ไลฟ์สไตล์
100 year

นายกฯ ลั่น รักและห่วงใยลูกหลาน ยัน ไม่ลาออกในยามชาติบ้านเมืองมีปัญหา

ไทยรัฐออนไลน์27 ต.ค. 2563 23:17 น.
SHARE

นายกฯ กล่าวก่อนปิดการประชุมสมัยวิสามัญ ลั่น รักและห่วงใยลูกหลานทุกคน ยัน ไม่ละทิ้งหน้าที่ลาออกในยามที่ชาติบ้านเมืองมีปัญหา เตือนอย่าเอาต่างประเทศมาเกี่ยวข้องเพราะอันตรายมาก

วันที่ 27 ต.ค. 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในตอนท้ายของการปภิปรายทั่วไปในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาสมัยวิสามัญวันสุดท้าย ว่า ขอพูดในฐานะนายกฯ และรมว.กลาโหม ที่รับผิดชอบงานหลายด้าน หลายอย่างที่ฟังในสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ไม่ค่อยเห็นชอบกับตนหลายเรื่อง โจมตีเสม่ำเสมอตลอดเวลาไม่เคยเปลี่ยนแปลง ทราบดีว่าเป็นวิธีการทำงาน ซึ่งไม่เป็นไรตนรับได้ จะเห็นว่ายิ้มไปเรื่อย เพราะฟังมาหลายรอบ รัฐบาลก็พยายามจะชี้แจง มีตัวเลขต่างๆ ท่านก็ว่าไม่จริง เมื่อถามส่วนเกี่ยวข้องกลับทราบว่าตัวเลขที่กล่าวอ้างกันนั้นบิดเบือนหลายประการ

ข่าวแนะนำ

ทั้งนี้ นายกฯ ยังได้พูดต่อไปถึงเรื่องการใช้งบประมาณในการช่วยเหลือประชาชนจากสถาการณ์โควิด-19 มาตรการต่างๆ ที่จะออกมาเพื่อช่วยเหลือคนทุกกลุ่ม ใช้งบให้ตรงถึงประชาชนฐานราก รัฐบาลพยามแก้ปัญหาทุกมิติ แต่หากรับฟังช่องทางเดียว รัฐบาลใช้ไม่ได้สักเรื่อง ถ้าบอกว่าตนต้องลาออกเพราะบริหารประเทศล้มเหลว แล้วปี 2549 และปี 2557 มีใครทำความผิดหรือเปล่า ไม่ขอกล่าวอ้างถึงใคร คนเหล่านั้นอยู่ไหน

“เรื่องกรณีการชุมนุม ผมรักลูกหลานทุกคน ผมรักเด็กนิสิตนักศึกษาทุกคน นั่นคือพลังของแผ่นดินในวันข้างหน้า แต่เราควรจะสร้างความเข้าใจกันได้ไหม บทบาท อะไรอยู่ตรงไหน ใครที่จะชี้นำในทางที่ถูกต้อง ในทางที่สงบ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามผมถือว่าทุกคนคือเสียงหนึ่งของคนไทย ของประเทศไทย ผมยอมรับฟัง ก็มีทั้งทำได้ ทำไม่ได้ กรณีเรื่องของชุดนักเรียน ถ้าผมจำได้ไม่ผิดตั้งแต่เด็กๆ มา ผมจำได้ว่าเขาเคยมีคำชี้แจงว่าการแต่งชุดนักเรียนทำให้เกิดการประหยัด ไม่มีการแข่งขัน ไม่มีความแตกต่างระหว่างการแต่งตัวของคนรวยคนจน ผมคิดว่าอย่างนั้น อีกเรื่องคือทรงผม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับเด็กนักเรียนว่าคนเหล่านี้เมื่อไปเดินอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ นอกเวลาเรียนก็จะได้ไม่ถูกทำร้าย นั่นคือวัตถุประสงค์แรก แต่วันนี้มันเปลี่ยนแล้ว ผมก็ยอมรับได้ ก็ลองไปคิดดูแล้วกัน ผมไม่อยากให้ฟังแต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงข้างเดียว ทุกอย่างมีอดีต มีความเป็นมาทั้งสิ้น”

นอกจากนี้ เรื่องการใช้โซเชียลในการขับเคลื่อน ในฐานะที่เป็น รมว.กลาโหม มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตาม ทราบว่าในการแพร่ข้อความต่างๆ จากโทรศัพท์มือถือ มีคนโพสต์ครั้งแรก 200 คน จากนั้นไม่กี่นาทีขึ้นเป็น 50,000 คน จากแอคเคาต์เดิม ไม่ทราบว่าใช้เทคโนโลยีอะไร มีเครือข่ายหรือเปล่าไม่แน่ใจ ขอให้ช่วยตรวจสอบ ซึ่งนี่เป็นข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ ผู้ให้บริการมีความร่วมมือให้ข้อมูลมา มีการใช้ระบบเอไอ (AI) ในการโพสต์ข้อมูลต่างๆ ทั้งสิ้น การที่บอกรัฐบาลปิดกั้น ไม่เคยอยากจะปิดกั้น แต่ถ้าละเมิดเกินไป ไม่สุภาพ ส่วนตัวคิดว่าสังคมรับไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้ขอบคุณที่มีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่ออภิปรายทั่วไปเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองอันเรื่องมาจากการชุมนุมของประชาชนกลุ่มหนึ่ง ขอบคุณสมาชิกที่เสนอความเห็น ชี้แนะทางออกให้รัฐบาลตลอด 2 วัน เรื่องใดที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมตนและรัฐบาลขอนำแนวทางปฏิบัติให้เกิดความเป็นจริง เรื่องไหนแม้จะไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ หรือมีข้อจำกัด หรือเป็นข้อคิด เป็นคำเตือน ขอรับไว้พิจารณา

สำหรับสิ่งที่ห่วงมากที่สุด 2 เรื่อง คือ ห่วงประเทศชาติของเราว่าจะเป็นอย่างไร จะไปทางไหนในสถานการณ์เช่นนี้ ซึ่งไทยประสบความสำเร็จอย่างสูงเรื่องโควิด-19 คนไทยทุกคนมีความสามัคคีปฏิบัติร่วมกัน เราควรภาคภูมิใจและจารึกไว้ แต่ก็ยังต้องระมัดระวังไม่ตกอยู่ในความไม่ประมาท ย้ำว่าห่วงใย ไม่ได้ข่มขู่ เป็นห่วงประชาชนทุกคน อีกทั้งรัฐบาลพยายามดำเนินการทางเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วนควบคู่ไปด้วย และเมื่อวัคซีนผลิตได้ ก็พร้อมผลิตใช้ในบ้านเรา ขณะที่เศรษฐกิจไทยกำลังก้าวเดินขึ้นอย่างช้าๆ ส่วนที่ลดก็อัตราช้าลงกว่าเดิมแสดงว่าหลายอย่างเริ่มดีขึ้น ไม่อยากกลับไปเหมือนช่วงเดือน เม.ย. แฃะวันนี้เราเปิดประเทศได้แล้ว แต่ก็ระวังไม่ใช่ผลีผลาม ข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศระบุว่ามีผู้ต้องการเดินทางมาไทยอีกเป็นหมื่นราย เราต้องจัดเที่ยวบิน เจราจาพูดคุย โดยเฉพาะประเทศความเสี่ยงน้อย

“จากการชุมนุมโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่ผ่านมา ผมไม่โทษเขา แต่ผมโทษว่ามีอะไรหรือเปล่า ผมไม่ทราบ หลายคนก็อาจจะทราบ ก็บอกผมด้วยแล้วกัน ผมอาจจะทราบไม่เท่าท่าน สิ่งเหล่านี้อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจที่กำลังขับเคลื่อน ในเรื่องของความเชื่อมั่น ในเรื่องความเดือดร้อน ผู้ประกอบการ บรรยากาศเศรษฐกิจในช่วงปลายปีที่กำลังจะดีขึ้น จะถูกกดทับด้วยสถานการณ์ทางการเมืองที่เราจะต้องหาวิธีแก้ไขกันให้ได้ วันนี้เรามีมาตรการผ่อนคลายอีกหลายอย่าง ถ้าท่านฟังก็จะเข้าใจ ถ้าไม่ฟังก็ไม่เข้าใจ โจมตีรัฐบาลอยู่เรื่อยไปร่ำไป เป็นเรื่องธรรมดาผมรับได้”

ทั้งนี้ เรื่องที่กล่าวมาข้างต้นนำมาสู่ความห่วงใยเรื่องที่ 2 คือ ความแตกแยกในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันครอบครัว ความคิดเห็นที่แตกต่างกันระหว่าวคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ ซึ่งไม่ควรจะแยกจากกัน พ่อแม่พี่น้องกันทั้งสิ้น ประเทศไทยเราเคยพูดว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นครอบครัวใหญ่ เราเคยรักกัน เอื้อเฟื้อ เคารพซึ่งกันและกัน ไม่อยากให้รากฐานทางวัฒนธรรมอันดีงามของประเทศแตกร้าวเสียหายไปเพราะความไม่เข้าใจระหว่างคนแต่ละรุ่น พร้อมเตือนให้ระวังการนำข้อมูลของเราไปแพร่ที่ต่างประเทศ ตนได้ข้อมูลว่ามีเบื้องหลัง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลพร้อมรับฟังร่วมมือแก้ปัญหา แต่ต้องไม่ไปลิดรอนสิทธิคนอื่น ยังต้องคำนึกคนส่วนใหญ่เป็นหลัก และประชุมวิสามัญครั้งนี้เห็นด้วยที่จะให้มีการตั้งคณะกรรมการศึกษาเพื่อนำไปสุ่การพูดคุยหาทางออกเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ แต่กังวลว่าจะไปพูดกับใคร เพราะทุกคนเป็นหัวหน้า แต่หากไม่ใช่ความต้องการส่วนใหญ่ของประเทศขอสงวนสิทธิ์ รวมถึงขั้นตอนการแก้รัฐธรรมนูญก็อยู่ระหว่างดำเนินการและเป็นหน้าที่ของรัฐสภา ก็สนับสนุนในนามรัฐบาล

“ผมไม่เคยยึดติดกับตำแหน่ง หลายท่านบอกผมอยากอยู่ยาว อยู่นาน ก็ต้องไปถามคนพูด ท่านไปถามคนร่างรัฐธรรมนูญโน่น ผมไม่ได้เป็นคนร่าง ผมคิดว่าทุกคนปรารถนาดีทั้งหมด บางครั้งท่านก็พูดด้วยอารมณ์ไปบ้าง เอามาไล่ผมทุกวัน ให้ความเป็นธรรมกับผมบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ ผมจะไม่ตัดช่องน้อยแต่พอตัวเพื่อหนีปัญหา ผมจะไม่ละทิ้งหน้าที่ด้วยการลาออกในยามที่ชาติบ้านเมืองมีปัญหาเหมือนคนที่เพิ่งฟื้นไข้ เหมือนคนอื่นๆ ที่หนีปัญหา ในยามที่ทุกคนต้องช่วยกันประคับประคองเดินไปข้างหน้า ผมยังคงจะแก้ไขปัญหาที่ยังคงรอรับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ผมไม่ใช่คนฟังคนที่มาเพ็ดทูลอย่างเดียว ใครมาอย่างนั้นผมด่ากลับไปทุกคน เพราะผมอ่านเองได้ สงสัยก็เรียกมาถาม ผมไม่ได้บริหารบนหอคอยอย่างที่ท่านคิด

การได้ชัยชนะกันท่ามกลางซากปรักหักพังของบ้านเมือง คุ้มค่ากันไหมผมถามซิ มันจะไม่เหลืออะไรอีกเลย สิ่งที่ท่านคาดหวังว่าจะเปลี่ยนแปลงดุลแห่งอำนาจ มันจะไม่เหลือให้ท่านแม้แต่น้อยนิด สงสารลูกหลาน ประชาชน เยาวชนที่ท่านห่วงท่านรัก คิดถึงเขาบ้างหรือเปล่า อย่าเอามาขับเคลื่อนทางการเมืองไปด้วย ผมพูดน้อยสุดแล้ว พูดอย่างสุภาพที่สุดแล้วพร้อมรอยยิ้ม ไม่โกรธเคืองใคร โกรธไปก็เท่านั้น โมโหใครก็เท่านั้น ให้ร้ายใครก็เท่านั้น พระท่านสอนว่าจะลกับมาที่ตัวผมเอง ไม่มีความสุข กรรมใดใครทำใครก่อก็รับไป จะทำบุญทำกุศลก็ไม่มีใครช่วยได้ นอกจากต้องทำด้วยตัวเอง”

ในช่วงสุดท้าย นายกรัฐมนตรียืนยันว่าจะร่วมมือทุกฝ่ายเพื่อเดินหน้าอย่างเต็มความสามารถ ขับเคลื่อนประเทศให้เดินต่อไปจนกว่าจะไม่มีโอกาสได้ทำ ถึงจะไม่ใช่ลูกหลานตนเองก็ต้องห่วงลูกลานคนอื่นด้วย นั่นคือคนไทย อย่าทำอะไรที่เกิดความเสียหายกับชาติบ้านเมือง และต้องระมัดระวังที่สุดคืออย่าเอาต่างประเทศมาเกี่ยวข้องกับกิจการในประเทศไทย เรามีอธิปไตยแผ่นดินของเรา อย่าเอาเขาเข้ามา อันตรายที่สุด ขอเตือนไว้ ส่วนเหตุการณ์น่าตกใจที่มีเลือดตกยางออก พร้อมบอกว่านักข่าวแจ้งว่ามีการเตรียมไว้แพร่ไปสู่เวทีโลก

ต่อมาเมื่อเวลา 22.00 น. มีการอ่านพระบรมราชโองการพระราชกฤษฎีกาปิดสมัยประชุมวิสามัญแห่งรัฐสภา ก่อนที่ประธานรัฐสภาจะกล่าวปิดประชุมตามกำหนดเวลาที่ตั้งไว้ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 1 พ.ย. นี้ ก็จะมีการเปิดสมัยประชุมสามัญต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประชุมสภาประชุมสภาล่าสุดประชุมรัฐสภาประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญประยุทธ์ จันทร์โอชาปิดประชุมสมัยวิสามัญข่าวการเมือง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2563 เวลา 06:52 น.