บ่ายสามโมงวันอังคาร ทีวีขึ้นตัวหนังสือ ชื่อ ส.ส.สายัณห์ ยุติธรรม อภิปรายในสภา ผมยังไม่รู้ฝั่งไหน พอท่านขึ้นต้นด้วยบทสัมโมทนียกถา ขอบคุณรัฐบาล ขอบคุณนายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็รู้ว่าท่านเป็น ส.ส.ฝั่งรัฐบาล

นอกจากยอยศพระลอ เอ๊ย! ยืนยันว่าพลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี ที่เก่งที่สุด ดีที่สุด

เรื่องที่เล่าเรียกรอยยิ้มคือ นครศรีธรรมราชตอนนี้ มีเครื่องบินวันละ 28 เที่ยว (ไม่รวมทางรถยนต์) ขนคนไปไหว้พระวัดพระบรมธาตุฯ และประการสำคัญ ไปไหว้ไอ้ไข่วัดเจดีย์

โควิดมา เมืองท่องเที่ยวกลายเป็นเมืองที่คนไม่เที่ยว ไปทางไหนมีแต่คนบ่นว่าจนๆๆ

แต่เมืองนครโชคดี มีไอ้ไข่ เงินทองไหลมาเทมา

บ้านเมืองดีถึงขั้นนี้ ใครหนอ? ใจไม้ไส้ระกำ ผลักไสไล่นายกฯประยุทธ์ได้ลงคอ

ผมมีหนังสือ “ชาล้นถ้วย” สุขสดชื่นรื่นเย็น ด้วยปรัชญาเซน อันลุ่มลึก ของท่าน ว.วชิรเมธี (สำนักพิมพ์ปราณ พ.ศ.2555) ใกล้มือ เจอเรื่องที่ชอบหลายเรื่อง ปีศาจกินความโกรธก็มี แต่มาหยุดที่เรื่อง ไก่ไม่ขัน ตะวันไม่ขึ้น

ที่วัดเซนแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น มีไก่ครอบครัวหนึ่ง หัวหน้าครอบครัวเป็นผู้บริหารที่เก่งมาก กางปีกปกป้องภรรยาและลูกๆ ทุกตัวอยู่กันอย่างมีความสุข

ทุกๆเช้าเวลาตีห้า พ่อไก่ก็จะบินขึ้นไปเกาะอยู่บนกิ่งไม้ และโก่งคอขัน เสียงก้องกังวานไปทั้งพงไพร

จนประมาณหกโมงเช้า ถึงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นฉายแสงส่องสว่างไปทั่วทั้งสากลโลก

พ่อไก่มีความสุขมาก เมื่อเห็นพระอาทิตย์ค่อยๆทอแสงสุกสว่าง เขายืนชื่นชมแสงตะวัน พร้อมกับชื่นชมตัวเองว่า “เพราะฉันขันตะวันจึงขึ้น”

จนกระทั้งตะวันขึ้นเหนือยอดเขา ก็เห็นว่าได้เวลาบินลงมา หาอยู่หากินกับลูกเมียต่อไป

...

กิจวัตร “เพราะฉันขัน ตะวันจึงขึ้น” ต่อเนื่องยาวนาน จนจำไม่ได้ว่านานเท่าใด จนถึงวันนั้น กิจวัตรที่ทำอย่างตรากตรำหนักหนา พ่อไก่เริ่มรู้สึกว่าตัวเองแก่ ร่างกายอ่อนล้า

แต่เพราะใจพ่อไก่คิดว่า ยังไหวๆ เขาก็โผบินขึ้นกิ่งไม้...แต่ครั้งนี้ ไม่มีแรงเหมือนเดิม เขาก็ร่วงลงมา

“พ่อ...ผมว่าถ้าพ่อไม่ไหว วันนี้ผมขันแทนเอาไหม?” ลูกชายไก่โต้งรุ่นใหม่ไฟแรง เสนอตัว

“น้ำหน้าอย่างแก ถ้าขันตะวันจะขึ้นหรือ?” เสียงตวาดจากซีอีโอไก่ตัวพ่อ ซึ่งเผลอคิดไปว่า ไม่มีใครในโลกนี้จะทำภารกิจยิ่งใหญ่ ขันเรียกตะวันขึ้น

ไก่พ่อพยายามอีกครั้ง...รวบรวมเรี่ยวแรงขยับปีก บินขึ้นกิ่งไม้...ครั้งนี้เขาบินถึง ทันทีเขาก็โก่งคอขัน

น่าเสียดาย ครั้งนี้เขาขันได้ครั้งเดียว ก็หล่นจากกิ่งไม้ ลงมาขาดใจตาย

เช้าวันรุ่งขึ้น ไม่มีพ่อไก่บินขึ้นกิ่งไม้ไปโก่งคอขัน...ตะวันก็ยังขึ้นเหมือนเดิม

พระจันทร์ยังคงทอแสง สายน้ำยังคงไหลเอื่อย ดอกไม้ยังคงผลิบาน โลกยังหมุน มีข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์ นกยังมีท้องฟ้าให้โบยบิน คนต่างๆยังคงทำงานต่อไป

ท่าน ว.วชิรเมธี เล่านิทานเซนเรื่องนี้ เปรียบเปรยผู้บริหารผู้ยิ่งใหญ่ ที่เมื่อประสบความสำเร็จแล้วมักเผลอหลงตัวเอง เป็นหนึ่งในตองอู เก่งคนเดียว ไม่มีใครมาแทนได้ ไล่ยังไงฉันก็ไม่ออก

ความจริงทุกผู้ยิ่งใหญ่ ก็เหมือนพ่อไก่ตัวนั้น เมื่อเขาไม่มีแรงโก่งคอขัน ตะวันก็ยังขึ้นปกติ

นิทานเรื่องนี้ ท่าน ว.วชิรเมธี สอนให้รู้ว่า ผู้บริหารที่ดีไม่ใช่ผู้ที่แบกหนักที่สุด ผู้บริหารที่ดีคือผู้ที่แบกหนักพอสมควร และกระจายภาระให้คนอื่นช่วยแบก

และประการสำคัญ ผู้บริหารที่ดี ไม่ตรากตรำทำงานจนป่วยตาย.

กิเลน ประลองเชิง