ไลฟ์สไตล์
100 year

ศาลยกคําร้องฝากขังม็อบปล่อยตัว ตำรวจใช้คดีอื่นอายัด

ไทยรัฐฉบับพิมพ์31 ต.ค. 2563 05:25 น.
SHARE

“บิ๊กตู่” แจง “อานันท์” รับฟังผู้ชุมนุม ได้ยินเสียงเด็กมาตลอด ยันไม่เคยคิดปฏิวัติแต่ไม่สามารถการันตี ฉุนฝ่ายค้านจ่อบอยคอตไม่ร่วมกรรมการสมานฉันท์ ว้ากกลับแล้วจะเข้ามาร่วมประชุมสภาทำไม เตือนผู้ชุมนุมอย่าเลยเถิดบานปลายจนชาติพัง ไม่ควรอย่างยิ่งล่วงละเมิดสถาบัน “วิษณุ” ชี้เหตุทุกฝ่ายยังลังเลเข้าร่วมกรรมการสมานฉันท์ เพราะรอดูกติกา-รูปแบบ แต่อย่าหวังสูงจะเป็นจุดสิ้นสุดปัญหา เผยต่างชาติหนุนเจรจาหาทางออก “เด็ก พปชร.-ไทยภักดี” เห็นต่าง “อานันท์” ป้องนายกฯถอยหลายก้าวแล้ว ฝ่ายค้านยังผวาโดนต้มซ้ำซาก ย้ำไม่ร่วมแน่ถ้าเป็นเวทีปาหี่ซื้อเวลา ส.ว.เย้ยเป็นตัวถ่วงฉุดรั้งปรองดอง ศาลไม่ให้ขัง 4 แกนนำผู้ชุมนุม แต่มีการอายัดตัว “รุ้ง-เพนกวิน-ไมค์”คดีอื่น บัณฑิตธรรมศาสตร์ ประกาศ “บิ๊กเซอร์ไพรส์” 31 ต.ค. จับตาในมหาวิทยาลัย ขู่ทีม เสธ.ความมั่นคงหงายหลังตึงแน่ ส่วนการรับปริญญาวันแรกบัณฑิตมารายงานตัวครึ่งหนึ่งของคนจบ ด้านการเตรียมรับมือเข้มข้น มีมวลชนสวมเสื้อเหลืองรอรับเสด็จฯ

จากกรณีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาเคลื่อนไหวเสนอแนะแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตัดอำนาจ ส.ว. แต่งตั้ง 250 คนโหวตเลือกนายกฯ พร้อมฝากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม รับฟังเสียงกลุ่มเยาวชนที่ออกมาเรียกร้องให้ลาออก พร้อมตัดสินใจอย่างหนึ่งอย่างใดโดยไม่ยึดติดกับหลักเกณฑ์ หลักกฎหมาย สร้างความสั่นสะเทือนส่งผลกระทบไปทั้งวงการ ตีความกันไปต่างๆนานา

ข่าวแนะนำ

“บิ๊กตู่” แจง “อานันท์” ฟังผู้ชุมนุมตลอด

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. เวลา 15.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เสนอให้รับฟังความคิดเห็นของกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ด้วยความเคารพนายอานันท์เป็นการส่วนตัว ตนรับฟังข้อเสนอกลุ่มผู้ชุมนุมมาโดยตลอด ทั้งทางสื่อโซเชียลและจากคำพูดที่ออกมา ได้ยินทุกอย่าง ขอให้เข้าใจซึ่งกันและกันด้วย โดยการเปิดประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญที่ผ่านมาก็รับฟังความคิดเห็นความต้องการของกลุ่มผู้ชุมนุมถือว่าจบ ส่วนขั้นตอนต่อไปก็เป็นการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาว่ามีประเด็นไหนที่เป็นไปได้ และประเด็นไหนที่เป็นไปไม่ได้ ซึ่งต้องยึดหลักการกฎหมายและรัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้อยู่ถึงปัจจุบัน ส่วนวันหน้าจะแก้ไขอย่างไรก็ค่อยว่ากันอีกครั้ง

ไม่เคยคิดปฏิวัติแต่ไม่ขอการันตี

เมื่อถามถึงกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ เสนอให้ทำการปฏิวัติ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ต้องไปถามคนพูด เราไม่เคยคิดเรื่องเหล่านี้ ต้องระมัดระวังสถานการณ์ไม่ให้บานปลายไปเรื่อยๆ ตนไม่ได้หมายความว่าจะมีการปฏิวัติหรือไม่มี เพียงแต่ไม่มีใครอยากทำ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ก็ตอบไปแล้วว่าไม่ทำปฏิวัติ

ฉุนฝ่ายค้านไม่ร่วม กก.สมานฉันท์

เมื่อถามถึงกรณีพรรคฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่าการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เป็นการซื้อเวลา พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า นี่คือกลไกของรัฐสภาในการแก้ไขปัญหา เมื่อเราปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขต้องเคารพระบบรัฐสภา และคะแนนเสียงส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศ อยากให้ไปทบทวนตรงนี้ว่าควรเป็นอย่างไรต่อไป นอกจากนี้ยังมีอีก 2 พรรคฝ่ายค้านที่ไม่ได้เข้าร่วม ตนถามว่าแล้วจะเข้าร่วมประชุมรัฐสภาทำไม ในเมื่อเป็น ส.ส.ที่เป็นผู้แทนสะท้อนความคิดเห็นจากประชาชนทุกคนและทุกฝ่าย ไม่ใช่นำความคิดเห็นของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากดดันและเร่งรัด คิดว่าไม่ถูกต้อง นี่หรือประชาธิปไตยไทยเป็นเช่นนี้ใช่หรือไม่

ขออย่าชุมนุมบานปลายจนชาติพัง

เมื่อถามว่า นายไผ่ ดาวดิน แกนนำราษฎร ประกาศปิดถนนมิตรภาพเพื่อชัตดาวน์ กทม. พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ทำได้ก็ทำไป แต่อยากให้สังคมช่วยกันดูแลตรงนี้ คนที่ได้รับผลกระทบไม่ใช่ตน แต่เป็นประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการจราจร และการขนส่งสินค้า ถ้าเป็นคนที่ดีก็ไม่ควรกระทำในพื้นที่ที่เป็นสาธารณะ เพราะทำให้เกิดปัญหา และทำให้เกิดความขัดแย้งต่อไปเรื่อยๆ เข้าใจว่าการชุมนุมก็จะต้องทำเช่นนี้ แต่ทุกคนต้องระมัดระวังซึ่งกันและกัน รวมถึงเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม จะมาบอกว่ากฎหมายไม่เป็นธรรมไม่ได้ หากไม่กระทำความผิดก็ไม่ถูกบังคับใช้ตามกฎหมาย ตนขอร้องว่าอย่าทำให้เหตุการณ์บานปลาย ไม่ส่งผลดีกับใครแม้แต่คนเดียว มีแต่กระพือข่าวได้มากขึ้น แต่ประเทศชาติพังไปเรื่อยๆก็แล้วแต่จะคิดก็แล้วกัน

ละเมิดสถาบันไม่สมควรอย่างยิ่ง

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ วันที่ 31 ต.ค. ภายหลังม็อบเตรียมจัดเซอร์ไพรส์ว่า ถือเป็นการปฏิบัติตามพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านที่ปฏิบัติมาโดยตลอด ตามวัฒนธรรมประเพณีที่มีมายาวนาน คงไม่จำเป็นต้องสั่งการให้เตรียมการอะไรเพิ่มเติม เพราะเป็นระเบียบปฏิบัติที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่อยู่แล้ว เพียงแต่อย่าให้เกิดอันตรายกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด โดยเฉพาะการละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ถือเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง

“วิษณุ” ทำมึนไม่รู้ข้อเสนอ “อานันท์”

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ปฏิเสธให้ความเห็นกรณีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกฯ ออกมาให้ความเห็นว่ารัฐบาลควรฟังเสียงกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ไม่ทราบ ตอนนี้ตนยังไม่ได้อ่านความเห็นดังกล่าว ยังไม่รู้เรื่อง ไม่รู้จะพูดอย่างไร อย่าไปเอาสิ่งที่ใครคนหนึ่งพูดแล้วเอามาถามต่ออีกคนหนึ่ง มันจะทำให้บานปลาย เมื่อถามว่า คำพูดของนายอานันท์อาจเพิ่มความชอบธรรมให้กลุ่มผู้ชุมนุม นายวิษณุตอบว่าไม่ทราบ ไม่ขอวิจารณ์ เมื่อถามว่า ข้อเสนอดังกล่าวจะเป็นทางออกหนึ่งของประเทศในขณะนี้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า “ก็ดีแล้ว ถ้าตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ทุกอย่างก็ควรไปสู่ที่ตรงนั้น และสามารถรับเอาความคิดเห็นของใครต่อใครมาแล้วมาคิดดูว่าจะหาทางออกอย่างไร”

ชี้ทุกฝ่ายรอดูหน้าตา กก.สมานฉันท์

เมื่อถามว่า ในส่วนของคณะกรรมการสมานฉันท์ ฝ่ายค้านเหมือนจะไม่เข้าร่วมจะตั้งคณะกรรมการได้หรือไม่ รองนายกฯตอบว่าไม่ทราบ ไม่ตอบ แต่รู้สึกว่าเขายังไม่ปฏิเสธการเข้าร่วมเพราะเขาเองยังไม่เห็นรูปแบบว่าเป็นอย่างไร ตอนนี้ทุกคนยังไม่รู้ว่าหน้าตาของคณะกรรมการชุดนี้จะเป็นอย่างไร อย่าว่าแต่ฝ่ายค้านเลย ฝ่ายไหนก็ยังไม่เห็นรูปแบบ เพราะ ฉะนั้นก็คงจะลังเลอยู่ เมื่อถามว่า อยากให้ทุกฝ่ายเข้าร่วมหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบเพราะรัฐบาลไม่ได้เป็นคนตั้ง ส่วนทุกฝ่ายควรเข้าร่วมหรือไม่นั้นอย่าเพิ่งไปพูดตอนนี้เลย ตีปลาหน้าไซพูดซะตอนนี้เดี๋ยวก็จะตื่นตกใจกันหมดว่ามีเล่ห์กระเท่อะไรแอบแฝงหรือไม่ ส่วนรัฐบาลจะเข้าร่วมหรือไม่นั้นตอนนี้ยังไม่ได้คิด ยังไม่ได้มีการวางอะไรไว้ เพราะยังไม่รู้เลยว่าจะทำอะไร ประกอบด้วยใครบ้าง ถ้ารู้แล้วเขาขอให้มีตัวแทนจากรัฐบาลเราก็คงต้องเอามาพูดกันในคณะรัฐมนตรี

อย่าคาดหวังเป็นจุดสิ้นสุดปัญหา

เมื่อถามอีกว่า มีการวิจารณ์ว่าการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เป็นการซื้อเวลา นายวิษณุตอบว่า ไม่ทราบว่าเรียกว่าคณะกรรมการสมานฉันท์หรือไม่ แต่เท่าที่ฟังในการประชุมรัฐสภาทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลก็มีความเห็นตรงกันให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูเรื่องเหล่านี้ เอาปัญหาขึ้นมาพูด โจทย์ที่จะส่งไปให้มีหลายข้อรวมทั้งข้อเสนอที่จะให้ไปฟังความเห็นจากประชาชนด้วยการทำประชามติ เพียงแต่มีคนติงว่าไม่สามารถถามเรื่องตัวบุคคลได้ ดังนั้นถ้าตั้งโจทย์เป็นก็อาจจะตั้งโจทย์อะไรที่ได้คำตอบให้กับสังคมโดยไม่เกี่ยวกับเรื่องตัวบุคคล พยายามตั้งให้เป็นหลักการ ส่วนที่วิจารณ์ว่าการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเป็นการซื้อเวลานั้น ตนคิดว่าทุกอย่างต้องใช้เวลาทั้งนั้น เพียงแต่ว่าถ้าใช้เวลานานเกินไปมันก็ซื้อ ถ้าใช้เวลาไม่นานมันก็ไม่ได้ซื้อ แต่อย่าไปหวังว่าทุกอย่างจะจบที่คณะกรรมการชุดนี้แล้วก็เลิกแฮปปี้แล้ว มันคงไม่ใช่แบบนั้นแน่ การเสนอทางออกอาจจะเป็นหลายทางก็ได้

เผยต่างชาติหนุนเจรจาหาทางออก

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯได้พูดชัดเจนแล้วในระหว่างประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ว่าจะมีคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งที่มาจากหลายฝ่าย ทั้ง ส.ส. ส.ว. รัฐบาล ฝ่ายค้าน และผู้มีความเห็นต่างจากหลายกลุ่ม มาเจรจาหาทางออกและสรุปกันว่าประเทศชาติจะเดินหน้าไปทางไหน เรื่องนี้นายกฯยังไม่ได้มอบหมายใครมาติดตาม เป็นเรื่องที่สภาฯจะกำหนดขึ้นมา ขณะที่ทูตานุทูตและองค์การระหว่างประเทศมีคำถามเข้ามาเช่นกัน โดยสนับสนุนให้มีการเจรจา เมื่อถามกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ประสานสถาบันพระปกเกล้าช่วยออกแบบคณะกรรมการสมานฉันท์ นายอนุชาตอบว่า ไม่ใช่มีแค่สถาบันพระปกเกล้าแห่งเดียว คงมีอีก เราต้องการให้หลายส่วนที่มีแนวคิด นำพาประเทศกลับสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขทางเศรษฐกิจพยายามออกบทความที่ทำให้มั่นใจว่าตัวเลขเศรษฐกิจไม่ได้เลวร้ายเหมือนอดีต แม้จะติดลบ แต่น้อยกว่าเดิม เพราะไทยจัดการกับโควิด-19 ได้ดี น่าจะเป็นประเทศแรกๆที่เศรษฐกิจดีขึ้น

พปชร.ป้องนายกฯถอยหลายก้าวแล้ว

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกฯตั้งคำถามถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ได้ยินเสียงผู้ชุมนุมหรือไม่ว่า ข้อเท็จจริง พล.อ.ประยุทธ์ได้ยินเสียงผู้ชุมนุมและรับฟังมาโดยตลอด ถอยให้หลายเรื่องแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในเขตท้องที่ กทม. การเปิดประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญ หรือสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่เรียกร้อง แต่ข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อผู้ชุมนุมบางข้อทะลุเพดาน โดยเฉพาะการเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันที่ไม่สามารถกระทำให้ได้ เป้าหมายที่แท้จริงของผู้ชุมนุมไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงนายกฯ แต่ต้องการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่สูงกว่านายกฯ ดังนั้นการลาออกของนายกฯจึงไม่ใช่การแก้ปัญหา จริงๆแล้วท่านอานันท์ เป็นอดีตนายกฯน่าจะเข้าใจสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันได้ดีกว่านี้ และมาช่วยกันแก้ไขปัญหาด้วยความจริงใจ ไม่ควรโยนปัญหาไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ โดยไม่กล่าวถึงรากเหง้าของปัญหาที่แท้จริง

“วรงค์” ขออนุญาตเห็นต่าง “อานันท์”

ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้ากลุ่มไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กว่า “เห็นต่างจากท่านนายกฯอานันท์” นายอานันท์เป็นหนึ่งในนายกรัฐมนตรีที่ตนให้ความเชื่อถือมาก แต่ได้อ่านที่ท่านพูดในเวทีแห่งหนึ่ง และสื่อสรุปว่า “อานันท์ถามบิ๊กตู่ ได้ยินเสียงม็อบมั้ย แต่จะลาออกหรือไม่เป็นสิทธิ” โดยสาระที่ท่านพูดบนเวที ท่านพูดบริบทเดียว นั่นคือ เด็กมองว่านายกฯเป็นตัวปัญหา เรียกร้องให้นายกฯลาออก ผมเลยไม่มั่นใจว่าเสียงม็อบที่เรียกร้องให้นายกฯลาออกท่านได้ยิน แต่ท่านได้ยินเสียงที่ม็อบพูด หรือกระทำเรื่องอื่นอีกหรือไม่ ต้องขอโทษท่านด้วย และขออนุญาตเห็นต่างจากท่านด้วยความเคารพ

“พนิต” เตือนลิ่วล้ออย่าระรานผู้ใหญ่

ด้านนายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ขอให้ท่านนายกฯรับฟังข้อเสนอท่านอานันท์ และขอเตือนลิ่วล้ออย่าระรานผู้ใหญ่ที่แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์บ้านเมือง นายอานันท์มีประสบการณ์ในการเป็นนายกฯบริหารราชการแผ่นดินในยามบ้านเมืองเกิดวิกฤติถึง 2 ครั้ง และปัจจุบันถือเป็นผู้มีความเป็นกลางทางการเมืองคนหนึ่ง ดังนั้นข้อเสนอนายอานันท์ ที่ได้ฉายาว่าเป็นผู้ดีรัตนโกสินทร์ กำลังเตือนสติต่อท่านนายกฯ เป็นเรื่องที่ควรจะต้องรับฟัง และนำไปไตร่ตรองให้ถ่องแท้ ไม่ควรปล่อยให้ลิ่วล้อหรือกองเชียร์ออกมาตอบโต้การแสดงความเห็นของท่านอานันท์ที่ไม่มีส่วนได้เสียทางการเมือง อยากให้คนไทยทุกคนในสังคมไทยเปิดใจกว้าง รับฟังความเห็นต่างของทุกฝ่ายด้วยความเคารพในความเห็นของกันและกัน เพื่อให้บ้านเมืองของเราเดินหน้าไปได้ด้วยความสงบสุข ภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

พท.จี้นายกฯตั้งใจรับฟัง “อานันท์”

ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายอานันท์รับราชการจนเป็นข้าราชการระดับสูง มีประสบการณ์ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศประชาธิปไตยที่เจริญแล้วหลายประเทศ อีกทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งนายกฯในช่วงที่ประเทศมีวิกฤติทางการเมือง นายอานันท์เป็นนายกฯที่มีความเป็นประชาธิปไตยจึงพาประเทศฝ่าวิกฤติมาได้ ดังนั้นสิ่งที่นายอานันท์พูดถึงสะท้อนปัญหาที่แท้จริง หาก พล.อ.ประยุทธ์อยากให้ประเทศพ้นวิกฤติก็ควรนำสิ่งที่นายอานันท์พูดมาวิเคราะห์และปรับใช้ให้เข้ากับปัญหาที่เป็นอยู่ การที่นายอานันท์เชิญชวนให้ทุกฝ่ายที่ไม่เข้าใจกันหันหน้ามาคุยกันนั้นตนเห็นด้วย เพราะการจะขจัดความขัดแย้งในสังคม ต้องเริ่มที่การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน และต้องมีความจริงใจร่วมกันในการแก้ปัญหา ประเทศถึงจะผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้

โดน “บิ๊กตู่” หลอกซ้ำซากไม่กล้าเชื่อใจ

น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เห็นด้วยที่จะตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์หาทางออกให้กับประเทศว่า เป็นเพียงการยอมรับแบบเสียไม่ได้ ประชาชนหวั่นใจว่าจะเป็นมวยล้มต้มคนดูเหมือนคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติหลายชุดที่มีก่อนหน้านี้ มีความเป็นไปได้ว่ารัฐบาลจะใช้คณะกรรมการดังกล่าวซื้อเวลา และการที่ พล.อ.ประยุทธ์เอ่ยปากขอให้ประชาชนเชื่อใจรัฐบาลสักครั้ง นั่นก็ชัดเจนว่าที่ผ่านมารัฐบาลไม่มีความจริงใจกับประชาชนเลย นอกจากนี้ การที่รัฐบาลแสดงท่าทีพร้อมให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็คงเป็นผลมาจากการเรียกร้องของประชาชน ทั้งๆที่รัฐบาลทราบดีว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหาแต่ไม่ยอมรับ เช่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ที่ไม่เคยยอมรับว่าตัวเองเป็นต้นตอของปัญหาประเทศ เมื่อผิดแล้วไม่แก้ไข จะให้ประชาชนเชื่อใจ พล.อ.ประยุทธ์ คงไม่มีใครเชื่อใจท่านอีกแล้ว

เพื่อชาติไม่เอาด้วยแน่ถ้าเล่นปาหี่

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า เชื่อว่าการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อหาทางออกประเทศจะเป็นเพียงการซื้อเวลาเท่านั้น ที่ผ่านมาเมื่อครั้งที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ตั้งนายคณิต ณ นคร เป็นประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ หรือ คอป. ต่อมาสมัย พล.อ.ประยุทธ์ ตั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นประธานคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ พล.อ.ประยุทธ์ยังนั่งเป็นประธานในคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง หรือ ป.ย.ป. สุดท้ายคณะกรรมการทั้ง 3 คณะเหลว เพราะรัฐบาลไม่มีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างแท้จริง สำหรับคณะกรรมการสมานฉันท์ที่จะตั้งขึ้นมา หากไม่มีแนวทางที่ชัดเจน พรรคเพื่อชาติคงไม่ร่วมคณะกรรมการชุดนี้เพราะไร้ประโยชน์ และไม่ต้องการเป็นเครื่องมือของรัฐในการยื้ออำนาจให้กับ พล.อ.ประยุทธ์

ปชป.วอนอย่าปฏิเสธเวทีสมานฉันท์

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์หาทางออกให้ประเทศที่บางฝ่ายกังวลว่าจะเป็นการซื้อเวลาของฝ่ายบริหารว่า ในความเป็นจริงเรื่องนี้ไม่ได้เสนอโดยรัฐบาล หรือคณะรัฐมนตรี จึงไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลมาซื้อเวลาแต่อย่างใด แต่เป็นข้อเสนอของนายจุรินทร์ ลักษณ–วิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้ตั้งคณะกรรมการ 7 ฝ่าย บนพื้นฐานของความตั้งใจจริงที่อยากจะสร้างพื้นที่ มีเวทีที่ฝ่ายต่างๆ ได้มานั่งพูดคุยกันถึงปัญหาข้อเรียกร้อง ข้อเสนอต่างๆ เพื่อหาทางออกร่วมกัน ดีกว่าปล่อยให้ต่างคนต่างพูด ยิ่งจะทำให้ช่องว่างของการสร้างความไม่เข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆ จึงอยากวิงวอนทุกฝ่ายอย่าเพิ่งรีบปฏิเสธเวทีพูดคุยเพื่อหาทางออกให้ประเทศ

ส.ว.ห่วงฝ่ายค้านฉุดปรองดองล่ม

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. กล่าวถึงแนวทางการตั้งกรรมการสมานฉันท์เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งว่า เชื่อว่าเวทีดังกล่าวที่รัฐสภาจะจัดขึ้นสามารถคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งได้ แต่การดำเนินการใดๆ ต้องคำนึงถึงคนทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มผู้ชุมนุมที่สนับสนุนรัฐบาล และเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก ส่วนที่พรรคฝ่ายค้านแสดงเจตนาไม่เข้าร่วมนั้น อาจทำให้การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ทำได้ยากมากขึ้น แต่การพูดคุยที่จะเกิดขึ้น สนับสนุนให้ใช้การถ้อยทีถ้อยอาศัย ลดราวาศอกกัน ไม่ใช่คุยกันบนพื้นฐานข้อเรียกร้องของม็อบเยาวชนเป็นหลัก การแก้ปัญหาความขัดแย้งในปัจจุบันแตกต่างจากสมัยที่ตนทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เพราะมีประเด็นที่เพิ่มเติมมากขึ้น ไม่เฉพาะความขัดแย้งทางการเมือง ปัญหาคดีความ แต่มีประเด็นความขัดแย้งที่รุกคืบ แตกต่างจากในอดีต โดยเฉพาะการปฏิรูปสถาบันหลักของชาติ

ชี้ปฏิวัติไม่ใช่ทางออกของปัญหา

นายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวถึงกรณีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ฟังเสียงผู้ชุมนุม ว่า ไม่ขอแสดงความเห็น นายอานันท์เป็นผู้ใหญ่ที่เคารพ ความเห็นนายอานันท์นั้น พล.อ.ประยุทธ์อาจรับไปพิจารณาประกอบพร้อมกับข้อเสนออื่นๆ ทั้งนี้ จากการประเมินสถานการณ์การชุมนุมนั้น เห็นว่าประเด็นที่เกี่ยวกับรัฐบาลคลี่คลายไปได้ระดับหนึ่ง เมื่อรัฐสภาเปิดประชุมสมัยสามัญเดือน พ.ย.สถานการณ์จะดีขึ้น ส่วนการจัดชุมนุมในวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมาที่ถนนสีลมและมีการล้อเลียนสถาบัน กังวลว่าอาจทำให้คนที่รักสถาบันไม่พอใจ เกิดการตอบโต้ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ ขอเตือนด้วยความหวังดีว่า อย่าเรียกร้องอะไรที่เกินธง เชื่อว่ารัฐบาลพยายามแก้ปัญหาไม่ให้ลุกลาม ส่วนที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ เสนอให้ปฏิวัตินั้น ไม่เห็นด้วย เพราะการปฏิวัติไม่ใช่ทางออก และไม่ควรให้เกิดขึ้น

“บิ๊กตู่” ย้อนอดีตเทิดทูนสถาบัน

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ถนนข้าวสาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นประธานเปิดงาน “สวัสดีข้าวสาร” เปิดตัวถนนข้าวสารโฉมใหม่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารเขตพระนคร เข้าร่วม ทันทีที่นายกฯเดินทางมาถึงได้ทักทายประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า ขณะที่ประชาชนบางส่วนตะโกนให้กำลังใจว่า นายกฯสู้ๆ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญเราต้องสร้างสตอรี เรื่องราว สร้างประวัติศาสตร์สิ่งที่ดีให้จดจำ หลายประเทศไม่มีประวัติศาสตร์ยาวนานอย่างเรา ประวัติศาสตร์มีไว้ให้เป็นบทเรียน ส่วนที่ดีเราก็ทำ ส่วนที่ไม่ดีก็อย่าทำ มันเป็นแผ่นดินไทยของพวกเราทุกคน เกิดที่นี่ หลายคนหลายท่านต้องตายไปตามวัฏจักรแห่งชีวิต เกิดและตายบนแผ่นดินนี้ด้วยความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นั่นคือหลักนำของกองทัพ สถาบันไม่ใช่แค่วันนี้ สถาบันคือสถาบันพระมหากษัตริย์ มีมายาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นั่นคือสิ่งที่เราต้องสืบสาน ตามพระปฐมบรมราชโองการให้ได้ ที่สำคัญคือการสืบสาน รักษา ต่อยอด ไม่ใช่ทำลายทุกอย่างขอฝากไว้แค่นี้

ศิลปินกดดันปล่อยตัว 8 แกนนำ

อีกด้านหนึ่งเมื่อเวลา 11.00 น. ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. กลุ่มนักเขียน กวี บรรณาธิการ (บก.) ร่วมกันจัดกิจกรรมเยี่ยมเยียนให้กำลังใจแนวร่วมกลุ่มผู้ชุมนุมที่ยังคงถูกคุมขัง นำโดยนายสุชาติสวัสดิศรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์เมื่อปี 2554พร้อมนักเขียน บรรณาธิการกว่า 10 คน อ่านแถลงการณ์และบทกวี ขอให้ปล่อยตัวผู้ที่ยังถูกจองจำสูญเสียอิสรภาพเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง (14 วัน) รวม 8 คน ประกอบด้วย นายอานนท์ นำภา นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ (เพนกวิน) นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นายภาณุพงศ์ จาดนอก (ไมค์ ระยอง) นายเอกชัย หงส์กังวาน นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม (หมอลำแบงก์) น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล (รุ้ง) ที่อยู่ในทัณฑสถานหญิงกลาง รวมถึงนายสุรนาถ แป้นประเสริฐ (ตัน) ในเรือนจำบางขวาง

ด้นกวีอ่านแถลงการณ์ไล่ “บิ๊กตู่”

นายสุชาติอ่านแถลงการณ์เรียกร้อง 4 ข้อ1.ขอให้รัฐหยุดคุกคามประชาชน 2.ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯลาออกเพราะเป็นเสมือนสารตั้งต้นปัญหาความวุ่นวายในบ้านเมือง 3.ปฏิรูปสถาบันและ 4.ปล่อยแกนนำผู้ชุมนุมที่ถูกควบคุมตัวโดยไม่มีเงื่อนไข นอกจากนี้ยังมีนักกวีคนรุ่นใหม่ ได้สลับกันอ่านบทกวีที่แต่งมาให้กำลังใจผู้ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ ก่อนยืนชู 3 นิ้ว ที่หน้าป้ายเรือนจำพิเศษ ก่อนแยกย้ายกลับทันที

“ศาลไม่ให้ขังรุ้ง–ไมค์–เพนกวิน–แบงก์–ไผ่”

ต่อมาเวลา 13.00 น. ที่ศาลอาญา พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม เดินทางมายื่นคำร้องฝากขัง นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา (ไผ่ ดาวดิน) และนายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม (หมอลำแบงก์) แกนนำกลุ่มคณะราษฎร 2563 ศาลไต่สวนแล้วฝ่ายผู้ร้องไม่มีเหตุผลแสดงว่าการสอบสวนว่ามีความคืบหน้าอย่างไร การฝากขังต้องคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพเมื่อไม่มีเหตุจำเป็นต่อไป จึงให้ยกคำร้องขอขังผู้ต้องหาทั้งคู่ ในส่วนคำร้องขอฝากขัง ครั้งที่ 3 กับนายภาณุพงศ์(ไมค์) จาดนอก นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ (เพนกวิน) และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล (รุ้ง) แกนนำกลุ่มคณะราษฎร 2563 ศาลเห็นว่า ต้องคำนึงถึงสิทธิผู้ต้องหาไม่ให้ขาดเกินกว่าความจำเป็นกระทบต่อสิทธิเสรีภาพหากการสอบสวนเสร็จสิ้นสามารถนำตัวมาฟ้องได้ไม่จำเป็นต้องขังระหว่างสอบสวน ประกอบกับนายพริษฐ์และ น.ส.ปนัสยา อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียนและศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยของรัฐ อันเป็นประการสำคัญจึงให้ยกคำร้องกับทั้ง 3

นายกฯยันไม่ได้รังแกใครว่าตาม ก.ม.

เมื่อเวลา 17.55 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความกลุ่มแกนนำคณะราษฎร 2563 ระบุว่าศาลอาญายกคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 4 ของพนักงานสอบสวนกรณี 4 แกนนำ คือนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวินน.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง นายภาณุพงศ์จาด–นอก หรือไมค์ และนายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้มหรือหมอลำแบงก์ และปล่อยตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯในช่วงเย็นว่า เป็นเรื่องของศาลให้เขาว่าไป เราไม่ได้รังแกใคร

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีมีการปล่อย 4 แกนนำกลุ่มราษฎรว่า ไม่ทราบเรื่องคดีความ เพราะมีหน้าที่ดูแลเรื่องความเป็นอยู่ในเรือนจำ เมื่อถามว่า เรื่องดังกล่าวเชื่อมโยงกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ที่ผู้ชุมนุมระบุไว้ในวันที่ 31 ต.ค.นี้หรือไม่ นายสมศักดิ์ตอบว่า ไม่ทราบประเด็นดังกล่าว

โดนแกงมวลชนเฮเก้ออายัดตัวต่อ

ต่อมาเวลา 19.37 น. บรรยากาศการปล่อยตัวแกนนำราษฎร ได้แก่ นายภาณุพงศ์ หรือไมค์ ระยอง จาดนอก น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุลนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ และนายปติวัฒน์หรือหมอลำแบงค์ สาหร่ายแย้ม ภายหลังศาลอาญายกคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ในคดีชุมนุมวันที่19-20 ก.ย. ที่ ม.ธรรมศาสตร์ และสนามหลวง มีมวลชนจำนวนหนึ่งมารอคอยให้กำลังใจด้วยความยินดี แต่ปรากฏว่าจู่ๆมีรถสายตรวจติดตราสัญลักษณ์กองบัญชาการตำรวจนครบาล และรถควบคุมตัวผู้ต้องหาของ สน.ประชาชื่น เข้ามายังเรือนจำ ท่ามกลางความงุนงงสงสัยของมวลชน ขณะที่นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า ทราบมาว่าหมายปล่อยตัวจากศาลอาญามาถึงเรือนจำแล้ว ตามหลักการผู้ต้องหาทุกคนต้องได้รับการปล่อยตัว แต่ตอนนี้มีรถตำรวจเข้ามาในเรือนจำ ไม่ทราบว่าจะมีการอายัดตัวในคดีอื่นหรือไม่ เพราะมีความผิดปกติเจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้ทนายได้เข้าไปพบผู้ต้องหาตามสิทธิการปรึกษาทนายความ ขณะที่นายปติวัฒน์ หรือหมอลำแบงก์ที่ถูกปล่อยตัวเพียงคนเดียว กล่าวว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐแต่ไม่ทราบสังกัดแจ้งเพียงว่ามาอายัดน้องๆตนที่เหลือ

คุมตัว “เพนกวิน–รุ้ง–ไมค์” ไป สน.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นตำรวจได้ควบคุมตัวนายภาณุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และ น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล จากทัณฑสถานหญิงกลาง ไปที่ สน.ประชาชื่น เนื่องจากเป็น สน.รับผิดชอบพื้นที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯและทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อลงบันทึกประจำวัน ในการอายัดตัวในคดีเกี่ยวกับการชุมนุมในพื้นที่ สภ.เมืองนนทบุรี

ชุลมุน สน.ประชาชื่น ม็อบฮือล้อม

กระทั่งเวลา 21.30 น. ที่ สน.ประชาชื่นได้เกิดความวุ่นวายขึ้นเมื่อมวลชนได้เคลื่อนขบวนมาจากด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯและทัณฑสถานหญิงกลาง มาชุมนุมกดดันแสดงความไม่พอใจที่แกนนำไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยล้อมกรอบรถควบคุมผู้ต้องหาของ สน.ประชาชื่น จนเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถนำตัวแกนนำทั้ง 3 คน ลงจากรถได้ ทำให้ พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงศ์หอมหวล ผกก.สน.ประชาชื่น ต้องสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแถวกันผู้ชุมนุมเพื่อเคลียร์ทางให้ผู้ต้องหาลงจากรถเพื่อไปลงบันทึกประจำวันได้ แต่ก็ยังไม่สำเร็จ จนแกนนำบางคนที่อยู่ในรถ อาทิ นายภาณุพงศ์ นายพริษฐ์ เริ่มอึดอัดคล้ายจะเป็นลม ทำให้ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.แพร่ ที่เดินทางมาด้วยต้องใช้โทรโข่งประกาศวิงวอนกลุ่มผู้ชุมนุม เพราะแกนนำอาจเป็นลมและมีอันตราย จนในที่สุดก็ลงจากรถมาได้ โดยไมค์ถูกนำตัวไปบน สน. พร้อมกับรุ้ง ส่วนเพนกวินมีอาการหนักต้องถอดเสื้อให้ญาติช่วยกันพัดวี

31 ต.ค.เจอบิ๊กเซอร์ไพรส์ มธ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่ม “บัณฑิตธรรมศาสตร์ของราษฎร” ได้โพสต์ข้อความว่า 31 ต.ค. เวลา 17.00 น. พบกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ได้พร้อมกัน #ไม่รับปริญญา #บัณฑิตของราษฎร บิ๊กเซอร์ไพรส์รอบนี้ หากหน่วยงานความมั่นคงหยุดยั้งไม่ได้ จะเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ากลศึกของหน่วยงานความมั่นคงใช้ไม่ได้เสียแล้ว ต้องรื้อตำราใหม่ เพราะยังงมโข่งอยู่กับมุกเดิมๆที่เที่ยวขนกองกำลังไปตามสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆเพื่อสกัดกั้นการเคลื่อนไหว ถามว่าบิ๊กเซอร์ไพรส์ใหญ่ขนาดไหน ขอใบ้ว่า ไม่ว่าในวันที่ 31 ต.ค.ใน มธ.จะมีกองกำลังตำรวจทหารมากแค่ไหน จะยกมากี่ร้อยกองพัน กี่หมื่นกองพลก็ไม่มีวันหยุดบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเราได้ เมื่อเราเฉลยบิ๊กเซอร์ไพรส์แล้ว รับรองว่าเสนาธิการและทีมที่ปรึกษาความมั่นคงต้องหงายหลังแบบเบิ้มๆแน่นอน

แนวร่วม “ราษฎร” ร้องสอบ “เนชั่น”

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่อาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นายชูเกียรติ แสงวงศ์ แกนนำกลุ่มสมุทรปราการปลดแอก ได้เดินทางมายื่นหนังสือในนามกลุ่มประชาชนต่อต้านเฟกนิวส์ถึงสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เพื่อขอให้ตรวจสอบจรรยาบรรณในการเสนอข่าวของสำนักข่าวเนชั่น โดยมีนายพีระวัฒน์ โชติธรรมโม นายกสมาคมข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย พร้อมด้วยตัวแทนกรรมการสมาคมฯเป็นผู้รับเรื่อง นายชูเกียรติระบุว่า สำนักข่าวดังกล่าวนำเสนอข่าวการเมืองและสถานการณ์การชุมนุมบิดเบือน สร้างข่าวโจมตีการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และประชาชน จนได้รับความเสียหาย ทั้งนี้จะให้เวลาสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ไม่เกิน 7 วัน ถ้าไม่คืบหน้าจะยกระดับการกดดันอีกครั้ง นอกจากนี้กำลังรวบรวมหลักฐานของสื่อที่นำเสนอข่าวไม่เป็นกลางในสถานการณ์ขณะนี้ โปรดติดตามว่าเราจะไปสื่อไหนต่อสื่อใดบ้างที่จะโดนร้องเรียนให้ตรวจสอบ

บางกะปิ นศ.ชุมนุมย่อยไล่รัฐบาล

เมื่อเวลา 17.30 น. ที่หน้าศูนย์การค้าเดอะมอลล์บางกะปิ กลุ่มเยาวชน นักเรียน นักศึกษาและประชาชน ในนามกลุ่มราษฎรบางกะปิ นำโดย น.ส.สิริรัมภา โล่ขุนพรหม จัดกิจกรรมชุมนุมสนับสนุนข้อรียกร้องของคณะราษฎร ที่เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ลาออกจากตำแหน่งทันที แก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ให้เป็นประชาธิปไตยโดยเร็ว และเร่งปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยมีการนำแผ่นผ้าขาวมาวางให้เยาวชน และประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนจากการบริหารประเทศที่ล้มเหลวของ พล.อ.ประยุทธ์เขียนระบายความรู้สึก ขณะที่บรรดาผู้เข้าร่วมชุมนุมผลัดกันขึ้นปราศรัยถึงความล้มเหลวในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมและการศึกษาของรัฐบาล ได้รับความสนใจจากเยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมฟังเป็นจำนวนมาก กระทั่งยุติการชุมนุมในเวลาประมาณ 21.00 น.

แนวร่วมนนท์ไล่ “ลุง” ต่อเนื่อง

ส่วนความเคลื่อนไหวของแนวร่วมกลุ่มราษฎรคู่ขนานตามจังหวัดต่างๆ เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต ถนนกาญจนาภิเษก ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง แกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี และกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ประชาชน ใช้รถเครื่องขยายเสียงเปิดปราศรัย ปิดช่องถนนคู่ขนาน เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ลาออกโดยระบุว่า แอมมี่ The Bottom Blues นายอรรถพล บัวพัฒน์ (ครูใหญ่ ขอนแก่น) นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ (จ่านิว) จะมาร่วมปราศัย รวมถึงประกาศว่า ศาลได้ยกคำร้องผัดฟ้องฝากขังครั้งที่ 3 และให้ปล่อยตัวนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ (เพนกวิน) น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล (รุ้ง) นายภาณุพงศ์ จาดนอก (ไมค์ ระยอง) และนายปฎิภาณ ลือชา (หมอลำแบงค์) ทั้ง 4 คน อาจมาร่วมชุมนุมด้วย

ห้ามม็อบรังสิตปักหลักชุมนุม

ที่ท่าจอดรถประจำทางขาเข้า ใต้สะพานรังสิต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ใกล้ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต กลุ่มแดงก้าวหน้า 63 ตั้งเวทีปราศรัยไล่รัฐบาล มีนายภานุพงษ์ มุกตารา เป็นแกนนำ โดย พ.ต.อ.ณัฐ พรหมเทพ ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า กลุ่มเครือข่ายแดงก้าวหน้า 63 ขออนุญาตจัดเวทีปราศัย 6 วัน จะมีการนอนพักค้างแรมแต่ทางตำรวจไม่ได้อนุญาตให้มีการจัด เพราะเป็นพื้นที่ท่ารถมีประชาชนใช้เดินทางจำนวนมาก อีกอย่างขัดต่อ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ส่วนเรื่องการพักค้างแรมไม่อนุญาตเช่นกัน ถ้ามีการค้างต้องดำเนิน คดีตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีการรวมตัวกันของกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ที่ริมถนนเศรษฐกิจ 1 หน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร ต.มหาชัย อ.เมืองสมุทรสาคร ที่สวนภูมิรักษ์ ข้างวัดพายับ เขตเทศบาลนครนครราชสีมา และที่ลานขนส่งสินค้า สถานีรถไฟบ้านโป่ง จ.ราชบุรี ในนามของแนวร่วมราษฎร “ลูกบ้านโป่งไม่อินเผด็จการ”

หมายเรียก 2 ม็อบหน้าสถานทูต

วันเดียวกัน พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ ออกหมายเรียกแนวร่วมกลุ่มราษฎร 63 ที่ไปชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมัน ถนนสาทรใต้ 26 ต.ค. อีก 2 คน คือ นายวัชรากร ไชยแก้ว และนายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา ฐานร่วมกันกระทํายุยงตาม ป.อาญามาตรา 116 โดยให้มาพบพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ ในวันศุกร์ที่ 6 พ.ย. เวลา 13.00 น.

คนพระประแดงไม่ให้ใครย่ำยี

ขณะที่กลุ่มปกป้องสถาบันในต่างจังหวัด ที่ว่าการ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ใส่เสื้อเหลืองจัดกิจกรรมแสดงออกถึงความจงรักภักดีไม่ให้ผู้ใดย่ำยีจาบจ้วงหมิ่นสถาบัน เดินไปตามถนนเพชรหึงษ์ ไปรวมตัวกันที่ลานพระบรมรูปทรงงานรัชกาลที่ 9 ร่วมกันร้องเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี นั่งถวายบังคมหน้าพระบรมรูปฯ ส่วนที่สนามหน้าที่ว่าการ อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช นายสรรเพชญ์ ทันราย กำนันตำบลท้ายสำเภา นำมวลชนใส่เสื้อเหลือง รวมตัวตั้งริ้วขบวนเดินแสดงเจตนารมณ์ปกป้องสถาบัน ไปในชุมชนตลาดนาพรุ ร่วมร้องเพลงชาติ อ่านแถลงการณ์ปฏิญาณตน และประณามผู้ที่ล่วงละเมิดจาบจ้วงสถาบันทุกกรณี

อาชีวะเปิดตัวปกป้องสถาบัน

ที่ห้องประชุมเตาปูนแมนชั่น แขวงและเขตบางซื่อ กทม. ตัวแทนกลุ่มศิษย์เก่าอาชีวะปกป้องสถาบัน 30 สถาบัน นำโดยนายอภิชิต เสมศรี นายอริยะ รัตนภูผา นายยุทธนา จุฑามณี และนายฐากูร นวลแก้ว โฆษกกลุ่มฯ ร่วมกันแถลงข่าวเรื่องการปกป้องสถาบัน นายฐากูรกล่าวว่า ขอแสดงจุดยืนของศิษย์เก่ากว่า 30 สถาบันว่าขอให้ผู้ที่อยู่เบื้องหลังจงหยุดการกระทำก้าวล่วงบิดเบือนข้อมูลต่อสถาบัน ส่วนการแสดงออกของประชาชนเป็นสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตยทางกลุ่มจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว และขัดขวาง แต่ต้องไม่ก้าวล่วง หมิ่นต่อสถาบัน ต้องไม่จาบจ้วงสถาบันโดยเด็ดขาด เรายึดแนวสันติไม่ทำร้ายประชาชน ยกเว้นผู้ที่จาบจ้วง หรือเพื่อป้องกันตัวเอง และปกป้องประชาชนที่จงรักภักดี ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง และการทำงานของรัฐบาล

บัณฑิต มธ.รับปริญญาคึกคัก

อีกด้านหนึ่งที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) มีการจัดงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปีการศึกษา 2561 ในวันที่ 30-31 ต.ค.ที่หอประชุมใหญ่ มธ.ท่าพระจันทร์ ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินในพิธี โดยวันที่ 30 ต.ค.พระราชทานปริญญาบัตรเป็นวันแรกให้กับบัณฑิต 2 รอบ รอบแรกจำนวน 1,932 คน รอบที่สอง 1,934 คน นอกจากนี้สภามหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ยังได้ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาพัฒนาชุมชนดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แด่พระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูรกิติสิริสมบูรณอดุลยเดชสยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิร เกล้าเจ้าอยู่หัว และทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกําลังกาย แด่สมเด็จพระ นางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บัณฑิตที่รายงานตัวรอบแรก เพื่อเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร มีประมาณครึ่งหนึ่งของผู้จบการศึกษา อาทิ คณะนิติศาสตร์ จบ 809 คน เข้าพิธีประมาณ 300 คน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จบ 719 คน เข้าพิธี 290 คน เป็นต้น

ตรวจสอบเข้ม-กันคนไม่เกี่ยวข้อง

ส่วนบรรยากาศใน มธ. ท่าพระจันทร์ มีการเปิดให้บัณฑิตและครอบครัว และผู้ที่มาแสดงความยินดี เข้าไปภายในได้ 2 ประตูคือ ประตูด้านถนนพระจันทร์ และประตูด้านถนนพระอาทิตย์ ทุกคนต้องผ่านจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ และนำบัตรประชาชนมาลงทะเบียนรับสติกเกอร์เข้างาน บัณฑิตต้องมารายงานตัวที่เต็นท์ในสนามฟุตบอลเพื่อเจาะเลือดปลายนิ้วตรวจคัดกรองโควิด-19 หรือ Repid-Test และห้ามบุคคลภายนอกเข้าไปรอเวลาที่จะเดินเข้าไปในหอประชุมใหญ่ ขณะที่พื้นที่โดยรอบหอประชุมใหญ่ ได้กันพื้นที่ไว้โดยรอบให้เฉพาะบัณฑิตและเจ้าหน้าที่เข้าไปได้เท่านั้น อย่างไรก็ตามแต่ละคณะมีครอบครัวและเพื่อนบัณฑิตมาร่วมถ่ายรูปแสดงความยินดีอย่างคึกคัก ทั้งที่บริเวณป้ายคณะ หน้าอาคารโดมทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ลานปรีดี และลานริมน้ำเจ้าพระยา

มวลชนเสื้อเหลืองรอรับเสด็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรักษาความปลอดภัยภายใน มธ.ท่าพระจันทร์ และบริเวณโดยรอบ มีกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน กระจายกำลังรักษาความปลอดภัย ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวความมั่นคง ถูกส่งมาจับตากลุ่ม “บัณฑิตธรรม-ศาสตร์ของราษฎร” หลังออกมารณรงค์ไม่ให้บัณฑิตใหม่เข้ารับปริญญา ทั้งประกาศว่าจะมี “บิ๊กเซอร์ไพรส์” ทำให้บริเวณจุดคัดกรองทางเข้า มธ.ทั้งฝั่งท่าพระจันทร์ และฝั่งถนนพระอาทิตย์ ส่วนประตูทางเข้าหน้า มธ.ติดหอประชุมใหญ่ ตั้งแต่เวลา 15.00 น. มวลชนสวมเสื้อสีเหลือง 2 กลุ่ม เดินทางมาปักหลักเฝ้ารอรับเสด็จ ประกอบไปด้วยกลุ่มธรรมศาสตร์พิทักษ์ธรรม ซึ่งเป็นศิษย์เก่า มธ.รุ่นต่างๆ และกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.)

ศิษย์เก่า มธ.เอือมรุ่นน้องจาบจ้วง

นายณัฐกิตติ์ เอื้อโรจนาอังกุล ศิษย์เก่าศิลปศาสตร์ มธ.รุ่น 28 ตัวแทนกลุ่มธรรมศาสตร์พิทักษ์ธรรม กล่าวว่า ศิษย์เก่ารู้สึกไม่สบายใจที่มีน้องๆบางกลุ่ม ไปใช้ชื่อมธ.เคลื่อนไหว หมิ่นสถาบัน ประกาศว่าจะจัดบิ๊กเซอร์ไพรส์ในวันรับปริญญา ทั้งก่อนหน้านี้รณรงค์ ไม่ให้บัณฑิตมาเข้ารับปริญญา จึงมารวมตัว เพื่อแสดงความจงรักภักดี พร้อมจะปกป้องสถาบัน นอกจากนี้ ได้ทำหนังสือเปิดผนึกถึงอธิการบดี มธ.ให้ดำเนินการกับกลุ่มที่มาใช้สถานที่ใน มธ.กระทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสม หากเป็นนักศึกษาหรือบุคลากรควรลงโทษทางวินัย จะจัดบิ๊กเซอร์ไพรส์ในฐานะรุ่นพี่คงไม่ยุ่งไม่ห้าม อยู่ที่วิจารณญาณ เรียนมาถึงขนาดนี้น่าจะรู้อะไรเหมาะไม่เหมาะ

ศปปส.ไม่ปะทะขอแค่ถ่ายคลิป

ขณะที่นายอานนท์ กลิ่นแก้ว แกนนำ ศปปส. ระบุว่า ทางกลุ่มนัดมารวมตัวเพื่อจับตาดูกลุ่มบุคคลที่อาจจะมาแสดงออกที่ไม่เหมาะสม จะมาเฝ้ารอรับเสด็จฯทุกวันจนถึงวันที่ 1 พ.ย. หลังจากนี้หากมีเสด็จฯที่ไหนถ้าเราไปได้เราก็จะไป ยืนยันจะไม่ใช้ความรุนแรงหรือสกัดขัดขวาง เพราะเป็นหน้าที่ของตำรวจ ไม่คิดจะมาปะทะกับใคร จะทำแค่บันทึกภาพเป็นหลักฐานเพื่อแจ้งความดำเนินคดีภายหลัง และส่วนตัวเชื่อว่าบิ๊กเซอร์ไพรส์คงจะไม่มี เป็นเพียงแค่การปั่นกระแส อยากขอร้องน้องๆเยาวชนหยุดจาบจ้วงดูหมิ่นสถาบัน น้องๆอาจกำลังฮึกเหิมเพราะช่วงนี้มีมวลชนมาเยอะอาจหลงผิดไป อยากให้โอกาสกลับใจ ขอฝากให้เป็นหน้าที่พ่อแม่ผู้ปกครอง ดึงลูกหลานกลับมาเรียนวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองด้วย

มีพระราชดำรัสให้ตระหนักในหน้าที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ตอนหนึ่งว่า ขอแสดงความชื่นชมกับผู้ทรงคุณวุฒิ และบัณฑิตทุกคนที่ได้รับเกียรติและความสำเร็จ ทั้งขอขอบใจมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก ที่มอบปริญญาพัฒนาชุมชนดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แก่ข้าพเจ้า และมอบปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การ กีฬาและการออกกำลังกาย แก่พระราชินี ปริญญาบัตรที่บัณฑิตได้รับในวันนี้ เป็นสิ่งที่มีความหมายและมีความสำคัญมาก เพราะเป็นเครื่องรับรองวิทยฐานะของแต่ละคนว่า เป็นผู้มีความรู้ความสามารถในวิชาการสาขาต่างๆตามที่ได้อุตสาหะศึกษาเล่าเรียนมา บัณฑิตทุกคนจึงมีหน้าที่และความรับผิดชอบที่จะต้องนำความรู้ความสามารถที่มีอยู่ ไปใช้สร้างสรรค์ความสำเร็จแก่ตนเองให้สมบูรณ์ ทั้งในด้านอาชีพการงาน ในด้านเกียรติคุณความดี และในด้านการทำประโยชน์เกื้อกูลแก่ส่วนรวมและประเทศชาติ ถ้าทุกคนจะได้ตระหนักในหน้าที่ และความรับผิดชอบดังนี้แล้ว มุ่งมั่นทำให้จริง ให้สำเร็จครบถ้วนตามที่กล่าว แต่ละคนก็จะได้รับการยอมรับยกย่องว่าเป็นผู้ประพฤติตนปฏิบัติงานสมกับวิทยฐานะอย่างแท้จริง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ชุมนุมเพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์รุ้ง ปนัสยาไมค์ ระยองสน.ประชาชื่นข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 3 ธันวาคม 2563 เวลา 07:59 น.