ไลฟ์สไตล์
100 year

ม็อบหน้าคุกเตรียมแผน ขู่ยกระดับ หลังนายกเมินเฉย ไม่ยอมลาออก

ไทยรัฐฉบับพิมพ์25 ต.ค. 2563 05:28 น.
SHARE

ศาลอุทธรณ์ไม่ให้ประกัน “ไมค์-เพนกวิน-รุ้ง” ชี้รวมกลุ่มก่อเหตุวุ่นวาย ชักนำประชาชนละเมิด ก.ม. ทำผิดแบบเดิมอีกหลายคดีหลายท้องที่ ปล่อยตัวอาจก่อเหตุอันตรายและน่าเชื่ออาจจะหลบหนี “สมยศ” วืดนอนเรือนจำต่อ “แอมเนสตี้” ฉะรัฐบาลไทยมีแรงจูงใจการเมือง ยัดข้อหาสร้างความกลัว จี้ปล่อยผู้ต้องหาทั้งหมดทันที “พท.-กก.” ระแวงขุดหลุมพรางใช้เวทีรัฐสภาถล่มผู้ชุมนุม ซัดนายกฯต้นตอวิกฤติ เปรียบแผลเบาหวานต้องตัดทิ้งก่อนประเทศตาย รัฐบาลปัดเจตนาร้ายเปิดสภายำคู่กรณี “จุรินทร์” ขอทุกฝ่ายจริงใจหาทางออก “กลุ่มราษฎร” ไม่เชื่อลมปาก จวกเปิดฟลอร์ไว้ด่าม็อบ ขู่เขี่ยทิ้งข้อเรียกร้องรอรับการสูญสลาย

การประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญวันที่ 26-27 ต.ค. ถูกจับตามองว่าจะเป็นเวทีหารือแก้ไขปัญหาวิกฤติของชาติตามที่หลายฝ่ายคาดหวัง หรือจะกลายเป็นเวทีเติมเชื้อไฟเพิ่มความขัดแย้ง เมื่อญัตติที่รัฐบาลเสนอระบุถึงเหตุการณ์การขัดขวางขบวนเสด็จในวันที่ 14 ต.ค.ที่ถนนพิษณุโลก ซึ่งเป็นเรื่องหมิ่นเหม่

ข่าวแนะนำ

พท.ขยี้ปัญหาอยู่ที่นายกฯไม่ใช่ม็อบ

เมื่อวันที่ 24 ต.ค. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยให้สัมภาษณ์ว่า แม้จะผิดหวังกับญัตติของรัฐบาลที่ตั้งโจทย์ปัญหาของประเทศ เกิดจากการชุมนุมอย่างเดียว ทั้งที่ปัญหาทั้งหมดมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่บริหารงานผิดพลาด จึงต้องเข้าร่วมชี้ปัญหาของประเทศให้เข้าใจตรงกัน ต้นตอของปัญหาคือ พล.อ.ประยุทธ์ที่ไร้ความสามารถ ทำงานไม่เป็น รัฐธรรมนูญต้องแก้ไขทันที นายกฯต้องลาออก หยุดคุกคามประชาชนโดยใช้กฎหมายไม่เป็นธรรม

ตัดทิ้ง “บิ๊กตู่” ต้นตอก่อน ปท.ตาย

น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคประชุม ส.ส. วันที่ 25 ต.ค. เตรียม พร้อมประเด็นอภิปราย เป้าหมายหลักคือ พล.อ.ประยุทธ์ ต้นเหตุแห่งปัญหาทั้งมวล ท่าทีไม่ยอมรับความผิดพลาดในการบริหารประเทศ จนเดินต่อไปไม่ได้เกือบทุกด้าน ไม่มีวิสัยทัศน์นำพาประเทศไปสู่ความขัดแย้ง ใช้ความรุนแรงปราบปรามผู้ชุมนุม ใช้กฎหมายคุกคามผู้เห็นต่างและจับกุมดำเนินคดี รัฐธรรมนูญ 60 ร่างขึ้นเอื้อประโยชน์การสืบทอดอำนาจของ คสช. ทำให้ผู้ชุมนุมขีดเส้นตายให้ลาออก หากไม่ใช้เวทีสภาพยายามหาทางออกจากปัญหาร่วมกัน จะยิ่งลุกลามบานปลายเกินกว่าที่ พล.อ.ประยุทธ์จะรับผิดชอบได้ จุดยืนนายกฯต้องลาออกทันที รัฐบาลต้องหยุดคุกคามประชาชนทันที ปล่อยตัวผู้ถูกจับกุมทั้งหมด เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญเร่งด่วน ประเทศเปรียบเหมือนผู้ป่วยโรคเบาหวาน ถ้าแผลลุกลามต้องตัดอวัยวะรักษาชีวิต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คืออวัยวะต้องตัดทิ้งก่อนประเทศจะตาย

อัดปากบอกถอยแต่จับแกนนำม็อบ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า เตรียมผู้อภิปรายไว้ประมาณ 20 คน เพื่อให้ประเด็นชัดเจนจะแบ่งกลุ่มไม่ให้ซ้ำซ้อน จะชี้ให้เห็นถึงเหตุผลที่ประชาชนออกมาชุมนุมเพราะอะไร และอภิปรายทางออกที่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยทันที ต้นตอของปัญหาทั้งหมดเกิดจาก พล.อ.ประยุทธ์ต้องพิจารณาตัวเอง เมื่อถามถึงการนำประเด็นขบวนเสด็จมาอภิปรายในสภาฯ จะโยนกองไฟเข้าสภา นายประเสริฐกล่าวว่า เราจะอภิปรายให้อยู่ในขอบเขตของข้อบังคับการประชุมรัฐสภาที่ห้ามพูดถึงสถาบันโดยไม่จำเป็น ผู้อภิปรายต้องระวัง นายกฯบอกให้ถอยคนละก้าว แต่การจับแกนนำมีมาตลอด สิ่งที่นายกฯพูดกับกระทำเป็นสิ่งที่ย้อนแย้งกันเอง

กก.ฉะใช้รัฐสภาแก้ตัว-เติมเชื้อไฟ

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า รัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาลและ ส.ว.ได้รวม 15 ชั่วโมง เกรงว่ารัฐบาลอาจใช้เวทีนี้เพื่อแก้ตัว เติมเชื้อไฟ ปลุกคนอีกกลุ่มขึ้นมา อาจเป็นความพยายามขุดหลุมของฝ่ายรัฐบาลด้วยซ้ำ จากท่าทีการแสดงออกของ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เห็นว่าจะรับข้อเสนอผู้ชุมนุม เหตุการณ์คืนวันที่ 23 ต.ค.กำลังจะย้อนรอย 6 ตุลาฯ 19 สื่อไม่สามารถนำเสนอข่าวรอบด้านได้ รัฐกุมกลไกบางอย่างอยู่ บางครั้งระหว่าง อภิปรายในรัฐสภาถูกตัดสัญญาณ ล่าสุดมีทหารเข้าไปในรัฐสภา ประธานรัฐสภาไม่ได้พูดถึงประเด็นนี้หรือห้ามปราม ยิ่งกังวลว่าเวทีรัฐสภาอาจจะเป็นแค่ตัวถ่วงเวลา ทำให้ความขัดแย้งในสังคมมากขึ้นเรื่อยๆ

เชื่อม็อบล้อมสภาไม่มีเหตุรุนแรง

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาฯ กล่าวถึงการรักษาความปลอดภัยการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญว่าคงไม่จำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันเข้มงวดเหมือนค่ายทหาร เพียงแต่อาจยกระดับคัดกรองบุคคลและรถยนต์เข้มข้นขึ้น หากผู้ชุมนุมปิดล้อมรัฐสภาเรากังวล หากจำเป็นจะประสานฝ่ายความมั่นคงเปิดทางกรณีเลิกประชุมแล้ว เชื่อว่าสถาน-การณ์คงไม่รุนแรง เพราะประชาชนจะเข้าใจว่าสภากำลังหาทางออก

รบ.ปัดเจตนาร้ายเปิดสภายำคู่กรณี

ที่ จ.สุราษฎร์ธานี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าเราอยากเห็นประชาธิปไตยเกิดขึ้นจริง ต้องช่วยกันใช้รัฐสภาร่วมกันในการแสวงหาทางออก ส่วนที่บางฝ่ายคิดว่ารัฐบาลเปิดสภาวิสามัญเพื่อจะมาถล่มฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่คิดว่าเป็นอย่างนั้น การเปิดสภาสมัยประชุมวิสามัญเกิดจากเสียงเรียกร้องของทุกฝ่าย รัฐบาลจึงคิดว่าถ้าเป็นเจ้าภาพจะทำให้ทุกอย่างเกิดเร็วขึ้น ครม.เสนอได้เลยไม่ต้องรอพรรคต่างๆ ล่ารายชื่อสมาชิกรัฐสภากว่าจะครบเวลาล่วงเลยไป ถือเป็นเจตนาดีของรัฐบาล ไม่ได้เป็นเจตนาร้าย ยืนยันได้เพราะเป็นผู้เสนอเองในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นั่งอยู่ใน ครม.เพียงแต่ขอให้ทุกฝ่ายใช้เหตุผลอภิปรายและจริงใจที่จะร่วมกันหาทางออกให้ประเทศ

ปชป.เน้นยึดส่วนรวมไปต่อได้

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้เชิญ ส.ส.พรรคประชุมพิเศษวันที่ 25 ต.ค.เวลา 16.00 น.เน้นอภิปรายสร้างสรรค์ มีวุฒิภาวะ เน้นสาระ ทุกภาคส่วน ต้องใช้เวทีรัฐสภาแก้ปัญหาบนพื้นฐานความจริงใจ คำนึงถึงบ้านเมืองเป็นหลัก มากกว่าผลประโยชน์ทางการเมือง จะช่วยทำให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปในทิศทางที่ถูกต้องเหมาะสมแน่นอน

รับหลักการแก้ รธน.พิสูจน์จริงใจ

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าขอให้ทุกฝ่ายเชื่อในระบบรัฐสภาร่วมกันหาทางออก ให้ฝ่ายค้าน 8 ชม.มากกว่าฝ่ายอื่น น่าจะใช้โอกาสนี้สะท้อนข้อมูล เพื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และอยากให้นำการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาร่วมพิจารณาด้วย ต้องทำเร็วที่สุดเพื่อให้รับหลักการในสมัยประชุมวิสามัญนี้ได้ จะเป็นเรื่องดีทำให้เห็นว่าทุกฝ่ายจริงใจแก้รัฐธรรมนูญ

“คึก” หวั่นสภาเดือดทำ ปชช.สิ้นหวัง

ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วิตกว่าญัตติของรัฐบาลเกี่ยวกับเหตุการณ์การขัดขวางขบวนเสด็จวันที่ 14 ต.ค.หมิ่นเหม่ต่อการอภิปราย แต่เป็นสิทธิที่สมาชิกรัฐสภาจะอภิปรายตามเนื้อหาในญัตติที่รัฐบาลเสนอมา จำเป็นอภิปรายกล่าวถึงสถาบันฯอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เป็นการยกเว้นตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 45 เชื่อว่าบรรยากาศการประชุมรัฐสภาจะวุ่นวาย มีการประท้วง พาดพิงกันไม่จบสิ้น ขออย่าให้เป็นเวทีความขัดแย้งระหว่างฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลและฝ่ายค้าน จะทำให้การประชุมรัฐสภาล้มเหลวในการแก้ปัญหาของประเทศชาติ ประชาชนสิ้นหวังระบบรัฐสภา

“นิกร”หนุนตั้ง กมธ. 5 ฝ่าย

นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า เชื่อว่าการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญจะทำให้สถานการณ์การเมืองคลี่คลายลงแน่นอน มั่นใจจะมีทางออกดีๆ หรือมีกลไกแก้ไขปัญหาร่วมกัน แม้จะไม่สามารถลงคะแนนโหวตรับหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่เชื่อว่าจะมีสมาชิกนำประเด็นที่ กมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมก่อนรับหลักการ สรุปเป็นรายงานไปอภิปรายให้สังคมทราบ เป็นรูปธรรมคลี่คลายแรงกดดัน ก่อนเปิดประชุมสภาสมัยสามัญ และอยากให้สภาปรับรูปแบบเปิดกว้างตั้งคณะกรรมการ 5 ฝ่ายเข้ามาทำงานร่วมกัน ทั้ง ครม. พรรครัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน ส.ว. และบุคคลภายนอก เป็นวิธีที่ยืดหยุ่น ไม่จำเป็นต้องยึดระบบสัดส่วน

พปชร.อัด “ปิยบุตร” ดูถูกชาวบ้าน

นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณีนายปิยบุตร แสง-กนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ระบุประชาชนที่มาปกป้องสถาบันฯถูกจัดตั้งหรือเกณฑ์มาว่า นับวันนายปิยบุตรจะไม่เห็นหัวประชาชน กล้าดูถูกดูแคลนประชาชนที่จงรักภักดี คนทั่วประเทศรักเทิดทูนสถาบันฯ ด้วยชีวิต ไม่มีใครถูกเกณฑ์หรือจัดตั้งมา ตอนที่นายปิยบุตรเป็น ส.ส.เชื่อมั่นในระบบรัฐสภา แต่มาตอนนี้กลับบอกว่าอาจมี ส.ส.ฝั่งรัฐบาล และ ส.ว.ใช้เวทีถล่มนักศึกษาราดน้ำมันเข้ากองไฟ อย่าพยายามยุยงปลุกปั่น

กต.แจงรับมือผู้ชุมนุมอย่างสมดุล

วันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกคำชี้แจงต่อกรณีที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ หรือ OHCHR เผยแพร่แถลงข่าวร่วมของผู้เสนอรายงานพิเศษฯ 3 ด้านของสิทธิเสรีภาพ และข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลไทยเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมในประเทศไทยว่า ได้มีเผยแพร่แถลงข่าวร่วม เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ได้หารือกับนาง Michelle Bachelet ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ ผ่านการสื่อสารทางไกล เกี่ยวกับสถานการณ์ชุมนุมในประเทศไทย มีการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงฯ เมื่อวันที่ 22 ต.ค.63 ได้ย้ำว่าไทยยึดมั่นในพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง รัฐบาลไทยรับมืออย่างสมดุลระหว่างข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมกับความต้องการของคนส่วนใหญ่ที่เป็นพลังเงียบ ที่สำคัญคือกระบวน การทางยุติธรรมและศาลเป็นอิสระ ล่าสุดศาลมีคำสั่งยกเลิกคำร้องของกระทรวงดิจิทัลฯเพื่อปิดสื่อบางแห่งแล้ว

แอมเนสตี้บี้ปล่อยตัวผู้ชุมนุมให้หมด

ด้านราชัด โคเซีย ผอ.อาวุโสฝ่ายวิจัยและนโยบาย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลไทยยกเลิกข้อหาทั้งหมดต่อผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมดำเนินคดีจากการชุมนุมทางการเมืองโดยสงบนับ ตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.เป็นต้นมาโดยทันที และให้ปล่อยตัวคนที่ยังถูกควบคุมตัวอยู่โดยไม่มีเงื่อนไข นับแต่วันที่ 13 ต.ค.มีผู้ถูกจับกุมทั้งสิ้น 84 คน แทนที่รัฐบาลไทยจะจัดพื้นที่ปลอดภัยให้กลับดำเนินคดีอาญาซ้ำแล้วซ้ำอีก ข้อหาที่ดำเนินคดีเป็นเพียงยุทธวิธีสร้างความหวาดกลัว ไม่เหมาะสม มีแรงจูงใจทางการเมือง จึง ขอเรียกร้องรัฐบาลไทยให้เคารพพันธกรณีระหว่างประเทศที่ต้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่จะมีสิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ และปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กด้วย เพื่อลดความตึงเครียดของสถานการณ์ รัฐบาลไทยต้องยุติการใช้กฎหมายในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างมิชอบ ยุติการจับกุมและการใช้กฎหมายคุกคามประชาชนจำนวนมาก

โพลยกม็อบเยาวชนเหนือม็อบทุกสี

สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง จุดร่วม คนไทย สำรวจประชาชนทุกสาขาอาชีพ 3,135 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 18-23 ต.ค. ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.7 ระบุม็อบเยาวชนควรชุมนุมเรียกร้องเฉพาะการเมือง อย่าจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบัน ร้อยละ 96.4 ระบุเป็นชุมนุมด้วยความสงบ ไม่วุ่นวายเป็นความหวังให้ประเทศได้ ชุมนุมได้ดีกว่าม็อบเสื้อสีต่างๆในอดีต ร้อยละ 93.7 ระบุม็อบเยาวชน เป็นระเบียบ เรียบร้อย สงบ ไม่รุนแรงบานปลาย เป็นแบบอย่างให้ม็อบเยาวชนทั่วโลก เมื่อถามถึงประเด็นความเชื่อมั่นของประชาชนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จาก 10 คะแนนเต็ม ระบุว่าเป็นคนดี จริงใจแก้ปัญหาชาติบ้านเมือง 5.79 คะแนน

“อุ๊งอิ๊ง” ลงรูปหมู่ “ชินวัตร” กินข้าวที่ดูไบ

วันเดียวกัน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง บุตรสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ภาพการรับประทานอาหารร่วมกันของครอบครัวชินวัตร ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ลงอินสตาแกรมส่วนตัว โดยในภาพประกอบด้วย นายทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น.ส.แพทองธารและนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี โดย น.ส.แพทองธาร ลงข้อความประกอบรูปภาพว่า “Family dinner ออกมาทานข้าวเย็น (ร้านโปรด) นอกบ้านครั้งแรกตั้งแต่มาถึง #ingxdubai”

ไม่ให้ประกันไมค์–เพนกวิน–รุ้ง

ที่ศาลอาญา ศาลอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์เรื่องคำร้องขอปล่อยชั่วคราว นายภาณุพงษ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง ผู้ต้องหาฐานยุยงปลุกปั่นฯ ตามมาตรา 116 และกระทำผิด พ.ร.บ.โบราณสถานฯ กรณีร่วมปักหมุดคณะราษฎรที่สนามหลวงวันที่ 19 ก.ย.และวันนี้ศาลอุทธรณ์ยังมีคำสั่งคำร้องยื่นฝากขังนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง 2 แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก ความผิดฐานยุยงปลุกปั่นฯ ตามมาตรา 116 และข้อหาอื่น คดี ชุมนุมปักหมุดที่สนามหลวง มีรายงานว่า ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งทั้ง 3 สำนวน ยกคำร้องยืนตามศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ประกันตัวทั้งหมด ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่า มีลักษณะร่วมกันกระทำความผิดของกลุ่มบุคคลจำนวนมาก อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือความวุ่นวายขึ้น ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ชักนำให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน เมื่อพิจารณาคำคัดค้านของพนักงานสอบสวนแล้ว ผู้ต้องหาถูกกล่าวหากระทำความผิดลักษณะเดียวกันนี้อีกหลายคดีในหลายท้องที่ มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าหากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวแล้วอาจก่อให้เกิดเหตุอันตราย หรือความเสียหายประการอื่น และน่าเชื่อว่าผู้ต้องหาอาจจะหลบหนี คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวชอบแล้วให้ยกคำร้อง

“สมยศ” ไม่ได้ปล่อยตัวชั่วคราว

ขณะที่เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ผู้ต้องหาคดีชุมนุม “19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร” ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์และสนามหลวง เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. หลังศาลชั้นต้นไม่ให้ประกันตัว ทนายความยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาประกันตัว ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่าพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา พฤติการณ์แห่งคดี ประกอบลักษณะการกระทำความผิด ผู้ต้องหาร่วมกับพวกระดมมวลชน จัดให้มีการชุมนุมและก่อให้เกิดการทำลายทรัพย์สินของทางราชการ หากปล่อยชั่วคราวน่าเชื่อว่าผู้ต้องหาอาจก่อให้เกิดความเสียหายประการอื่นในทำนองเดียวกันขึ้นอีก ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง แจ้งคำสั่งให้นายประกันทราบ

“ไผ่” เดดไลน์ 4 ทุ่มนายกฯต้องออก

ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 10.30 น. นายทรงพล สนธิรักษ์ เป็นตัวแทนคณะราษฎร 2563 พร้อมด้วยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน อ่านแถลงการณ์ ความว่า ประกาศคณะราษฎร ขอเชิญประชาชน นักเรียน นักศึกษา ศิลปิน ร่วมสร้างสีสันการชุมนุมในคอนเซปต์ “ประยุทธ์ก็ต้องไล่ หนังสือก็ต้องอ่าน การบ้านก็ต้องทำ” เชิญชวนกลุ่มราษฎรทุกภาคส่วนมาร่วมออกแบบการชุมนุมและกิจกรรมร่วมกัน การเปลี่ยนแปลงได้ พวกเราต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน ทั้งคณะราษฎร ราษฎรและแนวร่วมกลุ่มอื่นๆร่วมช่วยกันออกแบบการชุมนุม เพราะการร้องขอความเป็นธรรมนี้ เราต้องแสดงจุดยืนดังนี้ 1.พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออก 2. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ 3. ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ จากนั้นพร้อมใจตะโกนว่า “ปล่อยเพื่อนเรา” 8 ครั้ง

นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ดาวดิน กล่าวว่า สิ่งที่พวกเราประกาศวันนี้คือ อยากสร้างกระบวนการที่เป็นของราษฎรอย่างแท้จริง ให้มาช่วยกันกำหนดยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหว เราพยายามสร้างแนวร่วมรุ่นใหม่ เชื่อว่าถ้าไม่มีแกนนำการเคลื่อนไหวยังไปได้ กำหนดเส้นตายเวลา 22.00 น. วันที่ 24 ต.ค. หาก พล.อ.ประยุทธ์ไม่ทำตามข้อเรียกร้อง เราจะกำหนดยุทธศาสตร์การเคลื่อนการชุมนุมต่อไป

ดื้อแพ่งยกระดับม็อบมีเซอร์ไพรส์

จากนั้นผู้ชุมนุมที่ปักหลักพักค้างเป็นวันที่ 2 ได้เปิดเพลงผ่านลำโพง มีผ้าสแลนกันแดดสีเขียวปิดล้อม กินพื้นที่ถนนงามวงศ์วาน 2 ช่องทางซ้าย ปล่อย 2 ช่องทางขวาให้รถผ่านได้ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมบางตาลงกว่าวันที่ 23 ต.ค. มีเพียงกลุ่มสื่อมวลชนจำนวนมากที่มารอทำข่าว และกลุ่มคนเสื้อแดงมารอหน้าเวทีราว 200-300 คน ต่อมาเวลา 16.20 น.ที่เวทีหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นายธัชพงศ์ แกดำ แนวร่วมคณะราษฎร กล่าวว่า ตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา ทั่วประเทศเคลื่อนไหวมาเกือบ 200 วัน มีคนเห็นด้วยถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ชุมนุมหลายพื้นที่ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เกือบล้านคนร่วมกิจกรรม ไม่บุกรุกสถานที่ราชการ เราถอยไม่ได้แล้ว หาก 22.00 น. วันที่ 24 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ลาออก ทั่วประเทศไม่เอาด้วยแล้ว จะเจอยกระดับการชุมนุม มีเซอร์ไพรส์แน่นอน ขอให้รอฟังหลัง 22.00 น.

ต่อมาเวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่ได้ปิดการจราจรถนนงามวงศ์วาน ตั้งแต่ช่วงถนนวิภาวดีฯถึงแยกพงษ์–เพชร รวมถึงทางยกระดับข้ามถนนวิภาวดีฯ ปิดการจราจรทั้งเส้น จากนั้นเวลา 18.00 น. กลุ่มมวลชนได้ร่วมกันยืนตรงเคารพธงชาติ ชู 3 นิ้ว พร้อมตะโกนขับไล่ “ประยุทธ์ออกไปๆ” ก่อนสลับกันขึ้นปราศรัยบนเวที

“ราษฎร” ซัดเปิดวิสามัญไว้ด่าม็อบ

ด้านความเคลื่อนไหวม็อบราษฎร เมื่อเวลา 14.30 น. เครือข่ายม็อบราษฎร ประกอบด้วย กลุ่มเยาวชนปลดแอก แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ร่วมกันเผยแพร่ ข้อความสื่อสารกับมวลชนทางโลกออนไลน์ในทุกแพลตฟอร์ม ระบุว่า #กล้ามาก เก่งมาก ขอบใจ กล้ามากที่ไม่มีทีท่าว่าจะลาออก เก่งมากที่เปิดวิสามัญเพื่อเอาไว้ไปด่าม็อบในสภา ขอบใจมากที่ข้ามหัวประชาชน ขอบใจที่ทำให้ตาสว่างว่า ยืนยันแล้วที่จะไม่อยู่ในครรลองของประชาธิปไตย เวลานี้เขาได้เปิดหน้าเต็มรูปแบบแล้ว ถ้าไม่สู้ก็ต้องอยู่อย่างทาส ภายใต้ระบอบขุนศึกศักดินาและนายพลที่เขาได้สั่งสมไว้

ขู่เขี่ยทิ้งข้อเสนอรอรับการสูญสลาย

แถลงการณ์แนวร่วมม็อบราษฎร ระบุอีกว่า เวลานี้ประชาชนผู้รักในประชาธิปไตยได้ยื่นข้อเรียกร้องไปแล้วว่าจะต้องมีการปฏิรูป จะต้องมีกติกาที่เป็นธรรม จะต้องมีนายกฯที่มีที่มาอย่างถูกต้อง แต่หากข้อเรียกร้องนั้นถูกตีนของเผด็จการเหยียบย่ำและเขี่ยทิ้ง ก็เตรียมพร้อมรับการสูญสลายอีกไม่ถึง 1 วันสุดท้ายที่เราได้ขีดเส้น และให้เวลา 3 วัน ในการลาออกของประยุทธ์ เตรียมพร้อมรอฟังประกาศว่าการนัดหมายครั้งถัดไปจะเป็นวันและเวลาไหนจากเรา

นศ.-คนลาดกระบังไล่นายกฯไขก๊อก

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่บริเวณแยกกิ่งแก้ว-ลาดกระบัง ถนนลาดกระบังขาออก ได้มีเยาวชนนักศึกษาและประชาชนในนามกลุ่มนักศึกษาและประชาชน นำโดยนายณัฐวุฒิ สมบูรณ์ทรัพย์ เครือข่ายแนวร่วมคณะราษฎร จัดชุมนุมสนับสนุนข้อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งทันที รัฐบาลแก้รัฐธรรมนูญใหม่ให้เป็นประชาธิปไตยโดยเร็ว และเร่งปฏิรูปสถาบันพระมหา-กษัตริย์ มีผู้เข้าร่วมชุมนุมผลัดกันขึ้นปราศรัยโจมตีการบริหารประเทศล้มเหลว ทั้งการคุกคามสิทธิเสรีภาพประชาชน ปัญหาค่าครองชีพ รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวแกนนำและสมาชิกแนวร่วมคณะราษฎรที่ยังถูกคุมขัง อย่างไม่มีเงื่อนไขทันที สลับการแสดงดนตรี ได้มีเยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมฟังจำนวนมาก

เผาป้ายสาปแช่ง “ลุงตู่”

กระทั่งเวลา 20.30 น. มวลชนที่ร่วมชุมนุม ได้ลงถนนปิดการจราจร ถนนลาดกระบังขาออก ทำพิธีเผาป้ายกระดาษและป้ายผ้าเขียนข้อความด่าทอนายกฯ เพื่อสาปแช่ง พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ที่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องลาออกจากตำแหน่งนายกฯ ภายในเวลา 22.00 น. ของวันที่ 24 ต.ค. ไม่เช่นนั้นทุกพื้นที่ในประเทศไทยจะลุกโหมขับไล่ ดุจเปลวเพลิงในค่ำคืนนี้

หมดความชอบธรรมบริหารประเทศ

ที่สี่แยกบางนา ตั้งแต่เวลา 16.00 น. มีแนวร่วมม็อบราษฎร นำรถบรรทุกลำโพงมาเปิดเพลงปลุกใจเรียกรวมพล แต่ไร้วี่แวว จนเวลา 17.40 น. จึงขยับรถไปหน้าธนาคารกรุงเทพ หลังเจ้าหน้าที่มาขอให้ขยับไม่ให้กีดขวางการจราจร กระทั่งเวลา 18.00 น. มวลชนทั้งหมดได้ยืนตรงชูสามนิ้วเคารพธงชาติ แล้วสลับกันปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาล พุ่งเป้าเป็นพิเศษที่ พล.อ.ประยุทธ์ ก่อนย้ายไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มหน้าเรือนจำกรุงเทพฯ

ขณะที่เวลา 18.00 น. ที่หน้าศูนย์การค้าเดอะมอลล์บางกะปิ แนวร่วมม็อบราษฎรจำนวนหนึ่งทยอยเดินทางมารวมตัวกันจัดกิจกรรมชุมนุมปราศรัยโจมตีรัฐบาล โดยแกนนำชักชวนให้มวลชนร้องเพลงชาติชูสามนิ้วร่วมกัน ก่อนจะตะโกนด่าทอนายกฯด้วยถ้อยคำหยาบคาย จากนั้นชวนให้ผู้ชุมนุมสลับกันปราศรัย ส่วนใหญ่ระบุเหตุผลที่มาชุมนุมว่าเพื่อต้องการ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก เพราะหมดความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศ

“พิจิตรปลดแอก” ขยับตะเพิด “ลุงตู่”

สำหรับความเคลื่อนไหวคู่ขนานในต่างจังหวัดของแนวร่วมกลุ่มราษฎร เมื่อเวลา 17.00 น. ที่บริเวณบึงสีไฟ อ.เมืองพิจิตร กลุ่มมวลชน “พิจิตรปลดแอก” นัดหมายกันออกมาชุมนุม ชู 3 นิ้ว ตะโกน พล.อ.ประยุทธ์ออกไป เรียกร้อง 3 ข้อ 1.รัฐบาลต้องหยุดคุกคามประชาชน 2.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่มาจากเจตจำนงของประชาชนเพื่อประโยชน์แก่สาธารณชนอย่างแท้จริง และ 3.ต้องยุบสภาให้ประชาชนแสดง เจตจำนงเลือกผู้แทนฯได้อีกครั้ง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้การชุมนุมของกลุ่ม “พิจิตรปลดแอก” ใน จ.พิจิตร ถือเป็นครั้งแรกที่มีม็อบออกมาชุมนุมต่อต้านรัฐบาล

เด็กอุดรฯแรงจัดงานศพแช่งนายกฯ

เมื่อเวลา 17.00 น.ที่ลานน้ำพุ สนามทุ่งศรีเมือง เขตเทศบาลนครอุดรธานี นักเรียน นักศึกษา ประชาชน แนวร่วมกลุ่มราษฎร รวมตัวสวมเสื้อสีดำชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย ขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาล มีป้ายไวนิลรูปนายกฯพร้อมโลงศพ นำดอกไม้จันทน์มาวางหน้าป้าย จากนั้นปราศรัยโจมตีการทำงานนายกฯและรัฐบาล ตะโกนคำว่า “ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ” กระทั่งเวลา 18.00 น. ยืนชูสามนิ้วเคารพธงชาติ ส่วนที่ จ.ชัยนาท กลุ่มแนวร่วมประชาชนชัยนาทเพื่อประชาธิปไตยและประชาชน จัดกิจกรรมที่บริเวณเขื่อนเรียงหิน ศาลากลาง จ.ชัยนาท ยืนชูสามนิ้วเคารพธงชาติและขับไล่นายกฯ ขณะที่เวลา 18.00 น.ที่ลานข้างสวนศรีเมือง อ.เมืองระยอง คณะราษฎรระยองตั้งเวทีปราศรัยโจมตีและขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมเชิดชูวีรกรรมของแกนนำที่ต่อสู้กับเผด็จการ

รวมพลคนร้อยเกาะป้องสถาบัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มปกป้องสถาบันฯ ยังออกมาแสดงพลังกันอย่างต่อเนื่อง เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สะพานนริศ จ.สุราษฎร์ธานี ประชาชนจำนวนมากรวมตัวเดินเท้าไปยังศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี จัดกิจกรรมรวมพลังมวลชนปกป้อง ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ประกาศเจตนารมณ์ กล่าวปฏิญาณตน ร่วมร้องเพลงชาติ เวลา 18.00 น. จุดเทียนรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง ก่อนหน้านั้นที่หน้าศาลากลาง จ.ยะลา นายชานนท์ เจะหะมะ ประธานองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและเศรษฐกิจพอเพียง จ.ยะลา พร้อมเครือข่ายพยาบาลรักบ้านเกิด เครือข่ายญาลันนันบารู และโฆษกชาวบ้าน พากันสวมเสื้อเหลืองจัดกิจกรรม “รวมพล มวลชน คนรักสถาบัน” แสดงพลังในรูปแบบเดียวกัน

สองแควปลุกรัก–รู้คุณแผ่นดิน

ที่ลานปูนสนามหน้าศาลากลาง จ.พิษณุโลก นายสมาน นวลเกิด นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จ.พิษณุโลก พร้อมพวกรวมตัวถือป้าย “เราจะปกป้องและเทิดทูนไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” “ขอปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ด้วยเลือดเนื้อและชีวิต” “รักในหลวง ห่วงสถาบัน ช่วยกันเทิดทูน ไม่มีสถาบัน ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไร้แผ่นดินไทย” อ่านแถลงการณ์แสดงจุดยืนจะทำให้สังคมไทยเกิดความรักหวงแหน ปกป้องสถาบันฯ ด้วยชีวิตและทำให้ชาวไทยรู้คุณแผ่นดินเกิด ส่วนที่ลานสาเกตนคร สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ บึงพลาญชัย อ.เมืองร้อยเอ็ด นายยงยุทธ์ ขัติยะนนท์ ประธานชมรมคนรักในหลวง จ.ร้อยเอ็ด นำแนวร่วมเปิดเวทีปราศรัย อ่านประกาศเจตนารมณ์ ร่วมร้องเพลงชาติ ปกป้องสถาบันเช่นกัน

นายกฯบอก ปชช.ไม่ลาออก

เมื่อเวลา 21.12 น. ที่พระอุโบสถ วัดพระเชตุพน วิมลมังคลาราม ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ได้เดินทักทายถ่ายรูปกับประชาชนที่มาร่วมพิธีโดยมีประชาชนให้กำลังใจ ขอให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครอง ขออย่าออก ซึ่งนายกฯชู 2 นิ้วตอบกลับว่า “ไม่ออกๆ” จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ช่วงนี้เรามีวิกฤติเศรษฐกิจ นายกฯไม่สบายใจ ต้องการทำให้ทุกอย่างดีขึ้น วันนี้ต้องเอาศาสนามาด้วย รัฐบาลมีคำว่าประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะฝ่ายไหน เพราะไม่ใช่คู่ขัดแย้งของใคร รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลคนไทยทุกกลุ่มทุกฝ่าย ขอให้ทุกคนหันหน้ากลับมาปรองดองหารือร่วมกันแก้ปัญหา ทุกปัญหามันแก้ได้ถ้าตั้งใจจริง รัฐบาลยืนยันว่าตั้งใจจริงแก้ปัญหา ขอให้อยู่ในกรอบกฎหมาย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชุมนุมม็อบ 24 ตุลาชุมนุม 24 ตุลาข่าวหน้า1ประยุทธ์ จันทร์โอชากลุ่มราษฎรข่าววันนี้

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 1 ธันวาคม 2563 เวลา 17:48 น.