ไลฟ์สไตล์
100 year

ถอดสัญญาณ เตือน "บิ๊กตู่" จาก "อานันท์ ปันยารชุน" ก่อนเลือดนองแผ่นดิน

ไทยรัฐออนไลน์30 ต.ค. 2563 20:45 น.
SHARE
  • บ้านเมืองขณะนี้เผชิญกับความขัดแย้งคุกรุ่น อยู่ระหว่างหาทางออกประเทศ เพื่อลดดีกรีความร้อนแรง รอท่าทีรัฐบาลจะเดินหน้าอย่างไรในการแก้ไขปัญหา ตามข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม และลุกฮือหนักขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ลาออกจากนายกรัฐมนตรี

  • ในอดีตยามที่บ้านเมืองประสบวิกฤติ ยากหาทางออก ต้องได้ยินชื่อ “อานันท์ ปันยารชุน” อดีตนายกรัฐมนตรี ฉายา "ผู้ดีรัตนโกสินทร์" ถูกเสนอขึ้นมาเป็น “นายกฯ คนนอก” หรือให้สวมบทบาทเป็นคนกลาง เพื่อแก้ปัญหาประเทศมาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุด ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ เสนอ “อานันท์ ปันยารชุน” เป็นนายกรัฐมนตรีคนนอก จัดตั้งรัฐบาลสมานฉันท์ฯ

  • ชื่อของ “อานันท์ ปันยารชุน” กลับมาอยู่ในความสนใจของสังคมอีกครั้ง เมื่อออกมาพูดตอนหนึ่ง บนเวทีเสวนา โดยชี้ชัดรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เป็นปัญหาอย่างมากที่ให้ ส.ว. มีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรี และฝากไปถึงพล.อ.ประยุทธ์ ให้พยายามทำความเข้าใจ รับฟังเสียงกลุ่มเยาวชน ส่วนการจะลาออกหรือไม่ เป็นสิทธิ์ของ พล.อ.ประยุทธ์

ข่าวแนะนำ



จากคำพูดการสื่อสารของ “อานันท์ ปันยารชุน” จะเป็นการส่งสัญญาณ หรือมีนัยอะไรหรือไม่นั้น “รศ.ดร. นันทนา นันทวโรภาส” คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก กล่าวกับ “ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์” ว่า ที่ผ่านมา “อานันท์ ปันยารชุน” ไม่ได้พูดถึงเรื่องทำนองนี้เป็นครั้งแรก แต่ก่อนหน้าเคยให้สัมภาษณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟกับสื่อว่าให้ฟังม็อบ เพราะเคยมีประสบการณ์ในปี 2535 ที่ใครก็ตามอยู่ในเหตุการณ์นั้นคงจำกันได้ รัฐได้ใช้สื่อของรัฐเป็นเครื่องมือว่าคนมาชุมนุมไม่มาก ทำให้คนไม่พอใจ จนออกมาชุมนุมเป็นจำนวนมาก และนำไปสู่การสลายการชุมนุม เกิดการสูญเสียมีการเสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมาก

“คุณอานันท์ พูดว่าสิ่งที่ม็อบเรียกร้องให้นายกฯลาออก เป็นการพยายามถามว่าได้ยินมั้ย ก็ควรตอบสนอง เพราะหากคุณอานันท์ไม่ใส่ใจ ก็คงไม่ถามว่านายกฯได้ยินมั้ย ซึ่งต้องรับฟัง และทำไมไม่ตอบสนอง อย่างในช่วงปี 35 คนออกมาเรียกร้องให้คุณสุจินดา ลาออก แต่ไม่ลาออกทำให้ม็อบเต็มไปหมด จนออกมาไม่สวย เพราะความพยายามของคุณสุจินดาไม่ยอมลาออก ทำให้เกิดการนองเลือด ดังนั้นในสิ่งที่ประชาชนเรียกร้อง นายกฯก็ควรตอบสนอง หากไม่ตอบสนอง จะเกิดปรากฏการณ์ซ้ำประวัติศาสตร์ เกิดการปะทะ มีคนบาดเจ็บล้มตาย เกิดการยึดอำนาจรัฐประหาร มาสู่การร่างรัฐธรรมนูญ และเลือกตั้ง วนเวียนไป เป็นวงจรอุบาทว์”

จากสิ่งที่ “อานันท์” พูดออกมาเป็นการย้ำไปยังนายกรัฐมนตรี ต้องฟังและต้องตอบสนอง ซึ่งการออกมาพูดครั้งนี้ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน แต่เพื่อตัดวงจรอุบาทว์ ไม่ให้หมุนกลับมา หากนายกรัฐมนตรียอมลาออก และแก้รัฐธรรมนูญ จะตัดวงจรอุบาทว์ออกไปได้ ซึ่งในปี 2535 เคยออกมาพูดเตือน และเป็นนายกรัฐมนตรี ต่อ พล.อ.สุจินดา คราประยูร กระทั่งมาครั้งนี้พยายามบอก พล.อ.ประยุทธ์ อย่าพยายามฝืนต่อไป อาจจะเกิดความสูญเสีย และอาจจบไม่สวย ควรเอาตัวอย่าง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ รู้จังหวะ รู้จักพอ ยอมลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และได้เป็นรัฐบุรุษ

ส่วนฝ่ายรัฐบาลที่ออกมาวิจารณ์การออกมาพูดของ “อานันท์” เป็นสิ่งที่เข้าใจกันได้ว่าคนที่อยู่ในตำแหน่งก็พยายามอยู่ในตำแหน่งให้มากที่สุด และไปบอกว่า “อานันท์” มีวาระซ้อนเร้น ทั้งๆ ที่กำลังบอกในสิ่งที่เคยมีประสบการณ์มา จึงออกมาแนะนำ หากไม่พยายามฟัง หายนะจะมาเยือน เป็นหายนะที่ไม่คาดคิด อาจใหญ่กว่าที่คาดก็ได้

นอกจากนี้ จากการที่ “อานันท์” มีการเปรียบเทียบกับม็อบปี 2535 ซึ่งมีจำนวนผู้ชุมนุมต่างกัน โดยม็อบขณะนี้มีจำนวนมากกว่า มีการกระจายไปภูมิภาคต่างๆ และกลุ่มที่ออกมาชุมนุมก็เป็นเยาวชนมีอายุน้อย อยู่ในยุคดิจิทัล ส่วนรัฐบาล อยู่ในยุคอะนาล็อก ซึ่งตามไม่ทันแต่ไม่พยายามรับฟังเด็กเยาวชน ทำให้ยิ่งแย่ไปใหญ่ เพราะฉะนั้นแล้วในสิ่งที่ “อานันท์” พูดออกมา ไม่ต้องมีอะไรต้องตีความ

อีกอย่างการที่นายกรัฐมนตรีบอกว่า ไม่ใช่คู่ขัดแย้ง ทั้งๆ ที่กลุ่มผู้ชุมนุมแสดงจุดยืนให้ลาออก และการบอกไม่ใช่คู่ขัดแย้งนั้น หมายถึงอะไร ทั้งๆ ที่กลุ่มผู้ชุมนุมเด็กเยาวชน เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง ทำให้ท้ายสุดมองแล้วโครงสร้างสังคมไทย เป็นระบบประชาธิปไตย แต่วิธีคิดของคนบางกลุ่ม ยังมีความคิดแบบอำนาจนิยม อย่างนายกรัฐมนตรี มีความคิดเช่นนี้ตลอดเวลา เพราะไม่เชื่อ ไม่รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น

“เมื่อนายกฯ ไม่ได้มาตามระบอบประชาธิปไตย ก็ควรจะไป หรือหากอยากเป็นที่รักของประชาชนก็ควรลาออก แก้รัฐธรรมนูญแล้วลงเลือกตั้ง อย่างสหรัฐฯ แม้คนไม่ชอบ โดนัลด์ ทรัมป์ ตอนได้เป็นประธานาธิบดี แต่ก็ให้อยู่จนครบ 4 ปี และหากไม่ชอบก็มาลงคะแนนเลือกตั้งแบบประชาธิปไตย ขณะที่ไทย ใช้กลไกเข้าสู่ตำแหน่ง โดยไม่ใช้ระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเยาวชนดูก็รู้ว่าไม่ใช่ประชาธิปไตย มันจำแลง ทำให้พวกเขาไม่ต้องการ ก็ควรลาออก และเมื่อแก้รัฐธรรมนูญเสร็จ ให้เข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง ให้คนเลือกตามกลไกประชาธิปไตย หากคนเลือก ก็อยู่ไป 12 ปี”

“รศ.ดร.นันทนา” กล่าวทิ้งท้าย โดยภาวนาให้ทุกฝ่ายต้องพยายามช่วยกันหาทางออก และรัฐบาลควรยอมรับฟังสิ่งเรียกร้องของเด็กและเยาวชน อย่าให้เกิดความรุนแรง โดยเฉพาะทหารขอให้อยู่ในแถว และปล่อยให้ประชาชนอยู่กันไป อย่ามายึดอำนาจ เพราะจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจพินาศ.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อานันท์ ปันยารชุนชุมนุมรายงานพิเศษนายกรัฐมนตรีลาออกข้อเรียกร้องม็อบนายกฯคนนอกข่าวชุมนุมข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2563 เวลา 20:35 น.