ศูนย์เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์การชุมนุม สรุป 13-18 ต.ค.63 พบมี แกนนำ นักการเมือง ผู้ใช้โซเชียล โพสต์เข้าข่ายผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กว่า 3 แสนเรื่อง เตรียมทยอยส่งดำเนินคดี 

จากกรณีที่ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ให้นโยบายในการตั้งศูนย์เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์การชุมนุม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) โดยได้มอบหมายให้ นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ แถลงข่าว พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ที่เฝ้าติดตามมอนิเตอร์การกระทำความผิดในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และแก้ไขเพิ่มเติม และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ระหว่างวันที่ 13 ตุลาคม – 18 ตุลาคม 2563

พบว่า มีการกระทำเข้าข่ายสุ่มเสี่ยงกระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งหมด 324,990 เรื่อง โดยที่มีทั้งประชาชนแจ้งเข้ามา และทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ แบ่งเป็น Twitter 75,076 เรื่อง, Facebook 245,678 เรื่อง และ Webbord 4,236 เรื่อง ซึ่งรวมทั้งผู้โพสต์คนแรก และแชร์ รีทวีตข้อความที่ผิดกฎหมาย

...

ทั้งนี้ ในขั้นแรก เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอาผิดเฉพาะผู้โพสต์คนแรก ที่นำเข้าซึ่งข้อความสู่ระบบคอมพิวเตอร์ก่อนจำนวนหนึ่ง โดยพบว่า มีทั้งเป็นแกนนำกลุ่มมวลชน นักการเมือง และผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดีย คนหลักๆ ที่ผิดทั้ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และเข้าข่าย ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อาทิ เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ ที่พบว่าเป็นของ นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์, เพจเฟซบุ๊กของ นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ระยอง แกนนำมวลชน รวมถึงสื่อ และการรายงานสถานการณ์ทางออนไลน์ ตามที่ กอร.ฉ.ได้ออกหนังสือ เช่น เว็บไซต์ Voice TV และเพจเยาวชนปลดแอก Free Youth ที่เข้าข่ายผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ส่วนก่อนหน้านี้ศาลได้มีคำสั่งให้ปิดกั้น เพจ Royalist Market Place (ตลาดหลวง) ไปแล้ว 2 ครั้ง หากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหรือแพลตฟอร์ม ไม่ทำการปิดกั้นภายใน 15 วัน กระทรวงดีอีเอส จะดำเนินการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนให้เอาผิดตามมาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ต่อไป

และล่าสุดมีเพจที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องและบุคคลมีชื่อเสียง อาจเข้าข่ายการกระทำความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ทั้งนี้ฝากเตือนประชาชน ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย จะโพสต์ข้อความ ภาพสถานการณ์ใดๆ ต้องระมัดระวังไม่ให้ผิดต่อกฎหมาย เจ้าหน้าที่ได้ติดตามและมอนิเตอร์ ความเคลื่อนไหว การใช้โซเชียลมีเดีย รวมถึงผู้ที่ทำการแชร์ข้อมูล รีทวีตที่ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการเอาผิดทางคดีตามขั้นตอนของกฎหมายทันที.