ไลฟ์สไตล์
100 year

ส่องชะตากรรมแกนนำม็อบนอนรพ. ศาลอยุธยายกคำร้องขังปทุมวันเสียบอายัดตัว

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 พ.ย. 2563 05:01 น.
SHARE

3 แกนนำกลุ่มราษฎรไม่ยอมถูกอายัดตัว แนวร่วมฮือรุมทุบรถผู้ต้องขังล้อม สน.ประชาชื่น “ไมค์-เพนกวิน” ลมจับ แถมโดนเศษกระจกรถบาดเจ็บ “รุ้ง” ขาดน้ำเพลีย ต้องส่งตัวเข้า รพ.รักษาตามสิทธิ ตำรวจอยุธยาบุกขอจับคา รพ.พระรามเก้าท้ายที่สุดศาลไม่อนุญาตให้ฝากขัง ถอนหมายจับโดยปริยาย “รุ้ง” ส่อแววโดน สน.ปทุมวัน ซิวอีก สภ.อุบลฯรอรวบ “เพนกวิน” หมอแจง 3 แกนนำต้องแอดมิตอย่างน้อย 2 วัน เผยไม่มีปมถูกบีบคอ บช.น.สแกนเอาผิดม็อบรุมทุบรถ เตือนแชร์เฟกนิวส์ให้ร้าย ตร.ระวังคุก งานรับปริญญา มธ.ราบรื่น “บิ๊กเซอร์ไพรส์” ได้แค่แกงกำลังทหาร-ตำรวจ ขณะที่ “บิ๊กตู่” ย้ำหัวตะปูไม่ตัดช่องน้อยทิ้งหน้าที่หนีปัญหา “เทพไท” แนะรัฐบาลจัดเวทีคุยม็อบเคลียร์ข้อเรียกร้อง เตือนสติคนไทยรักสถาบันอย่างมีสติ “อันวาร์” ร่อน จม.ห้ามทหารปฏิวัติ พท.ขวางไม่เอารัฐประหาร

เป็นปมต้องจับตาหลังศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้องของพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงครามขอฝากขัง 4 แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมครั้งที่ 3 พร้อมให้ปล่อยตัวจากที่คุมขัง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับแสดงหมายจับเข้าจับกุมในคดีอื่นต่างกรรมต่างวาระ กลายเป็นประเภทจับแล้วปล่อย ปล่อยแล้วจับ จนเกิดความไม่พอใจต่อแนวร่วมกลุ่มราษฎรพากันฮือไปชุมนุมล้อมโรงพัก

ข่าวแนะนำ

3 แกนนำไม่ยอมถูกอายัดตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงคืนวันที่ 30 ต.ค.หลังเกิดเหตุชุลมุนกรณีแนวร่วมกลุ่มราษฎรที่ไม่พอใจพากันไปชุมนุมล้อมรถควบคุมผู้ต้องหาของ สน.ประชาชื่น ที่นำไปควบคุมอายัดตัวนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ (เพนกวิน) และนายภาณุพงศ์ จาดนอก (ไมค์ ภาณุพงศ์) ตามหมายจับของ สภ.พระนครศรีอยุธยา และทุบกระจกรถเพื่อช่วยแกนนำออกมาจากรถ โดยอ้างว่า “เพนกวิน” และ “ไมค์” ถูกบีบคอทำร้ายร่างกาย จนแกนนำทั้งคู่เกิดอาการเป็นลมและรับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วน น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล (รุ้ง) ถูกแยกคุมตัวมาในภายหลัง ต่อมามีรถตู้พยาบาลนำตัว “ไมค์” ไปส่ง รพ.ใกล้เคียงเพื่อรักษาตัว

โวยใช้หมายจับหมดอายุมาราวี

ขณะที่นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ไม่ยอมขึ้นโรงพัก ถอดเสื้อปราศรัยอยู่หน้าโรงพัก อ้างว่าตำรวจอายัดตัวไม่ถูกต้องตามกฎหมายเพราะเป็นหมายจับที่ตำรวจดำเนินการไปแล้ว โดยนายพริษฐ์กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับตนในเรือนจำเป็นความอยุติธรรมที่เห็นได้ชัด หลังจากเราได้อุทิศ 16 วันในเรือนจำตำรวจยังพยายามจับพวกเราด้วยหมายที่สิ้นผลไปแล้ว ตามกฎหมายทำไม่ได้ ตนกับไมค์ยืนยันในหลักการนี้รวมถึงยืนยันว่าเราจะไม่ใช้ความรุนแรงเพื่อธำรงไว้ซึ่งหลักกฎหมายที่ถูกบังคับใช้อย่างเท่าเทียม ไม่ใช่เฉพาะกับนักศึกษาที่เรียกร้องประชาธิปไตยเท่านั้น แต่กับตำรวจด้วย จากนั้นมวลชนได้พากันพูดกดดันให้ตำรวจเข้าไปอยู่ในโรงพักจนตำรวจปล่อยให้นายพริษฐ์ปราศรัยโดยไม่ขัดขวาง มวลชนร่วมกันร้องเพลงแสงดาวแห่งศรัทธา เปิดแฟลชมือถือ และชู 3 นิ้ว ปักหลักชุมนุมต่อ

ตร.อยุธยาขอจับกุมกลางม็อบ

กระทั่งเวลา 03.05 น. พ.ต.อ.เอกราช อุ่นเจริญ รอง ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางไปประกาศต่อหน้ามวลชนที่หน้า สน.ประชาชื่น ขอคุมตัวนายพริษฐ์ นายภาณุพงศ์ และ น.ส.ปนัสยา เข้าสอบสวนที่ชั้น 2 ของ สน.ประชาชื่น โดยอ้างเหตุแห่งคดีที่เคยเกิดขึ้นในท้องที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา ทั้งนี้ นายพริษฐ์ได้พยายามสอบถามว่า หากยินดีกระทำตามแล้วจะได้รับการปล่อยตัวหรือไม่ พ.ต.อ.เอกราชไม่รับปาก แต่แจ้งว่าจะได้รับสิทธิตามกฎหมายทุกอย่างโดยเฉพาะหากเจ็บป่วยมีสิทธิเข้าการรักษาพยาบาล โดยเตรียมรถฉุกเฉินของ รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่นเอาไว้ให้ การเจรจาต่อรองผ่านเลยไปประมาณ10 นาที นายพริษฐ์และ น.ส.ปนัสยาจึงยินยอม ท่ามกลางเสียงตะโกนโห่ร้องของมวลชน

รอง ผบช.ภ.1 ส่ง “กวิ้น–รุ้ง” เข้ารพ.

ต่อมาเวลา 04.45 น. พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รอง ผบช.ภ.1 ควบคุมตัวนายพริษฐ์ และน.ส.ปนัสยาขึ้นรถ รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น ตามสิทธิของผู้ต้องหา เนื่องจากนายพริษฐ์บาดเจ็บจากเหตุการณ์ชุลมุนทุบรถควบคุมผู้ต้องหาถูกกระจกบาดตามร่างกายหลายแห่ง โดยเฉพาะที่ศีรษะและขา ส่วนน.ส.ปนัสยามีอาการอิดโรยและอ่อนเพลีย โดยมีกระแสข่าวจากการ์ดอาสาว่ามีการย้ายตัวทั้ง 3 แกนนำไปรักษาที่ รพ.พระรามเก้า ในภายหลังมี นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.แพร่ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ขึ้นรถตู้ติดตาม จากนั้นมวลชนจึงประกาศยุติการชุมนุม กลับบ้านไปพักผ่อนรอฟังประกาศจากกลุ่มแนวร่วมต่อไป อย่างไรก็ตาม หลังจากพนักงานสอบสวนสอบปากคำเสร็จสิ้นแล้วจะส่งสำนวนคำให้การไปยังศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยจะยังไม่นำตัวแกนนำทั้ง 3 รายไปส่งศาล เพราะมีอาการบาดเจ็บต้องรับการรักษาพยาบาลตามสิทธิ

ไอลอว์แชร์ ตร.บุกจับ“ไมค์” คา รพ.

ต่อมาเวลา 09.00 น. วันที่ 31 ต.ค. ทวิตเตอร์ iLawFX โพสต์ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ. เข้าจับกุมนายภาณุพงศ์ ระบุว่า เมื่อเวลา 06.15 น. ตำรวจจาก สภ.พระนครศรีอยุธยา เข้ามาแสดงตัวจับกุมไมค์-ภาณุพงศ์ จาดนอก ที่ รพ.พระราม 9 ขณะที่ไมค์-ภาณุพงศ์ ปฏิเสธการจับกุมและใช้สิทธิไม่ให้การกับตำรวจชุดจับกุม เนื่องจากการจับกุมเริ่มตั้งแต่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพแล้ว ไม่ใช่เริ่มจับกุมที่ รพ.พระราม 9 ตามที่ตำรวจได้แจ้งการจับกุม

ทนายยันหมายจับสิ้นผลไปแล้ว

ทั้งนี้ ทวิตเตอร์ iLawFX ระบุด้วยว่า ทนายความแจ้งว่า กระบวนการหลังจากนี้เมื่อตำรวจแจ้งการจับกุม และสอบคำให้การของไมค์ ภาณุพงศ์ แล้วไมค์-ภาณุพงศ์จะสามารถรักษาตัวอยู่ใน รพ.ต่อได้ โดยเป็นสิทธิของผู้ต้องหาเมื่อได้รับการบาดเจ็บต้องได้รับการรักษา สำหรับกรณีนายพริษฐ์ นายภาณุพงศ์ และ น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล มีข้อกล่าวหาหลายกรณีจึงมีหมายจับหลายฉบับ ตำรวจอ้างว่าเป็นการจับตามหมายจับคนละคดีคนละฉบับ ด้านทนายความ อธิบายว่าคดีที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา ตำรวจมาสอบปากคำผู้ต้องหาระหว่างอยู่ในเรือนจำฯไปแล้ว หมายจับจึงสิ้นผล ไม่มีอำนาจมาจับกุมตัวอีก

จัดตำรวจเฝ้า 2 นายรอหิ้วตัว

ที่ รพ.พระรามเก้า พ.ต.อ.เอกราช อุ่นเจริญ รอง ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา ฝ่ายสอบสวน พร้อมด้วยพ.ต.อ.ประเวศ ศรีนาค ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา นำพนักงานสอบสวนไปแสดงหมายจับกุมทั้ง 3 ผู้ต้องหา เมื่อไปถึง รพ.ฝ่ายผู้ต้องหาให้เข้าดูอาการป่วย และยืนยันใบรับรองแพทย์ ดังนั้นจึงเพียงแต่ดำเนินการสอบสวนและเตรียมพร้อมเพื่ออายัดตัวนำมาดำเนินคดีที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยจัดตำรวจ ให้คอยควบคุมไว้ 2 นาย เมื่อหาย

ศาลยกคำร้องฝากขังถอนหมายจับ

ต่อมาเวลา 18.00 น. พ.ต.อ.ประเวศให้สัมภาษณ์ว่า ได้ไปยื่นขอฝากขัง 3 ผู้ต้องหาประกอบด้วย นายพริษฐ์ นายพาณุพงศ์ และ น.ส.ปนัสยา ต่อศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยไม่พาผู้ต้องหาไปด้วยเนื่องจากป่วย ซึ่งทนายความผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไปแถลงต่อศาลว่าผู้ต้องหาป่วย ไม่น่าจะหลบหนี และไม่น่าจะยุ่งเหยิงพยาน ทั้งนี้ ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งไม่ให้ฝากขัง ส่งผลให้หมายจับถูกเพิกถอนไปโดยปริยาย ตนได้สั่งถอนกำลังที่เฝ้าผู้ต้องหาแล้ว ต่อไปก็เป็นเรื่องของโรงพักอื่นที่ต้องการตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดีที่ต้องดำเนินการต่อ

ชี้ไม่มีเหตุจำเป็นต้องควบคุม

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับคำสั่งศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาระบุว่า พิเคราะห์คำร้องคำคัดค้านและพยานหลักฐานชั้นไต่สวนข้อเท็จจริงความว่า ผู้ร้องสอบสวนพยานได้แล้วเสร็จ แต่คงเหลือการเสนอสำนวนการสอบสวนต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ผู้ร้องเบิกความว่าพนักงานสอบสวนสามารถดำเนินการได้ โดยไม่ต้องควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสาม ทั้งไม่ปรากฏหลักฐานตามสมควรว่าผู้ต้องหาทั้งสามจะหลบหนีหรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น เนื่องจากขณะที่มีการยื่นคำร้องขอควบคุมตัว ผู้ต้องหาทั้งสามป่วยเข้ารับการรักษาที่ รพ.ตามใบรับรองแพทย์ ไม่มีเหตุจำเป็นต้องควบคุมหรือขังผู้ต้องหา ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นตามคำคัดค้านข้ออื่นเพราะไม่เป็นเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัย ยกคำร้อง

เผย สน.ปทุมวันเล็งรวบ “รุ้ง” ต่อ

นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ในฐานะทนายความแกนนำคณะราษฎร 2563 เปิดเผยว่า วันนี้ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีคำสั่งยกคำร้องฝากขัง นายพริษฐ์ นายภาณุพงศ์ และ น.ส.ปนัสยาแต่ได้รับรายงานว่า พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เตรียมขออายัดตัว น.ส.ปนัสยาต่อ ในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตามที่ศาลแขวงปทุมวันเคยออกหมายจับ ทั้งนี้ เมื่อศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยายกคำร้องฝากขังของผู้ต้องหาทั้งสาม เท่ากับหมายจับของ สภ.พระนครศรีอยุธยาสิ้นผลไป ในส่วนของนายพริษฐ์ และนายภาณุพงศ์ ไม่พบหมายจับ สน.ปทุมวันในกรณีนี้ แต่อาจจะมีหมายจับอื่น

ตำรวจปทุมวันโชว์หมายจับทันควัน

เวลา 19.00 น. พ.ต.ท.อัครพล จั่นเพชร รอง ผกก. (สส.) สน.ปทุมวัน พร้อมกำลังเดินทางมาที่ รพ.พระรามเก้า นำหมายจับศาลแขวงปทุมวัน 114/2563 และเลขที่ 116/2563 ลงวันที่ 22 ก.ค.63 ทั้ง 2 หมาย ข้อหาผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในช่วงการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 เหตุการณ์นำกลุ่มผู้ชุมนุมที่สกายวอล์ก บริเวณสี่แยกปทุมวัน แขวงและเขตปทุมวัน กทม.วันที่ 5 มิ.ย.และวันที่ 22 มิ.ย.63 ทำความผิดชุมนุมใน 2 เหตุการณ์ อายัดตัว น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำคณะราษฎร ที่นอนรักษาที่ห้องพัก ชั้น 9 ตึกเอ โดยเจ้าหน้าที่ได้อายัดตัว รุ้งไว้ก่อน จัดกำลังเฝ้าดูแลตลอด 24 ชั่วโมง และวันจันทร์ที่ 2 พ.ย.จะมาควบคุมตัวไปผัดฟ้องฝากขังที่ศาลแขวงปทุมวันต่อไป

“ไมค์–กวิ้น–รุ้ง” แอดมิต 2–3 วัน

ที่ห้องประชุมใหญ่โรงพยาบาลพระรามเก้า นพ.สมชัย ลีลาศิริวงศ์ ที่ปรึกษากรรมการผู้อำนวยการรพ.พระรามเก้า พล.ร.ต.นพ.สุรเชษฐ์ สู่พานิช ที่ปรึกษากรรมการ ผอ.รพ. นพ.อาทิตย์ เจียรนัย–ศิลาวงศ์ ผู้ช่วย ผอ.รพ. ร่วมแถลงกรณีนายพริษฐ์ นายภาณุพงศ์ และ น.ส.ปนัสยา ที่เข้าพักรักษาตัว โดย นพ.สมชัยกล่าวว่า จากการตรวจรักษาร่างกายของนายภาณุพงศ์ พบร่องรอยบาดแผลถลอกจากเศษแก้วตามร่างกายหลายแห่ง และแจ้งว่าวูบหมดสติไปประมาณ 20 นาที มีอาการปวดที่ต้นคอชาทั้งตัว แพทย์พบว่ามีประวัติเป็นหอบหืดมาก่อน ได้รักษาบาดแผลภายนอก ฉีดวัคซีนบาดทะยัก เฝ้าระวังการติดเชื้อ และตรวจหาสาเหตุของอาการวูบหมดสติติดตามอาการทางสมองอย่างใกล้ชิด นายพริษฐ์ มีประวัติเป็นหอบหืด มีเศษแก้วในแผลที่ศีรษะและกระจายตามร่างกายแขนขา ส่วน น.ส.ปนัสยา มีอาการอ่อนเพลียมาก จากการขาดน้ำไม่ได้พักผ่อน พบบาดแผลที่เท้า 2 แห่ง แพทย์รักษาบาดแผล และให้น้ำเกลือ คนไข้ทั้งหมดต้องรักษาตัวประมาณ 24-48 ชั่วโมง หรือ 2-3 วัน หรือนานกว่านั้นหากมีอาการอื่น แต่คนไข้สามารถปฏิเสธการรักษาและออกจาก รพ.ได้

เผยคนไข้ไม่แจ้งถูกบีบคอ

นพ.สมชัยกล่าวอีกว่า ผู้ป่วยประสงค์ที่จะมารักษาที่ รพ.พระรามเก้า โดยมี นพ.ทศพร เสรีรักษ์ เป็นผู้ประสานให้ คนไข้ทั้ง 3 มีอาการอ่อนเพลียค่อนข้างมาก ขอให้ผู้สนับสนุนงดเข้าเยี่ยม ให้กำลังใจผ่านทางโซเชียลจะเหมาะสมกว่า เพื่อให้คนไข้พักผ่อนเต็มที่และหายป่วยเร็วขึ้น เมื่อถามว่า ตรวจสอบร่างกายแล้วพบว่ามีการถูกบีบคอจริงหรือไม่ นพ.สมชัย ตอบว่า ไม่มีผู้ป่วยรายใดแจ้งอาการนี้ เพียงแต่แจ้งว่าปวดตึงต้นคอ บ่า และไหล่ เมื่อถามว่าตามระเบียบแล้วการจับกุมภายใน รพ.มีแนวทางอย่างไร นพ.สมชัยตอบว่า ก่อนการจับกุมมีการประสานงานจากเจ้าหน้าที่มาแล้ว ไม่มีการใส่เครื่องพันธนาการติดกับเตียง และทั้ง 3 ราย ก็พักอยู่คนละชั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพริษฐ์กับ น.ส.ปนัสยารักษาตัวอยู่ชั้น 9 ส่วนนายภาณุพงศ์อยู่ชั้น 16 โดยมีเจ้าหน้าที่จาก สน.มักกะสันและ สภ.พระนครศรีอยุธยา 5-6 นาย เฝ้ารักษาความปลอดภัย

บช.น.สแกนเอาผิดม็อบทุบรถ

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. กล่าวว่า กรณีการทุบทำลายรถควบคุมผู้ต้องหาที่ สน.ประชาชื่น เห็นคลิปชัดเจนอยู่แล้ว มีกลุ่มผู้ชุมนุมหรือผู้ไม่หวังดี กลุ่มหนึ่งพยายามที่จะชิงตัวผู้ต้องหา มีการนำรถจักรยานยนต์มากีดขวางการเคลื่อนตัวของรถควบคุมผู้ต้องหา กระทั่งตำรวจต้องใช้รถควบคุมผู้ต้องหาดันออกจากเส้นทาง นอกจากนั้นพยายามใช้หมวกกันน็อก แท่งเหล็ก ทุบรถควบคุมผู้ต้องหาในระหว่างทาง ขณะนี้ ผกก.สน.ประชาชื่น กำลังเรียกกองพิสูจน์หลักฐานกลางมาตรวจร่องรอยความเสียหายและคงดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดทำให้เสียทรัพย์ซึ่งทรัพย์สินทางราชการ และอยู่ระหว่างพิจารณาดูพฤติกรรมว่าจะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 215 สมคบกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง หรือก่อให้เกิดเหตุร้ายในบ้านเมืองหรือไม่

เตือนแชร์เฟกนิวส์ให้ร้าย ตร.

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวต่อว่า ขณะนี้ปรากฏข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จกล่าวร้ายการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ เช่น การใช้คำว่าใช้หมายจับที่หมดสภาพมาจับกุมตัวผู้ต้องหาหรือมีการใช้กำลังทุบตีผู้ต้องหาคนหนึ่งคนใด จนได้รับบาดเจ็บหมดสติ เป็นต้น ซึ่งเป็นข้อความอันเป็นเท็จ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และ บก.ปอท. จะดำเนินคดี ฝากเตือนประชาชนอย่าเผยแพร่ส่งต่อ ทำซ้ำ อาจจะได้รับโทษตามกฎหมายเช่นเดียวกัน

สภ.อุบลฯต่อคิวรอจับ “เพนกวิน”

เมื่อเวลา 11.30 น. พ.ต.อ.ภัทรพล โพธิอะ ผกก.สภ.อุบลราชธานี เผยว่า สภ.อุบลราชธานี มีหมายจับศาลจังหวัดอุบลราชธานีลงวันที่ 15 ต.ค.63 กลุ่มแกนนำที่จัดการชุมนุมเปิดเวทีปราศรัย 22 ส.ค.ที่ลานข้างศาลเจ้าพ่อหลักเมืองอุบลราชธานี 3 คน ประกอบด้วย นายปิยรัฐ จงเทพ (โตโต้) นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ (เพนกวิน) และนายฉัตรชัย แก้วคำปอด (ทนายแชมป์) ความผิดร่วมกันกระทำเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร และตาม พ.ร.บ.คอมฯ โดยนายฉัตรชัยถูกจับดำเนินคดีไปแล้ว ส่วนนายพริษฐ์ พนักงานสอบสวนเตรียมขออายัดตัวต่อจาก สภ.พระนครศรีอยุธยา ขณะที่นายปิยรัฐ จงเทพ (โตโต้) ยังหลบหนีอยู่

เด็กเพื่อไทยบุกให้กำลังใจถึง รพ.

น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. เหรัญญิกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า วันนี้ตนและ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกพรรคเพื่อไทย เดินทางไปเยี่ยม 3 แกนนำคณะราษฎรที่ป่วยถึงขั้นแอดมิต ประกอบด้วย “รุ้ง” น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล “เพนกวิน” นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ “ไมค์ ระยอง” ภาณุพงศ์ จาดนอก โดยพูดคุยถึงเหตุการณ์ควบคุมตัวในคืนวันที่ 30 ต.ค. ต่อเนื่องถึงวันที่ 31 ต.ค. ทั้ง 3 คนได้ยืนยันว่าการแสดงหมายจับและวิธีการควบคุมตัวไม่ถูกต้อง ส่วนสภาพจิตใจยังดี เพียงกังวลกรณีหมายจับที่ไม่ถูกต้อง ยืนยันต่อสู้ตามกฎหมาย อาจฟ้องร้องถึงการใช้หมายจับที่ไม่เป็นธรรม และในโอกาสนี้ได้พบคุณแม่ของ “น้องรุ้ง” ก็เข้าใจในสิ่งที่ลูกสาวออกมาเคลื่อนไหว

ปลดแอกอุบล–นศ.มช.ไล่เผด็จการ

ด้านความเคลื่อนไหวต่างจังหวัดของเครือข่ายคณะราษฎร เริ่มที่หน้าศาลหลักเมืองอุบลราชธานี กลุ่มคณะอุบลปลดแอก ได้จัดกิจกรรมลอยอังคารไล่เผด็จการ และรวมพลังส่งเสียงให้รัฐปล่อยผู้ถูกจับกุม มีเยาวชนแต่งชุดไทย ชุดฮาโลวีนมาร่วมสร้างสีสันไปดินแดนล้านนา กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมตัวที่บริเวณหน้าไร่ฟอร์ด ที่เป็นลานจอดรถของมหาวิทยาลัย จัดกิจกรรมแฟลชม็อบแต่งตัวในชุดผีและคอสเพลย์ต่างๆให้เข้ากับเทศกาลคืนวันฮาโลวีน โดยได้ส่งกำลังใจไปถึงแกนนำที่ถูกจับกุม

รำลึก 14 ปี “นวมทอง ไพรวัลย์”

เมื่อเวลา 18.00 น. กลุ่มมวลชนสี่สิบสี่มิถุนาประชาธิปไตย ร่วมกับ Evolunteen จำนวนมาก พร้อมรถเครื่องเสียง พากันเดินทางมารวมตัวที่สะพานลอยคนข้ามถนนหน้าสำนักงานไทยรัฐ กรุ๊ป ถนนวิภาวดีรังสิต ขาออก แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.เพื่อจัดกิจกรรมรำลึก 14 ปี “นวมทอง ไพรวัลย์” คนขับแท็กซี่ฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอใต้สะพานลอย ในยุครัฐประหารปี 49 โดยมวลชนคนทาหน้าสีขาว เขียนข้อความที่หน้าผาก ชื่อ ลุงนวมทอง แสดงด้วยการใช้เชือกผูกคอกับสะพานลอย ยืนอยู่บนเก้าอี้ มีป้ายวางบังที่ขาทั้ง 2 ข้าง ที่ป้ายเขียนข้อความ“กูจะไม่ตายปลายกระบอกปืนเผด็จการทรราช” มีนายปิยรัฐ จงเทพ (โตโต้) หัวหน้าการ์ดกลุ่มราษฎรกล่าวถ้อยคำรำลึกถึง “นวมทอง ไพรวัลย์” นำมวลชนจุดเทียนวางดอกไม้รำลึกที่เสาตอม่อสะพานลอย และลอยกระทงเขียนข้อความ “ประชาธิปไตยจงเจริญ เผด็จการจงพินาศ” ลงในคลองใต้สะพานลอย ท่ามกลางสายฝนตกโปรยปราย

ม็อบกดดันย้ายผู้กำกับนนท์

ขณะที่นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง แกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี นำแนวร่วมเดินทางด้วยรถขยายเสียงไปที่หน้า สภ.เมืองนนทบุรี ปราศรัยโจมตีตำรวจที่ออกหมายจับตนและพวกคดีมาตรา 116ทั้งที่ชุมนุมโดยสงบ เรียกร้องขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ย้าย พ.ต.อ.สีหเดช สระกอบแก้วผกก.สภ.เมืองนนทบุรีออกจากพื้นที่ ไม่เช่นนั้นจะยกระดับการชุมนุมทุกวันจันทร์-ศุกร์ จนกว่า พ.ต.อ.สีหเดชจะถูกย้าย จากนั้นนายชินวัตรพาแนวร่วมไปจัดกิจกรรมรำลึกถึง “ลุงนวมทอง” ที่หน้าโรงพัก สภ.นนทบุรี

งานรับปริญญา มธ.ราบรื่น

อีกด้านพิธีพระราชทานปริญญาของบัณฑิตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ปีการศึกษา 2561 ในวันที่ 31 ต.ค. ซึ่งเป็นวันที่สอง รอบแรกมีจำนวนบัณฑิตจบการศึกษา ได้แก่ คณะศิลปศาสตร์จบ 845 คนเข้า รับ 332 คน วิทยาลัยนานาชาติปรีดีพนมยงค์ 87 คนรับ 42 คน วิทยาลัยโลกคดีศึกษา 28 คนรับ 9 คน สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร 558 คน รับ 303 คน คณะรัฐศาสตร์ 328 คน รับ 169 คน คณะพยาบาลศาสตร์ 81 คน ส่วนรอบสอง ได้แก่ บัณฑิตคณะเศรษฐศาสตร์ 420 คน รับ 210 คน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง 318 คน รับ 179 คน คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน 260 คน รับ 56 คน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 820 คน รับ 526 คน คณะสาธารณสุขศาสตร์ 133 คน รับ 98 คน วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ 12 คน รับ 6 คน ทั้งนี้ บรรยากาศทุกคณะเต็มไปด้วยความคึกคัก มีผู้คนมาแสดงความยินดีจำนวนมาก ทุกคนต้องผ่านจุดคัดกรอง 2 จุด คือ ประตูท่าพระจันทร์และประตูท่าพระอาทิตย์

สิงห์แดงเข้าร่วมพิธีครึ่งหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บัณฑิตคณะรัฐศาสตร์ ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าพร้อมใจกันจะไม่เข้าร่วมพิธีนั้น บรรยากาศหน้าคณะกลับเต็มไปด้วยความคึกคัก ไม่แพ้คณะอื่น ครอบครัวและเพื่อนๆต่างหอบดอกไม้ตุ๊กตา พวงมาลัยที่นำธนบัตรในหลวง ร.10 ทั้งราคา 20, 50, 100, 500 และ 1,000 บาท มาคล้องคอถ่ายรูปแสดงความยินดีกันอย่างมีความสุขสนุกสนาน ขณะที่บัณฑิตที่คาดว่าไม่เข้าร่วมพิธีจะสวมเสื้อครุยทับเท่านั้น โดยผู้ชายจะใส่กางเกงสีเนื้อบ้าง สีกากี สีดำ ใส่รองเท้าผ้าใบ ส่วนผู้หญิงจะแต่งชุดเต็มที่แต่งหน้าทำผมสวยงามเพื่อมาถ่ายรูป แต่สวมรองเท้าผ้าใบ กระทั่งเวลา 12.00 น.เจ้าหน้าที่คณะประกาศเรียกบัณฑิตเข้าห้อง ร.103 เพื่อตรวจความเรียบร้อย ก่อนเดินเข้าหอประชุมใหญ่ มีบัณฑิตคณะรัฐศาสตร์เข้าร่วมพิธีนับได้ 169 คน หรือประมาณครึ่งหนึ่งของทั้งหมด ส่วนบัณฑิตคณะอื่นๆ ปรากฏว่าคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ปีการศึกษา 2561 จบ 260 คน แต่เข้าร่วมพิธีเพียง 56 คน

ตำรวจ-ทหารวางกำลังพรึบ

ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยภายในมธ.ท่าพระจันทร์ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารฝ่ายความมั่นคงนอกเครื่องแบบ กระจายกำลังกันจับตาทั่วบริเวณ เนื่องจากกลุ่มบัณฑิตธรรมศาสตร์ของราษฎร ประกาศจัดกิจกรรมรณรงค์ไม่รับปริญญา “บิ๊กเซอร์ไพรส์” ต่อมาเวลาประมาณ 16.30 น.เจ้าหน้าที่อนุญาตให้ประชาชนกลุ่มธรรมศาสตร์พิทักษ์ธรรม ได้เฝ้ารอรับเสด็จฯ พร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญระหว่างเสด็จพระราชดำเนินมาถึง ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระ นางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงแย้มพระสรวลพร้อมโบกพระหัตถ์ให้กับประชาชน สร้างความปีติเป็นล้นพ้น

“บิ๊กเซอร์ไพรส์” แค่แกง จนท.

ก่อนหน้านั้นเวลา 10.30 น. บริเวณท้ายสนามฟุตบอล ฝั่งหน้าอาคารอเนกประสงค์ กลุ่มบัณฑิต ธรรมศาสตร์ของราษฎร นำโดยนายศุภณัฐ กิ่งแก้ว และนายยามารุดดิน ทรงสิริ ศิษย์เก่า มธ.เริ่มนำ ป้ายภาพไวนิล หรือสแตนดี้ บุคคลต่างๆมาวางให้ผู้ที่สนใจมาถ่ายภาพ อาทิ นายปรีดี พนมยงค์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นายเบอร์นาร์ด ยูโด ชาวอินเดียที่ขายถั่ว เชิญชวนไม่รับปริญญา พร้อมเฉลย “บิ๊กเซอร์ไพรส์” ด้วยการแจกเอกสารใบปริญญาจำลอง และนำกระดาษติดคิวอาร์โค้ดมาแปะไว้ให้สแกน ชมคลิปนายปวินที่พูดอวยพรผู้ที่สำเร็จการศึกษา เท่ากับกิจกรรม “บิ๊กเซอร์ไพรส์” ที่ประกาศไว้คือการ “แกง” หรือการหลอกให้เจ้าหน้าที่ ระดมกำลังมารักษาความปลอดภัยกันมากมาย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการบัณฑิตผู้จัดงานได้มาขอเก็บเอกสารที่ทางกลุ่มแจกจ่าย

ออกนอกพื้นที่ มธ.

จัดพอทำเนาส่องคลิปอวยพรจากนั้นเวลา 13.00 น. กลุ่มบัณฑิตธรรมศาสตร์ของราษฎรร่วมกันแถลงข่าวยุติกิจกรรม โดยนายศุภณัฐกล่าวว่า ใบปริญญาบัตรและใบคิวอาร์โค้ดทั้งหมดได้ถูกยึดไปแล้ว ผู้จัดงานให้เหตุผลว่าเป็นห่วงเรื่องเนื้อหาไม่เหมาะสม ส่วนเรื่องบิ๊กเซอร์ไพรส์ที่หลายคนตั้งตารอว่า จะสั่นสะเทือนแค่ไหนขอชี้แจงว่า ด้วยทีมงานของทางกลุ่มที่มีน้อยและอนาคตการต่อสู้ที่ยังมีต่อ “บิ๊กเซอร์ไพรส์” จึงเป็นเพียงแค่การอวยพรบัณฑิตเท่านั้น ใครจะมองว่าแกงไม่แกงก็ได้ คนที่คาดหวังไว้เยอะก็คือแกง ความจริงไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนั้น นายยามารุดดินกล่าวว่า สิ่งที่เป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ ไม่ได้มาจากกลุ่มเรา แต่มาจากเจ้าหน้าที่รัฐที่ขนกำลังมามากมายทำให้เห็นอะไรบางอย่าง ในฐานะที่เป็นบัณฑิต มธ.ไม่เคยเห็นงานรับปริญญาครั้งไหนที่มีฝ่ายความมั่นคงมาคัดกรองเข้มขนาดนี้ ส่วนตัวอยากให้มีแบบนี้ทุกปี และยอมรับว่า เป็นห่วงสวัสดิภาพของตัวเองหลังจากนี้ แต่ยืนยันทุกอย่างทำตามกรอบกฎหมายไม่ได้ฝ่าฝืน

แถลงการณ์กังขา มธ.ละเมิดสิทธิ นศ.

ต่อมาองค์การนักศึกษา มธ.ออกแถลงการณ์เรื่อง มาตรการคัดกรองของมหาวิทยาลัยและเจ้าหน้าที่รัฐ ก่อนเข้าพื้นที่พิธีพระราชทานปริญญาบัตรฯ โดยเรียกร้องผู้บริหาร มธ.ชี้แจง 1.ให้ข้อมูลบัณฑิตหรือนักศึกษากับหน่วยงานใดไปแล้วบ้าง 2.ให้ข้อมูลส่วนใดออกไปบ้าง 3.ทราบหรือไม่ว่าหน่วยงานภายนอกนำข้อมูลส่วนบุคคลของนักศึกษาไปใช้งานอย่างไรบ้างให้ชี้แจงอย่างละเอียด 4.มหาวิทยาลัยมีความพยายามปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของนักศึกษาภายใต้สถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบันบ้างหรือไม่ 5.ทำไมมหาวิทยาลัยจึงปล่อยให้มีหน่วยงานภายนอกเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่จะเข้ามาในสถานศึกษาโดยที่ไม่มีการชี้แจง หรือบอกล่วงหน้าอย่างเป็นทางการแก่นักศึกษาก่อน และ 6.มหาวิทยาลัยยังมีจุดยืนอยู่ข้างประชาธิปไตย และอยู่ข้างนักศึกษาอยู่หรือไม่ ขอแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของมหาวิทยาลัยในครั้งนี้

ไทยภักดียืนกรานค้านแก้ รธน.

เมื่อเวลา 16.30 น. ที่สวนลุมพินีกลุ่มไทยภักดี มี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม น.ส.หฤทัย ม่วงบุญศรี หรืออุ๊ เป็นแกนนำจัดชุมนุมปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีแนวร่วมจำนวนหนึ่งร่วมแสดงพลังอย่างคึกคัก อ่านแถลงการณ์คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่โดย นพ.วรงค์ กล่าวว่า การออกแถลงการณ์ไม่ได้มีความคิดที่จะให้เกิดม็อบชนม็อบ หรือเกิดการเผชิญหน้า เพียงแต่ต้องการชี้ให้เห็นเหตุและผลคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และพร้อมจะรับฟังและแลกเปลี่ยนทัศนะ กับกลุ่มนักศึกษาเพื่อหาทางออกร่วมกัน ส่วนกรณีที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ให้มีการปฏิวัติเพื่อเปิดทางไปสู่การตั้งรัฐบาลแห่งชาตินั้น มองว่ายังมีแนวทางที่ดีกว่านี้เพราะสังเกตว่าช่วงหลังมานี้ มีนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมน้อยลง ขอขอบคุณที่เข้าใจและไตร่ตรองสถานการณ์รอบด้าน เชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไปสถานการณ์จะค่อยๆคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม การชุมนุมของกลุ่มไทยภักดียุติลงในเวลา 18.30 น.

“ป้าทุม” ตามจิก นร.หมิ่นเบื้องสูง

ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มปกป้องสถาบันในต่างจังหวัด เมื่อเวลา 10.00 น. นางประทุม หรือป้าทุม พัฒนวงศ์ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 181 ถนนรักษ์ชนะอุทิศ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส เข้าพบ ร.ต.ท.ภานุมาศ นาคตุ่น รองสารวัตรสอบสวน สภ.สุไหงโก-ลก เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีที่ได้แจ้งความเมื่อวันที่ 29 ต.ค. พร้อมหลักฐานคลิป วิดีโอเด็กนักเรียน 5 คน ของโรงเรียนพรตพิทยพยัต เขตลาดกระบัง กทม. เผยแพร่ในแพลตฟอร์มติ๊กต่อก TIKTOK เสียดสีสถาบันในข้อหาหมิ่นสถาบัน โดย ร.ต.ท.ภานุมาศ เนื่องจากเป็นเรื่องเบื้องสูง ได้ส่งเรื่องตามขั้นตอนไปยังผู้บังคับบัญชาตามระดับชั้น จนกว่าจะมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการ นางประทุมเผยว่า ต้องการให้เป็นคดีตัวอย่างพี่น้องที่รักสถาบันไม่ต้องไปประท้วงขอให้เข้าแจ้งความเลย

ยะลาเหมา 4 คันรถเข้า กทม.รับเสด็จ

ที่สนามโรงพิธีช้างเผือก มวลชนจาก อ.เมืองยะลา อ.บันนังสตา และ อ.ธารโต รวมตัวกันเพื่อ เตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯด้วยรถบัสจำนวน 4 คัน เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสที่จะเสด็จออกพระบรมมหาราชวัง ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูฝนเป็นฤดูหนาวถวายแด่พระแก้วมรกต ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) นายพิชิต วิไลอัญชลี ชาวยะลา กลุ่มรวมพลคนยะลา รักในหลวง กล่าวว่า ชาวยะลามีความจงรักภักดีด้วยหัวใจจริงๆ ไม่มีนายทุนหรือใครใช้ให้ไป ไปด้วยกันด้วยใจที่บริสุทธิ์ ส่วนที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช มวลชนออกมารวมตัวเดินแสดงพลังไปในชุมชนตลาดชะอวดเช่นกัน

“บิ๊กตู่” ย้ำไม่ตัดช่องน้อยหนีปัญหา

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการรัฐบาลเล่าเรื่อง โดยนารีสโมสร ทางเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้าว่า จุดยืน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่มีต่อกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น ข้อเรียกร้องใดที่สอดคล้องกับความเห็นของคนส่วนใหญ่ รัฐบาลพร้อมยินดีรับไปดำเนินการ แต่ข้อเรียกร้องที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า เป็นความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ รัฐบาลและนายกฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะฟังความรอบข้าง ทั้งนี้นายกฯย้ำไม่เคยยึดติดกับตำแหน่ง แต่จะไม่ตัดช่องน้อยแต่พอตัวเพื่อหนีปัญหา จะไม่ละทิ้งหน้าที่ด้วยการลาออกในขณะที่ชาติบ้านเมืองยังมีปัญหาอยู่ยิ่งในยามที่ทุกคนต้องช่วยกันประคับประคองประเทศชาติให้ก้าวเดินไปข้างหน้า เพื่อให้ประชาชนมีความสุข

“คึก” จี้ รบ.จัดเวทีเคลียร์ปมร้อน

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มีประชาชนร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าสถาบันยังเป็นที่เคารพและเทิดทูนของคนไทยเสมอ สถาบันอยู่เคียงคู่กับประเทศไทยมาเป็นเวลายาวนานต้องรักษาไว้ให้สถิตย์สถาพรต่อไป ต้องเทิดทูนไว้เหนือหัว เป็นหน้าที่ของทุกคนต้องทำให้สถาบันอยู่เหนือการเมือง ต้องไม่ยอมให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแอบอ้างนำมาเป็นประโยชน์ให้กับฝ่ายของตัวเอง ข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ และจัดเวทีพูดคุยทำความเข้าใจระหว่างกลุ่มคณะราษฎร 2563 กับฝ่ายรัฐบาล เพื่อไม่ให้ข้อขัดแย้งลุกลามขยายไปมากกว่านี้ มั่นใจคนไทยทุกคนยังคงรักสถาบันอยู่มิเสื่อมคลาย อยากให้รักสถาบันอย่างมีสติ แยกออกจากการเมือง

ร่อน จ.ม.ถึง ผบ.เหล่าทัพห้าม ปว.

นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ตนได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึงผู้บัญชาการทหารทุกเหล่าทัพ โดยชี้ให้เห็นว่า เสถียรภาพทางการเมืองมีความสำคัญมากกว่าเสถียรภาพของรัฐบาล ขอให้ทหารอย่าออกมาปฏิวัติหลังได้อ่านข่าวที่สื่อพาดหัว “บิ๊กตู่ติงอย่าบานปลายจนชาติพัง ไม่รับประกันปฏิวัติ” ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยบอกว่าจะไม่มีปฏิวัติ จึงจำเป็นต้องทำจดหมายเปิดผนึกถึงผู้บัญชาการทหารทุกเหล่าทัพ เพื่อให้ได้ยินไปพร้อมกันว่า ประเทศไทยยังไม่ถึงทางตัน ยังสามารถแก้ไขได้ในหลายวิธีด้วยระบอบประชาธิปไตย

พท.บี้จุดยืนไม่เอารัฐประหาร

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ไม่รับประกันจะไม่มีการรัฐประหารว่า นายกฯอ้างว่าตัวเองมาจากการเลือกตั้ง ต้องแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจ ต้องสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเมือง อยากให้นายกฯระวังการออกความเห็น อย่าพูดคลุมเครือแบบชี้นำ เพราะการแก้ปัญหาด้วยการยึดอำนาจไม่ใช่ทางออกของประเทศ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค เพื่อไทย กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า วันนี้ประชาชนตั้งคำถามว่าได้เวลาเตรียมรัฐประหารอีกแล้วหรือแนวทางนำ ประเทศออกจากวิกฤติทำได้หลายทาง ทุกแนวทางเริ่มต้นจาก พล.อ.ประยุทธ์ลาออกโดยปราศจากเงื่อนไขญัตติแก้ รธน.เข้ารัฐสภากลาง พ.ย. นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ญัตตินี้คงไม่ทันเข้าสู่การประชุมร่วมรัฐสภาในสัปดาห์แรกของการเปิดสมัยประชุมสามัญ และมีแนวโน้มสูงนำร่างแก้รัฐธรรมนูญฉบับที่ประชาชนขึ้นมาพิจารณา ไปพร้อมๆกับอีก 6 ญัตติเดิม ดังนั้น เป็นไปได้ที่ญัตติดังกล่าวจะเข้าที่ประชุมร่วมรัฐสภาในช่วงกลางเดือน พ.ย.นี้ แต่จะหารืออีกครั้งในการประชุมวิปรัฐบาลวันที่ 2 พ.ย.นี้

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า 1แกนนำกลุ่มราษฎรไมค์ ภาณุพงศ์ ป่วยเพนกวินรุ้ง ปนัสยาชุมนุมข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2563 เวลา 22:08 น.