ข้อเสนอตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ 7 ฝ่ายเพื่อแสวงหาทางออกจากวิกฤติขัดแย้งในสังคมไทย ซึ่งประธานชวน หลีกภัย ในนามรัฐสภา เป็นผู้อำนวยการสร้างและกำกับการแสดง ทำท่าจะแท้งก่อนท้องซะแล้วท่านผู้ชม เพราะยังไม่ทันเห็นโครงสร้างคณะกรรมการสมานฉันท์ปรองดอง “นายประเสริฐ จันทรรวงทอง” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ประกาศถอนตัวไม่เข้าร่วมสังฆกรรม
เพราะมองว่าการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ 7 ฝ่าย เป็นแค่การซื้อเวลาของฝ่ายรัฐบาลเท่านั้นเอง
เลขาธิการพรรคเพื่อไทยชี้ว่าทางออกจากวิกฤติทันทีมี 3 ประเด็น
1,นายกฯลุงตู่ ผู้เป็นต้นตอของปัญหาทั้งหมดต้องลาออกจากนายกรัฐมนตรี
2,ปล่อยผู้ชุมนุมที่ถูกรัฐบาลจับกุมคุมขังโดยไม่มีเงื่อนไข
3,ทุกฝ่ายต้องแสดงความจริงใจเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร็ว
ส่วน “นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล” ตั้งเงื่อนไขเพิ่มอีก 2 ประเด็น
1,คณะกรรมการสมานฉันท์ ต้องไม่มีฝ่ายตัวแทนคณะรัฐมนตรีเข้ามาเกี่ยวข้อง
2,ต้องยินยอมให้นำข้อเรียกร้อง
3 ข้อของกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าพิจารณาและเปิดพื้นที่ให้มีการพูดคุยอย่างปลอดภัย
ถ้าหากไม่นำข้อเรียกร้องชุมนุมชูสามนิ้วมาพิจารณา ก็ไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ให้อึดอัดหาวเรอ
“แม่ลูกจันทร์” กระชุ่นพรรคฝ่ายค้านอย่าเพิ่งรีบประกาศถอนตัว
ขอให้รอดูโครงสร้างคณะกรรมการปรองดอง ที่สถาบันพระปกเกล้าฯ กำลังออกแบบเสียก่อนให้ชัดเจน
เพราะการเปิดเวทีให้ทุกฝ่ายที่ขัดแย้งกันอยู่ได้พูดคุยเปิดใจ อาจจะเป็นทางออกจากวิกฤติได้อย่างสันติวิธี
...
หากโครงสร้างคณะกรรมการสมานฉันท์ออกมาดี มีความน่าเชื่อถือว่าจะทำหน้าที่อย่างเป็นกลางและเป็นธรรม
“แม่ลูกจันทร์” ขอเรียกร้องให้พรรคฝ่ายค้านร่วมเวทีปรองดอง
แต่ปัญหาใหญ่คือโครงสร้างของคณะกรรมการสมานฉันท์ 7 ฝ่ายที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ หน.พรรคประชาธิปัตย์ เสนอที่ประชุมสภาฯ
มองเห็นชัดๆว่าฝ่ายรัฐบาลลุงตู่ได้เปรียบทุกประตู!!
เพราะใน 7 ฝ่าย เป็นฝ่ายรัฐบาลถึง 5 ฝ่าย คือ 1, ตัวแทนคณะรัฐมนตรี 2, ตัวแทน ส.ส.พรรครัฐบาล 3, ตัวแทน ส.ว.ลากตั้ง 4, ตัวแทนฝ่ายต่อต้านกลุ่มผู้ชุมนุม และ 5, ฝ่ายผู้ทรงคุณวุฒิ (สายรัฐบาล)
เท่ากับเหลือฝ่ายตัวแทนชุมนุม กับฝ่ายตัวแทน ส.ส.พรรคฝ่ายค้านเป็นเสียงข้างน้อยในที่ประชุม
นี่คือปัญหาที่พรรคฝ่ายค้านไม่ยอมร่วมสังฆกรรม
“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่าฝ่ายกลุ่มผู้ชุมนุมม็อบเองก็คงไม่ยอมเข้าร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์ 7 ฝ่ายเช่นกัน
เพราะชุมนุมสายพันธุ์ใหม่ ประกาศให้ผู้ชุมนุมทุกคนเป็นแกนนำ
จึงไม่มีใครได้รับฉันทานุมัติให้เป็นตัวแทนชุมนุมไปร่วมเวทีเจรจาสมานฉันท์ที่ตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ
เมื่อไม่มีตัวแทนชุมนุม ไม่มี ส.ส.พรรคฝ่ายค้านร่วมสังฆกรรม
คณะกรรมการสมานฉันท์ 7 ฝ่ายก็จะเหลือแค่ 5 ฝ่าย จับเข่าคุยหาทางออกจากวิกฤติกันเอง
สุดท้ายก็บัวแล้งนํ้าเหมือนคณะกรรมการปรองดองชุดเก่าๆที่เคยตั้งขึ้นมา แล้วก็จบไป
ประชุมกันแทบตาย...ไม่ได้อะไร (นอกจากเบี้ยประชุม)
“แม่ลูกจันทร์”