ไลฟ์สไตล์
100 year

กดดันตู่รับข้อเสนอม็อบ 1,118 อาจารย์ ขู่หยุดสอน ขีดเส้นตายภายใน 7 วัน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์21 ต.ค. 2563 05:31 น.
SHARE

ครม.ไฟเขียวเปิดสภาสมัยวิสามัญ แต่ยังยักท่าไม่กำหนดจะเปิดวันไหน เอาเรื่องเดียวสถานการณ์ม็อบ แก้ รธน.ให้รอไปก่อน “บิ๊กตู่” เปิดเพลงกล่อม ครม.ตัดพ้อไม่มีใครช่วยปกป้องเลย อ่อยถ้ายังชุมนุมสงบแบบนี้จะยกเลิกประกาศฉุกเฉิน ม็อบราษฎรจัดบิ๊กเซอร์ไพรส์ล่อ ตร.หัวหมุน “Big Surprise คือไม่มี Surprise” แฮชแท็กฮิต “แกงตำรวจหม้อใหญ่” แต่ที่เซ็นทรัลปิ่นฯ-เดอะมอลล์บางแค มวลชนล้นทะลัก หลายองค์กรรุมกดดันรัฐเลิกใช้วิธีรุนแรง คนส.ยื่นรายชื่อ 1,118 คณาจารย์ จี้หยุดใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ ขู่ 7 วันหยุดสอน “วัชระ-อดีตผู้พิพากษา” ยื่นศาลแพ่งสั่งถอนประกาศฉุกเฉิน พท.ฟ้องอาญา “ประยุทธ์” และพวก คณะแพทย์ศิริราชฯขอทุกฝ่ายยึดสันติวิธี ศิษย์เก่า-บุคลากร ม.มหิดล ขอเปิดพื้นที่ปลอดภัย ยูนิเซฟย้ำจุดยืนปกป้องสิทธิเด็ก รมว.ศธ.โวยครูประกาศหยุดสอน บัวแก้วเปิดเวทีแจง 84 ทูต-ผู้แทนองค์การสากล เจอรุมซักปมคาใจ นักลงทุนห่วงรัฐใช้กฎอัยการศึก ส.อ.ท.ยันยังไม่กระทบแผนลงทุน ดีอีเอสแจงปิด “วอยซ์ ทีวี” ตามคำสั่งศาล

แม้จะถูกกดดันหนักจากหลายฝ่ายขอให้รัฐบาลเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อเป็นช่องระบายจากสถานการณ์ร้อนของม็อบราษฎร ล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้เปิดประชุมสมัยวิสามัญ แต่ยังคงยักท่าไม่กำหนดว่าเป็นช่วงวันเวลาใด

ข่าวแนะนำ

“บิ๊กตู่” อธิษฐานขอชาติสงบสุข

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 20 ต.ค. ที่ทำเนียบ รัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่ง ประเทศไทย (ททท.) นำคณะเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพื่อประชาสัมพันธ์งาน “สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทงปี 2563” ปีนี้ในพื้นที่ กทม. จะจัดงาน CHAO PHRAYA RIVER OF ETERNAL PROSPERITY ณ ริเวอร์พาร์ค ไอคอนสยาม และ Bangkok River Festival 2020 ณ 9 ท่าน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ จ.พระนครศรีอยุธยา และพื้นที่เอกลักษณ์ 5 แห่ง ประกอบด้วย “ประเพณียี่เป็งเชียงใหม่” รอบเมืองเชียงใหม่ ประเพณีลอยกระทง เผาเทียนเล่นไฟ จ.สุโขทัย ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง ประเพณีงานลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง และประเพณีสมมาน้ำ คืนเพ็ง เส็งประทีป ประจำปี 2563 นายกฯกล่าวว่า ขอให้ทุกคนรวมพลังความรัก ความสามัคคี ร่วมกันสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทยให้คงอยู่ยาวนาน และเชิญชวนคนไทยเที่ยวงานลอยกระทง พร้อมกันนี้นายกฯยังยกกระทงขึ้นอธิษฐานว่า “ขอให้ประเทศไทยมีแต่ความสุข สงบ ประเทศไทยเจริญก้าวหน้า”

ย้ำจงรักภักดีหน้าที่คนไทยทุกคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างพักการประชุม ครม.ช่วงแรก พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้เจ้าหน้าที่นำลำโพงมาไว้ตรงหน้าประตูห้องประชุม ครม. เปิดเพลง “อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี” พร้อมกล่าวขึ้นว่า “เพลงที่ทุกท่านได้ฟังเหมือนสะท้อนบทบาทของรัฐบาล” หลังการประชุมขณะพล.อ.ประยุทธ์เดินเข้าห้องแถลงข่าว ได้ให้เจ้าหน้าที่เปิดเพลงดังกล่าวสั้นๆ โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ฟังเพลงแล้วรู้สึกอะไรขึ้นมาบ้างไหม เราลูกหลานไทย คนไทย อยู่กันอย่างจงรัก ตายอย่างภักดี ถือเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน หน้าที่ของรัฐบาล ขึ้นอยู่กับจิตใจของพวกเราทุกคน”

จัดการสื่อเฉพาะกรณีปลุกปั่น

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มีประเด็นสำคัญที่ต้องการพูดกับสื่อ เรื่องที่มีเอกสารคำสั่ง ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง เรื่องการตรวจสอบและระงับการออกอากาศรายการของสื่อ รวมถึงสื่อออนไลน์ที่มีเนื้อหาสาระกระทบต่อความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยของประเทศเมื่อวันก่อน วันนี้ได้สั่งการมอบแนวทางให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่เป็นผู้ตัดสินใจออกคำสั่งดังกล่าว ขอให้ทบทวนคำสั่งระงับการออกอากาศต่างๆ โดยคำนึงสิทธิและเสรีภาพของสื่อมวลชนเป็นสำคัญ ยกเว้นบางกรณีที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จบิดเบือน ยุยง ปลุกปั่น ล้ำเส้น ก้าวล่วงละเมิดสิทธิผู้อื่นตามกฎหมาย วันนี้จำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายเฉพาะเป็นเรื่องๆไป ส่วนบางอันที่จำเป็นต้องปิดตามคำสั่งก็ต้องปิด “ผมไม่ได้ไปละเมิดใคร หน้าที่ของผมและพวกเราทุกคนต้องช่วยกันป้องกัน กำจัดการกระทำที่มีเจตนาร้าย ความพยายามยุยงปลุกปั่นสร้างความวุ่นวาย ความแตกแยก สับสนอลหม่าน ไม่ให้เกิดขึ้น ต้องระมัดระวังการละเมิดสิทธิผู้อื่นด้วย เมื่อถามว่าศาลมีคำสั่งปิดแพลตฟอร์มของสื่อบางสำนักแล้ว ถือว่าสิ้นสุดแล้วหรือยัง นายกฯเลี่ยงที่จะตอบ กล่าวเพียงว่า ได้พูดครบไปแล้ว

“บิ๊กป้อม” โยนสภาไปว่ากันเอง

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงเสนอให้เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อหาทางออกให้ประเทศ ว่า ถามซ้ำก็รู้อยู่แล้วว่า ครม.จะต้องพิจารณา เมื่อถามย้ำว่าการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า จะไปรู้ได้อย่างไร แล้วแต่รัฐสภาจะพูดคุยกัน เมื่อถามว่ากลุ่มผู้ชุมนุมประกาศว่าหากไม่มีการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่ กทม. ภายใน 24 ชั่วโมง จะมีบิ๊กเซอร์ไพรส์ พล.อ.ประวิตรตอบห้วนๆว่า “ก็จะไปรู้หรือ”

“อนุชา” ชี้ถกไม่เกิน 3 วันสะเด็ดน้ำ

นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา พรรคร่วมรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เห็นตรงกันว่าสมควรเปิดประชุมสมัยวิสามัญ เมื่อถามว่าในที่ประชุมมีการกำหนดหรือไม่ว่าจะเปิดประชุมกี่วัน นายอนุชากล่าวว่า มติที่ประชุมเพียงยื่นมาแค่ขอเปิดประชุมรัฐสภาเท่านั้น ไม่ได้ระบุว่าเป็นวันไหน ครม.จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะใช้เวลากี่วัน คิดว่าอาจใช้เวลาพูดคุยในสภาประมาณ 1-3 วัน คงสะเด็ดน้ำแล้วว่าจะไปในทิศทางไหน แม้เวลาแค่ 1-2 ชั่วโมง เราก็เห็นตรงกันว่ามีค่าสำหรับการพูดคุยหาทางออกร่วมกัน นักการเมืองทุกคนอยากเห็นความสงบสุข ถ้าการประชุมผ่านไปแล้ว แต่ม็อบยังคงอยู่ค่อยว่ากัน หาวิธีที่จะมีบทสรุปร่วมกันอย่างสันติวิธี

ครม.ยังไม่เคาะวันเปิดวิสามัญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม ครม. นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะรัฐมนตรีประสานงานสภาผู้แทนราษฎร ได้รายงานต่อที่ประชุม ครม. ถึงการเข้าร่วมประชุมกับประธานรัฐสภา และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เรื่องการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ ซึ่งที่ประชุมมีมติให้มารายงานต่อ ครม.หลังเห็นชอบร่วมกันให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา ให้ทุกฝ่ายมีโอกาสอภิปรายแสดงความคิดเห็น ลดปัญหาข้อขัดแย้ง รวมถึงประเด็นขอให้เปิดอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165 ซึ่ง ครม.ได้หารือกำหนดวัน คาดว่าจะเปิดประชุมสมัยวิสามัญได้ในวันที่ 26-27 ต.ค.นี้ และให้เลื่อนการประชุม ครม.ไปเป็นวันที่ 28 ต.ค.แทน ต่อมาเวลา 13.00 น. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม. ว่า ครม.เห็นชอบให้ตราร่างพระราชกฤษฎีกาเปิดสมัยประชุมวิสามัญแห่งรัฐสภา แต่ในรายละเอียดยังไม่กำหนดเรื่องวันเปิดประชุม อาจต้องพูดคุยกับประธานสภาฯ และต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯก่อน

ถ้าชุมนุมสงบจ่อยกเลิกฉุกเฉิน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้มอบหมายให้ใครเป็นผู้ชี้แจงหลักของฝั่งรัฐบาล แต่ถ้าเนื้อหาการอภิปรายเกี่ยวกับรัฐมนตรีคนไหน ให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบลุกขึ้นชี้แจง ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ รายงานว่า มีการประสานกับ นายชวนว่าให้ระมัดระวังเรื่องการอภิปรายที่หมิ่นเหม่ต่อสถาบัน พร้อมกำชับให้หัวหน้าพรรคแต่ละพรรค ประสานงาน ส.ส. เตรียมพร้อมหากมีการอภิปรายหมิ่นเหม่ ให้รีบประท้วงตัดบททันที ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวว่า ขณะนี้มีหลายพื้นที่เริ่มออกมาแสดงพลังปกป้องสถาบันอย่างที่ จ.ชลบุรี ส่วนเรื่องการยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงเขตท้องที่ กทม. หากจะยกเลิกต้องขอความร่วมมือ ครม.ทุกคนช่วยให้ความเห็นชอบด้วย โดยจะยกเลิกเร็วๆนี้ หากผู้ชุมนุมยังชุมนุมด้วยความสงบแบบนี้ที่ชุมนุมแล้วกลับ

ตัดพ้อไม่มีใครช่วยปกป้องเลย

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังแสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับเฟกนิวส์ ที่มีการนำภาพการจับกุมผู้ชุมนุมที่ฮ่องกงไปเผยแพร่จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด โดยสั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ไปชี้แจงทำความเข้าใจ มีอยู่ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเชิงตัดพ้อว่า “ที่ผ่านมาผมก็รู้สึกน้อยใจเหมือนกันนะที่ไม่มีใครช่วยปกป้องผมเลย จริงๆไม่ต้องปกป้องผมหรอก แต่ช่วยกันปกป้องสถาบัน”

“วิษณุ” อยากเปิดให้เร็วที่สุด

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่กำหนดเรื่องวันเปิดประชุมสมัยวิสามัญ แต่อยากให้เปิดเร็วที่สุด เมื่อถามว่ามีรายงานข่าวว่าจะเปิดวันที่ 26-27 ต.ค.นี้ นายวิษณุตอบว่า ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เร็วที่สุดแล้ว เมื่อถามว่าหากเปิดสมัยวิสามัญจะพิจารณาเรื่องการชุมนุมประเด็นเดียวหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า อยู่ที่รัฐบาลจะขอเรื่องอะไรไปบ้าง แต่ตอนนี้ขอตามมาตรา 165 ซึ่งเป็นอำนาจของ ครม. ไม่ใช่แค่ของนายกฯ ส่วนจะคุยเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่นั้น ไม่ทราบ

ปชป.ยื้อชงตั้ง กมธ.หาทางออก

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคเห็นว่ารัฐบาลควรเป็นเจ้าภาพขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเอง รวมทั้งการขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165 เพื่อฟังความคิดเห็นสมาชิกรัฐสภา โดยทุกฝ่ายขานรับ ทั้งนายกฯ ประธานรัฐสภา วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน เห็นพ้องกันเพื่อหาทางออก รวมถึงหากเป็นไปได้อยากเห็นผลข้อสรุปของการรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย มีการตั้งคณะทำงานหรือคณะกรรมาธิการ ที่ประกอบด้วย ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน ส.ว.และบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการให้เป็นเวทีต่อเนื่องแสวงหาทางออกร่วมกัน ต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด หากเป็นไปได้ควรนำเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาร่วมพิจารณาด้วย

“สมชาย” ยกมือหนุนเปิดวิสามัญ

นายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวว่า การเปิดประชุมสมัยวิสามัญเป็นทางออกอีกทางที่จะทำให้ประเทศไม่ไปถึงทางตัน ดีกว่าการใช้เวทีอื่นที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้ง การใช้ความรุนแรง หรือการรัฐประหาร เหมือนปี 2557 ที่เคยพยายามใช้เวทีรัฐสภาแก้ปัญหา หากทางออกในสภาเดินต่อไปได้ ความขัดแย้งหรือการลงถนนจะคลี่คลายลง คาดว่าน่าจะใช้เวลาประชุม 2 วัน เมื่อถามว่าประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา หลังไม่รับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายสมชายตอบว่า เป็นแค่คนเพียงบางกลุ่มเท่านั้น คนส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่น การแก้รัฐธรรมนูญต้องใช้เวลาไม่ใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอยากล้มก็ล้มเลย ต้องถามประชาชนอีก 60 กว่าล้านคน ว่าเห็นด้วยหรือไม่ ไม่ใช่ว่าพอไม่พอใจก็จะร่างใหม่ เมื่อถามว่าจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หากเปิดประชุมสมัยสามัญ ส.ว.ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายสมชายตอบว่า ส.ส.และ ส.ว.มีวุฒิภาวะ ต้องตัดสินใจตามข้อเท็จจริง ยึดประโยชน์ประเทศ

กลุ่มไทยภักดีค้านหัวชนฝา

ที่อาคารพระราม 5 เพลส อ.เมืองนนทบุรี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี แถลงคัดค้านการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญว่า จากข้อสังเกตการชุมนุมครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และข้อเรียกร้องไม่ได้พุ่งเป้าไปในเรื่องทางการเมือง คนเหล่านี้มีเป้าหมายชัดเจนที่มุ่งโจมตีสถาบันฯ นักการเมืองจำนวนหนึ่งที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว หยิบฉวยสถานการณ์ดังกล่าวเรียกร้องให้เปิดสมัยวิสามัญ โดยอ้างว่าใช้เวทีรัฐสภาแก้ปัญหา แต่ในความจริงกลับใช้รัฐสภาเป็นพื้นที่ขยายความขัดแย้ง รองรับความชอบธรรมของผู้ชุมนุม ขอเชิญชวนประชาชนร่วมใจคัดค้านการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ สิ่งที่รัฐบาลต้องทำเพื่อแก้ไขสถานการณ์ คือ 1.ตั้งวอร์รูม เพื่อแถลงข่าวนำความจริงออกมาให้ประชาชนทราบ 2.ส่วนการชุมนุมก็ให้เสรีภาพกับผู้ชุมนุมไป 3.ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดตามกฎหมาย แต่ด้วยวิธีการที่เหมาะสมไม่ใช่ไปจับกุมในที่ชุมนุม

กก.แถลงการณ์จี้ “บิ๊กตู่” ลาออก

วันเดียวกันที่รัฐสภา ส.ส.พรรคก้าวไกลร่วมกันอ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อคลี่คลายสถานการณ์การชุมนุมของประชาชน น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม พรรคก้าวไกล แถลงว่า พรรคก้าวไกลเสนอข้อเรียกร้องที่เป็นทางออกประเทศต่อนายกฯ เพื่อยุติความเสียหายทางสังคมและเศรษฐกิจประเทศ ดังนี้ 1.ต้องยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และปล่อยประชาชนผู้บริสุทธิ์ทันที 2.ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกฯ 3.พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคต้องถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล และเลือกนายกฯคนใหม่ โดยไม่อยู่ภายใต้การครอบงำของวุฒิสภา 4.ต้องเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญให้รัฐสภาพิจารณาการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อตั้ง ส.ส.ร.ที่มาจากประชาชนยุติอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ และพรรคไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลหยิบยกประเด็นการปฏิรูปสถาบัน มาใช้สร้างสถานการณ์ ยุยง ปลุกปั่น ให้เกิดความเกลียดชังในหมู่ประชาชน เพื่อนำมาใช้เป็นเหตุใช้ความรุนแรงต่อประชาชนผู้เห็นต่างทางการเมือง

ขอให้นั่งไทม์แมชชีนเตือนตัวเอง

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินต้องเป็นกรณีก่อการร้าย ภัยสงคราม ไม่ใช่อ้างถึงการชุมนุมทางการเมืองที่เป็นความรุนแรงทางความคิด แต่ไม่เป็นความรุนแรงทางกายภาพ ข้อเรียกร้องต่างๆของผู้ชุมนุมรัฐบาลจะตอบสนองได้หรือไม่ ควรใช้หนทางการเจรจา การใช้กฎหมายพิเศษจัดการกับการชุมนุม นอกจากไม่สร้างทางออกแล้วยังสร้างความขัดแย้งเจ็บปวดมากกว่าเดิม

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็น ผบ.ทบ. เคยพูดกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯขณะนั้น ที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะยิ่งทำให้สถานการณ์รุนแรงมากขึ้น อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ในปี 2557 นั่งไทม์แมชชีนมาเตือน พล.อ.ประยุทธ์ในปี 2563 ให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และสำนึกด้วยการลาออก เพราะมีพฤติการณ์ย้อนแย้งในตัวเองกับในอดีต

พท.ยันทางออกเดียวคือลาออก

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย รองประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า นายกฯตัดสินใจล่าช้าเกินไปเรื่องการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ ทางออกเดียวที่รัฐบาลมีอยู่คือเปิดประชุมวิสามัญเพื่อนำญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าไป ไม่ต้องรอวันที่ 1 พ.ย. วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องเลือกว่าจะตัดสินใจอย่างไรกับอนาคตของรัฐบาล ท่ามกลางวิกฤติศรัทธาประชาชน ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องมีความชัดเจนว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ วันนี้ประชาชนมองว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นปัญหาประเทศ ท่านไม่มีทางเลือกอื่นเหลืออยู่ นอกจากลาออกจากตำแหน่งเพื่อให้วิกฤติของประเทศคลี่คลาย หรือหากเลือกจะอยู่ต่อ ประชาชนจะออกมาไล่ทุกวันแน่นอน

“เสรีฯ” ชี้นายกฯ-ตร.มีสิทธิ์ติดคุก

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงของนายกฯไม่ถูกต้อง ต้องระบุวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุด แต่ประกาศฉบับแรกบอกแค่เริ่มใช้วันที่ 15 ต.ค. ไม่บอกวันสิ้นสุด ถือเป็นประกาศที่ไม่ถูกต้อง เป็นโมฆะ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์นำประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินให้ ครม.รับรอง จึงมีการประกาศวันสิ้นสุดเป็นวันที่ 13 พ.ย. แต่การที่ ครม.ไปรับรองประกาศที่เป็นโมฆะตั้งแต่แรกไปแล้ว จึงไม่ถูกต้อง ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. ถือว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ได้มอบให้นายเกษม ศุภสิทธิ์ สมาชิกพรรคเสรีรวมไทย ไปยื่นไต่สวนฉุกเฉินต่อศาลแพ่งฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ขอให้เพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ขณะนี้ศาลอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยนัดฟังคำสั่งวันที่ 22 ต.ค.นี้ ขอให้ประชาชนรอสักนิด ถ้าศาลมีคำสั่งว่าประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ถูกต้อง พล.อ.ประยุทธ์และเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องติดคุกหมด

เทเลแกรม “ราษฎร” พุ่งกระฉูด

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มราษฎร มีการเปิดช่องทางการสื่อสารใหม่สำหรับนัดหมายมวลชนเข้าร่วมชุมนุม ทางแอปพลิเคชันเทเลแกรม โดยจะใช้เป็นช่องทางสื่อสารรอง กรณีถูกบล็อกการเข้าถึงในเพจเฟซบุ๊ก ลักษณะเดียวกับการสื่อสารที่ทำกันของม็อบฮ่องกง ล่าสุดปรากฏว่าเทเลแกรมกลุ่มเยาวชนปลดแอก มีผู้เข้าร่วมเป็นสมาชิก ถึง 200,000 คน ซึ่งเต็มโควตาที่จะรับได้ ทำให้ทางกลุ่มต้องไปเปิดช่องทางการสื่อสารสำรองเพิ่มเป็นเทเลแกรมแชนแนลอีกช่องทางหนึ่ง และเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่เปิด มีสมาชิกถึงกว่า 60,000 เข้ามากด Subscribe

จัดบิ๊กเซอร์ไพรส์ล่อ ตร.หัวหมุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากม็อบกลุ่มราษฎรปรับแผนนัดรวมตัวสถานีรถไฟฟ้าทั่วกรุง และประกาศเตรียมจัดบิ๊กเซอร์ไพรส์ให้รัฐบาล แต่มีมวลชนแนวร่วมส่วนหนึ่งรอไม่ไหว จัดม็อบ 5 จุดทั่ว กทม. กระทั่งเวลา 15.30 น. ทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และสื่อมวลชน ที่รอประกาศแผนชุมนุมของกลุ่มราษฎรประจำวันที่ 20 ต.ค.ต่างต้องรอเก้อ เมื่อทางกลุ่มยังคงกั๊กไม่ยอมประกาศนัดหมายสถานที่ชุมนุมอย่างเป็นทางการเหมือนทุกวัน แต่ใช้โซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์มเป็นกระบอกเสียง สื่อสารกับแนวร่วมว่า ให้ไปรวมตัวกันที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าทุกแห่ง และจะประกาศบิ๊กเซอร์ไพรส์ในเวลาประมาณ 17.50 น. หากรัฐบาลยังไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ขีดเส้นใต้ไว้ คือปล่อยตัวแกนนำผู้ชุมนุม และยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อย่างไรก็ตามแม้ทางแกนนำยังไม่ระบุที่หมายชัดเจน แต่มวลชนแนวร่วมในเขตพื้นที่ต่างๆ ได้ประกาศนัดชุมนุมเวทีย่อยล่วงหน้ารอบพื้นที่ กทม. ประกอบด้วย แยกบางนา บริเวณห้าแยกปากเกร็ด จ.นนทบุรี หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้า หน้าศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต และหน้าศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ และบางแค

คำฮิต “แกงตำรวจหม้อใหญ่”

อย่างไรก็ตาม หลังกลุ่มราษฎรนัดหมายมวลชนตามแนวรถไฟฟ้า ปรากฏว่ามีวัยรุ่นหนุ่มสาวทยอยไปรวมตัวกันตามที่ได้นัดหมาย บริเวณสถานีรถไฟฟ้าต่างๆทั่ว กทม.โดยพร้อมเพรียง เพื่อรอคำประกาศกลุ่มราษฎรที่จะบิ๊กเซอร์ไพรส์กับรัฐบาล แต่สุดท้ายแกนนำกลุ่มราษฎรได้เปลี่ยนแผนแบบสับขาหลอก โดยไม่มีการประกาศบิ๊กเซอร์ไพรส์ตามที่แจ้ง เพียงแต่ให้ผู้เข้าร่วมชู 3 นิ้วระหว่างเคารพธงชาติ แล้วตะโกนศักดินาจงพินาศประชาราษฎร์จงเจริญ ทั้งนี้แกนนำได้ชี้แจงการนัดหมายครั้งนี้ว่า Big Surprise คือไม่มี Surprise วันนี้พักก่อน 1 วัน ขณะที่ลานสกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ กลุ่มมวลชนราษฎร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษา วัยรุ่นหนุ่มสาว เดินทางมารวมตัวกันเพื่อแสดงออกทางสัญลักษณ์ด้วยการชูสามนิ้ว ระหว่างการเคารพธงชาติ ตามที่แกนนำได้ประกาศชักชวนเอาไว้ ก่อนแยกย้ายสลายตัวกันไปด้วยความสงบ การแสดงออกในครั้งนี้ถือเป็นการแสดงสัญลักษณ์และงดการชุมนุมใหญ่เป็นวันแรก นับตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.เป็นต้นมา โดยในกลุ่มใช้คำว่าวันนี้ “แกงตำรวจหม้อใหญ่” หมายถึงการปล่อยข่าวลวง และให้รอฟังนัดหมายใหญ่ครั้งใหม่

ที่เดอะมอลล์บางกะปิบางตา

ขณะที่ห้างเดอะมอลล์ บางกะปิ พบว่าเมื่อถึงเวลานัดหมายราวๆ 17.30 น. มีกลุ่มเด็กนักเรียน นักศึกษา ยืนจับกลุ่มกันบางตาไม่เกิน 50 คน โดยไม่มีใครเป็นแกนนำในการรวมกลุ่ม ต่างยืนจับกลุ่มกันกระจัดกระจายบริเวณหน้าห้างเดอะมอลล์ บางกะปิ มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบประจำการ แต่เนื่องจากกลุ่มมวลชนที่มามีจำนวนน้อยมาก ทำให้ทางห้างเดอะมอลล์ บางกะปิ ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ จากนั้นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา เดินข้ามสะพานลอยจากฝั่งหน้าห้างเดอะมอลล์ ไปรวมกลุ่มที่หน้าห้างเอ็นมาร์ท ฝั่งตรงข้าม ยืนตั้งแถวทำกิจกรรมร้องเพลงชาติชู 3 นิ้ว ทำให้ประชาชนที่กำลังเดินทางกลับบ้านให้ความสนใจเข้ามาถ่ายรูป และเข้าร่วมชู 3 นิ้ว จนเกิดมีมวลชนเพิ่มมากขึ้นจนถึงขั้นต้องใช้โทรโข่งผลัดกันปราศรัย

เซ็นทรัลปิ่นเกล้าสะกิดกันเล็กน้อย

ส่วนที่หน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า มีกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมาก เดินทางมารวมตัวกัน ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน-นักศึกษา ยืนชู 3 นิ้ว ผลัดกันใช้โทรโข่งปราศรัยและร้องเพลง ระหว่างนั้นมีชาย-หญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาต่อว่ากลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้ทั้งสองฝ่ายเกิดปะทะคารม ทำให้ พ.ต.ท.ณรงค์ มั่นคง สวป.สน.บางยี่ขัน ที่นำกำลังมาดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ เข้ามากันพูดคุยและกันชายหญิงทั้งคู่ออกจากพื้นที่ สอบถามชายดังกล่าว ระบุว่าไม่ได้ตั้งใจมาก่อกวน เพียงแค่มา แสดงออกความจงรักภักดีและฝากถึงผู้ปกครองช่วยดูแลบุตรหลานให้ดีด้วย

ปลดแอกฝั่งธนฯมาตามนัดพรึบ

เมื่อเวลา 17.30 น. ที่บริเวณสกายวอล์ก ทางเชื่อมต่อชั้นสองหน้าห้างเดอะ มอลล์ บางแค มีกลุ่มเยาวชนเดินทางมาสมทบร่วมชุมนุมตามที่เพจเยาวชนปลดแอกนัดหมาย ทั้งที่บริเวณทางเดินสกายวอล์กเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าหลักสอง และบริเวณฟุตปาทหน้าห้าง และล้นลงมาที่ถนนเลียบหน้าห้างกระทั่งเวลา 18.00 น. ผู้ชุมนุมได้ร่วมร้องเพลงชาติ และชู 3 นิ้ว จากนั้นพากันตะโกน “ศักดินาจงพินาศประชาราษฎร์จงเจริญ” ขณะเดียวกันมีกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ที่ปกป้องสถาบันจำนวน 10 กว่าคน ยืนประจันหน้า โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่รักษาความเรียบร้อย ไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ นอกจากการตะโกนถ้อยคำด่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ สลับกับการปราศรัยกลุ่มย่อย กระทั่งเวลา 18.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเพิ่มจำนวนมากขึ้น จนไหลลงมาปิดถนนบริเวณสามแยกหลักสองขาเข้า จนต้องปิดลงโดยปริยาย

“จ่านิว” นำม็อบหน้าฟิวเจอร์ฯ

สำหรับบรรยากาศการชุมนุมในจังหวัดต่างๆ เมื่อเวลา 17.00 น. ที่บริเวณใต้สะพานข้ามแยกอู่รถตู้โดยสารขาออก ตรงข้ามศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จ.ปทุมธานี กลุ่มมวลชนปลดแอก กลุ่มนักเรียน นักศึกษา และประชาชน กว่า 3,000 คน นำรถขยายเสียงเปิดเวทีปราศรัย นำโดยนายศรรักษ์ มาลัยทอง แกนนำคนรักประชาธิปไตยจังหวัดปทุมธานี ขึ้นปราศรัย มีนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักกิจกรรมทางการเมืองตามมาสมทบ เรียกร้อง 3 ข้อ ผู้ชุมนุมพากันลงมาปิดถนนคู่ขนานขาออกรังสิต-คลองหลวง ส่วนที่หน้าโรงภาพยนตร์เมเจอร์ฮอลลีวูด สาขาปากเกร็ด ใกล้ห้าแยกปากเกร็ด ถนนแจ้งวัฒนะ ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี มีการรวมตัวตั้งแต่ช่วงเที่ยง มวลชนทยอยเข้าร่วมกว่า 500 คน กระทั่งเวลา 18.00 น. หยุดร้องเพลงชาติ ชู 3 นิ้ว แสดงพลังไม่เอาเผด็จการ ต่อมาแกนนำแจ้งยุติชุมนุมเมื่อเวลา 20.00 น.

“กาญจน์ปลดแอก” ติดโบขาวไล่

ที่ถนนหลักเมือง เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี นักเรียนจากโรงเรียนมัธยมในพื้นที่ และประชาชนในนามกลุ่ม “กาญจน์ปลดแอก” ติดโบสีขาว และใช้สกอตซ์เทปปิดชื่อ-นามสกุล โลโก้โรงเรียนกว่า 2,000 คน ออกมาชุมนุม ตั้งเวทีปราศรัย ชูแผ่นป้ายเขียนข้อความขับไล่รัฐบาลและนายกฯ ปิดถนนหลักเมือง โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ ฝ่ายปกครองกว่า 200 คนร่วมสังเกตการณ์ และรักษาความสงบเรียบร้อย เน้นเรียกร้อง 1.ขับไล่รัฐบาล 2.สร้างความเสมอภาคและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และ 3.แก้รัฐธรรมนูญให้เกิดความยุติธรรม ก่อนร่วมกันร้องเพลงเคารพธงชาติ เปิดไฟฉายจากมือถือประกอบเพลงคึกคัก เวลา 19.00 น. จึงสลายตัว

นศ.อุบลฯสู่ขวัญ “ทนายแชมป์”

ที่ลานจอดรถหน้า ม.อุบลราชธานี อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี กลุ่มนักศึกษาจัดกิจกรรมไล่นายกฯ เรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำที่ถูกจับ ให้เปิดสภาฯร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และปฏิรูปสถาบันฯ จัดพิธีบายศรีสู่ขวัญให้ว่าที่ ร.ต.ฉัตรชัย แก้วคำปอด หรือทนายแชมป์ แกนนำอุบลปลดแอก ที่ถูกดำเนินคดี ส่วนที่ จ.ขอนแก่น นักเรียนโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน รวมตัวกันที่หน้าป้ายโรงเรียน นำป้ายผ้าข้อความว่า “โรงเรียนนี้เป็นของนักเรียน ประเทศนี้เป็นของประชาชน” มาวาง โดยมีนักศึกษากลุ่มดาวดิน และกลุ่มขอนแก่นพอกันทีมาสมทบ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักเรียน นักศึกษา รวมตัวในลักษณะเดียวกัน ที่สวนทับเที่ยง เทศบาลนครตรัง คนตรังไม่เอาเผด็จการ ที่บริเวณหน้าตึกคณะรัฐศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี และที่ป้ายหน้าโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จ.สตูล

ชาวไทยในบอสตันร่วมขับไล่

ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา กลุ่มนักศึกษาและชาวไทยในนครบอสตัน รัฐแมสซาชูเสตต์ ในนามคณะประชาราษฎร์ ได้ไปรวมตัวกันที่สวนสาธารณะคอมมอนเวลส์ เมื่อเที่ยงวันที่ 19 ต.ค. ร่วมกันเรียกร้องประชาธิปไตย และขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์คู่ขนานกับในประเทศไทย มีการถือป้ายโปสเตอร์ขับไล่และปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาล ท่ามกลางความสนใจของชาวอเมริกันที่มาออกกำลังกาย โดยมีตำรวจเมืองบอสตันมาดูแล ซึ่งการชุมนุมเป็นไปด้วยความปลอดภัย และมีสื่อมวลชนอเมริกันให้ความสนใจมาทำข่าว

“สุชาติ” ปลุกกลุ่มปกป้องสถาบันฯ

อีกด้าน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กล่าวถึงกรณีโพสต์เฟซบุ๊กเชิญชวนคนชลบุรีแสดงพลังปกป้องสถาบันฯ ว่า ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก การที่บางกลุ่มก้าวล่วงลบหลู่สถาบันฯ รับไม่ได้ เหมือนเป็นการทำร้ายจิตใจ การแสดง พลังในเย็นวันที่ 20 ต.ค.หลายฝ่ายอยากแสดงออกในสิ่งที่ถูกต้อง คนเราต้องเคารพสิทธิและเสรีภาพของกันและกัน ไม่ทำร้ายจิตใจสิ่งที่คนไทยยึดเหนี่ยว เราไม่ใช่ม็อบถ้าม็อบคงต้องจัดไปชนกัน เรื่องข้อเรียกร้อง เรื่องนายกฯ สภาฯมีฝ่ายค้านตรวจสอบ ถ้าทุจริตหรือคอร์รัปชันก็ว่ามาเลย และการที่เรียกร้องให้นายกฯลาออกเพื่ออะไร อยากให้รู้ว่าไม่ใช่มีแค่พวกเขาเพียงกลุ่มเดียว กลุ่มต่างๆในประเทศมีมากกว่าเขาเป็นร้อยเท่าพันเท่า พวกคุณแค่กลุ่มหนึ่งที่เห็นต่างแล้วจะมาเปลี่ยนตรงนั้นตรงนี้มันไม่ใช่ ทุกคนต้องยอมรับกติกา

ร้องผู้ว่าฯชลบุรีสกัดม็อบจาบจ้วง

ช่วงเช้าที่หน้าที่ว่าการอำเภอพานทอง จ.ชลบุรี นายณรงค์ศักดิ์ สุขปิติ กำนันตำบลหนองตำลึง ประธาน ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอพานทอง พร้อมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนกว่า 200 คน สวมเสื้อเหลืองรวมตัวยื่นหนังสือให้กับนางวิภาวี แดงท่าข้าม นอภ.พานทอง เพื่อแสดงออกถึงการปกป้องสถาบันฯ และขอให้ ผวจ.ชลบุรีดำเนินการให้ผู้ชุมนุมยุติการกระทำหรือการแสดงถ้อยคำอันเป็นการจาบจ้วงสถาบันฯ ส่วนที่ที่ว่าการอำเภอสัตหีบ มีผู้ใหญ่บ้านและอดีตกำนันออกมาแสดงพลังจงรักภักดีปกป้องสถาบันฯไม่ยอมให้หมิ่นเบื้องสูงเช่นกัน

รวมตัวหน้าพระรูป ร.5 แสดงพลัง

ต่อมาเวลา 16.15 น. ที่หน้าลานพระรูปเสด็จพ่อ ร.5 ศาลากลางจังหวัดชลบุรี อ.เมืองชลบุรี กลุ่มแม่บ้าน พ่อค้า ประชาชน กว่า 1,000 คน รวมตัวกันใส่เสื้อเหลือง ชูภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ และพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 โบกธงชาติและธงเฉลิมพระเกียรติสีเหลือง เพื่อปกป้องสถาบันฯ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นร่วมกันร้องเพลงชาติไทยก่อนแยกย้าย

ขณะที่ จ.นครสวรรค์ มีประชาชนกว่า 200 คน นำโดยนายสมพงศ์ นามแดง ประธานชุมชนเขากบเอราวัณ รวมตัวกันมาถ่ายรูปพร้อมชูพระบรมฉายาลักษณ์ บริเวณลานมังกร ภายในอุทยานสวรรค์ แสดงออกถึงความรักในสถาบันฯ โดยไม่มีการปราศรัย

คนส.กดดัน “บิ๊กตู่” งดความรุนแรง

เมื่อเวลา 09.00 น. เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) นำโดยนายอนุสรณ์ อุณโณ อดีตคณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ (มธ.) พร้อมด้วยอาจารย์และนักศึกษาประมาณ 50 คน เดินเท้าจาก มธ.ท่าพระจันทร์ ไปยื่นแถลงการณ์ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม นายอนุสรณ์อ่านแถลงการณ์ว่า ขอประณามการสลายการชุมนุมวันที่ 16 ต.ค. ไม่เป็นไปตามหลักสากล รัฐบาลต้องรับผิดชอบ หยุดใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือขจัดผู้เห็นต่าง ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยกเลิกการตั้งข้อกล่าวหา ปล่อยผู้ถูกจับกุมโดยไม่มีเงื่อนไข และรับฟังข้อเสนอไปพิจารณาอย่างจริงจัง เช่น นายกฯต้องลาออก แก้ไขรัฐธรรมนูญ และปฏิรูปสถาบันฯให้สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยสากล โดยตั้งคณะกรรมการศึกษา และให้ข้อเสนอแนะ มีรายชื่ออาจารย์มหาวิทยาลัยต่างๆร่วมลงชื่อแนบท้าย 1,118 คน ทั้งนี้ มีนายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง และนายธีรภัทร ประยูรศรี ปลัดสำนักนายกฯ ออกมารับแถลงการณ์ โดยในช่วงท้าย นายอนุสรณ์กล่าวว่า หากไม่ได้รับการตอบสนองภายใน 7 วัน จะหยุดการเรียนการสอน

“วัชระ” ฟ้องศาลสั่งยกเลิก พ.ร.ก.

ที่ศาลแพ่ง เวลา 09.30 น. นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ร่วมกับนายเกษม ศุภสิทธิ์ อดีตผู้พิพากษา เป็นโจทก์ฟ้องคดีหมายเลขดำ 5323/ 2563 ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.เป็นจำเลยที่ 1-2 ฐานละเมิดและขอให้เพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่ กทม. ลงวันที่ 15 ต.ค.63 และประกาศทุกฉบับตามมาตรา 5 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯรวมทั้งขอให้ยกเลิกประกาศทุกฉบับของ ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (กอร.ฉ.) ที่มีความร้ายแรงที่ได้ประกาศออกมาแล้ว ศาลแพ่งรับคำฟ้องไว้ตรวจคำฟ้อง ซึ่งหลังจากที่ได้ยื่นฟ้องขอคุ้มครองชั่วคราวกรณีฉุกเฉินมาพร้อมกับคำฟ้องด้วย จากนั้นโจทก์จะต้องรอให้ศาลแพ่งพิจารณาว่าจะรับคดีไว้สืบพยาน และคำร้องมีเหตุเป็นกรณีฉุกเฉินหรือไม่

ศาลนัดฟังคำสั่งฟ้อง 22 ต.ค.

เวลาไล่เลี่ยกัน นพ.ชลน่าน ศรีเเก้ว ส.ส.พรรคเพื่อไทย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กับพวกรวม 4 คน เป็นผู้ร้องที่ 1-4 ยื่นฟ้องพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ขอให้ศาลเพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ขอให้ศาลมีคำสั่ง (1) งดการบังคับใช้ข้อกำหนด และคำสั่งนายกฯเรื่องแต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงานหัวหน้าผู้รับผิดชอบ และพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินฯไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา (2) ห้ามจำเลยออกคำสั่งหรือข้อกำหนดใดๆ (3) ห้ามจำเลยผู้กำกับการปฏิบัติงานและหัวหน้าผู้รับผิดชอบ และพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามคำสั่งนายกฯ ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา ต่อมาเวลา 15.00 น. ศาลมีคำสั่งทั้งกรณีของนายวัชระและ นพ.ชลน่าน กับพวกรวม 4 คน เห็นควรให้นัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาในวันที่ 22 ต.ค.เวลา 09.00 น.

ทนายเร่งประกันตัว 3 แกนนำ

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่เรือนจำธัญบุรี ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้เดินทางเข้าพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก จ.ร้อยเอ็ด ที่มารออายัดตัวนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า ศาลอุทธรณ์ให้ประกันตัวของน.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล นายณัฐชนน หรือณัฐช ไพโรจน์ รวมถึงนายพริษฐ์ 3 แกนนำ เราต้องไปทำสัญญาประกันโดยใช้ตำแหน่งอาจารย์ 3 คน กับศาลจังหวัดธัญบุรี

ศาลปล่อยตัว “รุ้ง-เพนกวิน” โดนต่อ

กระทั่งเวลา 14.18 น. ศาลจังหวัดธัญบุรีให้ประกันตัวชั่วคราว โดยเจ้าหน้าที่เรือนจำได้ปล่อยตัว 3 แกนนำ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม ได้นำหมายจับอีกข้อหาของ น.ส.ปนัสยา และนายพริษฐ์ เข้าควบคุมตัวทั้งสอง ขึ้นรถห้องขังขับพาตัวไปสอบสวน ที่ ตชด.ภ.1 ก่อนส่งฟ้องศาลแขวงดุสิตในวันที่ 21 ต.ค. ส่วนนายณัฐชนนเจ้าหน้าที่เรือนจำได้ปล่อยตัว เดินชู 3 นิ้ว ออกจากเรือนจำ มีพ่อ-แม่มารอรับตัวกลับ

“ณัฐช” เผยคนในคุกชู 3 นิ้วดูแลดี

นายณัฐชนนหรือณัฐช ให้สัมภาษณ์ว่า ในเรือนจำเป็นพี่น้องเราถูกกดขี่ บางคนไม่ได้รับความยุติธรรมถูกใส่ร้ายจากกฎหมาย พอรู้ว่าเราเป็นนักโทษคดีทางการเมืองเรียกร้องประชาธิปไตยคนที่อยู่ข้างในมองเราเป็นลูกเป็นหลานให้การดูแลอย่างดี ก่อนจะออกมาทุกคนข้างในให้กำลังใจด้วยการชู 3 นิ้ว ตอนอยู่ข้างใน พวกตนไม่ได้เจอกันเลย นักโทษคดีทางการเมืองจะจับแยกกัน ส่วนเรื่องเปิดการประชุมสมัยวิสามัญถือว่าการชุมนุมของเราใกล้ได้รับชัยชนะแล้ว ข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ยังคงยืนหยัดเช่นเดิมเพื่อให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย นอกจากนี้ยังขอเรียกร้องให้เลิกใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ปล่อยตัวแกนนำหรือบุคคลที่ถูกจับกุม ครั้งนี้ศาลปล่อยตัวแบบไม่มีเงื่อนไข จะไปชุมนุมอีก ไม่ทิ้งมวลชนเพื่อนเรา

หมายจับเพิ่ม “สุรนาถ” ประทุษร้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีรายงานว่าศาลอาญาอนุมัติหมายจับนายสุรนาถ แป้นประเสริฐ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง (Active youth) หนึ่งในแกนนำเครือข่ายรณรงค์ด้านเด็กและเยาวชน ในความผิดตาม ป.อาญามาตรา 110 ฐานพยายามกระทำการประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือเสรีภาพของพระราชินีหรือรัชทายาท หรือต่อร่างกายหรือเสรีภาพของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ลงวันที่ 20 ต.ค.2563 ตามที่พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ขออนุมัติ สำหรับหมายจับของนายสุรนาถ แป้นประเสริฐ ถือเป็นรายที่ 3 ก่อนหน้านี้ศาลอาญาอนุมัติหมายจับนายเอกชัย หงส์กังวาน และนายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง นักกิจกรรมทางการเมือง ตามหมายจับที่ 1595/2563 และ 1596/2563 ลงวันที่ 15 ต.ค.2563 ในข้อหาเดียวกัน

อจ.-นศ.บุกเรือนจำเยี่ยม “อานนท์”

ช่วงสายวันเดียวกันที่หน้าเรือนจำกลางเชียงใหม่ กลุ่มอาจารย์และนักศึกษา ม.เชียงใหม่ (มช.) พากันไปขอเยี่ยมนายอานนท์ นำภา และนายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ แกนนำคณะราษฎร หลังถูกจับฐานยุยงปลุกปั่นตาม ป.อาญามาตรา 116 กรณีเข้าร่วมชุมนุมที่ลานประตูท่าแพวันที่ 9 ส.ค. โดยเรือนจำอนุญาตให้นายสมชาย ปรีชาศิลปกุล คณะนิติศาสตร์ มช. และนายไชยันต์ รัชชกุล อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.พะเยา เข้าเยี่ยมเพียง 2 คน

ขอดูหมายจับเพิ่ม ตร.อ้างเรื่องลับ

จากนั้นเวลา 13.00 น. ทั้งหมดเดินทางไปยัง สภ. เมืองเชียงใหม่ เพื่อสอบถามรายชื่อนักศึกษาที่ถูกออกหมายจับ 7 คน ตามที่ได้ทำหนังสือยื่นเรื่องไว้แต่ยังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากเป็นช่วงใกล้สอบจะกระทบต่อการเรียน ต่อมา พ.ต.อ.ภูวนาท ดวงดี ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ทำหนังสือแจ้งว่าไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อนักศึกษาที่ถูกออกหมายจับเพิ่มเติมได้ เป็นข้อมูลสำนวนการสอบสวนในคดีอาญา ที่จัดเป็นความลับ

นายกสิงห์ขาวจี้ยุบสภาผ่าทางตัน

นายจิรภัทร ปั้นปราง นายกสโมสรนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ มช. กล่าวว่า การชุมนุมของเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่มีการขยายตัวไปทั่วประเทศ เดินมาถูกทาง เป็นพลังบริสุทธิ์และสื่อสารได้ชัดเจน การยุบสภาเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ปัจจุบันการเมืองถึงทางตันควรเปลี่ยนแปลงเพื่อเริ่มต้นใหม่ ให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชน รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีช่องโหว่เปิดโอกาสให้กลุ่มคนบางกลุ่มเข้ามามีอิทธิพลเหนือรัฐบาล ควรแก้ไขยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง

คณะแพทย์ศิริราชฯ ขอสันติวิธี

เมื่อเวลา 17.00 น. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ออกแถลงการณ์จุดยืนคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ต่อสถานการณ์การแสดงออกทางการเมือง ระบุว่า สถานการณ์การแสดงออกทางการเมือง อันอาจนำมาซึ่งเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ ขอแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และขอแสดงจุดยืน โดยขอให้ทุกฝ่ายใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหา ขอให้ผู้ชุมนุมทางการเมืองดำเนินกิจกรรมด้วยความสงบ เป็นไปตามแนวทางระบอบประชาธิปไตย ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐ ปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมด้วยความเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของผู้ชุมนุมและผู้เกี่ยวข้องทุกคน และขอให้ทุกฝ่ายเคารพในสิทธิเสรีภาพ ดุลพินิจและความเห็นทางการเมืองของแต่ละฝ่ายภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย และรัฐธรรมนูญ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในฐานะสถาบันทางการแพทย์ของแผ่นดิน ขอยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์จะให้การดูแลรักษาพยาบาลประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีความคิดเห็นทางการเมืองอย่างไร โดยจะยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งหลักจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทางการแพทย์

ขอพื้นที่ปลอดภัยใน ม.มหิดล

ที่สำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ตัวแทนศิษย์เก่าและบุคลากรมหาวิทยาลัยมหิดล ยื่นรายชื่อที่รวบรวมได้กว่า 3,000 รายชื่อ ต่อ นพ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดี ม.มหิดล ขอให้เปิดพื้นที่คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล เขตพญาไท เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติ หากเกิดสถานการณ์ความรุนแรงขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาแม้จะอนุญาตให้ใช้พื้นที่ แต่ให้เฉพาะนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยที่มีเอกสารยืนยันตัวตนเท่านั้น ซึ่งไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ เพราะทุกคนอาจไม่ได้พกเอกสารไว้ตลอดเวลา และขอให้เปิดพื้นที่สำหรับทุกคนเพื่อให้เป็นไปตามหลักมนุษยธรรม โดยข้อเรียกร้องดังกล่าว มี นพ.ธันย์ สุภัทรพันธุ์ รองอธิการบดี เป็นผู้รับมอบ และรับปากว่าจะนำเสนอเรื่องต่อที่ประชุมผู้บริหารมหาวิทยาลัย

ยูนิเซฟย้ำจุดยืนปกป้องสิทธิเด็ก

วันเดียวกัน นายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟประเทศไทย กล่าวว่า ได้ตอบกลับหนังสือเป็นการส่วนตัวถึงนายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แสนสิริ ที่เรียกร้องให้องค์การยูนิเซฟประเทศไทย ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการถึงรัฐบาล มิให้มีการใช้กำลังเข้าปราบปรามผู้ชุมนุมเหมือนวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น มีความยินดีที่มีความคิดตรงกัน คือการสร้างความปลอดภัยแก่เด็กและเยาวชน รวมถึงการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกของเด็กและเยาวชนอย่างสันติ โดยปราศจากความรุนแรง การถูกข่มขู่คุกคามทุกรูปแบบ รวมไปถึงจากครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และสังคม ถือเป็นพันธกิจและจุดยืนตามที่ยูนิเซฟได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องทุกฝ่ายเคารพสิทธิเสรีภาพเด็กและเยาวชน ไปเมื่อวันที่ 18 ส.ค. เรายังย้ำจุดยืนที่เป็นพันธกิจยูนิเซฟในการพิทักษ์สิทธิเด็กและเยาวชนโดยไม่เลือกปฏิบัติ และไม่มีปัจจัยทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง หวังให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดได้พูดคุยหาทางออกอย่างสันติและสร้างสรรค์โดยเร็วที่สุด

รมว.ศธ.โวยครูประกาศหยุดสอน

ขณะที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีกลุ่มครูและอาจารย์นัดหยุดทำการสอนทั่วประเทศ หากนายกฯยังไม่ประกาศลาออก ว่า เรื่องการนัดหยุดเรียนและหยุดสอนนั้น ต้องดูความเหมาะสมด้วย หากหยุดการเรียนการสอนแล้วประเทศจะพัฒนาไปได้หรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาให้ดี วันนี้สิ่งที่เราต้องการคืออยากให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ความสามารถมากที่สุด เพื่อเตรียมความพร้อม ในการแข่งขันกับประเทศอื่นได้ หากเด็กไม่ได้รับความรู้หรือพัฒนาตามทักษะไม่เพียงพอ อาจส่งผลกระทบต่อแผนการพัฒนาเด็กไทยในอนาคตได้ ทั้งนี้ หากครูหยุดสอนทั่วประเทศ โรงเรียนต้องดูเหตุผลของการหยุดการเรียนการสอนด้วย

แพทยสภาขออย่าขวางรถฉุกเฉิน

ด้าน พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ ประธานคณะอนุกรรมการบริหารแพทยสภา ออกประกาศแพทยสภา เรื่องขอความร่วมมือเนื่องด้วยสถานการณ์ชุมนุม ระบุว่า แพทยสภามีความห่วงใยสวัสดิภาพประชาชนทุกฝ่าย และไม่ปรารถนาให้เกิดความรุนแรงในทุกรูปแบบ จึงขอความร่วมมือทุกฝ่ายให้มีความร่วมมือแบบบูรณาการในหน่วยที่เกี่ยวข้อง ในการวางมาตรฐานการจัดการกรณีการขนส่งผู้ป่วยผ่านพื้นที่ใดๆได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยมีสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เป็นเจ้าภาพ เพื่อให้รถพยาบาลทุกคันติดต่อประสานกันได้ และมีการส่งผู้ป่วยไปถึงมือแพทย์หรือโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด กรณีมีเหตุการณ์ใดที่ต้องได้รับความช่วยเหลือจากทีมแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ ขอให้ทุกฝ่ายโปรดให้ความสำคัญในการดูแล และคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์ตามหลักสากล เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที และแพทยสภาขอเป็นกำลังใจให้กับแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่าน ที่เสียสละ และอาสามาช่วยดูแลประชาชนในสถานการณ์นี้ และแพทยสภาหวังว่าเราจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ดีด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย

แจง 84 ทูต-ผู้แทนองค์การสากล

ช่วงบ่ายที่กระทรวงการต่างประเทศ นายธานี ทองภักดี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันบรรยายสรุปสถานการณ์การเมืองและการชุมนุมในประเทศไทย รวมทั้งการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขต กทม.ต่อคณะทูตและผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ นายธานีกล่าวว่า มีคณะทูตเข้าร่วม 84 คน ในจำนวนนี้เป็นเอกอัครราชทูต 37 คน อาทิ เอกอัครราชทูตประจำสภาพยุโรป รัสเซีย อินเดีย และเยอรมนี อุปทูต 13 คน และผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ 6 คนอาทิ คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) องค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APT) องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ยืนยันรัฐบาลได้เปิดพื้นที่ให้ผู้ชุมนุมแสดงออกตามสิทธิเสรีภาพภายใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีกลไกนำข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมเข้าสู่รัฐสภา

เจอรุมซักถามหลายปมคาใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะทูตและผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ ให้ความสนใจซักถามหลายประเด็น อาทิ ความคาดหวังในการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ การดำเนินการปิดสื่อ รวมถึงเรื่องการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินว่าทำไมถึงเป็นสถานการณ์ร้ายแรงและคำถามเกี่ยวกับพันธกรณีของไทยต่อความตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งผู้แทนของแต่ละหน่วยงานที่รับผิดชอบ มีการอธิบายข้อสงสัยดังกล่าว

นักลงทุนห่วงรัฐใช้กฎอัยการศึก

ด้านนายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า นักลงทุนและผู้ประกอบการต่างชาติมีการสอบถามถึงสถานการณ์การเมืองเข้ามามาก โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย จะมีการประกาศใช้กฎอัยการศึก และกระทบต่อการดำเนินธุรกิจหรือไม่ ได้ให้ความมั่นใจว่าขณะนี้ประเทศไทยยังปลอดภัย ไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจ มองว่าสถานการณ์ขณะนี้อาจทำให้นักลงทุนต้องประเมินเรื่องการลงทุนในไทยอย่างรอบคอบขึ้น เพราะไทยมีคู่แข่งที่ดึงดูดการลงทุนพอสมควร โดยเฉพาะเวียดนาม แต่ขณะนี้นักลงทุนยังไม่เปลี่ยนแผน หรือชะลอการลงทุนในไทย สภาหอการค้าจะประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ และแสวงหาทางออกให้กับประเทศในฐานะภาคเอกชนจะช่วยประเทศชาติอย่างไรได้บ้าง ส่วนการเปิดประชุมสมัยวิสามัญนั้นเป็นเรื่องดี น่าจะนำไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ทำให้ความเชื่อมั่นกลับมา ส่วนภาคเอกชนพร้อมช่วยเหลือทุกด้าน

ตำรวจแถลงจับ “หมอลำแบงก์”

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. กล่าวว่า มีการดำเนินการจับกุมนายปฏิวัติ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงก์ ที่บ้านพักใน อ.เมืองขอนแก่น ตามหมายจับที่ 1589/2563 ของ สน.ชนะสงคราม ขณะนี้ถูกควบคุมตัวไว้ที่บก.ตชด.ภาค 1 และนายขวัญ จีนา จากเหตุชุลมุนที่ป้อมตำรวจ สน.บางนา ตามหมายจับศาลอาญาพระโขนงที่ จ.628/2563 ส่วนกรณีมีกลุ่มบุคคลปรากฏตามสื่อโซเชียล ว่าเป็นตำรวจปลอมตัวเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุมขว้างสิ่งของใส่ป้อมตำรวจ เบื้องต้นพิสูจน์ทราบว่าผู้กระทำผิด คือนายประวิทย์ สมรัตน์ ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี

ปูดพบบัญชีปลุกปั่นยุยง 58 เรื่อง

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า สถานการณ์สื่อสังคมออนไลน์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ตรวจสอบพบบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ที่มีการยุยงทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จำนวน 58 เรื่อง มีการปลุกระดมโดยผู้ไม่หวังดี โดยใช้บัญชีปิดบังตัวตนผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ชักชวนให้กลุ่มผู้ชุมนุมใช้วิธีการ Looting คือ การปล้นสะดมระหว่างสถานการณ์ที่ไม่สงบ มีการชักชวนให้ทำลายทรัพย์สินของทางราชการ และทรัพย์สินประชาชน เพื่อยกระดับการชุมนุม กรณีดังกล่าวทาง กอร.ฉ.เป็นห่วง จึงแจ้งเตือนผู้เข้าร่วมการชุมนุมอย่าตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดี

ปิด “วอยซ์ ทีวี” ตามคำสั่งศาล

นายภุชพงษ์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดีอีเอส กล่าวว่า หลังจากกระทรวงดีอีเอส ส่งหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอ ภาพนิ่ง ที่เป็นการนำเสนอข่าวของสำนักข่าว 5 แห่ง ประกอบด้วย voice tv, the standard, the reporters, ประชาไทและ เยาวชนปลดแอก free youth ระหว่างการชุมนุมของคณะราษฎร ส่งให้ศาลเมื่อวันที่ 16 ต.ค. เข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มาตรา 14 วันนี้ศาลมีคำสั่งให้ปิดทุกแพลตฟอร์มในสื่อออนไลน์ของสำนักข่าว vioce tv ส่วนสำนักข่าวอื่นอีก 4 สำนัก ที่ส่งหลักฐานไปพร้อมกัน แต่ยังไม่มีคำสั่งจากศาล หลังจากนี้จะส่งคำสั่งศาลไปให้เจ้าของแพลตฟอร์มพิจารณาดำเนินตามคำสั่งของศาล ส่วนสำนักข่าว vioce tv ยังสามารถนำเสนอข่าวได้ แต่ต้องเปิดแอ็กเคาต์ใหม่ และต้องนำเสนอข่าวหรือข้อมูลให้เป็นไปตามกฎหมาย อย่าฝ่าฝืนคำสั่ง ส่วนแอปพลิเคชันเทเลแกรม ที่กลุ่มผู้ชุมนุมใช้ในการนัดหมายชุมนุมนั้น ทางกระทรวงได้มีคำสั่งปิดให้บริการ 4 แอ็กเคาต์

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ข่าววันนี้ชุมนุมม็อบ 20 ตุลาชุมนุม 20 ตุลาคมข่าวชุมนุมวันนี้เปิดสภาสมัยวิสามัญข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน 2563 เวลา 14:40 น.