ไลฟ์สไตล์
100 year

“ไทยภักดี” ขอหยุดป้องคนผิด ซัด "นักวิชาการ-หมอ-ฝ่ายค้าน" หยุดบิดเบือน

ไทยรัฐออนไลน์21 ต.ค. 2563 17:00 น.
SHARE

“ไทยภักดี” ออกแถลงการณ์ หยุดป้องคนผิด ชี้ ม็อบคณะราษฎรคุกคาม สร้างความเกลียดชัง จี้ กลุ่มนักวิชาการ หมอ ฝ่ายค้าน หยุดบิดเบือน

วันที่ 21 ต.ค. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้ากลุ่มไทยภักดี ออกแถลงการณ์กลุ่มไทยภักดี ผ่านเพจของกลุ่ม และเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง “หยุดสร้างวาทกรรมบิดเบือนเรื่องความรุนแรง ปกป้องผู้กระทำผิดกฎหมาย และยุติการสร้างความเข้าใจผิดเรื่องการใช้ความรุนแรง” ว่า ตามที่มีกลุ่มอาจารย์มหาวิทยาลัย นักวิชาการ แพทย์ และผู้มีชื่อเสียงในสังคมจำนวนหนึ่ง รวมถึง พรรคการเมือง อย่าง พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ต่างกรรมต่างวาระ ว่า การสลายการชุมนุมของกลุ่มผู้ประท้วงคณะราษฎร ที่สี่แยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 16 ต.ค.2563 นั้นเป็นการใช้ความรุนแรง และเรียกร้องให้หยุดใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ประท้วงคณะราษฎร ที่เป็นเยาวชน นักเรียน นักศึกษาแถลงการณ์เหล่านี้ล้วนบิดเบือนข้อเท็จจริง อันเป็นสาระสำคัญ กล่าวคือ

ข่าวแนะนำ

การสลายการชุมนุมในครั้งนี้ เป็นไปตามหลักปฏิบัติสากล เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนและวิธีการ ที่มุ่งหวังให้เกิดความรุนแรงและความเสียหายให้น้อยที่สุด ดังจะเห็นได้ว่า เป็นปฏิบัติการที่แตกต่างจากการสลายการชุมนุมของกลุ่ม พธม.ที่หน้าทำเนียบฯ ในวันที่ 7 ต.ค. 2551 หรือการสลายการชุมนุม "ม็อบเสธอ้าย" ในวันที่ 24 พ.ย. 2555 หรือ การสลายการชุมนุมของกลุ่ม นปก.ที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ในวันที่ 22 ก.ค.2550 ที่มีการใช้กำลัง แก๊สน้ำตา และอาวุธ เข้าจัดการกับกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างรุนแรง จนมีการบาดเจ็บ บาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตของผู้ชุมนุม ซึ่งแถลงการณ์ดังกล่าวมิได้ตระหนักถึงข้อเท็จจริงเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้ ที่ระบุว่า ผู้ชุมนุมชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธนั้น ไม่ใช่ความจริง เพราะปรากฏภาพ คลิป ผู้ชุมนุมได้ตอบโต้เจ้าหน้าที่อย่างรุนแรง รวมถึงมีการใช้เครื่องมือที่สามารถเป็นอาวุธได้ตอบโต้เจ้าหน้าที่

แถลงการณ์ ระบุต่อว่า ที่สำคัญไปกว่านั้น การใช้ความรุนแรงนั้นมิใช่เพียงการใช้ความรุนแรงต่อร่างกาย ทรัพย์สิน สิ่งของ เพียงอย่างเดียว หากต้องรวมถึงการใช้ความรุนแรงต่อสภาพจิตใจ ของผู้ถูกกระทำ การสร้างความเกลียดชัง การใช้ถ้อยคำหยาบคาย การข่มขู่คุกคามด้วย ซึ่งปรากฏเป็นข้อเท็จจริงว่ากลุ่มผู้ชุมนุมปลดแอก หรือ คณะราษฎร 63 ได้กระทำมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นในการชุมนุม หรือ โลกออนไลน์ เช่น การคุกคาม หรือ บูลลี่ คนดัง องค์กร ห้างร้าน ที่เห็นต่างจากตน การคุกคามสร้างความเกลียดชังต่อตัวบุคคล อย่างนายกรัฐมนตรี หรือการสร้างความเกลียดชังต่อสถาบัน ซึ่งได้ดำเนินการมาเป็นลำดับ ต่อเนื่อง

แต่ที่เลวร้ายที่สุดก็คือ การเข้าไปขัดขวางขบวนเสด็จฯ โดยการตะโกนถ้อยคำที่หยาบคายอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงอีกเช่นกันว่า ได้มีคลิป ภาพ เสียงของกลุ่มผู้กระทำปรากฏออกมา และได้มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำดังกล่าวในข้อหาร้ายแรง แต่ในแถลงการณ์เหล่านั้น เห็นว่าการสลายการขุมนุมโดยการฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมเป็นความรุนแรง แต่กลับไม่ตระหนักถึงความรุนแรงจากการเข้า รุมล้อม ข่มขู่ คุกคามรถพระที่นั่ง ทั้งๆ ที่ พระราชินีและพระองค์ที ที่ถูกคุกคามนั้นเป็นเพียงสตรีและเยาวชนเท่านั้น โดยหาได้คิดโดยสำมัญสำนึกหรือไม่ว่า แท้จริงแล้วความรุนแรงโดยการสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในใจของคนนั้น คือ ความรุนแรงที่เลวร้ายที่สุด เพราะจะเป็นมูลเหตุ เป็นต้นตอที่จะนำไปสู่ความรุนแรงอื่น ด้วยคำพูด หรือด้วยการกระทำประทุษร้ายต่อกัน

“จึงขอเรียกร้องให้ กลุ่มอาจารย์มหาวิทยาลัย นักวิชาการ แพทย์ ผู้มีชื่อเสียง และนักการเมือง ยุติการสร้างความเข้าใจผิดต่อสังคมให้เห็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองเฉพาะที่ตนเองสนับสนุนเพียงด้านเดียว แต่มองไม่เห็นความรุนแรงที่ผู้ชุมนุมกระทำต่อขบวนเสด็จ และมุ่งประทุษร้ายต่อพระราชินีและพระองค์ที เพื่อให้สังคมได้ตระหนักรับรู้ต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นมาจริง และไม่นำไปสู่การปกป้องผู้กระทำผิดกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด โดยอ้างวาทกรรมบิดเบือนเรื่องการถูกคุกคาม หรือการใช้ความรุนแรงต่อประชาชน และขอให้สนับสนุนการกระทำของเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะมีวัยวุฒิแค่ไหนตามขั้นตอนหลักปฏิบัติสากล เพื่อทำให้บ้านเมืองคงไว้ซึ่งหลักนิติรัฐ นิติธรรม มิใช่ ความเป็นอนาธิปไตยที่ใครจะนึกจะทำอะไรก็ทำโดยคิดว่าตัวเองจะไร้ความผิด เพราะจะมีคนออกมาปกป้องโดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงได้อีกในอนาคต”

ด้วยจิตคารวะ กลุ่มไทยภักดี

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไทยภักดีชุมนุมม็อบ 21 ตุลาวรงค์ เดชกิจวิกรมข่าวการเมืองข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563 เวลา 17:50 น.