ไลฟ์สไตล์
100 year

ลุยถึงเตียง เพนกวิน-ไมค์ อายัดคาโรงพยาบาล

ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 พ.ย. 2563 05:25 น.
SHARE

ตร.บุกถึงเตียง รพ.พระรามเก้า แจ้งข้อหา “พริษฐ์-ภาณุพงศ์” ส่งฝากขังทั้งคู่โดยไม่นำตัวไป ตร.ระยอง ฟัน 4 ข้อหาชูป้ายประท้วง “บิ๊กตู่” 15 ก.ค. ส่วน ตร. อุบลฯเล่นงาน “เพนกวิน” กรณีชุมนุม 22 ส.ค.ทั้งที่มอบตัวที่ ตชด.ภาค 1 หมายจับสิ้นผลแล้ว “รุ้ง” ถูกคุมขังใน รพ.ครอบครัวแจ้งเจอหมายเรียก สน.เตาปูน แปะหน้าบ้านอีกคดี “ทนาย เพื่อสิทธิมนุษยชน” แจง 3 คนไม่พร้อมเดินทาง หมอให้พักรักษาตัวต่อ “ไมค์” หนักสุดนอนยาวถึง 6 พ.ย. หยอดน้ำเกลือ ต้องเช็กสมอง “ไมค์” แฉถูก ตร.นอกเครื่องแบบทำร้ายร่างกาย เตะเข้าท้อง-ศอกใส่อก โฆษก พท.ซัดกลั่นแกล้งเกินเหตุ รบ.ไม่หยุด คุกคาม ปชช. ผกก.สน.ประชาชื่นเช็กบิลป่วนหน้า โรงพัก ยันไม่มีการทำร้ายหรือพันธนาการ พท.แนะตัดเหลือแค่ 2 ฝ่าย เจรจา “บิณฑ์” ปัดปลุกม็อบชนม็อบ อ้างปฏิรูปกับล้มล้างคำเดียวกัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามอายัดตัวนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ นายภาณุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก และ น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล 3 แกนนำคณะราษฎร 2563 ที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระราม 9 เพื่อนำตัวไปดำเนินคดีตามหมายจับในคดีต่างๆที่เกี่ยวข้อง ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นการคุกคามกลั่นแกล้งจนเกินกว่าเหตุหรือไม่

ข่าวแนะนำ

ตร.จ้องอายัดตัว “เพนกวิน” คา รพ.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 พ.ย.ทวิตเตอร์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ทวีตรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 พ.ย. พนักงานสอบสวน สภ.เมืองระยอง จะเข้าจับกุมไมค์-ภาณุพงศ์ จาดนอก ตามหมายจับจากเหตุชูป้ายประท้วงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ก.ค. และพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี จะเข้าจับกุมเพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ ตามหมายจับชุมนุมเมื่อวันที่ 22 ส.ค. มีความผิดยุยงปลุกปั่น ตามมาตรา 116 ทั้งที่แจ้งเมื่อคืนวันที่ 30 ต.ค.ว่าเพิกถอนหมายแล้ว ประกอบด้วยนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ นายภาณุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก และ น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล เข้าพักรักษาตัวที่อาคารเอ โรงพยาบาลพระราม 9 ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. โดยเพนกวิน และรุ้ง พักรักษาตัวที่ชั้น 9 ส่วนไมค์ พักรักษาตัวที่ชั้น 16 ยังไม่แน่ว่าทั้ง 2 จะถูกพาตัวออกจาก รพ.พระราม 9 ไปโรงพักหรือศาลหรือไม่

ราวี “ไมค์” คดีเก่าชูป้ายประท้วงนายกฯ

มีรายงานอีกว่าคดีของนายภาณุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก และนายณัฐชนน พยัฆพันธ์ 2 ตัวแทนกลุ่มเยาวชนที่มายืนชูป้ายไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯเมื่อคราวเดินทางไปลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 เพื่อให้กำลังใจคนพื้นที่ จ.ระยอง เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสองหนุ่มชูป้ายด่า-ประท้วง นายกฯ ได้เดินทางไปยัง สภ.เมืองระยอง ตามหมายเรียกของ พ.ต.ท.วรวุฒิ มีไล้ รองผู้กำกับสอบสวน สภ.เมืองระยอง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาขีดเส้นภายในวันที่ 23 ก.ค.63 รวม 4 ข้อหา คือ 1.ทำกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรค ตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2.ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานโรคติดต่อ ความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ พ.ศ.2558 3.ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน โดยไม่มีเหตุอันสมควร และ 4.หลบหนีการจับกุมระหว่างการสืบสวน ทั้ง 2 คนได้เดินทางไปยืนอยู่บริเวณลานหน้า สภ.เมืองระยอง และมีนายภีมเดช อมรสุคนธ์ ทนายความสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมภาคตะวันออก เดินทางมาด้วยและให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอยู่บริเวณลานจอดรถหน้าโรงพักเมืองระยอง นานประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนเดินทางกลับ

ตร.อุบล-ระยองรอรวบ-ขัง “รุ้ง” ใน รพ.

ต่อมาเวลา 11.30 น.ที่บริเวณหน้า รพ.พระราม 9 นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนกล่าวว่า ทราบว่าตอนนี้มีตำรวจจาก สภ.เมืองอุบลราชธานี มารอจะนำตัวนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ไปดำเนินคดีตามมาตรา 116 กรณีไปปราศรัยที่ จ.อุบลราชธานี รวมทั้งมีตำรวจจาก สภ.เมืองระยอง มารออายัดตัวนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ กรณีไปชูป้ายประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯส่วนกรณี น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ถูกอายัดตัวจาก สน.ปทุมวัน และคุมขังไว้ที่นี่ ขณะรักษาตัวโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเฝ้า เนื่องจากเป็นช่วงฝากขังจะขังไว้ที่ไหนก็ได้

โต้ “พริษฐ์” มอบตัวหมายจับสิ้นผลแล้ว

นายกฤษฎางค์ กล่าวอีกว่า กรณีหมายจับของเพนกวิน ที่ สภ.อุบลราชธานี ตามหลักไม่มีสิทธิ มาจับแล้ว เพราะเพนกวินมอบตัวไปแล้วที่ ตชด.ภาค 1 รวมทั้งได้ให้การพิมพ์ลายนิ้วมือไปแล้ว หมายจับจึงสิ้นผลไปตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ส่วนหมายจับของนายภาณุพงศ์ หรือไมค์ ที่ จ.ระยอง เนื่องจากยังไม่เคยแจ้งข้อกล่าวหา จึงยังไม่สิ้นผล

3 แกนนำป่วยไม่พร้อมเดินทาง

นายกฤษฎางค์กล่าวอีกว่า สำหรับอาการของเด็กทั้งสามคน สภาพไม่พร้อมเดินทาง และทางแพทย์บอกว่าให้พักรักษาตัวอีก 2-3 วันอาการป่วยเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งสามคนมีโรคประจำตัว น.ส.ปนัสยา มีอาการขาดน้ำ เป็นไมเกรน เพนกวิน เป็นหอบหืด มีรอยบาดเจ็บจากกระจกค่อนข้างเยอะ และมีอาการอักเสบ ส่วนนาย ภาณุพงศ์ มีอาการต้องตรวจสอบทางสมอง ตอนนี้ยังคงให้น้ำเกลือและพักฟื้นอยู่ อย่างไรก็ตาม หลังจากเด็กๆได้พักฟื้นหายจากอาการป่วยพร้อมไปต่อสู้ตามกฎหมายอยู่แล้ว กำลังจะขึ้นไปคุยกับตำรวจว่าจะนำตัวไมค์ไปหรือไม่ หรือจะให้พักรักษาตัวที่นี่ แต่คิดว่าตำรวจอยากนำตัวไป

สอบ “ไมค์” ยื่นฝากขังไม่ต้องนำตัวไป

ต่อมาเวลา 14.30 น. นายกฤษฎางค์เปิดเผยภายหลังเจรจากับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองระยอง และ สภ.เมืองอุบลราชธานี ที่มาอายัดตัวนายภานุพงศ์ และนายพริษฐ์ ว่ากรณีนายภาณุพงศ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองระยอง นำหมายจับมาแจ้งอายัดตัว กรณีชูป้ายประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เมื่อวันที่ 15 ก.ค.63 มีการพิมพ์ลายนิ้วมือ ทำบันทึกการจับกุมและสอบปากคำตามขั้นตอนกฎหมาย แต่อาการนายภาณุพงศ์ แพทย์ระบุยังต้องรักษาตัวอย่างน้อยถึงวันที่ 6 พ.ย. จึงให้คุมตัวไว้ที่โรงพยาบาลก่อน วันที่ 2 พ.ย.พนักงานสอบสวนจะนำคำร้องไปยื่นศาลจังหวัดระยอง เพื่อฝากขังต่อไป โดยไม่ต้องนำตัวไป

“เพนกวิน–รุ้ง” ยังต้องพักฟื้นด้วย

นายกฤษฎางค์กล่าวว่า ส่วนคดีนายพริษฐ์ ตำรวจ สภ.เมืองอุบลราชธานี นำหมายจับมาอายัดตัว แต่คดีนี้นายพริษฐ์เคยมอบตัว และให้ปากคำเรียบร้อยแล้วที่ ตชด.ภ.1 ตั้งแต่ตอนมอบตัวที่ ตชด.ภ.1 ถึงปัจจุบันถูกควบคุมตัวมาตลอด จึงเจรจาขอให้นายพริษฐ์รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลก่อน ตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะต้องพักฟื้นอีกอย่างน้อย 2-3 วัน ยังมีอาการโรคหอบหืดอยู่ ยังไม่เหมาะสมจะนำตัวไป ขณะที่ น.ส.ปนัสยา ครอบครัวแจ้งว่าเมื่อคืนมีหมายเรียก สน.เตาปูน มาปิดที่หน้าบ้าน ทนายขอไปตรวจสอบรายละเอียดก่อน แพทย์ให้ความเห็นว่ายังต้องรักษาตัวต่ออีกสักระยะ ขณะนี้ทั้ง 3 คนมีกำลังใจดี หากอาการดีขึ้นจนออกจากโรงพยาบาลได้ กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ หากศาลมีหมายเรียกให้มารายงานตัวจะปฏิบัติตามนั้น

“ไมค์” แฉถูก ตร.เตะเข้าท้อง–ศอกใส่อก

นายกฤษฎางค์กล่าวอีกว่า นายภาณุพงศ์ อาการค่อนข้างหนักที่สุด ยังอ่อนเพลียอยู่ แพทย์พาไปทำกายภาพบำบัด บาดแผลยังไม่หายดี มีอาการเจ็บหน้าอก โดยบอกแพทย์ว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบทำร้ายศอกเข้าที่หน้าอกและเตะเข้าที่หน้าท้อง ขณะถูกนำตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯมายัง สน.ประชาชื่น ในส่วนนี้แพทย์ค่อนข้างกังวลใจ เนื่องจากอาการเจ็บดังกล่าวส่งผลกระทบต่อไต แพทย์ลงความเห็นว่าท้องและอกมีร่องรอยการถูกกระแทก แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดจากการทำร้ายร่างกายตามคำกล่าวอ้างหรือล้มเอง หลังจากนี้ต้องไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด ขณะที่ญาติได้มาปรึกษาเรื่องนี้เช่นกัน

ผกก.รอเช็กบิลป่วน สน.ประชาชื่น

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ สน.ประชาชื่น พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวล ผกก.สน.ประชาชื่น ชี้แจงเหตุความวุ่นวายที่เกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ “เพนกวิน” นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ “ไมค์ ระยอง” และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ “รุ้ง” มาสอบสวนรออายัดตัวที่ สน.ประชาชื่นเมื่อวันที่ 30 ต.ค.มีกลุ่มผู้ชุมนุมมารวมตัว จนทำให้มีทรัพย์สินราชการเสียหายว่า ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯว่าจะมีหมายปล่อยแกนนำผู้ชุมนุม 4 คนพบว่ามีแกนนำ 3 คนได้รับการอายัดตัวคดีอื่น ในฐานะเจ้าของพื้นที่รับผิดชอบ สน.ประชาชื่น จึงมีอำนาจไปควบคุมตัวเพื่อรอการอายัด ยืนยันไม่มีการทำร้ายร่างกาย หรือพันธนาการแกนนำ 3 คนระหว่างนำตัวมาที่ สน.

4 ข้อหาต่อสู้ ทำร้าย จนท.ทุบรถคุมขัง

“ส่วนเหตุวุ่นวายที่หน้า สน.ประชาชื่น ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เบื้องต้นพบมีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ทุบรถยนต์ควบคุมผู้ต้องหาและความผิดฐานทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน และยังรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิด พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ ส่วนข่าวตำรวจขับรถชนจักรยานยนต์ประชาชน ข้อเท็จจริงคือรถจักรยานยนต์ถูกนำมาจอดกีดขวางรถควบคุมผู้ต้องขัง ระหว่างนำตัวแกนนำมาที่สน.” พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์กล่าว

ออกหมายเรียกเสื้อเหลืองทำร้าย นศ.

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าการติดตามดำเนินคดีกับกลุ่มคนที่ทำร้าย น.ส.ฐิติมา บุตรดี หรือแบม อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัย รามคำแหง ที่บาดเจ็บจากเหตุการณ์กลุ่มคนสวมเสื้อเหลืองจัดชุมนุมชนและมีการปะทะกับกลุ่มนักศึกษา เมื่อวันที่ 21 ต.ค. โดยกลุ่มคนเสื้อเหลืองทุ่มลำโพงใส่ น.ส.ฐิติมาได้รับบาดเจ็บที่ขาซ้าย เมื่อวันที่ 1 พ.ย. พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้กล่าวหา 5 ปากและพยานที่เกี่ยวข้อง 11 ปาก อาทิ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมหาวิทยาลัย ผู้ร่วมชุมนุม ผู้สื่อข่าวและ ผอ.กองอาคารสถานที่มหาวิทยาลัย รามคำแหง เป็นผลให้พนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ออกหมายเรียกนายธนวินท์ ฟักสุขจิตต์ ให้มาพบพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก วันที่ 6 พ.ย. เวลา 13.00 น. ในความผิดตามมาตรา 295 ทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่น มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“บิณฑ์” ปัดโชว์พลังปลุกม็อบชนม็อบ

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สนามหลวง นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ดาราชื่อดัง กล่าวว่า ถึงเวลาที่คนไทยต้องร่วมกันแสดงจุดยืน เพราะสถาบันกำลังถูกย่ำยี จาบจ้วง ออกมาวันนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่าคนไทยต้องการสถาบัน แสดงจุดยืนด้วยดวงใจบริสุทธิ์ในการปกป้องสถาบันไม่เกี่ยวกับการเมืองฝ่ายใด ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่ที่ผ่านมามีความพยายามดึงตนเข้าไปเกี่ยวโยง มีคนโจมตีเพื่อให้เลิกล้มความตั้งใจแต่ยิ่งด่ายิ่งฮึกเหิมปกป้องสถาบัน ต่างจังหวัดหากต้องการให้ไปร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองฝ่ายใดพร้อมไปร่วม ส่วนข้อกังวลม็อบชนม็อบ ยืนยันว่าไม่มี ไม่ใช่นักปลุกม็อบ ไม่มีเงินทุน เพียงแค่เชิญชวนคนรักสถาบันออกมาร่วมรับเสด็จจะออกมาแสดงพลังอีกครั้งวันที่ 5 ธ.ค.ไม่ใช่อยู่ๆ จะเรียกร้องให้คนมาชุมนุม การเมืองคิดต่างได้แต่อย่าคิดต่างเรื่องสถาบัน อย่าทำให้คนไทยโกรธแค้นด้วยการย่ำยีสถาบัน การบอกว่าต้องการปฏิรูปสถาบันไม่ได้ล้มล้าง คำว่าปฏิรูปและล้มล้างคือคำเดียวกัน โดยเฉพาะข้อเรียกร้อง 10 ข้อ ไม่ใช่การปฏิรูปสถาบัน ท้ายที่สุดจะนำไปสู่จุดนั้นอยู่ดี

คนอุดมสุข–บางนาต้านเผด็จการ

เมื่อเวลา 16.20 น. กลุ่มประชาชนอุดมสุข-บางนา นัดชุมนุมที่บริเวณหน้าสถานีรถไฟฟ้าอุดมสุข ชุมนุมบนถนนสุขุมวิท ฝั่งขาออก แขวงและเขตบางนา กทม. โดยมีมวลชนลงมาชุมนุมบนช่องทางการจราจร 2 เลนซ้าย กลุ่มการ์ดปลดแอกคอยรักษาความปลอดภัย และเคลื่อนขบวนเดินผ่านแยกอุดมสุข ระยะทางประมาณ 200 เมตร ปิดการจราจรถนนสุขุมวิท ฝั่งขาออก ช่วงเลยแยกอุดมสุข โดยผู้ชุมนุมเริ่มทยอยเข้าร่วมชุมนุมมากขึ้นเป็นลำดับ บนรถปราศรัยมีกลุ่มนักเรียนสับเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยบนรถทั้งต่อต้านรัฐบาล ไล่นายกฯ และประเด็นปัญหาสังคมหลายเรื่อง อาทิ ปัญหาการศึกษาที่เน้นแต่สอบเข้ามหาวิทยาลัย การ บริหารจัดการน้ำท่วมขังใน กทม. สิทธิความหลากหลาย ทางเพศ มีการระบุว่าถ้าการเมืองดีสายไฟฟ้าคงลงดินแล้ว จากนั้นเวลา 17.40 น. มวลชนได้เดินเท้ามายัง ปากซอยสุขุมวิท 68 ถนนสุขุมวิท ฝั่งขาออก เยื้อง รพ.กล้วยน้ำไท 2 เพื่อเคลื่อนขบวนไปปักหลักใต้สะพานลอยใกล้เส้นทางลัดบางนา-ตราด ต่อมา เวลา 18.00 น. มวลชนร้องเพลงชาติและชู 3 นิ้ว โดยการ ชุมนุมในวันนี้มี นพ.ทศพร เสรีรักษ์ และนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว มาร่วมเดินขบวนด้วย

บี้ปัดฝุ่น รธน.ปี 40 กลับมาใช้ใหม่

ต่อมา เวลา 18.50 น. นายณัฐวุฒิ สมบูรณ์ทรัพย์ ผู้จัดชุมนุม อ่านแถลงการณ์ เรียกร้องต่อรัฐบาลในนามตัวแทนกลุ่ม “All People End Game” มีเนื้อหาเรียกร้อง 3 ประการ ได้แก่ 1.เนื่องด้วยสถานการณ์ค่อนข้างบานปลาย ยากที่จะควบคุมของแต่ละฝ่าย ทางออกที่ดีคือการนำรัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมาใช้ เพื่อลดปัญหาต่อประเทศ สถาบันและความรุนแรงที่อาจตามมา 2.ขอให้ยุบสภา จัดการเลือกตั้งใหม่อย่างโปร่งใส 3.ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยประชาชน เพื่อประชาชน ไม่เลือกปฏิบัติต่อเพศ ศาสนา และลดบทบาทอำนาจหน้าที่ 3 เหล่าทัพ และ ตำรวจ เพื่อลดการสืบทอดอำนาจ

เพจปลดแอกระดมไอเดียไล่ “บิ๊กตู่”

ช่วงค่ำวันเดียวกัน กลุ่มเยาวชนปลดแอกโพสต์ ข้อความทางเฟซบุ๊กเยาวชนปลดแอก-Free YOUTH ระบุว่า อย่าให้ความหน้าด้านของเขาสำเร็จผล! สิ้นตุลาแล้วแต่ตู่ยังไม่ลา (ออก) เขากำลังหล่อเลี้ยงความ สิ้นหวัง หล่อเลี้ยงความท้อแท้ และลดทอนพลังในการ ต่อสู้ของประชาชนผู้เรียกร้องประชาธิปไตย อย่าให้เขา ทำสำเร็จ! ชนชั้นนำทุกองคาพยพ ต่างกำลังดิ้นรนเฮือกสุดท้าย ที่จะรักษาอำนาจซึ่งได้มาอย่างไม่ถูกต้อง หากประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยจริง เราจะมีรัฐบาลที่มีที่มาอย่างชอบธรรม มิใช่เข้ามา ด้วยการรัฐประหารสืบทอดอำนาจอย่างประยุทธ์ จันทร์โอชา และจะมีรัฐธรรมนูญที่เป็นฉันทามติของ ประชาชน ไม่บิดเบี้ยว เขียนโดยประชาชน เพื่อประชาชน จะไม่มีการฉีกรัฐธรรมนูญ สิ้นตุลาแล้วแต่ขอประชาชนอย่าสิ้นหวัง ร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า ต้องการต่อสู้ กับความหน้าด้านนี้ในรูปแบบใด หากมีความคิดเห็นอื่นๆ โปรดแสดงความคิดเห็นที่ช่อง Comment แล้วพบกันเมื่อมีการนัดหมายครั้งใหญ่ต่อไป

“เพนกวิน” โพสต์มีคำสั่งไล่เช็กบิล

ขณะเดียวกันนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า มีข่าวว่ามีคำสั่งให้จัดการกับพวกเรา ในคืนนี้ หรือในเร็ววัน เพื่อการต่อสู้ครั้งนี้ ผมยอม อุทิศให้ได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอิสรภาพ หยาดเหงื่อ เลือดเนื้อหรือกระทั่งชีวิต แต่ขอให้พี่น้องทุกคนตระหนัก ทราบและจดจำตรงกันว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมและที่อาจจะเกิดขึ้นกับผมนั้น มาจากใคร เพราะศัตรูของ พวกเรามีคนเดียว ด้วยรักและศรัทธาต่อสถาบันประชาชน

เด็กยโสธรไล่ “บิ๊กตู่” มะเร็งร้าย

ด้านความเคลื่อนไหวการชุมนุมต่างจังหวัดของกลุ่มมวลชนปลดแอก เมื่อเวลา 17.00 น. ที่เวทีอเนกประสงค์ที่ว่าการ อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร คณะเลิงนกทาปลดแอก จัดกิจกรรมผู้รักในประชาธิปไตย ขับไล่รัฐบาลเผด็จการสืบทอดอำนาจ สนับสนุน 3 ข้อเรียกร้อง โดยได้ร่วมร้องเพลงชาติพร้อมชูสามนิ้ว กล่าวปราศรัย อ่านบทกวีและการเล่นดนตรี มีนักเรียน นักศึกษา ประชาชนใน อ.เลิงนกทาจำนวนหนึ่งเข้าร่วม โดยตัวแทนนักเรียนขึ้นเวทีปราศรัยยืนยันว่ารักชาติ อยากให้ประเทศเป็นประเทศพัฒนาจริงๆ แต่สิ่งที่ชังคือรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา มะเร็งตัวร้ายของประเทศ ทำตามสัญญาไม่ได้สักอย่าง จึงมาขออนาคตดีๆคืน โดยให้นายกฯลาออกไป เพราะไม่อยากได้นายกฯที่ไม่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ และไม่มีความคิดในการ บริหารประเทศ

ปชป.ห่วงไม่หย่าศึกเสี่ยงเผชิญหน้า

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ว่าหลายฝ่ายเห็นพ้องว่าการมีคณะกรรมการหาทางออกให้ประเทศจะเกิดประโยชน์มากกว่าปล่อยให้สถานการณ์เดินไปเรื่อยๆ ไม่รู้จะจบอย่างไร เพิ่มความเสี่ยงไปสู่การเผชิญหน้ามากขึ้น ไม่จำเป็นต้องยึดรูปแบบเดิมในอดีต อาจให้สถาบันพระปกเกล้าอำนวยความสะดวกพูดคุยระหว่างคู่ขัดแย้งคือผู้เรียกร้องกับผู้ถูกเรียกร้อง กรรมการจากภาคส่วนอื่นอาจเป็นผู้สังเกตการณ์ช่วยให้เกิดการยอมรับ จะเดินหน้าได้ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยคือ 1.ความจริงใจแสวงหาทางออก 2.เปิดใจกว้างรับฟังความเห็นต่างไม่มีอคติ 3.สร้างความเข้าใจกัน หลีกเลี่ยงโต้วาทีเอาแพ้ชนะ

“นิพิฏฐ์” ชี้ม็อบไม่เคยชนะทหารแทรก

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ช่วงนี้ศาลยุติธรรมทำงานหนัก หลายเรื่องคำสั่งศาลออกมาดี เช่น การยกคำร้องฝากขังผู้ต้องหากรณีการชุมนุมประท้วงรัฐบาล หรือการอนุญาตให้ฝากขังได้ตามความจำเป็นแห่งการสอบสวน ศาลยืนตรงกลางเป๊ะเลย ระหว่างการคุ้มครองสิทธิของผู้ชุมนุมกับการละเมิดกฎหมาย ไม่ให้ใครเอาอิสรภาพของผู้ชุมนุมมากดดัน ขณะเดียวกันไม่ให้มีการละเมิดกฎหมาย แต่ไม่ใช่ว่าศาลจะทำอย่างนี้ได้นาน เมื่อคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลมันต้องจบด้วยการแพ้หรือชนะ การต่อสู้คดีไม่เหมือนการเล่นกีฬา กีฬาอาจมีเสมอกันได้ แต่คดีอาญาแพ้หรือชนะเท่านั้น ผู้เล่นต้องเสี่ยงเอาเอง และยอมรับผลจากการกระทำตามความเชื่อของตัวเอง การชุมนุมประท้วงในเมืองไทย ตามประวัติศาสตร์ ผู้ชุมนุมไม่เคยชนะรัฐบาล ทหารต้องออกมาแทรกแซงตอนสุดท้ายทุกครั้ง”

นายนิพิฏฐ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ขอเตือนผู้ชุมนุมกำลังเล่นกับกฎหมายของรัฐต้องรอบคอบ ไม่เหมือนกับการเล่นกีฬาออกได้ทั้ง 3 หน้าคือแพ้ ชนะ เสมอ แต่เป็นคดีความกับรัฐไม่มีเสมอ มีโอกาสแพ้มาก การชุมนุมของกลุ่มเด็กเยาวชนบางเรื่องมีเหตุผล แต่ทุกการประท้วงผิดกฎหมายต่างกรรมต่างวาระ ที่สุดแล้วการชุมนุมของประชาชน ไม่มีใครเคยชนะรัฐ สุดท้ายต้องจบที่การเจรจาพูดคุย เพื่อแก้ปัญหา

“วิสาร” แนะให้มีแค่ 2 ฝ่ายเคลียร์ใจ

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึง ข้อเสนอการตั้งคณะกรรมการปรองดองเพื่อหาทางออกให้ประเทศว่า การตั้งคณะกรรมการปรองดองไม่ควรมีถึง 7 ฝ่าย มาพูดคุยกัน ถ้าเป็น 7 ฝ่าย ส่วนใหญ่มีแต่ฝ่ายรัฐบาล ยิ่งพูดเยอะคนปัญหายิ่งเยอะ ควรพูดคุยกันแค่ 2 ฝ่ายคือฝ่ายต้องการให้นายกฯออก และฝ่ายต้องการให้นายกฯอยู่ต่อ มีคนกลางที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ เช่นอดีตนายกฯ อดีตประธานศาลฎีกา อดีตประธานรัฐสภามาร่วม เอาข้อเรียกร้องสองฝ่ายมาคุยกัน ฝ่ายผู้ชุมนุมอาจส่งแกนนำที่ได้รับการยอมรับเป็นตัวแทนพูดคุย ที่สำคัญนายกรัฐมนตรีต้องลดทิฐิ ลดตัวลงมาคุยกับคนที่มีอำนาจน้อยกว่า เป็นการพูดคุยแบบไม่ถกเถียงเอาชนะคะคานกัน แต่เป็นการเอาเหตุผลมาพูดคุยกัน หาทางออกให้ประเทศ มิเช่นนั้นกังวลว่าเหตุการณ์จะบานปลาย

ฉุดประเทศเข้าภาวะรัฐล้มเหลว

น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐที่ไปอายัดตัว 3 แกนนำไปดำเนินคดีต่อ ระหว่างพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลนั้น ทำให้เกิดคำถามว่า การออกหมายจับชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ทั้งที่แกนนำทั้ง 3 คนไม่มีพฤติการณ์หลบหนี มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่นอน บางคนยังเป็นนักศึกษา ล่าสุดศาลได้มีคำสั่งยกคำร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวน ตามหลักกฎหมายควรมีแค่หมายเรียก เพื่อให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหามาให้การชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพื่อต่อสู้ตามวิธีพิจารณาความอาญา จะก่อให้เกิดความยุติธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา การกระทำเจ้าหน้าที่รัฐยิ่งทำให้เกิดคำถามกับสังคมมากมายว่า เป็นการคุกคามกลั่นแกล้งจนเกินกว่าเหตุหรือไม่ หากเจ้าหน้าที่รัฐไม่หยุดคุกคามประชาชนจะทำให้ประเทศเข้าสู่สภาวะ failed state ภาวะรัฐล้มเหลวในการบริหารจัดการ ความขัดแย้ง รัฐกลายเป็นคู่ความขัดแย้งที่รุนแรง ทำให้ความขัดแย้งบานปลาย ถ้ารัฐบาลยิ่งคุกคาม จะยิ่งทำให้ประชาชนต่อต้าน

“ประชา” ยุ ปว.คืนสุขคนทั้งชาติ

นายประชา ประสพดี อดีต รมช.มหาดไทย อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ต้องทบทวนการตัดสินใจเพื่อคนในชาติ ควรรับฟังนักวิชาการ อดีตนายกฯที่ออกมาทักท้วงชี้แนะตักเตือนด้วยความหวังดี ประเทศชาติแตกความสามัคคี ไม่มีความปรองดองตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นพ่อ เรื่อยไปจนลูกเด็กเล็กแดง ส่งผลกระทบทุกด้าน ระบบรัฐสภาไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว สังคมสงสัยทำไม พล.อ.ประยุทธ์ต้องอยู่ต่อไป อยากให้ ผบ.ทบ. หรือ ผบ.ทหารสูงสุด ทบทวนความคิด กองทัพควรตัดสินใจอย่างหนึ่งอย่างใด จะปฏิรูปหรือปฏิวัติเพื่อหาช่องทางคืนประชาธิปไตย คืนความสามัคคี ต้องตัดสินใจแล้ว เป็นทางด่วนแก้ปัญหา จากนั้นค่อยมาเยียวยา แชร์ความสุขจะเป็นรัฐบาลเพื่อชาติหรือเพื่อคนไทยเป็นของขวัญปีใหม่ 2564

“วิรัช” รอดูโครงสร้าง กก.สมานฉันท์ก่อน

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อหาทางออกประเทศว่า อยากให้เห็นโครงสร้างคณะกรรมการที่สถาบันพระปกเกล้าร่างขึ้นก่อน ที่จะส่งให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 2 พ.ย.และจะมีการประชุมพูดคุยในรายละเอียด เพื่อที่จะวางหลักแนวทางการดำเนินงาน และจะได้รู้ว่าต้องประสานฝ่ายใดบ้าง รวมถึงตัวประธานจะเป็นใครต้องดูที่โครงสร้างด้วย ยังตอบอะไรไปก่อนไม่ได้ พูดไปก่อนอาจผิดได้ เพราะต้องดูว่าจะเลือกเอาโครงสร้างไหน ที่อาจจะมีมาให้เลือก 2-3 โครงสร้าง

ขอ รบ.-ค้านร่วมเปิดเวทีปลอดภัย

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า เป็นสัญญาณดีที่ทุกฝ่ายค่อนข้างเห็นด้วยจะนำร่างแก้รัฐธรรมนูญ 6 ฉบับมาพิจารณาร่วมกับร่างแก้รัฐธรรมนูญของไอลอว์ การหารือเบื้องต้นเห็นตรงกันว่าควรเอาร่างไอลอว์มาพิจารณาพร้อมกัน จะได้ไม่มีปัญหาข้อบังคับ หรือหากต้องตั้งคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาจะได้ไม่ซ้อนกัน จะได้ขจัดข้อปัญหาต่างๆ เพราะมี 3 ร่างที่มีหลักการใกล้เคียงกันอยู่แล้ว คาดว่าประธานรัฐสภาบรรจุวาระได้หลังวันที่ 12 พ.ย. ส่วนการตั้งกรรมการสมานฉันท์สถาบันพระปกเกล้าคงมีวิธีเสนอรูปแบบให้ทุกฝ่ายเข้าร่วม ปกติคู่ขัดแย้งไม่สามารถเข้ามาร่วมได้ทันที หากไม่ได้จัดเวทีที่ปลอดภัยให้ อยากเรียกร้องฝ่ายค้านและรัฐบาลร่วมกันเปิดเวทีที่ปลอดภัยให้เกิดขึ้นจริง ให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม

อัดฝ่ายค้านตัวปัญหาไม่สังฆกรรม

นายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวว่า เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ แต่ทุกฝ่ายต้องเข้าร่วมหาทางออกด้วยความจริงใจ นำบทเรียนจากรายงานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) และรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ชุดนายดิเรก ถึงฝั่ง อดีต ส.ว.มาศึกษา ถ้าฝ่ายค้านไม่เข้าร่วมถือเป็นตัวปัญหา ควรหารือเรื่องการปฏิรูปการเมือง ไม่ควรมีการปฏิรูปสถาบัน อยากให้ระวังอะไรที่ไปคุกคามจิตใจคนอื่นมากๆอย่าไปทำ ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่เห็นด้วยที่จะตั้ง ส.ส.ร. มายกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ประเด็นปัญหาจริงๆที่อยากแก้ไขมีแค่การให้ ส.ว.โหวตนายกฯ บัตรเลือกตั้ง ทำไมต้องรื้อทั้งฉบับ

เปิด 3 โมเดล กก.สมานฉันท์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รูปแบบคณะกรรมการสมานฉันท์ที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้ฝ่ายเกี่ยวข้องไปดำเนินการออกแบบ เบื้องต้นมี 2-3 รูปแบบ รูปแบบในโครงสร้างที่ 1 คือไม่มี ส.ส. ส.ว.ร่วมในคณะกรรมการสมานฉันท์ รูปแบบที่ 2 คือมี ส.ส. ส.ว.กับคนนอก อย่างละครึ่ง และรูปแบบที่ 3 คือ ไม่มีคนภายนอกในคณะกรรมการสมานฉันท์เลย สาเหตุที่ต้องมีข้อ 3 เนื่องจากบรรดา ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเห็นตรงกันว่า หากมีบุคคลใดเสนอให้คณะ กรรมการสมานฉันท์เริ่มต้นด้วยเรื่องสถาบัน จะไม่มีการหารือใดๆต่อทันที แต่ถ้าหยิบยกเรื่องการเมืองที่มีปัญหาอยู่ เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดำเนินการต่อไปได้ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหมไม่ได้มีดำริอะไรเรื่องคณะกรรมการสมานฉันท์ ต้องการปล่อยให้ดำเนินการโดยอิสระ

ประชาชนมองม็อบยืดเยื้อไม่รู้จบ

วันเดียวกัน นิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “การชุมนุมทางการเมืองจะจบอย่างไร” พบว่าเหตุการณ์ที่ประชาชนกังวลว่าจะเกิดขึ้นมากที่สุดคือ ความรุนแรงทางการเมืองระหว่างประชาชนด้วยกัน ร้อยละ 22.63 เศรษฐกิจประเทศย่ำแย่ ร้อยละ 20.73 และการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 รอบสอง ร้อยละ 13.36 ส่วนการชุมนุมจะจบอย่างไร ร้อยละ 19.44 ระบุว่ารัฐบาลยอมทำตามข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม ร้อยละ 15.79 มีความรุนแรงทางการเมืองแล้วรัฐบาลลาออก ร้อยละ 12.53 มีความรุนแรงทางการเมืองต่อด้วยรัฐประหาร และร้อยละ 11.39 มีความรุนแรงทางการเมือง แต่รัฐบาลควบคุมได้และผู้ชุมนุมลดน้อยลงจนต้องเลิกชุมนุมไปเอง ประชาชนร้อยละ 54.29 เชื่อว่าการชุมนุมจะยืดเยื้อไม่จบ ร้อยละ 12.15 ระบุจบภายในปลายเดือน ธ.ค. ร้อยละ 11.92 จบต้นปี 2564

เชื่อมีนักการเมืองคอยบงการ

ด้านสวนดุสิตโพล สำรวจความคิดเห็นประชาชนกรณี “การเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ” สรุปว่า ร้อยละ 41.94 เห็นว่าเป็นการยื้อเวลาของรัฐบาล ร้อยละ 39 นายกฯยังไม่ลาออก ร้อยละ 32.32 เป็นเกมการเมือง ส่วนผลลบที่เกิดจากการอภิปราย ร้อยละ 53.18 เห็นว่าเสียเวลา สิ้นเปลืองงบประมาณ ร้อยละ 53.08 ไม่ได้ประโยชน์ ไม่มีอะไรดีขึ้น และร้อยละ 45.73 แต่ละฝ่ายมีธงของตนเอง ไม่ยอมกัน ทั้งนี้ ร้อยละ 54.40 เห็นว่าหลังจากเสร็จสิ้นการอภิปรายยังขัดแย้งเหมือนเดิม ร้อยละ 34.78 ขัดแย้งมากขึ้น และร้อยละ 10.82 ขัดแย้งน้อยลง

ขณะเดียวกันซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจเรื่อง “ต่างชาติทำไทยแตกแยก” พบว่าความเชื่อต่อรัฐบาลต่างชาติ มีส่วนสนับสนุนม็อบ 3 นิ้ว ร้อยละ 88.3 เห็นว่ามีองค์กรต่างชาติ สนับสนุน ม็อบ 3 นิ้ว ร้อยละ 83.3 ไม่แน่ใจรัฐบาลต่างชาติมีส่วนสนับสนุน ม็อบ 3 นิ้ว ส่วนกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังม็อบ 3 นิ้ว ร้อยละ 89.6 ระบุคือนักการเมืองไทย ร้อยละ 88.4 นักธุรกิจ นักลงทุน ร้อยละ 87.4 นักวิชาการ ร้อยละ 87 สื่อมวลชน

“เรืองไกร” ยื่น ป.ป.ช.เอาผิด กกต.

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า วันที่ 2 พ.ย. จะส่งเรื่องผ่านทางไปรษณีย์ไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตาม ป.อาญามาตรา 157 กรณีแจกใบส้มนายสุรพล เกียรติไชยกร อดีตผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ที่ถวายเงินพระสงฆ์ 2,000 บาท จูงใจการลงคะแนนให้ แต่ต่อมาศาลฎีกาแผนคดีเลือกตั้งมีคำพิพากษายกคำร้อง กกต.ไต่สวนได้ความโดยไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามกฎหมาย อาจมีพฤติการณ์จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เข้าข่ายไม่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตเที่ยงธรรม โดยรวดเร็ว ไม่ประวิงเวลา

จ่อยื่นสอบ “อ๋อย” ปล่อยเฟกนิวส์

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า วันที่ 2 พ.ย.เวลา 10.00 น. จะไปยื่นเรื่องต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เอาผิดนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ นำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ กรณีโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 31 ต.ค.63 ตำหนิการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจอายัดตัวแกนนำกลุ่มราษฎรไปยัง สน.ประชาชื่น หลังได้รับการปล่อยตัวจากการที่ศาลยกคำร้องฝากขัง แม้ว่าต่อมาได้แก้ไขข้อความในเฟซบุ๊กใหม่ โดยอ้างว่าป้องกันความคลาดเคลื่อน แต่มีการก๊อบปี้และแชร์ข้อความไปจำนวนมากแล้ว เข้าข่ายความผิดสำเร็จน่าจะเสียหายต่อความมั่นคง ความปลอดภัยของประเทศ จึงขอให้ บก.ปอท. เรียกมาสอบสวนตามกฎหมายต่อไป

มึนห้าม รมต.–ส.ส.ช่วยหาเสียง อบจ.

วันเดียวกัน นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการรับสมัครเลือกตั้งนายก อบจ.และสมาชิกสภาจังหวัด (ส.จ.) ว่า เมื่อ กกต.ประกาศรับสมัครเลือกตั้งนายก อบจ.และ ส.จ.ในวันที่ 2 พ.ย.แล้ว แต่ยังไม่ชัดเจนในแนวปฏิบัติการหาเสียง ตาม พ.ร.บ.เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 มาตรา 34 และระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการ หาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 ข้อ 15 และข้อ 18 ที่ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เช่น รัฐมนตรี ส.ส. ผู้ช่วย ส.ส. ช่วยหาเสียง ขึ้นเวทีปราศรัย หรือขึ้นรูปภาพในป้ายโฆษณาหาเสียงให้ผู้สมัครสร้างความสับสนให้ทั้งผู้สมัครนายก อบจ. ส.จ.และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทั่วไปจำนวนมากที่ต้องช่วยเครือญาติ เพื่อนฝูง หรือผู้สมัครในนามพรรคการเมืองที่สังกัดอยู่หาเสียง

รบ.โอ่แรงงานไทยเนื้อหอมใน ตปท.

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า ประชุม ครม.ล่าสุด นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว. แรงงาน รายงานการจัดส่งแรงงานไทยไปเก็บผลไม้ป่าในประเทศสวีเดนและฟินแลนด์ ฤดูกาล 2020 เริ่มตั้งแต่ ก.ค.-ก.ย.63 ที่ได้รับการอนุญาตไปทั้ง 2 ประเทศ รวม 5,254 คน แยกเป็นประเทศ ฟินแลนด์ 2,014 คนและสวีเดน 3,210 คน ก่อให้เกิดรายได้เข้าประเทศขั้นต่ำ 618,341,720 บาท จากฟินแลนด์ 182,655,000 บาทและสวีเดน 435,686,720 บาท แรงงานทั้งหมดผ่านการตรวจเชื้อโควิด-19 ทั้งก่อน ไปและหลังเดินทางกลับ ผ่านการกักตัว 14 วัน ตามมาตรการป้องกัน บริษัทต่างประเทศที่ว่าจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย คนละ 32,000 บาท แรงงานไทยที่ไปเก็บผลไม้ที่สวีเดน ฤดูกาลปี 2020 จะมีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายประมาณคนละ 150,000-180,000 บาท มีระยะเวลาเก็บผลไม้ 2 เดือน ส่วนฟินแลนด์เก็บผลไม้ 55 วัน มีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายประมาณคนละ 90,000-150,000 บาท ขณะนี้แรงงานเป็นที่ต้องการของต่างประเทศ มาจากไทยบริหารจัดการโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี

“ดอน” ขันนอตปลุกท่องเที่ยวภูเก็ต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ จะลงพื้นที่ช่วงการประชุม ครม. อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ จ.ภูเก็ต ระหว่าง 2-3 พ.ย.2563 เพื่อผลักดันการดำเนินงานกระทรวงการต่างประเทศสนับสนุนผ่อนคลาย และอำนวยความสะดวกการเข้าเมืองของชาวต่างชาติ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศและความเป็นอยู่ประชาชน รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้เที่ยวบินแบบกึ่งพาณิชย์เที่ยวปฐมฤกษ์ จากนครดูไบมาลงที่ จ.ภูเก็ตวันที่ 2 พ.ย. อีกทั้งจะพบหารือกับกงสุลใหญ่และกงสุลกิตติมศักดิ์ประเทศต่างๆประจำ จ.ภูเก็ต และ สงขลากว่า 20 คน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับ สถานการณ์เศรษฐกิจ แนวทางพัฒนาเศรษฐกิจ จ.ภูเก็ต ภาคใต้ และประเทศไทย รวมถึงการใช้วิกฤติ โควิด-19 เป็นโอกาสเตรียมความพร้อมรองรับอนาคตและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะด้านท่องเที่ยวที่เป็นจุดแข็ง จ.ภูเก็ต

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ชุมนุมเพนกวินไมค์ ระยองรุ้ง ปนัสยาคณะราษฎรโรงพยาบาลพระราม9ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563 เวลา 08:42 น.