ 2-7 คนละ 1,000 บาท ทั้งหมดให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 600 บาท ปรับจำเลยที่ 2-7 คนละ 500 บาท

ศาลอาญาปล่อย “อานนท์–4 แนวร่วม”

ศาลอาญาได้มีคำสั่งยกคำร้องในคดีที่พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องขอฝากขังนายเอกชัย หงส์กังวาน นายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง ที่ได้ประกันตัวไปก่อนนี้แล้ว และนายสุรนาถ หรือตัน แป้นประเสริฐ ผู้ต้องหาในคดีความผิดตาม ป.อาญามาตรา 110 วรรค 2 โดยศาลเห็นว่า ผู้ร้องไม่มีเหตุผลเพียงพอในการขอฝากขังจึงยกคำร้อง นอกจากนี้ ศาลจะมีคำสั่งยกคำร้องในคดีที่พนักงานสอบสวน ยื่นคำร้องขอฝากขังนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ในข้อหาตามป.อาญามาตรา 215 กรณีร่วมชุมนุมที่ท้องสนามหลวง 19 ก.ย.คำร้องไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะขอฝากขังครั้งต่อไป รวมทั้งยกคำร้องขอฝากขังนายอานนท์ นำภา ผู้ต้องหาในคดี ปักหมุดคณะราษฎร 63 ที่สนามหลวงหรือความผิดตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน และข้อหาตาม ป.อาญามาตรา 116 และกรณีพังรั้วเข้าไปใน ม.ธรรมศาสตร์ 19 ก.ย.โดยและออกหมายปล่อย ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า การไม่อนุญาตให้ฝากขัง มีผลทำให้หมายขังที่ออกไปตามคำสั่ง ในคราวก่อน จะสิ้นผลเมื่อพ้น 24.00 น.ของวันที่ 2 พ.ย.ทำให้ไม่สามารถขังต่อไปได้ตามผลของกฎหมาย คาดจะมีการปล่อยตัวหลังเที่ยงคืน ตามคำร้องของทนายความผู้ต้องหา

“เยาวชนช่วยชาติ” หนุน “ลุงตู่”

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่บริเวณหน้าร้านเมธาวลัยศรแดง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง นายคชโยธี เฉียบแหลม แกนนำกลุ่มเยาวชนช่วยชาติ แถลงว่าได้ร่วมกับประชาชนกลุ่มต่างๆที่รักสถาบัน รณรงค์ให้ความรู้ตามสถานศึกษาเพื่อไม่ให้เยาวชนถูกครอบงำ ทั้งจะดำเนินคดีกับผู้หมิ่นสถาบัน คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญและยุบสภา มั่นใจรัฐบาลนี้ปกป้องสถาบัน ไม่เคยทำผิดและไม่เคยโกงใคร และยังคงยืนยันว่าจะท้าดีเบตกับนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.ก้าวไกล เรื่องการเมืองอย่างเดียวเท่านั้น ไม่รับคำท้าท่องสูตรคูณตามที่นางอมรัตน์ท้ากลับ มองว่าคงด่าตัวเองมากกว่าว่าท่องสูตรคูณไม่เป็น

ม็อบราษฎรท่าพระเจอป่วน

เมื่อเวลา 17.00 น.ที่สถานีรถไฟฟ้า MRT ท่าพระ แนวร่วมกลุ่มราษฎร ในนามกลุ่มคณะราษฎรฝั่งธนฯ รวมตัวกันนำรถกระบะติดเครื่องขยายเสียงปิดถนนจรัญสนิทวงศ์ ฝั่งมุ่งหน้ารัชดา-ท่าพระ แสดงจุดยืนตามข้อเรียกร้องเดิม 3 ข้อ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องลาออกจากนายกฯ 2.แก้ไขรัฐธรรมนูญ 3.ปฏิรูปสถาบัน กระทั่งเวลา 18.00 น. พากันยืนชู 3 นิ้ว เคารพธงชาติ ระหว่างการชุมนุมมีชายไม่ทราบชื่อขี่รถจักรยานยนต์ฝ่าเข้าไปชูผ้าพันคอสีเหลืองเรารักในหลวง พร้อมพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 9 ตะโกนส่งเสียงปกป้องสถาบันกลางที่ชุมนุม นอกจากนี้ ยังมีเสียงคล้ายประทัดดังขึ้น 1 นัด การ์ดอาสาได้พากันวิ่งไล่จับบุคคลต้องสงสัยแต่ไม่สามารถจับกุมตัวได้

นนท์เผาพริกเผาเกลือไล่ ผกก.

ที่หน้า สภ.เมืองนนทบุรี นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง แกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี พร้อมนักเรียน นักศึกษา รวมตัวกันทำกิจกรรมตั้งเตาถ่านเผาพริกจำนวน 116 เม็ด เผาเกลือ 116 กรัม เผารูปถ่ายของ พ.ต.อ.สีหเดช สระกอบแก้ว ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี สาปแช่งที่ออกหมายจับมาตรา 116 กับแกนนำที่ปราศรัยโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ บริเวณท่าน้ำนนทบุรี 10 ก.ย.โดยนายชินวัตรกล่าวว่า ตนกับน้องๆนักเรียนนักศึกษาเผาพริกเผาเกลือ เปิดเพลงธรณีกรรแสง สาปแช่งไล่ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ที่ออกหมายจับแกนนำในมาตรา 116 ทั้งที่ชุมนุมกันอย่างสงบสันติ จะทำกิจกรรมที่หน้า สภ.เมืองนนทบุรีทุกวันจนกว่า พ.ต.อ.สีหเดชจะถูกย้ายไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า 1อานนท์ นำภารุ้ง ปนัสยาปล่อยตัวแกนนำชุมนุมม็อบ 2 พฤศจิกาข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563 เวลา 09:00 น.